ลี่ิปิดหนังสือคู่รักชะตาด้วยแดงลง
“อาจารย์เทพท่านผู้เฒ่า ข้าอยากไปแดนมนุษย์สักยี่สิบวันแดนเทพได้หรือไม่ ไปแดนลู่หยาง ข้าอยากไปที่นั่น”
“เ้าจะไปทำไมที่นั่น เ้าี้เีฝึกฝนวิชาแล้วรึ หายไปหลายวัน กลับมาก็จะไปแดนมนุษย์อีกมันเื่อะไรกัน บอกข้าได้ไหม”ชายชราถามขึ้น
“เอาเป็ว่าข้าอยากไปเ้าค่ะ ให้ไปผจญด่านเคราะห์กรรม ชดใช้เวรกรรมที่มีติดตัวแบบเทพตนอื่นก็ได้เ้าค่ะ”
“ชดใช้กรรมอย่างนั้นรึ เ้าจะต้องลำบากพลังก็ไม่สามารถใช้ได้ ความสามารถที่มีเอาไปใช้ในแดนมนุษย์ไม่ได้ และเ้าจะจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็ใครมาจากไหน”
“ข้ายอมตกลงทุกอย่างเ้าค่ะท่านอาจารย์ผู้เฒ่า ข้าจะไปไม่เกินยี่สิบวันแดนเทพ”
“แล้วพ่อแม่ของเ้าล่ะ หากพวกเขามาถามหาจะให้ข้าบอกว่าพวกเขายังไง”ชายชราที่สั่งสอนนางมาั้แ่อายุห้าขวบ เขารักเอ็นดูนางเหมือนหลานตัวน้อยผู้หนึ่ง
“แค่ยี่สิบวันเองพวกท่านไม่มาถามหาหรอกเ้าค่ะ ให้ข้าไปเถอะนะ พอกลับมาจากแดนมนุษย์ข้าจะตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่เ้าค่ะ”
“ก็ได้ถ้าเ้าอยากไปตกระกำลำบากในแดนมนุษย์ละก็ ข้าจะจัดการให้ เอาเคราะห์กรรมที่เ้ามีทั้งหมดในอดีตชาติ มารวมกันแล้วส่งเ้าไปส่ง เกิดในแดนมนุษย์”
“เ้าไปเตรียมตัว ข้าจะพาเ้าไปดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง ไปเตรียมตัวเถอะอาจารย์จะจัดการส่งสาร ไปให้ยายเมิ่งเตรียมน้ำแกงเบญจรสก่อน”ลี่ิรีบวิ่งเข้าห้องพัก
“ไป๋เฟิ่งเ้าต้องหาทางไปตามหาข้า ที่แดนมนุษย์ให้ได้ แล้วนำกระดาษแผ่นนี้ ให้ข้าอ่าน ข้าไม่รู้ว่าน้ำแกงยายเมิ่ง จะกินครึ่งเดียว แล้วแอบบ้วนทิ้งได้ไหม ข้าก็อยากมีความสามารถติดตัวไปบ้าง ความจำบางส่วนก็ยังดี”
“ข้ารับปากนายหญิงว่าจะตามหาท่านให้เจอ และเอากระดาษแผ่นนี้ให้ท่านอ่าน ท่านจะไปเกิดที่ดินแดงลู่หยางใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วข้าเก็บของวิเศษเหล่านี้จะเอาติดตัวไปได้หรือไม่ ต้องลองเสี่ยงดูถ้าไปไม่ได้มันก็คงกลับมาอยู่ที่เดิม”ลี่ิสั่งหงส์ขาวอีกพักหนึ่ง ก่อนจะออกมาหาอาจารย์ท่านผู้เฒ่า
