นึกไม่ถึงว่าหลี่เยวี่ยซือจะเป็สตรีจำพวกนี้เช่นกัน มันทำให้เขาไม่อยากสนทนากับนางอีกต่อไปแล้ว
หลี่เยวี่ยซือเห็นดังนั้นก็ยิ่งว้าวุ่นใจ นางรีบไล่ตามเขาทันที “หากท่านพี่ฉางไม่ยินดีก็บอกมาได้ ไม่จำเป็ต้องขุ่นเคืองปานนี้”
“คุณหนูหลี่เข้าใจผิดแล้ว” เพื่อล้มเลิกความคิดของหลี่เยวี่ยซือ เจียงเฉิงพูดต่ออีกว่า “ข้ามีคู่หมั้นที่เมืองหลวงอยู่แล้ว ทั้งยังเป็การหมั้นหมายที่ท่านพ่อจัดหาไว้ให้ เกรงว่าจะไม่เหมาะสมหากพาสตรีอื่นกลับไป หวังว่าคุณหนูหลี่จะอภัย”
ตอนนี้เจียงเฉิงหมดความอดทนโดยสมบูรณ์ เขาเร่งรีบจากไปทันทีที่พูดจบ คราวนี้หลี่เยวี่ยซือไม่รั้งเขาอีกต่อไป นางจ้องแผ่นหลังของเจียงเฉิงพร้อมกับกระทืบเท้าและกัดริมฝีปากด้วยความเดือดดาล
ยิ่งเขาปฏิเสธนางมากเท่าใด นางก็ยิ่งอยากได้เขามากเท่านั้น ‘ท่านพี่ฉาง ท่านรอก่อนเถอะ ข้าผู้นี้จะท่านให้จงได้’ ขณะที่กำลังคิด อยู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังมาจากระเบียงทางเดิน หลี่เยวี่ยซือหันไปมองตามเสียง พบว่าเหอชุนฮวา ผู้เป็แม่กำลังเดินมาทางนี้
สีหน้าดูร้อนรนเล็กน้อย
หลี่เยวี่ยซือไม่สบอารมณ์ นางเดินกลับไปนั่งในห้อง ครั้นเหอชุนฮวาเข้ามาเห็นนางมีสีหน้าบึ้งตึงก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ทำเพียงเดินเข้ามาในห้องและออกไปสอดส่องสายตารอบทิศหลังจากไม่เจอผู้ใด
หลี่เยวี่ยซือไม่เข้าใจว่าเหอชุนฮวากำลังทำอะไร จึงเอ่ยถาม “ท่านแม่ ท่านกำลังทำอันใด? ห้องข้ามีสมบัติที่ท่านตามหาหรือ?”
เหอชุนฮวาเดินกลับมาหาหลี่เยวี่ยซือ “ข้าถามเ้า มีบุรุษมาที่ห้องเ้าใช่หรือไม่?”
หลี่เยวี่ยซือได้ยินดังนี้ก็ลนลานทันที “ผู้ใดบอกท่าน?”
“เด็กรับใช้ เขาบอกว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมาหาเ้าและถูกเ้าพาเข้ามาในห้อง นอกจากนี้ยังคุยกันนานมาก เขาเป็ผู้ใด? หรือว่าเ้าแอบคบหาผู้ใดลับหลังแม่…”
“ท่านแม่” หลี่เยวี่ยซือร้องเสียงดัง “ถึงข้าจะดีร้ายอย่างไรก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาก่อน จะทำเื่เสื่อมเสียเช่นนั้นได้เยี่ยงไร ฉางควนที่หลี่อันหรานช่วยชีวิตไว้แวะมาสอบถามอะไรบางอย่างก็เท่านั้น เขากลับไปนานแล้ว”
เหอชุนฮวาพลันถอนหายใจอย่างโล่งอกและนั่งลงหลังจากที่ได้ยินดังนั้น “ลูกสาวแม่ เ้าเป็แก้วตาดวงใจของแม่นะ ห้ามให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด หลี่อันหรานก็เป็ตัวอย่างให้เห็น นางถูกทำให้ด่างพร้อย มิใช่สตรีบริสุทธิ์อีกต่อไป ถึงแม้จะได้รับความสงสารแต่ก็ถูกดูแคลนและพูดถึงในทางเสียหายเช่นกัน เ้าห้าม…”
หลี่เยวี่ยซือรำคาญใจ ตอนนี้ในหัวนางมีแต่เื่ของเจียงเฉิง ไม่มีกะจิตกะใจมาฟังแม่พูดเื่พวกนี้ “ข้ารู้แล้ว ท่านคิดว่าข้าไม่มีสมองเหมือนนังแพศยาหลี่อันหรานหรืออย่างไร? เอาละ ข้าเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน ขอตัวเข้าห้องก่อน”
