เลเวล 15 เหมือนเดิมแต่คุณสมบัติในวันนี้กลับห่างไกลกว่าเมื่อวานถึงสามเท่า! คุณสมบัติโดยรวมของเขาเดิมทีนั้นอ่อนด้อยกว่าผู้เล่นธรรมดาที่มีเลเวลเท่ากัน แต่ตอนนี้คุณสมบัติโดยรวบของเขากลับเหนือล้ำกว่าคนเ่าั้ไปมากถึงเท่าตัว และยังแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นธรรมดาที่มีเลเวลอยู่ใน่ 20-30 ด้วยซ้ำ หากพูดอย่างตรงไปตรงมาเขารู้ชัดด้วยตัวเองแล้วว่าความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาของอาชีพที่เขามีได้ทำลายความเท่าเทียมกันของเกม World of Fate ลงไปโดยสิ้นเชิง
แต่ก็เหมือนที่หลงโม่หยาพูดไว้ ัเป็สิ่งมีชีวิตที่สูงส่งและแข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะในด้านพลัง ความแข็งแกร่ง ความสามารถก็ล้วนเหนือล้ำกว่ามนุษย์ไปมากโข แล้วเช่นนี้เหตุใดจึงต้องถามหาความเท่าเทียมกันกับมนุษย์ด้วย..... เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เย่เทียนเซี่ยก็ดูซึมลงพร้อมกับหัวเราะเยาะตัวเองเล็กน้อย ตัวของเขาเองเป็มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็หนึ่งในผู้เล่นล้านล้านคน แต่เพราะอาชีพหนึ่งจึงทำให้เขากลายเป็ัไปเสียแล้ว
ภายในคฤหาสน์ที่เหมือนหล่นลงมาจากฟ้าแห่งนี้สวยงามไปหมด เมื่อสำรวจรูปแบบและโครงสร้างบ้านใหม่ของตัวเองในโลกแห่งนี้แล้วเขาจึงเดินออกไปยังถนนการค้าของเมืองเทียนเฉินด้วยความพึงพอใจ ผู้เล่นสามารถซื้อบ้านที่เป็ของตัวเองภายในตัวเมืองได้ แต่ผู้เล่นจำนวนมากภายในพื้นที่ที่มีจำกัดของตัวเมืองทำให้ราคาของบ้านพักนั้นสูงเสียดฟ้าอย่างไม่ต้องสงสัย มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถมีบ้านอีกหลังของตัวเองภายในโลกแห่งเกมได้ ยิ่งในตอนที่ระบบแลกเปลี่ยนเงินยังไม่เปิดให้บริการอย่างนี้ยิ่งเป็ไปไม่ได้ แต่เย่เทียนเซี่ยในเวลานี้กลับมีคฤหาสน์ที่ต่อให้มีเงินมากมายเท่าไรก็ไม่สามารถหาซื้อได้
ใน World of Fate คุณไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนแปลกหน้าเข้าไปในบ้านของคุณในตอนที่คุณไม่อยู่ เมื่อเ้าของไม่อยู่บ้าน นอกจากจะมีคุณสมบัติที่เ้าของบ้านมอบให้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถก้าวเข้าไปในบ้านได้แม้แต่ก้าวเดียว และต่อให้เ้าของบ้านอยู่ในบ้านแต่หากไม่ได้รับอนุญาตก็อย่าได้คิดจะก้าวเข้าไปแม้เพียงก้าวเดียว เพราะการทำลายประตูเข้าไปใน World of Fate นั้นเป็เื่ไร้หัวคิด
เส้นทางที่เย่เทียนเซี่ยมุ่นหน้าไปก็คือร้านประเมินเพียงแห่งเดียวในเมืองเทียนเฉิน ในตอนนี้เขามีอาชีพที่แข็งแกร่งแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถใช้ไอเทมระดับสูงทั้งหลายที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ได้แล้ว ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือประเมินไอเทมระดับเงินและระดับทองที่อยู่ในกระเป๋าของเขา โดยเฉพาะเสื้อคลุมิญญาที่เป็ไอเทมระดับทองเลเวล 15 ที่ดรอปออกมาจากาาิญญา