“ตามอาจารย์มา ของพิเศษความสามารถความจำ เ้าทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่เสียไม่ต้องเอาไปด้วย เมื่อถึงเวลาเ้ากลับขึ้นมา เ้าก็จะมาปรากฏตัวอยู่ในห้องนี้”อาจารย์ผู้เฒ่าจับแขนลูกศิษย์ แล้วหายจากตรงนั้น
ทั้งสองมาปรากฎตัวต่อหน้า หญิงวัยกลางคน ใส่ชุดผ้าปานสีขาวซีด “เด็กคนนี้รึที่อยากไปเกิดเป็มนุษย์ มีแต่มนุษย์อยากเกิดเทพเป็เซียนทั้งนั้น ดีเหมือนกันจะได้รู้สึกถึงความยากลำบาก มันไม่สบายเหมือนเกิดมาเป็ลูกเทพหลอกน่ะ”
“นี่คือน้ำแกงของเ้า มารับไปกินเสีย”ลี่ิรับน้ำแกงมา
“อาจารย์เทพท่านผู้เฒ่า ศิษย์ไปก่อนนะเ้าคะ ข้าจะรีบกลับมา”
“ทำไมน้ำแกงมีแค่หยดเดียว อย่างนี้ค่อยง่ายหน่อย แกล้งอมไว้ก่อนแล้วค่อยไปคายทิ้งทีหลัง”ลี่ิอมน้ำแกงไว้ที่แก้มก่อนจะส่งถ้วยคืนให้กับยายเมิ่ง
“เ้าลงไปเกิดได้แล้ว”ไม่พูดเปล่าแต่ตบไปหลังของลี่ิ “อึก”น้ำแกงไหลลงไปในคอ ก่อนที่ร่างของนางจากหายไปจากตรงนั้น
ยายเมิ่งแสยะยิ้มที่มุมปาก “คิดจะค่ายน้ำแกงหรือ เ้าไม่ใช่คนแรกที่คิดทำ จะเอาวิชาความรู้แดนเทพ ไปใช้ในมนุษย์อย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ”
แคว้นหลู่หยาง เมืองฮันกวาง หมู่บ้านไป๋ฝู
บ้านรองตระกูลเกา ทั้งเจ็ดชีวิตที่กำลังอดอยากลำบาก เพราะความแห้งแล้ง มีพื้นที่ทำกินอยู่น้อยนิด แถมยังมีแต่เด็กและคนสูงอายุ
เดิมทีพวกเขาก็อยู่ในจวนใหญ่ แต่เพราะความแห้งแล้งอาหารไม่พอกิน ทำให้ญาติพี่น้องทะเลาะกัน บ้านเล็กบ้านใหญ่เลยแยกกันอยู่ แบ่งที่ทำกินกันโดยไม่ได้รับความเป็ธรรม
ที่ดินยี่สิบหมู่ ลี่จูชายวัยห้าสิบได้มาแค่สี่หมู่เท่านั้น สองพี่น้องทะเลาะกันถึงขั้นแยกตระกูล ต่างคนต่างอยู่ตายไม่เผาผี
ลี่จูมีภรรยา คือลู่อินอายุสี่สิบแปดปี มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนก็คือ ลี่กันอายุสามสิบปี เขามีภรรยาและลูกอีกสามคน
ตอนนี้ครอบครัวกำลังเดือดร้อนหนัก เพราะไม่มีข้าวจะกินแถมปีนี้ยังแล้งหนักกว่าทุกปี ฝนไม่ตกมาแล้วสองปี
“ท่านพ่อข้าจะออกไปล่าสัตว์ ในป่าที่ไกลออกไป อาจจะกลับมามืดหน่อย เผื่อจะได้สัตว์ติดไม้ติดมือมาสักตัวหนึ่ง จะได้มีอาหารกินกัน”ลี่กันบอกกับผู้เป็พ่อ ก่อนจะเกินออกจากบ้านไป
“์ช่างกลั่นแกล้ง ชาวเมืองฮันกวางเสียจริง เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า”ชายชราเดินออกไปดูสวน
