เมื่อเห็นหลิวจือโม่ ใบหน้าเล็กๆ ของหลี่ชิงหลิงก็แดงขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
นางถลึงจ้องเขาและกล่าวโทษ "วันนี้ไม่ต้องไปเรียนหรือ?" คนที่ควรจะไปเรียนปรากฏตัวที่บ้าน เป็การโดดเรียนอย่างเห็นได้ชัด
หลิวจือโม่ใจอ่อนยวบ มองนางอย่างอ่อนโยน ทำให้หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้น "ข้าไปขอลากับอาจารย์แล้ว” วันสำคัญแบบนี้ เขาต้องอยู่สิ “คือ… แม่สื่อคุยกับเ้าหมดแล้วใช่ไหม”
เมื่อคิดว่าหลี่ชิงหลิงกำลังจะแต่งงานกับเขาในไม่ช้า เขาก็ไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย
หลี่ชิงหลิงกระแอม พยักหน้าเบาๆ บอกว่านางเองก็ให้ดวงวันเกิดไปแล้วด้วย
หลิวจือโม่เดินไปหาหลี่ชิงหลิงช้าๆ กวาดมอง และเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงจับมือหลี่ชิงหลิงอย่างเปิดเผย "ข้ารอมานาน ในที่สุดเ้าก็โตแล้ว" ความปรารถนาของเขาจะเป็จริงในไม่ช้า
การได้เจอคนที่ชอบไม่ใช่เื่ง่าย เขาโชคดีมากที่เจอนาง
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณบิดาของเขา หากไม่ได้บิดาของเขาช่วยไว้ เขาคงไม่ได้แต่งงานกับหลี่ชิงหลิง
สักวันหนึ่ง เขาคงต้องไปเคารพหลุมศพบิดาสักหน่อย เป็การขอบคุณการเลือกอันชาญฉลาดของท่าน
"งั้น… เ้าก็พักผ่อนที่บ้านไป ข้าจะออกไปก่อน" หลี่ชิงหลิงพูดจบก็หันหลังเดินออกไป
หลังเดินออกจากลานบ้านจึงตบหน้าแดงๆ ของตน
ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมหน้านางถึงบางแบบนี้ หลิวจือโม่ไม่หน้าแดง แต่นางหน้าแดงแทน
เด็กสาวหายใจเข้าลึกๆ หลังจากที่ความร้อนบนใบหน้าของนางลดลงก็สาวก้าวยาวไปที่ลานเลี้ยงไก่
ไม่รู้ว่าคนในลานเลี้ยงไก่เ่าั้รู้เื่ได้อย่างไร เมื่อพวกเขาเห็นนางพวกเขาก็พากันแสดงความยินดี
“เถ้าแก่ กำหนดวันมงคลเป็วันไหน อย่าลืมบอกเราล่วงหน้านะ เราจะได้ไปช่วย”
หากหลี่ชิงหลิงไม่ได้ช่วยสร้างฐานะ พวกเขาคงไม่ได้มีชีวิตที่ดีอย่างเช่นทุกวันนี้
ในใจพวกเขา หลี่ชิงหลิงแทบเหมือนพ่อแม่คนใหม่เลย
หลี่ชิงหลิงไม่คาดคิดว่าชาวบ้านจะได้ข่าวเร็วขนาดนี้ นางบีบนิ้ว พยายามพูดโดยเก็บกลั้นความอาย "ข้ายังไม่รู้ ไว้รู้แล้วจะบอกล่วงหน้านะ คนที่ว่างก็มาดื่มเหล้าฉลองกัน”
“ว่างแน่นอน เราจะไปร่วมวันมงคลของเถ้าแก่แน่นอน”
หลี่ชิงหลิงกลัวว่าจะโดนแซวต่อ จึงรีบคุยอีกไม่กี่คำแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
นางคิดว่ากลับบ้านน่าจะดีกว่า อย่างน้อยก็เผชิญหน้ากับหลิวจือโม่คนเดียว ดีกว่าเผชิญหน้ากับคนทั้งหมู่บ้าน
ไม่รู้ว่าแม่สื่อเป็คนกระจายข่าวหรือไม่ ชาวบ้านถึงได้รู้เร็วขนาดนี้
ความเร็วแทบเทียบได้กับความเร็วแสง!
