Aston Martin สีดำสุดโฉบเฉี่ยวราคา 20 กว่าล้านของพฤทธิ์วันนี้มีตุ๊กตาหน้ารถที่เป็ถึงระดับนางร้ายแถวหน้าของประเทศมานั่ง และเธอยังเป็หญิงสาวคนแรกที่มีวาสนาได้นั่งเคียงไหล่ เปรมารู้เพราะมีพรายกระซิบที่ชื่อพฤกษ์แอบบอก บรรยากาศภายในสงบจนทำให้คนง่วง ซึ่งมันไม่เกี่ยวหรอก เธอง่วงของเธอเอง
หญิงสาวหันหน้าออกนอกหน้าต่างแล้วยกมือปิดปากหาว อย่างกลั้นไม่ไหว ความมืดโรยตัวลงมาแล้ว อีกหนึ่งวันกำลังจะหมดลงแล้วจะบอกว่าเวลาเดินช้าได้ยังไง นอนดึกติดต่อกันมาหลายวัน และยังตื่นแต่เช้าตรู่ตลอดในหัวก็มีอะไรให้คิดเยอะมาก ร่างกายจึงเพลียเป็พิเศษ นี่ก็ฝืนถ่างตาเอาไว้สุดฤทธิ์ ไม่กล้างีบหลับใส่สารถีกิตติมศักดิ์ ไม่ใช่รถตัวเองจะนอนส่งเดชไม่ได้ ไม่กลัวว่าเขาจะทำอันตรายแต่กลัวตัวเองจะทำขายหน้าเขามากกว่า ขึ้นรถเขาครั้งแรกก็กล้าหลับใส่เลย
และเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเกินไปจึงชวนคุย “ฉันก็มียี่ห้อนี้อยู่คันหนึ่ง แต่เป็ SUV นะคะ คุณน่าจะเคยเห็น หมายถึงเห็นว่ามีรุ่นนี้อยู่” ไม่หลงตัวเองจนคิดว่าเขาเคยเห็นรถเธอหรอก แต่ก็ต้องดักทางไว้ก่อนเพื่อป้องกันเขาคิดไปทางนั้น ในหัวเขาคิดอะไรเดาใจไม่ได้เลยจริง ๆ
“อืม ผมเคยเห็น”
พฤทธิ์ตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ เปรมาพยักหน้า ไม่คาดหวังให้เขาขยายความมากกว่านี้ เออออไป จริง ๆ บรรยากาศในรถมันไม่เชิงว่าอึดอัดจนทนไม่ไหวอะไรขนาดนั้นหรอก ที่เขาสุมขุม เ็าเข้าใจว่ามันคือนิสัย และตัวตนของเขา คิดว่าถ้าทุกคนเหมือนกันหมดโลกคงน่าเบื่อน่าดู
แล้วหากพูดถึงความใจกล้าเปรมาก็มีพอตัว ขยับร่างกายเล็กน้อยหามุมสบายให้ตัวเองได้แล้วก็ตั้งใจมองใบหน้าที่เหมือนเคาะออกมาจากแม่พิมพ์ มันเห็นไม่ชัดหรอกเพราะในรถมันมืด ไฟถนน ไฟรถที่สาดเข้ามามันวับ ๆ แวม ๆ ดูเลือนรางแต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คิดว่าเขาเป็อาหารตา มองค่าเวลาระหว่างเดินทาง ผู้ชายคนนี้แค่พูดว่าหล่อคำเดียวเธอรู้สึกว่ายังน้อยไปเลย คิ้วเข้มยาวรับกับดวงตาเรียวรี ั์ตาสีน้ำตาลเข้มทรงอำนาจ จมูกโด่งคมสัน ริมฝีปากสีออกชมพูซีดไม่หนาไม่บางเกินไป นอกจากพันธุกรรมดีแล้วยังเป็ลูกรักพระเ้าอีกต่างหาก
“ผมมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?” เขาถามเสียงขรึม
“ไม่มีอะไรผิดปกติหรอกค่ะ ฉันแค่กำลังชื่นชมคุณ”
สีหน้าชายหนุ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่เปรมาไม่เห็น