“น้ำไม่มีจะรดผักมาหลายวันแล้ว คงจะตายในไม่ช้านี้ หรือว่าจะเก็บไปต้มให้เด็กกินดี ทิ้งไว้ก็เสียเปล่าไม่เกินสองวันคงจะเหลืองแห้งตาย”ชายชราบ่นเสร็จ ถอนผักเหี่ยวแห้งที่มีอยู่ไม่เยอะ หอบกลับบ้าน
“ท่านปู่เก็บผักมาทำไมหรือเ้าค่ะ มันยังไม่โตเลย มันน่าสงสาร”ซินหยาง เด็กหญิงวัยสามขวบ หลานสาวคนเล็กถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“เอามาต้มให้พวกเ้า สามพี่น้องได้กินอย่างไรเล่า น้ำไม่มีลดแล้วหลายวัน พรุ่งนี้มันก็เหี่ยวแห้งตายแล้ว ปู่เลยเก็บมาก่อนที่มันจะตาย”
“มันน่าสงสาร ทำไมน้ำถึงไม่กัน ท่านปู่เราไปหาน้ำกันเถอะ”เด็กน้อยเดินมาจับมือ
“มันหาไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก ไม่งั้นพวกเราคงไม่ขาดแคลนน้ำกันขนาดนี้ สองปีมาแล้วที่ฝนไม่ตก ฝนเริ่มตกน้อยมาห้าปีกว่าได้แล้ว ก่อนที่จะเจอเ้าเสียอีก”ชายชราตอบหลานน้อย ถึงแม้ว่าเด็กน้อยจะฟังไม่รู้เื่ก็ตาม
แปลงผักอยู่ไม่ไกลจากบ้านมานัก พอมีคนเผลอเด็กน้อยก็วิ่งไปที่สวน “อย่าตายน่ะ ผักอย่าตาย ต้องเติบโตใหญ่ขึ้นมาให้ข้าได้กินห้ามพวกเ้าตายเด็ดขาด”
“ซินหยางเ้าหายไปไหนมา พี่ใหญ่ตามหาเ้าอยู่ อย่าออกไปไหนไกลแดดร้อน เ้าควรจะอยู่ในบ้านเหมือนพี่ใหญ่ ฝึกนั่งเย็บผ้าอยู่กับท่านแม่”ลี่ถังพี่รองเด็กชายวัยเจ็ดขวบ
“พี่รองข้าสงสารผัก พวกมันกำลังจะตาย ข้าเลยเดินไปดู ท่านปู่ถอนมาเยอะเลย พี่รองข้าอยากไปดูทีู่เา ข้าอยากกินผลไม้ ทำไมต้นไม้แถวนี้ไม่มีผลไม้ก้น”
“ไปไม่ได้หรอกน้องเล็ก เดี๋ยวท่านปู่จะตีเอา ไว้พี่รองไปถามท่านปู่ดูก่อน แต่ท่านปู่คงไม่ให้ไป ในป่าอันตรายท่านพ่อก็ยังไม่กลับ”
เด็กชายจูงน้องสาว เดินเข้าบ้านหลังน้อย “เด็กน้อยพวกเ้ามาแล้ว มานั่งกินน้ำต้มผักด้วยกันเถอะ ถ้าพ่อของเ้าไม่ได้เนื้อสัตว์มา พรุ่งนี้ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะไม่มีอะไรกิน”ลู่อินท่านย่า พูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย
“คนเดินเข้าป่าก็มากมาย จะมีสัตว์ให้ล่าหรือ แคว้นอื่นจะเป็บ้านเมืองของเราไหม ต่อไปพวกเราไม่ต้องกินเปลือกไม้กันหรือยังไง”หวังฟางผู้เป็แม่ของเด็กน้อยทั้งสาม หญิงสาววัยยี่สิบแปดปี