เพื่อหลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยากที่ไม่จำเป็เย่เทียนเซี่ยจึงถอดเขี้ยวั์และเขี้ยวัปีศาจที่อยู่บนมือทั้งสองข้างออกไปก่อน และยังถอดหน้ากากผู้กล้าที่อยู่บนหัวแล้วเปลี่ยนเป็หน้ากากหัวเสือที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้
ร้านประเมินของเมืองเทียนเฉินตั้งอยู่ด้านตะวันตกสุดของถนนการค้า เมื่อเขาเข้าไปใกล้ร้านประเมินเขาก็มองเห็นกลุ่มคนที่ยืนหรือนั่งรออยู่บนพื้นรอบๆร้านแห่งนั้น เมื่อคนเ่าั้มองเห็นเย่เทียนเซี่ยเดินเข้าไปใกล้หนึ่งในนั้นก็ออกมาต้อนรับแล้วพูดขึ้นมา “นี่เพื่อน มีไอเทมที่้าประเมินไหม? ถ้าเอามาให้พวกเราประเมินให้จะคิดราคาแค่ 70% ของร้านประเมินเองนะ”
อาชีพในชีวิตประจำวันของ World of Fate มีมากมายหลากหลาย ทั้งพ่อค้า นักร้อง คนทำเหมือง นักกวี เชฟ นักโภชนาการอาหาร วิศวกร นักออกแบบ ช่างตัดเสื้อ หมอนวด ช่างหลอม นักปรุงยา บาเทนเดอร์......มากมายเต็มไปหมด นอกจากอาชีพไซด์ไลน์อะไรพวกนั้นแล้วดูเหมือนว่าอาชีพที่มีอยู่ในโลกจริงก็จะมีอยู่ในโลกนี้ด้วยเช่นกัน แต่บางอย่างที่โลกจริงไม่มีก็ไม่แน่ว่าที่แห่งนี้จะไม่มีไปด้วย
อาชีพต่อสู้ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้นั้นมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาสามารถเลือกอาชีพในชีวิตประจำวันได้ตาม้าโดยไม่จำกัดจำนวนหรือเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น แต่ใจเดียวย่อมไม่อาจแบ่งเป็สอง ปกติแล้วอุตสาหกรรมทั้งหลายจำต้องใช้ความเชี่ยวชาญถึงจะดี สิ่งนี้ไม่ว่าใครก็รู้ความจริงอันเรียบง่ายข้อนี้ดี ดังนั้นเมื่อผู้เล่นเลือกจะเดินไปทางด้านการต่อสู้ ปกติแล้วพวกเขาก็จะไม่มานั่นเสียเวลาอยู่กับอาชีพในชีวิตประจำวันเหล่านี้ และขณะเดียวกันก็มีผู้เล่นจำนวนมากหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในโลกใบนี้แล้วเลือกอาชีพในชีวิตประจำวันเช่นกัน........ และเช่นเดียวกัน หาก้าจะเชี่ยวชาญในอาชีพในชีวิตประจำวันก็มักจะต้องเลือกเพียงหนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อยกเว้น บางอาชีพผู้เล่นก็ต้องทำอาชีพนั้นเพียงอย่างเดียวจึงจะเลือกได้ แต่อาชีพต่อสู้กลับสามารถเลือกได้โดยไม่ต้องมีคุณสมบัติเช่นนั้น และนักประเมินก็เป็หนึ่งในนั้น ถ้าผู้เล่นเปลี่ยนจากอาชีพฝึกหัดเป็อาชีพต่อสู้ที่แท้จริงภายในเมืองพวกเขาจะไม่มีคุณสมบัติในการเป็นักประเมินอีกต่อไป ขณะเดียวกันถ้าหากไปเปลี่ยนเป็อาชีพต่อสู้หลังจากเปลี่ยนเป็นักประเมิน อาชีพนักประเมินก็จะหายไปโดยอัตโนมัติ นี่คือการตั้งกฎพิเศษเพื่อรักษาสมดุลผลประโยชน์ของผู้เล่น