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีแต่คนอยากเป็แฟนสาวของประธานทีเอ็มเคทั้งที่คุณเ็าเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกอย่างนี้” น้ำเสียงของเธอผ่อนคลายเป็กันเองมาก เหมือนกำลังคุยกับเพื่อน ไม่ใช่คนที่ทุกคนต่างต้องคอยมองสีหน้า
“รวมถึงคุณด้วยหรือเปล่า” เขาพูดมันหลังผ่านไปเนิ่นนาน
คนที่ต้องตอบคำถามนี้ผล็อยหลับคาเบาะไปแล้ว บนร่างงามในชุดสวยมีเสื้อสูทคลุมทับไว้อีกที ดวงตาคู่คมมองนิ่งก่อนสัญญาณไฟจราจรจะเปลี่ยนเป็สีเขียว แอสตัน มาร์ตินเคลื่อนไปบนถนนที่ไม่อาจใช้ความเร็วได้เลยอีกครั้ง
นานเท่าไรไม่รู้ที่นอนหลับไป ลืมตาอีกทีก็พบว่าตนเองยังอยู่ในรถ เปรมาลุกพรวดมองไปที่พฤทธิ์ซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ ความเกรงใจ และรู้สึกผิดจู่โจมขนานใหญ่ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มตึง กล่อมตัวเองแล้วแท้ ๆ ว่าห้ามหลับเด็ดขาด สุดท้ายก็เกม แต่ก็จนใจ มันฝืนร่างกายไม่ได้ คนง่วงนี่นา พอสบตาคู่คมที่ทอดมองมาก็รู้สึกอาย ยิ้มแหย มองออกไปนอกรถก็พบว่าจอดอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน หน้าร้านสะดวกซื้อ เดาไม่ผิดน่าจะเป็ปั๊มใกล้คอนโด
“อืม”
ปลายสายพูดอะไรไม่รู้ แต่เปรมาเห็นว่าคิ้วเขาขมวด
“ปฏิเสธไป”
ท่าทางจริงจังมาก คงเกี่ยวกับเื่งาน ธุรกิจร้อยล้าน พันล้าน
“นักแสดงในบริษัทเราไม่ว่าใครก็จะไม่รับงานนี้”
ประโยคเมื่อกี้ทำให้เปรมาหูตั้ง ร้องอุทานในใจ อยากรู้ขึ้นมาเลยว่าตกลงมันเกิดอะไรกันแน่ ถึงขั้นพูดว่านักแสดงทุกคนในบริษัทจะไม่รับงานนี้ ต้องเป็เื่ใหญ่พอตัว แต่สงสัยว่าที่เขากล้าพูดต่อหน้าเธอแบบนี้ไม่กลัวว่าเธอจะหลุดไปพูดกับใครหรือไง แต่คงจะไม่กลัวจริง ๆ นั่นแหละ เพราะถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปคงพุ่งเป้ามาที่เธอเป็คนแรก ไม่ต้องเตือนก็ควรรู้ได้ด้วยตัวเอง
หล่อนควรรูดซิปปากให้สนิท
“คุณน่าจะปลุกฉันนะคะ”
เห็นเขาวางสายแล้วจึงเปิดปากพูด ไม่เอ่ยถึงเื่ที่ได้ยิน
“ผมเห็นคุณกำลังหลับสบายเลยไม่อยากปลุก”
ช่างเป็คำตอบที่ทำเปรมาคาดไม่ถึง ประทับใจจนแทบจะลอยขึ้นฟ้า ทะลุชั้นอากาศไปปอีกแน่ะ ยิ้มเรี่ยราดเสร็จแล้วก็ถามตัวเองอย่างงง ๆ นี่ฉันว่าต้องได้รับเกียรติขนาดไหน นอนหลับโดยมีประธานผู้ยิ่งใหญ่นั่งเฝ้า แล้วยังพูดหน้านิ่งสนิทว่าไม่อยากปลุก เหลือเชื่อเกินไปแล้วหรือเปล่า แต่มันคือเรื่อจริง เมื่อกี้ลองหยิกตัวเองแล้วมันเจ็บจริงแสดงว่าไม่ได้ฝัน
“ผมจะลงไปซื้อน้ำ คุณอยากได้อะไรไหม?”
“ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าแล้วขอบคุณเขา
พฤทธิ์ลงรถแล้ว หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างของร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงแสลกที่หายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อด้วยแววตาเหม่อลอย ยังจมอยู่กับความคิดที่ว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไปที่เธออยู่กับเขาจนถึงตอนนี้ 3 ทุ่ม ทั้งที่เขาไม่น่าจะมีความอดทนกับเธอได้นานมากขนาดนี้ พรูลมหายใจพลางเอนหลังพิงเบาะ ควานหามือถือจากในกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นมา
“ค่ะแม่”
(กว่าจะรับสายแม่ได้ แม่เป็ห่วงมากรู้ไหม)
“ขอโทษค่ะแม่ หนูกำลังจะกลับ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวถึงแล้วค่อยดุลูกต่อ โอเคนะคะ” บอกให้มารดาสบายใจ แต่ไม่บอกเด็ดขาดว่าที่ถึงช้าเป็เพราะหลับแล้วคนมาส่งไม่ยอมปลุก แบบนั้นคนรอจะยิ่งห่วงไปกันใหญ่ ต้องไว้ใจขนาดไหนถึงกล้าหลับได้เื่นี้เธอยังต้องหาคำตอบให้ตัวเองต่อไป
เปรมามองที่หน้ารถตลอด ก่อนจะขอวางสาย โทรศัพท์ในมือของอรรัมภาก็ถูกส่งต่อไปให้กรรณิการ์ ร่างสูงที่เพิ่งเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อเปิดประตูเข้ามานั่งหลังพวงมาลัยที่เดิม เขาหยิบน้ำแร่ขวดเล็กยี่ห้อหนึ่งเปิดฝาใส่หลอดแล้วยื่นให้ เธอยิ้มและขอบคุณแบบไร้เสียง
“พี่อุ้ม”
(เกิดเื่แล้วล่ะไอรีน)
น้ำเสียงที่ไม่สงบของกรรณิการณ์บอกเปรมาว่าไม่ใช่เื่ดี แต่จะเลวร้ายแค่ไหนต้องฟังรายละเอียดทั้งหมดก่อน “เื่อะไรคะ” สมาธิบางส่วนของเธออยู่ที่คนข้าง ๆ มือเรียวสวยและนิ้วเรียวยาวแกะเปลือกช็อกโกแลต
ไม่ชอบทานของหวาน แต่ชอบทานช็อกโกแลต?
(กองของคุณนภาปลดเธอออกจากละคร ให้เหตุผลว่าเพราะเธอไม่เหมาะกับบท ฟังแล้วเธอว่าเหตุผลมันฟังขึ้นไหมล่ะ ตอนที่ให้เธอไปแคสติ้งบทยังชมเปาะ พูดว่าเื่นี้จะขาดเธอไปไม่ได้เด็ดขาด ทั้งที่อีกไม่กี่วันจะเปิดกล้องถ่ายทำอยู่แล้วเพิ่งมาคิดได้ว่าเธอไม่หมาะเนี่ยนะ!)
เปรมาขมวดคิ้วฉับ เื่นี้มีช่องโหว่มากมายในคำกล่าวอ้าง ของคุณนภาเ้าของโปรเจกต์ นักแสดงในเื่ถูกวางตัวไว้หมดแล้ว ถ้าจะต้องเปลี่ยนตัวเพราะคิดว่านักแสดงไม่เหมาะบทบาทต้องไม่ใช่ตอนนี้ นอกจากว่านักแสดงคนใดจะเกิดเหตุสุดวิสัยแบบปัจจุบันทันด่วนจริง ๆ นี่มันออกจะจงใจ ต้องมีเบื้องลึกเื้ัแน่ ๆ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีปัญหากับผู้จัดละครคนไหน หรือกับใครก็ตามที่ทำให้มองหน้ากันไม่ได้
จะมีก็แต่…
“อ้าปาก”
เปรมาทำหน้างง แต่ก็รับเข้าปากอย่างเชื่อฟัง
(เธออยู่กับใครน่ะ)
“คุณเมฆ” ในปากยังมีช็อกโกแลตรสหวานปนขมอยู่
