“หย่วนเกอ ท่านไปทำงานของท่านเถิด ข้าหาคนทำป้ายหยกให้เอง” หลินหวั่นชิวพูดกับเจียงหงหย่วนขณะเดินทางกลับอำเภอในวันรุ่งขึ้น
เจียงหงหย่วนพยักหน้า “ได้”
มีคนขับรถมันดีเช่นนี้นี่เอง เขาสามารถกอดภรรยาตัวน้อยนุ่มนิ่มในรถได้
“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” เจียงหงหย่วนบอกหลินหวั่น “ให้ข้าพิงทีเถิด ข้าง่วง”
หลินหวั่นชิวได้ยินดังนั้นก็หลับตาลงในอ้อมอกของเขาอย่างเชื่อฟัง ทั้งคู่ต่างพิงกันหลับในรถล่อ
ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่าง บนถนนไม่มีผู้ใดแม้แต่คนเดียว
ณ ที่ว่าการตำบล
มือปราบสองสามคนออกจากห้องเข้าเวร (ห้องทำงานของมือปราบและนักการ เป็ที่ขังคนชั่วคราว มีห้องขังและใช้กักขังนักโทษอย่างเป็ทางการด้วยเช่นกัน) ในสภาพการแต่งกายที่ไม่เรียบร้อย แต่ทุกคนกลับมีสีหน้าพึงพอใจ
“รสชาติของสตรีแก่ไม่ดีเท่าสาวน้อย ตรงนั้นกว้างจนแทบจะนำม้าเข้าไปขี่ได้อยู่แล้ว ไม่ถึงอารมณ์ ไม่เหมือนของสาวน้อยที่รัดแน่นจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง” มือปราบคนที่หนึ่งติดกระดุมไปด้วย พูดไปด้วย
มือปราบคนที่สองพูดว่า “มีให้เล่นก็ถือว่าดีแล้ว ยังจะรังเกียจว่าแก่อีก ไว้อีกไม่กี่วันต้องปล่อยตัว แม้แต่สตรีแก่ก็จะไม่มีให้เ้าเล่น”
มือปราบคนที่สาม “สาวน้อยคนนี้ไม่เลวเลย ปกติเวลาสาวน้อยคนอื่นเจอเหตุการณ์เช่นนี้ล้วนอยากฆ่าตัวตายกันทั้งนั้น แต่นางไม่มีทีท่าว่าจะอยากตายสักนิด มีแค่ร้องขอความเมตตาอย่างเดียว แค่ขู่ว่าจะฆ่าก็ถ่างขาให้เองแล้ว ไม่แน่ว่าสมาชิกสตรีบ้านพวกนางคงเป็เช่นนี้เสียหมด”
“จริงสิ ่นี้สวีเทาหายไปที่ใด?” มือปราบคนที่หนึ่งถาม
“เขาน่ะหรือ…ต่อให้มาก็ไม่กล้าเล่นด้วยหรอก เ้าลืมไปแล้วหรือว่าบ้านเขามีแม่เสืออยู่หนึ่งตัว?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า จริงด้วย มองได้แต่กินไม่ได้ ไม่แน่ว่าวันหน้าของของเขาอาจไม่ใช้การไม่ได้เสียด้วยซ้ำ!”
“พอได้แล้ว ใช่ว่าเขาไม่อยากมาที่ใดกันเล่า แต่เพราะถูกจับยัดกระสอบแล้วรุมอัดจนลุกจากเตียงไม่ได้ต่างหาก”
“ไอ๊หยา…”
“เขาล่วงเกินผู้อื่นไปทั่ว รอบนี้เป็ฝีมือผู้ใดก็ไม่รู้”
“เขาอาศัยว่ามีญาติที่อำเภอ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในตำบลจนเคยตัว สมควรโดนเช่นนี้ในไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว”
“อย่างไรก็เป็เพื่อนข้าราชการด้วยกัน พวกเราซื้อของไปเยี่ยมเขากันหน่อยเถิด”
จริงอยู่ที่ไปเยี่ยม แต่ไปเยี่ยมเพราะอยากเห็นสภาพสวีเทามากกว่า ปกติพวกเขาถูกสวีเทาวางอำนาจจนไม่สบอารมณ์ กว่าสวีเทาจะโดนผู้อื่นจัดการไม่ใช่ง่ายๆ พวกเขาจะไม่ไปดูได้อย่างไร?