นางเศร้าพลางรีบวิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เด็กสาววิ่งกลับบ้านก็เห็นย่าของตน นางหลิว
นางหยุดและเรียกทักย่าเสียงเรียบ
นางไม่ได้ชอบนางหลิวนัก แต่กลัวจะถูกตำหนิว่าอกตัญญูจึงต้องเรียกทัก
นางหลิวเงยหน้าแล้วตอบรับด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย "เห็นว่ากำลังจะแต่งงานกับหลิวจือโม่ เื่จริงหรือ"
นางได้ยินเื่นี้มาจากชาวบ้าน มิฉะนั้นคงยังไม่รู้ข่าวด้วยซ้ำ
หลี่ชิงหลิงไม่ได้บอกเื่สำคัญเช่นนี้กับนาง ไม่เห็นย่าอย่างนางอยู่ในสายตาเลย
ถ้านางไม่ได้คิดถึงของขวัญหมั้นหมาย นางคงไม่มาหาหลี่ชิงหลิงหรอก
"อืม..." หลี่ชิงหลิงชำเลืองมอง รู้ว่านางหลิวไม่พอใจแต่ก็ไม่คิดจะกล่อม “เข้ามาคุยข้างในเถอะ” จะได้ไม่ขายหน้าคนอื่น
หลี่ชิงหลิงเดินตรงเข้าไปในบ้าน
นางหลิวส่งเสียงหึ เดินตามเข้าไปด้านใน เมื่อนั่งในห้องโถงก็คั้นถามหลี่ชิงหลิงอีกครั้ง "พ่อแม่เ้าไม่อยู่แล้ว แต่ข้ากับปู่เ้ายังอยู่ ทำไมไม่มาคุยกับเรา” ไม่รู้ขนบธรรมเนียมเสียเลย
นางรินชาให้นางหลิว จากนั้นยิ้มจางๆ "แล้ววันนี้ท่านย่ามาคุยอะไรหรือ ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เื่การแต่งงาน ข้าก็อยากได้คำแนะนำจากท่านย่าเหมือนกัน”
นางเองก็อยากรู้ว่าคนหน้าหนาอย่างนางหลิวจะพูดอะไรออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางหลิวก็ชะงักไป ไม่คิดว่าจะคุยง่ายขนาดนี้ ระหว่างทางนางอุตส่าห์เตรียมข้อแก้ตัวมากมายเพื่อใช้ด่าหลาน
ไม่คิดเลยว่าหลี่ชิงหลิงจะยอมคุยด้วยท่าทีปกติแบบนี้
นางยกชาตรงหน้าดื่มอึกใหญ่อย่างไม่เกรงใจ
นางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำจากมุมปาก จากนั้นมองหลี่ชิงหลิง "ฝ่ายชายต้องให้สินสอด ข้าสงสัยว่าหลิวจือโม่จะให้สินสอดกับครอบครัวเราเท่าไร" ขอแค่สินสอดมาถึงมือ นางจะไม่คืนให้แน่
หลายปีมานี้หลี่ชิงหลิงทำเงินได้มาก สินสอดทองหมั้นของหลิวจือโม่ก็คงไม่น้อยเกินไป
หลี่ชิงหลิงเลิกคิ้ว ส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา บอกว่าตนไม่รู้
"จะไม่รู้ได้อย่างไร ยังไม่ได้คุยกับเขาหรือ?" เสียงนางหลิวสูงขึ้น มองหลี่ชิงหลิงอย่างไม่อยากเชื่อ นางรู้สึกว่าหลี่ชิงหลิงกำลังโกหก “บ้านไหนให้ลูกสาวไม่รับสินสอดกัน เ้าลองไปถามในหมู่บ้านดูว่ามีไหม”
นี่เป็โอกาสได้เงินที่ดี นางไม่มีวันปล่อยไปแน่
หากนางพลาดโอกาสนี้ นางจะต้องเสียใจอย่างมากแน่นอน
หลี่ชิงหลิงชำเลืองมองด้วยรอยยิ้มกึ่งๆ “ท่านย่า ไม่รู้หรือว่าครอบครัวเราเป็กรณีพิเศษ เราอยู่ด้วยกันมาตลอด จะให้หรือไม่ให้สินสอดก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