“เด็กๆกินน้ำแกงผักก่อน”ผู้เป็ย่าเรียกหลานมากินน้ำต้มผัก เป็ครั้งที่สอง มีแต่น้ำและเศษผักที่เหลืองแห้ง นางรู้เด็กว่าเด็กไม่อยากกิน น้ำต้มพักที่จืดชืดไม่ต่างอะไรกับน้ำเปล่า
“พวกเ้าเตรียมตัว ถ้าลี่กันพ่อของพวกเ้าไม่ได้อะไรกลับมา เราอาจจะต้องเข้าป่ากันทั้งหมด ช่วยกันค้นหาสิ่งที่จะกินได้ในป่ามาประทังชีวิตกัน”ลี่จูผู้เป็ปู่พูดกับทุกคน หลังจากกินน้ำแกงเข้าไปคนละถ้วย
“คนที่อยู่ในเมือง มีตำลึงยังไปหาซื้อต่างเมืองได้ ทำไมทางราชสำนักถึงไม่ออกมาช่วย ชาวบ้านอย่างพวกเราบ้าง”ผู้เป็ย่าบ่น
“แห้งแล้งเหมือนกันทุกเมือง ถึงราชสำนักมีทองเต็มพระคลังก็ไม่สามารถช่วยได้หมดหรอก แล้วที่ห่างไกลแบบนี้ ใครจะมาช่วยได้ ตอนนี้ต้องช่วยตัวเองก่อนเท่านั้น”ชายชราพูดขึ้นพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมา
เย็นวันนั้นลี่กัน กลับมามือเปล่า “ข้าเสียใจท่านพ่อและทุกคน ชาวบ้านเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า พากันเข้าไปค้นหาอาหารอยู่ในป่า ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ข้าว่าพวกเราอพยพไปอยู่ที่คนอื่นเถอะท่านพ่อ”
“พวกเราจะอพยพไปได้ยังไง ตำลึงก็ไม่มี อยู่ที่นี่ยังมีบ้านให้อยู่ ถ้าจะไปก็ต้องมีตำลึงติดตัวบ้าง พรุ่งนี้เราทั้งครอบครัวเข้าไปในป่าช่วยกันหา มันต้องหลงเหลือให้พวกเราได้กินบ้างล่ะ”ผู้เป็ใหญ่ในบ้านพูดขึ้น
“ท่านพี่มาเหนื่อยๆไปกินน้ำต้มผักนี้ก่อนเถอะ ท่านพ่อเก็บมาจากในสวน มันเหลืองใกล้จะตายแล้วไม่มีทางเลือก”
ทั้งวันทุกคนั้แ่เด็กและผู้ใหญ่ ได้กินแค่น้ำต้มผักเท่านั้น ตกเย็นก็ต้องรีบเข้านอน พักผ่อนไม่มีแสงสว่าง นอกจากจะก่อไฟเท่านั้น
“โอ้!เมื่อวานนี้ผักเหลืองใกล้ตายหมดแล้วนี่ หรือว่ามีใครแอบเอาน้ำมาลดให้ แต่จะเอาน้ำมาจากไหนแค่จะกินยังจะไม่พอ น่าแปลกจัง ผักพวกนี้กับฟื้นขึ้นมา ถ้าแบบนี้ไม่กี่วันเราก็มีผักกินกันแล้ว” ลี่จูพูดกับลูกชายที่เดินมาดูสวน ก่อนจะพากันเดินเข้าป่า
“ซินหยางเ้าขี่หลังพ่อไปเถอะ ดูสิเหงื่อเต็มใบหน้าแล้ว”เด็กน้องขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังผู้เป็พ่อ สายตาจ้องมองสิ่งที่จะพอกินได้บ้าง