หลี่เยวี่ยซือเดินเข้าห้องด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ นางทิ้งตัวลงนอนและใช้หมัดทุบเตียงอย่างรุนแรง ในหัวคิดถึงวนเวียนเพียงเจียงเฉิง
……
ในตอนที่เจียงเฉิงกลับมาถึงบ้านของหลี่อันหราน เขาพบว่าประตูลานบ้านปิดสนิท เมื่อเดินไปดูจึงพบว่าถูกลงกลอน ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถปีนผ่านรั้วด้านข้างเข้าไปได้ แต่นี่แสดงออกชัดเจนว่าปิดประตูเพราะไม่ต้อนรับ
เจียงเฉิงมองเข้าไปในลานบ้านแต่ไม่เห็นผู้ใด เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ต่อหรือจากไปดี ถ้าหากจากไป แล้วเื่ตอบแทนบุญคุณล่ะ เขารู้สึกผิดกับหลี่อันหราน ในเมื่อเขาจะถอนหมั้นกับนาง เช่นนั้นเขาก็หวังว่าต่อไปจะไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก
ขณะที่กำลังครุ่นคิดนี่เอง อยู่ๆ เขาก็เห็นหลี่อันอันเดินออกมาจากในบ้าน เจียงเฉิงรีบโบกมือเรียก เด็กน้อยจึงรีบวิ่งมาหา
“ท่านพี่ฉาง ท่านไปที่ใดมา? พี่หญิงไม่พอใจแล้ว นางสั่งห้ามไม่ให้พวกข้าเปิดประตูให้ท่าน” เสียงไม่รู้ประสาของหลี่อันอันดังขึ้น มันทำให้เจียงเฉิงอดยิ้มไม่ได้ เขายังไม่ทันถามอะไร นางก็บอกทุกอย่างหมดแล้ว
เจียงเฉิงถามด้วยเสียงราบเรียบ “พี่หญิงของเ้าทำอะไรอยู่ เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดนางจึงไม่ให้ข้าเข้าไป โกรธด้วยเื่อะไร?”
หลี่อันอันครุ่นคิดก่อนเอ่ยตอบ “พี่หญิงบอกว่าท่านไปหาคนเลว บอกว่าท่านกับพวกเขาเป็… เป็…” หลี่อันอันพูดตะกุกตะกัก จำศัพท์ที่หลี่อันหรานใช้ไม่ได้
เจียงเฉิงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนเลวที่หลี่อันหรานพูดถึงหมายถึงผู้ใด “พี่รู้แล้ว ไม่เป็ไรนะ พี่จะรออยู่ที่นี่แหละ เ้าไปเล่นเถอะ” เขาว่าพลางลูบศีรษะหลี่อันอันอย่างนุ่มนวล
หลี่อันอันดูจะเป็ห่วง ถึงแม้นางจะเดินกลับเข้าไปแล้วแต่ก็ไปห้องที่หลี่อันหรานทำงานอยู่ ผ่านไปไม่นาน หลี่อันหรานก็เดินออกมาในท่าเท้าสะเอว นางสวมชุดผ้าฝ้ายหยาบซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลอะเปรอะเปื้อน นอกจากนี้ยังมีบางจุดที่เปียกน้ำ แขนเสื้อทั้งสองข้างถูกพับขึ้น
เจียงเฉิงมองนาง หวังว่านางจะเดินมาที่ประตู แต่หลี่อันหรานกลับยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางเหมือนจะคิดอะไรสักพักก่อนจะเดินมาทางเจียงเฉิง ทว่านางไม่ได้เปิดประตูในทันที แต่วางมือบนรั้วไม้ มือข้างหนึ่งเท้าสะเอวพร้อมกับเชิดหน้ามองเจียงเฉิงใต้แสงแดด “ท่านกลับมาทำอันใด?”
“ข้าอาศัยอยู่ที่นี่ ย่อมต้องกลับมาอยู่แล้วสิ”
“ท่านไปบ้านหลี่เยวี่ยซือ พวกเขาไม่ชวนให้ท่านอยู่ทานอาหารหรือ?” คำพูดหลี่อันหรานเต็มไปด้วยความประชดประชัน
เจียงเฉิงพลันชะงัก “ข้าไปหลังเวลามื้อเที่ยง ย่อมต้องกินก่อนไปแล้ว”
“พวกเขาไม่ชวนให้ทานมื้อเย็นหรือ?”