เมื่อถูกหลี่ชิงหลิงมอง หัวใจของนางหลิวก็เต้นสะดุด นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เงียบๆ เพื่อให้อารมณ์คงที่
นางต้องปิดบังไม่ให้หลี่ชิงหลิงมองออก หากถูกมองออก ทุกอย่างจะจบเห่แน่
นางฝืนยิ้ม พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "เสี่ยวหลิง จะโทษเ้าก็ไม่ได้หรอก พ่อแม่เ้าจากไปไวเลยไม่มีใครสอนเื่เหล่านี้ให้" นางจับมือหลี่ชิงหลิงและตบเบาๆ เหมือนหญิงาุโผู้ใจดี “ของหมั้นน่ะ ฝ่ายชายต้องเป็ฝ่ายมอบให้ ถ้าไม่ยอมให้ละก็ ฝ่ายหญิงจะถูกเยาะเย้ยไปตลอดชีวิต ย่าไม่อยากเห็นเ้าโดนดูถูกไปตลอดชีวิต เ้าลองคุยกับหลิวจือโม่ดีๆ ให้เขาออกสินสอด เข้าใจไหม”
หลี่ชิงหลิงขนลุกชันไปทั้งตัว นางดึงมือออกอย่างเป็ธรรมชาติ ยกชาตรงหน้าขึ้นจิบ
หลังจากที่นางวางถ้วยชาจึงมองนางหลิว ถอนหายใจกล่าว "ท่านย่าก็รู้ว่าพี่จือโม่กำลังเรียนหนังสือ จะไปมีเงินค่าสินสอดได้อย่างไร”
นางหลิวพยายามเพื่อสินสอดมากจริงๆ
"เสี่ยวหลิง ลองคิดดู ถ้าหลิวจือโม่ไม่ให้สินสอด ชาวบ้านจะหัวเราะเยาะเขานะ อนาคตจะเป็คนของปู่ชิงเทียนยังไง โดนวิจารณ์แย่เลย ใช่ไหม?"
นางหลิวก็สุดยอดจริงๆ ที่นึกมาถึงตรงนี้ได้
หลี่ชิงหลิงเกือบจะปรบมือให้นาง
“งั้น... ตามที่ท่านย่าบอกก็แล้วกัน ต้องออกสินสอด”
เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหลิงดูเหมือนจะยอมแล้ว นางหลิวก็ยิ้มอย่างมีความสุข “ต้องให้สิ ถ้าไม่ให้ เ้ากับหลิวจือโม่จะถูกเยาะเย้ย ไม่ดีกับพวกเ้าในอนาคตนะ!" นางกลัวว่าหลี่ชิงหลิงจะเปลี่ยนใจจึงพูดต่อ "ย่าเป็ห่วงพวกเ้าจริงๆ ถ้าเ้าไม่ใช่หลานข้า ข้าคงไม่บอกเ้าเยอะขนาดนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็แสดงสีหน้าซึ้งใจ “ท่านย่าดีจริงๆ ถ้าเป็คนอื่นคงไม่บอกข้าเยอะขนาดนี้" นางห้ามใจไม่ให้หลุดเสียงหึ ถามพร้อมหัวเราะ “ท่านย่า พวกเราอยู่ด้วยกัน ถ้าเขาให้สินสอดคือยกเดินรอบหมู่บ้านแล้วเอาเข้าบ้านหรือ?”
"มันจะเป็แบบนั้นได้ไง” นางหลิวร้อนรนเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้างงงวยของหลี่ชิงหลิง นางก็ฝืนยิ้มอีกครั้ง "ข้าหมายความว่า แบบนี้ไม่ถูกขนบธรรมเนียม"
“แล้วท่านย่าคิดว่าต้องทำยังไงหรือ”
ปลาติดเบ็ดแล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวกว้างขึ้น "พ่อแม่เ้าไม่อยู่แล้ว ข้ากับปู่เ้ายังอยู่ สินสอดต้องผ่านทางเรา” นางกุมมือของหลี่ชิงหลิง “ข้ากับปู่เ้าจะให้เ้าแต่งงานอย่างสมเกียรติแน่นอน”