“ได้ เช่นนั้นไปกันประเดี๋ยวนี้!”
มือปราบสองสามคนเดินโอบไหล่กันออกจากที่ว่าการตำบล แวะซื้อขนมอบระหว่างทางสองห่อแล้วไปบ้านกำนัน
สวีเทานอนร้องโอดโอยบนเตียง เขานอนหน้าบวมเป่งเหมือนหัวหมู สภาพอนาถจนทนดูไม่ได้ (ทุกคนต่างยิ้มเยาะในใจ) ภรรยาตัวอ้วนของเขาเห็นว่ามีคนมาเยี่ยมก็ร้องไห้น้ำมูกไหล “น่าตายนัก อย่าให้ข้ารู้นะว่าเป็ฝีมือผู้ใด มิเช่นนั้นข้าไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่ จะเอาให้ตายเสีย!”
“พี่สะใภ้วางใจเถิด หากพวกข้าหาตัวการเจอจะช่วยสั่งสอนให้เช่นกัน (จะบอกเขาว่ารบกวนแล้ว!)”
“พี่สะใภ้ หากมีกระไรให้พวกข้าช่วยเหลือก็บอกมาได้เลย แม้พวกข้าจะยากจน แต่อย่างน้อยก็ยังมีเรี่ยวแรง (ให้ช่วยกระไรก็ได้ทั้งนั้น อย่ายืมเงินพวกเขาเพราะอ้างว่าสวีเทาาเ็เป็พอ)”
“พี่สะใภ้ เทาเกอาเ็แค่ภายนอกหรือว่า…”
“แม้แต่ขาก็หัก หากไม่ใช่เพราะตามหมอทันเวลา ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจขาเป๋!”
เหล่ามือปราบทำหน้าโศกเศร้าแค้นเคืองและพูดปลอบใจ ทว่าในใจกลับโลดเต้น: ช่างเป็ข่าวดีนัก!
“เทาเกอาเ็หนักขนาดนี้ พี่สะใภ้เองก็ต้องดูแล ฝากท่านบอกเขาว่าไม่ต้องกังวล ที่ว่าการตำบลไม่ได้มีงานกระไร”
พวกเขาพูดคุยตามมารยาทเสร็จก็ขอตัวกลับ
จำเป็ต้องรีบออกมา มิเช่นนั้นกลัวว่าจะกลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้ว
“ถ้าสวีเทาขาเป๋ก็คงดี คนขาเป๋เป็มือปราบไม่ได้!”
“นั่นน่ะสิ ขอแค่เขาไม่เป็มือปราบ พวกเราจะได้มีเงินเยอะขึ้น”
“ช่างเถิด แล้วแต่ฟ้าลิขิตแล้วกัน อย่างไรเสียรอบนี้เขาก็ยังกลับมาทำงานไม่ได้อีกเป็เดือนแน่!”
“นี่…พวกเ้าว่าลูกสาวตระกูลหลินสองคนนั้นไปล่วงเกินผู้ใดเข้าหรือ? หัวหน้ามือปราบถึงไม่ยอมให้ปล่อยตัวเช่นนี้”
“ทั้งยังปล่อยให้พวกเราเล่นสนุกตามใจชอบ!”
“จะไปรู้ได้อย่างไร มีให้พวกเราเล่นสนุกเป็พอแล้ว จริงสิ พวกเ้าว่าถ้าเราหาคนมาเล่นสนุกกับพวกนาง เราจะได้เงินมากหรือไม่?…”
“ฮ่าฮ่าฮ่า สมองเ้านี่มันดีเสียจริง เอาตามนี้! เล่นสนุกในห้องเข้าเวร ตื่นเต้นขนาดนี้ต้องมีคนสนใจเป็แน่”
ทั้งสามคนยิ้มชั่วร้าย แยกย้ายกันไปหาเป้าหมาย ไม่นาน ทั้งสามก็เดินตามกันเข้ามาในห้องเข้าเวร
หลินฉินกับหลินกุ้ยฮวาเหนื่อยมาทั้งคืน ตอนเช้ากินหมั่นโถวแข็งๆ ไปหนึ่งลูกกับน้ำข้าวต้ม เพิ่งล้มตัวลงนอนบนกองฟาง ประตูห้องขังก็เปิดออกอีกครั้ง
“สาวน้อยคนนี้ครั้งละห้าตำลึง สาวใหญ่ด้านข้างครั้งละสองตำลึง” มือปราบพูด
“บัดซบเสียจริง แพงเกินไปหรือไม่!” ชายฉกรรจ์ที่เข้ามาพูดสบถ
ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของหลินกุ้ยฮวากับหลินฉิน มือปราบพูดด้วยรอยยิ้ม “อยากได้ราคาถูกก็ไปหาเอาที่ซ่อง จะเล่นในห้องเข้าเวรก็ต้องแพงอยู่แล้ว หากเ้ายินดีเพิ่มราคา จะพาไปทำที่ห้องลงทัณฑ์ก็ย่อมได้ มีเงื่อนไขแค่ข้อเดียว ห้ามเล่นจนตาย พิการหรือาเ็หนัก มิเช่นนั้นคนที่ต้องติดคุกจะเป็เ้าเสียเอง!”