แม้ว่าอาชีพในชีวิตประจำวันจะไม่ได้รับความนิยมเหมือนอาชีพต่อสู้ แต่อาชีพในชีวิตประจำวันก็ไม่้าน้ำยาต่างๆ และเป็อาชีพที่ไม่้าไอเทมอีกด้วย (อาชีพในชีวิตประจำวันบางอาชีพยัง้าเครื่องมือระดับสูงต่างๆอยู่) พูดง่ายๆก็คือมันเป็อาชีพที่เอาไว้หาเงินนั่นแหละ...... และมันก็เท่ากับการเลือกงานใน World of Fate เท่านั้นเอง
นักประเมินเป็อาชีพในชีวิตประจำวันอย่างหนึ่ง และมันก็ยังเป็อาชีพที่เลื่อนระดับยากบรรลัยอีกอาชีพหนึ่งเช่นกัน เพราะหากอาชีพนี้้าจะเลื่อนระดับก็จะต้องได้รับค่าประสบการณ์ผ่านการประเมินไอเทมจำนวนมาก ไอเทมระดับยิ่งสูงค่าประสบการณ์ที่จะได้รับหลังจากการประเมินก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ถ้ามีแหล่งประเมินที่เพียงพออาชีพในชีวิตประจำวันที่เลื่อนระดับยากสุดๆนี่ก็สามารถกลายเป็อาชีพในชีวิตประจำวันที่สามารถเลือนระดับได้รวดเร็วสุดๆเช่นกัน
ขณะเดียวกันนักประเมินก็เป็อาชีพที่ไม่ต้องมีต้นทุนใดๆทั้งสิ้น เพราะอาชีพในชีวิตประจำวันนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลยน่ะสิ อีกทั้งมันยังไม่ต้องใช้เงินลงทุนอีกด้วย แม้แต่ค่าโชคยังไม่ต้องมีเลย เพียงแค่ใช้ทักษะประเมินออกมาก็สำเร็จแล้ว เทียบกับคนทำเหมืองที่ต้องขุดหาแร่ธาตุต่างๆอย่างยากลำบากทั้งวันทั้งคืน อาชีพช่างหลอมที่ต้องหลอมจนตัวตาย และอาชีพนักปรุงยาที่ต้องเสาะหาและเก็บรวบรวมสมุนไพรไปทั่วทุกสารทิศแล้ว......... อาชีพประเมินเป็อาชีพที่สะดวกสบายกว่าเป็ไหนๆ
แต่ใน่เริ่มต้นเกมอาชีพในชีวิตประจำวันถือเป็โศกนาฏกรรมที่ลำบากยากเข็ญ เพราะใน่ปัจจุบันนี้และในอนาคตอันยาวไกลไอเทมที่สามารถประเมินได้นั้นมีน้อยจนน่าสงสาร และยังมีร้านที่สามารถประเมินไอเทมต่างๆได้อีกร้านหนึ่งซึ่งเป็คู่แข่งทางธุรกิจของพวกเขาอีก ดังนั้นผู้เล่นที่เลือกอาชีพนักประเมินก่อนหน้านี้จึงเรียกได้ว่าน้อยมากๆ แต่ภายใต้ผู้เล่นจำนวนมหาศาลจำนวนที่น้อยนิดนี้ก็ยังไม่ถือว่าเป็ตัวเลขที่น้อยอยู่ดี แม้ว่าปัจจุบันไอเทมระดับทองแดงจะปรากฏออกมามากกว่าใน่ที่อยู่เมืองเริ่มต้นนิดหน่อย แต่ไอเทมระดับเงินก็ยังเป็ระดับที่หายากอยู่ดี ส่วนไอเทมระดับทองนั้นเป็ระดับที่ต่อให้ฝันเอาก็ยังไม่ได้เลย นี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงไปเลยแม้แต่นิดเดียว ปริมาณไอเทมที่สามารถประเมินได้ในตอนนี้ยังมีน้อยกว่าผู้เล่นที่เลือกอาชีพนักประเมินไม่รู้กี่เท่าตัว
แต่แม้จะมีจำกัดร้านประเมินก็ยังคงมีนักประเมินจำนวนหนึ่งจ้องมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตาที่น่าสงสาร นานๆทีพวกเขาถึงจะได้พบกับผู้เล่นที่มีไอเทมระดับเงินที่ยังไม่ได้ประเมิน เมื่อประเมินเสร็จแล้วพวกเขาถึงจะมีรายได้...... แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือมีเพียงต้องผ่านการประเมินเท่านั้นพวกเขาถึงจะได้รับค่าประสบการณ์จนทำให้สามารถเลื่อนระดับได้
