ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนติดปีก เผลอแปบเดียวก็เข้าสู่เดือนมิถุนายน
ใน่ที่ผ่านมา ธุรกิจของพวกอวิ๋นเฉิงรุ่งเรืองจนฉุดไม่อยู่ ด้วยการผนึกกำลังของเหล่าลูกน้องเด็กอาชีวะ รถตู้ทั้งห้าคันจึงขนส่งปลาและกุ้งเครย์ฟิชจำนวนมหาศาลออกสู่ตลาดทุกวัน
การระบายสินค้าก็เป็ไปอย่างราบรื่นสุดๆ เพราะคงไม่มีเ้าของร้านอาหารคนไหนที่เห็นชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงแถวอยู่หน้าร้านแล้วจะไม่ "ยินดี" รับของไว้ โดยเฉพาะเมื่อมีจ้าวเทียนอีเข้ามาเสริมทัพ ช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจจะเกิดขึ้นก็ถูกอุดจนมิด
ไม่ใช่ว่าไม่มีเ้าของร้านแผงลอยแจ้งตำรวจ แต่พอหม่าต๋ากดโทรศัพท์กริ๊งเดียว จ้าวเทียนอีก็รุดมาถึงที่
เพียงไม่กี่ประโยค เ้าหน้าที่ตำรวจก็ยอมล่าถอยไปแต่โดยดี ช่างเป็เื่ที่น่าสบายใจยิ่งนัก
่เวลาสั้นๆ นี้ พวกเขาฟันกำไรจากการขายส่งสัตว์น้ำไปได้กว่าเจ็ดแสนหยวน เฉลี่ยแล้วทำเงินได้ถึงวันละห้าหมื่นหยวน จนแทบจะผูกขาดการส่งวัตถุดิบให้ตลาดโต้รุ่งและย่านของกินแถวจัตุรัสชิงเหนียนในอำเภออู้สุ่ยไปโดยปริยาย
นอกจากนี้ หม่าต๋ายังขยายอิทธิพลเพิ่มขึ้นอีก เด็กอาชีวะรุ่นที่กำลังจะจบในปีนี้กว่าครึ่งกลายเป็ลูกน้องของพวกเขา ซึ่งหม่าต๋าเรียกขานเด็กกลุ่มนี้ว่า "สมาชิกวงนอก"
ความจริงแล้ว เด็กจบใหม่ของโรงเรียนอาชีวะในอำเภออู้สุ่ยมีไม่กี่คนหรอก รวมๆ แล้วไม่ถึงสองร้อยคน ซึ่งเกินครึ่งก็เป็ผู้หญิงไปแล้ว
นั่นหมายความว่าเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในรุ่นแทบจะกลายเป็คนของหม่าต๋าไปหมดแล้ว
แล้วทำไมเด็กอาชีวะพวกนี้ถึงแห่กันมาเข้าแก๊งน่ะเหรอ? ก็เพราะมีคนปากสว่างแอบเอาประวัติเท่ๆ ของพวกหม่าต๋าไปโพนทะนาน่ะสิ
พอพวกเด็กๆ รู้เื้ัว่าเป็ขาใหญ่มาจากเมืองิจู ต่างก็ั์ตาลุกวาว พากันมาขอฝากเนื้อฝากตัวไม่ขาดสาย
หม่าต๋าไม่ลืมสิ่งที่ "คุณหนู" หลิวหยูถงเคยทำไว้ เขาจึงรับทุกคนไว้ทั้งหมด
แม้คนเยอะขึ้นอาจจะต้องหารส่วนแบ่งมากขึ้น แต่คนพวกนี้ก็ช่วยงานได้มหาศาล โดยเฉพาะงานค้าส่งสัตว์น้ำที่ต้องออกไปรับของตอนเย็นเพื่อมาส่งให้ร้านอาหารใน่เช้ามืด ถ้าขืนไปส่งตอนกลางวัน เ้าของร้านจะเอาเวลาไหนไปเตรียมของขายล่ะ?