บรรดาชายฉกรรจ์ได้ยินว่าเอาไปเล่นที่ห้องลงทัณฑ์ได้ก็ตื่นเต้น รีบถามว่าราคาเท่าไร?
มือปราบยิ้ม “สาวน้อยห้าสิบตำลึง สาวใหญ่สามสิบตำลึง ว่าอย่างไร อยากลองหรือไม่?”
“มารดามันเถิด กระไรจะแพงเช่นนั้น ไปฉุดเอายังง่ายกว่า!” ชายฉกรรจ์สบถ
“ถ้าเ้าไม่เอาก็ไสหัวออกไป ข้าจะเอา สาวน้อย ห้องลงทัณฑ์ ห้าสิบตำลึงก็ห้าสิบตำลึง!” จังหวะนี้เองที่บุรุษที่มือปราบอีกคนพามาพูดด้วยความตื่นเต้น บุรุษท่าทางเหมือนขโมยคนนี้สวมชุดผ้าแพร ครอบครัวทำธุรกิจ มีเงิน
ได้เล่นสนุกกับสาวน้อยในห้องลงทัณฑ์ แค่จินตนาการข้าก็ทนไม่ไหวแล้ว
“อย่านะ ได้โปรดอย่าเลย!” หลินฉินได้ยินคำว่าห้องลงทัณฑ์ก็ใขวัญกระเจิง แต่ยิ่งนางร้องขอความเมตตาอย่างน่าสงสาร ชายชุดผ้าแพรท่าทางเหมือนโจรคนนั้นก็ยิ่งตื่นเต้น
มือปราบรับเงินห้าสิบตำลึงจากเขา ย้ำเตือนอีกครั้งว่า “ห้ามเล่นจนพังเด็ดขาด มิเช่นนั้นเ้าอย่าหวังจะได้กลับออกไป”
เพราะหัวหน้ามือปราบกำชับมาว่าเล่นสนุกได้ แต่ห้ามให้เกิดปัญหา
“ไม่เห็นจะเป็ไร พวกเราตามไปดูเสียก็สิ้นเื่” มือปราบอีกคนพูด กำชับไปก็เท่านั้น เวลาคนเรากำลังสนุกจะจำกฎได้อย่างไร
“ได้!”
ทำข้อตกลงเรียบร้อย หลินฉินที่ใจนหมดสติถูกมือปราบสองคนลากเข้าห้องลงทัณฑ์
ไม่นาน หลินกุ้ยฮวาก็ถูกลากตามไปเช่นกัน…
แน่นอนว่าต้องมีคนรายงานสถานการณ์ที่นี่ให้ตู้ซิวจู๋ทราบ ตู้ซิวจู๋สั่งด้วยรอยยิ้มบางๆ “อีกสองวันปล่อยตัวพวกนางและประกาศเื่ที่พวกนางพบเจอออกไป”
ฆ่าให้ตายมันง่ายเกินไป นี่คิดจะทำลายสตรีสองคนให้ราบคาบ…คุณชายของพวกเขาจะโหดเกินไปแล้ว
ไม่รู้ว่าผู้ใดกันที่ทำให้คุณชายไม่พอใจ เกรงว่าคงใช้สตรีสองคนนี้เป็ที่ระบายอารมณ์…
ถึงได้มีคำกล่าวว่า ยอมล่วงเกินพญายมราชเสียยังดีกว่าล่วงเกินคุณชายของพวกเขา