“อีกนานกว่าจะถึงเวลามื้อเย็น จะเอามื้อเย็นมาจากที่ใด?” เจียงเฉิงตอบตามที่นางถาม
หลี่อันหรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ภายในใจไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ไม่อยากให้เขาเข้าบ้าน
“ท่านไปเสียเถอะ บ้านข้าไม่อาจรับท่านไว้ได้” นางพูดจบแล้วก็ก้มหน้ามองหลี่อันอัน “อันอัน ไปเอาของของคุณชายฉางออกมา”
หลี่อันอันยู่ปากตอบ “พี่หญิง ท่านจะให้พี่ชายไปจริงหรือเ้าคะ?”
“ทำไมกัน? จะเก็บเขาไว้เป็ลูกเขยหรือ?” หลี่อันหรานแค่นเสียงหัวเราะ นางมองไปทางเจียงเฉิงด้วยสายตาถากถางชัดเจน “แต่เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้มีน้องเขย มีคนคอยช่วยทำงานที่ต้องใช้แรงงาน แต่ไม่รู้ว่าคุณชายฉางจะอยากอยู่หรือไม่นี่สิ?”
เจียงเฉิงขมวดคิ้ว เขาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาไม่ต่างกัน “แม่นางหลี่หมายความว่าอย่างไร?”
“หมายความว่าอย่างไร? ท่านรู้ทั้งรู้ว่าหลี่เยวี่ยซือเป็คนอย่างไร รู้ทั้งรู้ว่านางกดขี่รังแกครอบครัวพวกข้าอย่างไร ข้าช่วยท่านไว้ แต่ท่านกลับไปทำดีกับนาง ข้าต่างหากที่ต้องถามว่าท่านหมายความว่าอย่างไร?” ในที่สุดเพลิงโทสะในอกหลี่อันหรานก็ปะทุออกมาจนได้
แม้นางจะตัดใจไม่รั้งเขาไว้แล้ว แต่นางก็ยังคงทนเห็นเขาสนิทกับหลี่เยวี่ยซือไม่ได้อยู่ดี หลี่อันหรานพูดต่อโดยไม่รอให้เจียงเฉิงได้พูด “ข้าจะบอกให้นะ หากท่านเป็สหายกับนางก็เท่ากับเป็ศัตรูกับข้า ข้าจะไม่รับท่านไว้ ในเมื่อท่านชอบนางปานนั้น เช่นนั้นก็เชิญไปอยู่กับนางเถอะ”
เจียงเฉิงไม่รู้ว่าเขาควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ข้าพูดเมื่อไรว่าชอบนาง? หลี่อันหราน เ้าไปเอาเื่พวกนี้มาจากที่ใด?”
“เอามาจากที่ใด? ก็เอามาจากที่ข้าบอกให้ท่านอยู่ห่างจากนางแล้ว แต่ท่านไม่ฟังอย่างไรเล่า” หลี่อันหรานตอบด้วยความโมโห ตอนนี้หลี่อันอันขนของของเจียงเฉิงออกมาแล้ว นี่เป็สัมภาระที่เจียงเฉิงเก็บเองั้แ่วันก่อน
จังหวะที่หลี่อันหรานกำลังจะรับของจากหลี่อันอัน เสิ่นอิ๋นหวนก็ปรากฏตัวพอดี “เป็อะไรอีกแล้ว? เหตุใดจึงเป็เช่นนี้”
เสิ่นอิ๋นหวนเข้ามาคว้าห่อผ้าของเจียงเฉิงจากมือหลี่อันอันและเปิดประตู “ฉางควนรีบเข้ามาก่อน ่นี้ลูกคนนี้เป็อันใดก็ไม่รู้ ราวกับป่วยไข้อย่างไรอย่างนั้น เ้าอย่าถือสานางเลยนะ”
“ท่านแม่ ข้าคือลูกแท้ๆ ของท่านนะ พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามาจากที่ใด ท่านเห็นคนอื่นดีกว่าลูกตัวเองได้อย่างไร?”
“ก็เพราะไม่รู้ว่าเขามาจากที่ใด พวกเราถึงได้ยิ่งต้องปฏิบัติต่อเขาในฐานะแขก จะทำเช่นเ้าไม่ได้” เสิ่นอิ๋นหวนไม่พอใจที่หลี่อันหรานทำตัวเป็ปรปักษ์ต่อเจียงเฉิงไปเสียทุกเื่ นางลากเจียงเฉิงเข้ามาในบ้าน
เจียงเฉิงเดินตามเข้าไปโดยไม่ปฏิเสธ
หลี่อันหรานยังคงไม่ชอบใจ สำหรับนางแล้ว สหายของนางต้องขีดเส้นความสัมพันธ์ชัดเจนกับศัตรูของนาง แต่เจียงเฉิงกลับข้ามขีดความอดทนของนางขนาดนี้ จะให้นางยอมรับได้อย่างไร?