ปลายเดือนพฤษภาคม คาบเรียนสุดท้ายจบลง และเมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน โรงเรียนก็เข้าสู่่เตรียมตัวสอบอย่างเป็ทางการ ไม่มีการเรียนการสอนอีกต่อไป
ในที่สุด หลิวหยูถงก็ได้ก้าวเท้าออกจากรั้วโรงเรียนเสียที
พวกหม่าต๋าไปเช่าบ้านสวนเก่าๆ ที่รอการรื้อถอนใกล้กับโรงเรียนในราคาไม่กี่ร้อยหยวน เพื่อใช้เป็ฐานทัพชั่วคราว
เมื่อหลิวหยูถงไปถึงและตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายใน่ที่ผ่านมา เธอก็ถึงกับทึ่งในความสามารถในการจัดการของพวกเขา
พูดตามตรง ถ้าให้เธอลงมือทำเองเพียงลำพัง คงไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนี้ในเวลาอันสั้น งานค้าส่งสัตว์น้ำดูเหมือนง่าย แต่ในทางปฏิบัติมันทั้งเหนื่อยและกินแรงคนอย่างมาก
“่นี้ทุกคนลำบากกันมากนะ ฝากแจ้งทุกคนด้วยว่า หลังจากฉันสอบเสร็จ ฉันจะเลี้ยงฉลองขอบคุณทุกคนเอง” หลิวหยูถงกล่าว
“รับทราบครับ! ขอบคุณครับคุณหนู!” หม่าต๋ารีบไปประกาศข่าวทันที
ตอนนี้พวกเขาตั้งกลุ่ม QQ ไว้สื่อสารกันหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือ "กลุ่มบริหาร" มีแค่เขา อวิ๋นเฉิง และคุณหนู สามคน กลุ่มที่สองคือ "กลุ่มสมาชิกหลัก" ซึ่งรวมพี่น้องสิบกว่าคนแรกที่ตามมา และกลุ่มที่สามคือ "กลุ่มวงนอก" ที่มีเด็กอาชีวะเกือบหนึ่งร้อยคนอยู่ในนั้น
แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่มีมือถือ แต่ขอแค่คนที่มีเห็นข้อความ ข่าวสารก็กระจายไปถึงกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้รับแจ้งจากหม่าต๋า ทุกคนต่างก็ดีใจจนออกนอกหน้า การที่คุณหนูจะเลี้ยงข้าวด้วยตัวเองถือเป็การให้เกียรติอย่างยิ่ง
ตอนนี้แม้คนจะเยอะขึ้น แต่ข่าวลือเื่ "คุณหนูแห่งแก๊งอี้เหลียน" ผู้ที่จะขึ้นเป็ประมุขคนต่อไปของโลกใต้ดินเมืองิจูก็ขจรขจายไปทั่ว สมาชิกใหม่ทั้งยำเกรงและอยากรู้เหลือเกินว่าคุณหนูตัวจริงหน้าตาเป็อย่างไร
ในฐานะทายาทแก๊ง ต่อให้เป็ผู้หญิงก็คงจะดู "มาเฟีย" และองอาจมากแน่ๆ หลายคนถึงกับวางแผนว่าจะโชว์ฝีมือต่อหน้าคุณหนูยังไงดี เพื่อจะได้เลื่อนขั้นเป็สมาชิกตัวจริงของอี้เหลียน
หลิวหยูถงไม่ได้กลับไปนอนหอพักโรงเรียน แต่เธอเลือกเปิดห้องสวีทที่ใหญ่ที่สุดในโรงแรมหวงตู ซึ่งเป็โรงแรมระดับสามดาวเพียงแห่งเดียวในย่านนั้น
ในเมื่อไม่ต้องเข้าเรียนแล้ว การทำธุระในหอพักนั้นไม่สะดวก เธอจึงตัดสินใจพักที่โรงแรมใกล้โรงเรียนใน่โค้งสุดท้ายก่อนสอบ เพื่อจะได้มีสมาธิกับการอ่านหนังสือและจัดการเื่ธุรกิจควบคู่กันไป
สองวันผ่านไป…
หลิวหยูถงนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ระเบียง ปากคาบปลอกปากกาพลางจดจ่อกับการทำโจทย์แนวข้อสอบเก่าอย่างขะมักเขม้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูย้ำๆ ดังขึ้น หลิวหยูถงไม่เงยหน้าจากกองสมุดพลางขานตอบ “เข้ามาเลย!”
“คุณหนูครับ อวี๋ซินเกิดเื่แล้ว!” อวิ๋นเฉิงรีบก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีร้อนรน
หลิวหยูถงดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที ถามด้วยความกังวล: “เธอเป็อะไรมากไหม?”