นักประเมินตัวน้อยที่เ้ามาถามเย่เทียนเซี่ยมีใบหน้าเซื่องซึม บนใบหน้าของเขาไร้แววยินดี เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีความหวังใดๆอีกแล้ว เหตุผลที่เขาเข้ามาต้อนรับเย่เทียนเซี่ยก่อนก็เพราะไอเทมทองแดงบนตัวของเย่เทียนเซี่ยทำให้เขาคาดหวังว่าบนร่างของเย่เทียนเซี่ยอาจจะมีไอเทมเงินหรืออะไรอย่างอื่นบ้าง
ค่าประเมินที่ผู้เล่นคิดจากการประเมินนั้นเพียง 70% ของราคาร้านประเมิน แม้จะเป็เช่นนี้แต่เย่เทียนเซี่ยก็ไม่คิดว่าจะประเมินไอเทมของเขากับนักประเมินเหล่านี้........ เพราะถ้าเขานำไอเทมที่้าจะประเมินทั้งหมดออกมา มีความเป็ไปได้ถึง 100% ที่ผู้คนที่อยู่ที่นี่จะตกตะลึงจนอ้าปากค้าง และยังอาจจะดึงดูดความวุ่นวายที่เขาไม่้าเห็นหรือความยุ่งยากที่ไม่จำเป็ตามมาด้วย เย่เทียนเซี่ยโบกมือไปมาก่อนจะเดินผ่านร่างของชายคนนั้นเข้าไปด้านในร้านประเมิน และในตอนที่เขาก้าวขาออกไปนั้นความรู้สึกแปลกประหลาดก็พุ่งวาบเข้ามาในใจของเขาทันที เขาหันหน้ากลับไปมองอย่างห้ามไม่อยู่ และเมื่อเขามองตามไปยังทิศทางที่มีสายตามองมาทางเขา............ราวกับว่ามีพลังงานไร้รูปบางอย่างฉุดรั้งเขาไว้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปตรงนั้น
สายตาของเย่เทียนเซี่ยมองข้ามผู้คนเ่าั้ไป สิ่งที่เขามองเห็นก็มีเพียงเงาร่างบอบบางของคนๆหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกำแพงอย่างโดดเดี่ยวตรงหัวมุมที่เป็ที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย สายตาที่เธอมองมายังเย่เทียนเซี่ยโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เขามีปฏิกิริยาตอบสนองแปลกๆ เพียงมองเห็นเธอแวบแรกเย่เทียนเซี่ยก็ถูกเงาร่างนั้นดึงดูดอารมณ์ความรู้สึกออกมาทันที แม้ว่าจะบางเบาไม่ชัดเจน แต่กลับประทับอยู่ในใจของเขาอย่างหนักแน่นจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับเธอ
สิ่งที่สาวสวยคนนั้นมีเป็ความงดงามของหญิงสาวที่ชวนให้ผู้พบเห็นเมตตาเอ็นดู แต่ความสวยของเธอยังไม่สามารถทำให้เขาใได้และมันก็ยิ่งไม่มีอะไรน่าประหลาดใจด้วย แต่กลิ่นอายบางอย่างที่มาจากตัวของเธอทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนไม่อาจปล่อยไปได้ ฝ่าเท้าของเขาเกือบจะเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างไม่อาจควบคุมได้ ดวงตาของเธอเปล่งประกาย มันงดงามในแบบที่เขาก็อธิบายไม่ถูก แต่เขาก็อยากจะเข้าไปทำความเข้าใจสักครั้ง และยังมีความรู้สึกส่วนลึกซึ่งเป็ความโศกเศร้าที่ไม่อยากให้ใครได้ัันั่นอีก บางทีแม้แต่ตัวเธอเองก็คงไม่รู้ คิ้วเรียวเหมือนคันศรของเธอขยับเลิกขึ้นเล็กน้อย
นี่เป็อย่างที่สองที่ทำให้เย่เทียนเซี่ยมองแค่แวบเดียวก็สามารถจดจำผู้หญิงคนนี้เอาไว้ในใจได้ทันที
ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ตรงนี้อย่างโดดเดี่ยว ดวงตาของเขายังคงขยับมองไปที่ร่างของเธอไม่หยุด และดวงตานั่นก็ยังไม่หยุดส่อประกายหื่นกามออกมาด้วยเช่นกัน แต่การปกป้องผู้หญิงของWorld of Fate ทำให้พวกเขาอยากจะทำอะไรก็ทำไม่ได้ และอาจจะเพราะกลิ่นอายบางอย่างที่อยู่บนตัวของผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เขาก้าวถอยไปอย่างลืมตัว ข้างกายของเธอไม่มีใครอยู่เลย เมื่อเย่เทียนเซี่ยเดินเข้าไปใกล้เธอ เธอก็มองมาที่เขาด้วยความแปลกใจ
“ขอโทษนะคะ มีไอเทมอะไรที่ฉันสามารถช่วยประเมินได้ไหมคะ?” ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะมีความขลาดเขินอยู่หน่อยๆ เธอถอยออกไปก้าวเล็กๆจบแทบสังเกตไม่เห็นก่อนจะลองถามออกมา เธอก็เป็นักประเมินคนหนึ่งและหวังว่าจะมีไอเทมที่เธอสามารถประเมินได้ปรากฏออกมาเช่นกัน
น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ท่ามกลางความอ่อนโยนนั้นมีความขลาดเขลาแฝงอยู่อย่างไม่มีการเสแสร้ง น้ำเสียงแบบนี้ทำให้เย่เทียนเซี่ยใจเต้น........ มันคือปฏิกิริยาตอบสนองที่คนขี้กลัวจะแสดงออกมาต่อผู้คน สรรพสิ่งโดยรอบและอาจจะรวมไปถึงโลกทั้งใบ คนแบบนี้ล้วนเป็คนที่เคยได้รับความเ็ปและความกลัวมาแล้วหลายครั้ง
และตัวเขาเองในตอนนั้น........... ก็คล้ายกับแบบนี้......... ความรู้สึกแบบนี้ดึงดูดตัวเขาเข้ามาใช่ไหมนะ?
และเขายังรู้สึกได้ว่าเธอ้าเงิน ้าสิ่งนั้นอย่างมาก.......... แต่บางทีความเป็จริงก็ทำให้เธอผิดหวังและหวาดกลัว แต่เธอก็ยังทดลองและค้นหาเพื่อให้ได้สิ่งที่เธอ้าในโลกใบนี้มา
เย่เทียนเซี่ยไม่ใช่คนจิตใจดี แต่ความรู้สึกคลุมเครือที่ยากจะอธิบายนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมาอย่างยากที่จะควบคุม และหวังเป็อย่างยิ่งว่าตัวเขาจะสามารถทำเื่อะไรได้บ้าง ความคิดที่จะเดินเข้าไปในร้านประเมินถูกเขาโยนทิ้งไป เย่เทียนเซี่ยพยักหน้ากับเธอ “ฉันมีของบางอย่างอยากประเมิน หวังว่าเธอจะช่วยฉันได้”
เมื่อพูดประโยคนั้นจบเขาก็มองเห็นว่าดวงตาทั้งคู่ของเธอเปล่งประกายสดใสขึ้นมาอย่างชัดเจน........ นั่นทำให้เขารู้ว่าเธอ้าเงินอย่างเร่งด่วน...... ใน่นี้ระบบแลกเงินยังไม่เปิดให้บริการ เพราะเหตุผลนี้ทำให้เหรียญทองมีค่าอย่างมาก พวกคนรวยที่ใช้เงินเป็เบี้ยเพื่อพัฒนากองกำลังจะใช้การแลกเปลี่ยนเหรียญทองในเกมกับเหรียญหัวเซี่ยที่มากกว่าอัตรา 1 ต่อ 1 เหมือนกับเหรียญทองที่เย่เทียนเซี่ยไปหลอกลวงพวกพันธมิตรใบไม้สีชาติมาในตอนแรกนั่นไงล่ะ พวกมันถูกแลกเปลี่ยนมาด้วยอัตราสิบกว่าเท่าต่อหนึ่งเหรียญอย่างเร่งด่วนโดยไม่เสียดายภายใต้คำสั่งของพันธมิตรใบไม่สีชาติ และที่เมืองเทียนเฉินแห่งนี้ รวมทั้งในบางพื้นที่ก็มีคนสร้างสมาคมแบบนี้ขึ้นมาไม่น้อยเพื่อทำเป็ “จุดแลกเปลี่ยน” เช่นกัน