“ท่านพ่อก้อนหินที่วางอยู่ตรงนั้น ข้างในมีสีสวยเอาไปขาย ได้ไหม”ผู้เป็พ่อมองตามเห็นแต่ก้อนหินสีดำ”มันขายไม่ได้หรอกลูก มันเป็แค่ก้อนหินธรรมดาเท่านั้น เอาไปด้วยก็หนัก
“ข้าจะเอาไปเ้าค่ะท่านพ่อ ข้างในมันสวย ข้าจะลงเอาไปเอาก้อนหินนั้น”เด็กน้อยดิ้นรนลงจากหลังพ่อ จนผู้เป็ย่าหยิบก้อนหินขึ้นมาดู
ทีแรกตั้งใจจะยื่นให้เด็กน้อย แต่หินอีกด้านมีสีเขียวอยู่ “นี้มันไม่ใช่หินหยกหรอกหรือ มีสีเขียวอยู่ข้างใน”ผู้เป็ย่ายื่นให้กับสามีดู ทั้งสองมองหน้ากันด้วยไม่ได้นัดหมาย
“ใช่แล้วมันคือหินหยก ซินหยางเ้ารู้ได้อย่างไร ว่าก้อนหินนี้มีสีสวยขายได้ หรือว่าเห็นด้านที่มันมีสีเขียวออกมา ถ้าเป็สมัยก่อน ตอนที่บ้านเมืองยังไม่เดือดร้อนหรือแห้งแล้ง ก็ยังพอขายได้อยู่บ้าง ตอนนี้ไม่รู้จะขายได้กี่ตำลึง เก็บสะสมไว้ก่อนก็แล้วกัน”ผู้เป็ปู่เก็บใส่ถุงย่ามไว้
ทั้งเจ็ดชีวิตเดินลึกเข้าไปในป่า ที่แทบจะไม่มีอะไร ใบไม้บนต้นยังไม่มีหลุดร่วงลงมาอยู่กับพื้นหมด “หยุดพักกันตรงนี้แหละไม่ค่อยร้อน ที่ตรงนี้เคยเป็ธารน้ำมาก่อน ยังมีความรู้สึกเย็นอยู่บ้าง”
ซินหยาง นั่งมองลำธารธรรมดา ที่ไม่มีน้ำอยู่ มีก้อนหินกลมใหญ่หลายก้อน วางอยู่อยู่ตำแหน่งที่เคยลึกที่สุด
“ท่านพ่อก้อนสีดำนั้น มีเม็ดสีสวยอยู่ข้างในขายได้ ข้าจะไปเก็บไปขาย”คำพูดของเด็กน้อย ทำให้ชายชราและลูกชายเดินไปดู
“มันเป็ก้อนหินธรรมดา ซินหยางเห็นไหม ไม่มีตรงไหนที่มีสีออกมา เหมือนหินหยก”ลี่กันเดินยกก้อนหินมาให้ลูกน้อยดู
“มันอยู่ข้างในเ้าค่ะ ท่านพ่อต้องผ่าดู”ลี่กันก็สงสัยเหมือนกันว่าอะไรอยู่ข้างใน เลยเอามีดแงะก้อนหิน ที่มีร่องรอยเป็แนวล้อมรอบก้อนหิน
“โอ๊ะ! ท่านพ่อมีไข่มุกอยู่ข้างใน หินที่เราเห็นมันคือหอยที่มีไข่มุกท่านพ่อ”ลี่กันพูดด้วยเสียงอันดัง ทำให้ผู้เป็พ่อ รีบเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
“หินที่พวกเราเห็นคงเป็หอย อาจจะตายไปได้ไม่นาน ไข่มุกยังดูสภาพดีอยู่ ช่วยกันเก็บมาแล้วนั่งแงะเอาแต่ไข่มุกออกไป”ชายชราสั่งทุกคน
ทุกคนลงไปช่วยกันหาก้อนหิน ที่รูปร่างเหมือนกับหอย พอตั้งใจหาไม่ได้มีเยอะเจออยู่แค่เก้าก้อน แต่ก็ได้ไข่มุกไป ห้าสิบสี่เม็ด มีหลายสี “พรุ่งนี้ปู่จะลองเอาเข้าไปขายในเมืองดู เผื่อจะมีตำลึงซื้อข้าวกิน”