อวิ๋นเฉิง “โชคดีที่คุณหนูสั่งให้พวกเราคอยจับตาดูเธอไว้ พวกเราเลยเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน ตอนนี้ส่งถึงโรงพยาบาลแล้วครับ อาการปลอดภัยดี”
หลิวหยูถงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก: “ค่อยยังชั่ว... ฝีมือพวกจ้าวซูใช่ไหม?”
อวิ๋นเฉิงพยักหน้า ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
่ที่ผ่านมา พวกจ้าวซูทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวและตั้งใจอ่านหนังสือมาก จนหลิวหยูถงเกือบเชื่อไปแล้วว่าพวกหล่อนกลับใจได้จริงๆ ที่ไหนได้... พวกนั้นแค่ซุ่มรอจังหวะชั่วร้ายอยู่ต่างหาก
เมื่อเห็นว่าวันสอบใกล้เข้ามา และเป็่ที่โรงเรียนไม่มีการสอน จ้าวซูกับลูกกระจ๊อกอีกสองคนก็ไปดักรออวี๋ซินที่สันเขื่อนหลังโรงเรียน
ในเมื่อตอนนี้หล่อนไม่มีปัญญาแก้แค้นหลิวหยูถงได้โดยตรง ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาจึงไปลงที่อวี๋ซินแทน
จ้าวซูคนนี้ช่างอำมหิตนัก หล่อนไม่เลือกลงมือเวลาอื่น แต่จงใจเลือก่ไม่กี่วันก่อนสอบ เพื่อจะทำลายสภาพจิตใจของอวี๋ซิน และหวังให้อวี๋ซินสอบตก
ปกติอวี๋ซินพักอยู่ในหอพักโรงเรียน แต่เธอชอบบรรยากาศเงียบๆ เลยมักจะหอบหนังสือไปนั่งอ่านใต้ต้นหลิวแถวสันเขื่อน ซึ่งนั่นกลายเป็โอกาสให้พวกจ้าวซูรุมเล่นงาน ทั้งเตะต่อย แถมยังพยายามจะถอดเสื้อผ้าเพื่อถ่ายรูปแบล็คเมลหวังทำลายเกียรติยศ
อวี๋ซินพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่ใน่ที่ฉุดกระชากกันนั้น เท้าของเธอเกิดลื่นจนพลัดตกลงไปในแม่น้ำ อวี๋ซินว่ายน้ำไม่เป็ เธอพยายามดิ้นรนตะเกียกตะกายจนร่างจมหายไปจากผิวน้ำ พวกจ้าวซูเห็นดังนั้นก็ใขวัญหนีดีฝ่อ พากันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่คนของอวิ๋นเฉิงที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังมาถึงที่เกิดเหตุพอดี จึงรีบะโลงไปช่วยเธอขึ้นมาได้ทันเวลา
แววตาของหลิวหยูถงเย็นเยียบลง “ฉันประเมินความชั่วช้าของพวกหล่อนต่ำไปจริงๆ”
เดิมทีเธอจัดคนคอยดูอวี๋ซินไว้ก็เพื่อป้องกันการโดนบูลลี่ เพราะวันนั้นเธอร่วมมือกับอวี๋ซินเพื่อยั่วโมโหจ้าวซู เธอจึงคาดการณ์ไว้แล้วว่าพวกหล่อนต้องหาทางล้างแค้นอวี๋ซินแน่ อวี๋ซินไม่มีลูกน้องนักเลงคอยคุ้มกันเหมือนเธอ การถูกรังแกจึงเกิดขึ้นได้ง่าย
่ที่ผ่านมาพวกจ้าวซูอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวจนหลิวหยูถงเกือบจะลืมชื่อไปแล้ว แต่ที่ไหนได้... พวกหล่อนกลับซุ่มทำเื่ชั่วร้ายถึงขั้นเอาชีวิตใน่หัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตแบบนี้ ช่างชั่วช้าอำมหิตยิ่งนัก!
หลิวหยูถงสั่งการด้วยเสียงเรียบเย็นทันที
“ไปบอกหม่าต๋า ให้พาตัวจ้าวเทียนอีไปพาพวกจ้าวซูเข้าคุกไปนั่งจิบน้ำชาเล่นซะ!”
“อ้อ... แล้วก็ฝากให้จ้าวเทียนอีร่างสัญญาเซ้งร้านอาหารฉบับนั้นมาด้วย ตรวจสอบให้ดี อย่าให้มีช่องโหว่แม้แต่นิดเดียว!”
