ทั้งสองมองหน้ากันครั้นได้ยินประโยคของกันและกัน ซูซวนเหลือบมองทั้งกลุ่มราวกับว่ากำลังปราดตาเ็าเพื่อตามหาใครบางคน
แต่ท้ายที่สุดคนที่มันกำลังตามหากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...
"มันหายไปไหนกัน!?" ซูซวนที่เห็นดังนั้นก็เืขึ้นหน้า พลังปราณระดับไร้ขอบเขตะเิทำให้บริเวณรอบๆบังเกิดกระแสลมไหลเวียนย้อนกลับ!
แต่จู่ๆผู้าุโจากสำนักวัง์ก็เหลือบมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย "ซูซวน เ้ากำลังแหกปากอะไรอยู่?"
ซูซวนที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่กล้าที่จะตีโพยตีพาย มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะประสานมือ "ผู้เฒ่า หลานชายของข้าหายตัวไป"
"หลานชายของข้าเองก็เช่นกัน" เซี่ยเฉินที่สามารถระงับความเดือดดาลไว้ได้กล่าวในลักษณะกัดฟัน
แต่ผู้าุโจากสำนักอัคคีชาดที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยังมีสีหน้าที่สงบราวกับไม่ได้สนใจในคำพูดของทั้งสองแม้แต่น้อย
ก่อนที่ผู้าุโจากสำนักวัง์ตระหนักได้ว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นในดินแดนนั้นก่อนจะกล่าวระงับอารมณ์ของทั้งสอง "ซูซวน เซี่ยเฉิน อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ให้พวกเขาได้ขับไล่พลังงานชั่วร้ายนั้นเสียก่อน แล้วค่อยถามพวกเขาทีหลัง"
เนื่องจากเป็คำพูดของผู้าุโระดับสูง แน่นอนว่าต่อให้ซูซวนคับแค้นใจเพียงใดก็ทำได้เพียงกัดฟันและรอจนกว่าคนอื่นๆจะออกจากสภาวะฌาณเท่านั้น
. . .
~ เวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งก้านธูป ~
เหล่าเยาวชนค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละคน และบุคคลแรกคือจูเก่อหลิงเอ๋อร์ ก่อนจะตามมาด้วยโจวหยวนและเยาวชนจากมหาอำนาจทั้งสาม
และเมื่อไป๋เฉินตื่นขึ้น เขาก็พยายามขับไล่ปราณสีดำในร่างของฉินเหวินเทียนที่หมดสติอยู่
เหล่าผู้าุโพยายามเข้าไปไถ่ถามสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน แต่พวกมันไม่ทันจะได้ถามอะไร วินาทีนั้นซูซวนก็เป็บุคคลแรกที่เดินเข้าไปก่อนจะไถ่ถามด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว "ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าซูหวินอยู่ที่ใด?"
ตามมาด้วยเซี่ยเฉินที่มีกิริยานอบน้อมก็กล่าวถามเฉกเช่นเดียวกัน "หลานชายของข้าเซี่ยหยวนไป๋และคนอื่นๆก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน ขอให้พวกเ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่?"
เยาวชนที่เพิ่งออกมาจากอาณาจักรลับก็ตัวสั่นราวกับถูกไฟฟ้าช็อต สีหน้าของแต่ละคนนั้นซีดเผือดราวกับกำลังกลัวความผิด
มีก็เพียงแต่จูเก่อหลิงเอ๋อร์เท่านั้นที่ถอนหายใจยาวและตอบตามความจริง "เซี่ยหยวนไป๋และซูหวิน…ตายไปแล้ว"
"อะไร!?" ซูซวนและเซี่ยเฉินอุทานด้วยสีหน้าซีดเผือด แม้แต่ผู้าุโจากทั้งสองตระกูลก็หน้าถอดสี
ต้องเข้าใจว่าทั้งสองนั้นมีความสำคัญในฐานะเยาวชนจากอาณาจักรเทียนหยวน ซึ่งอีกไม่นานหลังจากนี้พวกเขาจะได้รับตำแหน่งผู้นำรุ่นเยาว์ของตระกูลโบราณ แน่นอนว่าคุณสมบัติของพวกเขานั้นเพรียบพร้อมอยู่ก่อนแล้ว
ซูซวนมิอาจระงับความเดือดดาลได้อีกต่อไป มันจึงจ้องเขม็งไปยังจูเก่อหลิงเอ๋อร์และเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มลึก "คุณหนูจูเก่อ มันเกิดอะไรขึ้นข้างในอาณาจักรลับนั้นกันแน่?"
จูเก่อหลิงเอ๋อร์นับว่ามีสถานะสูงสุดในบรรดาเยาวชนทั้งหมดแน่นอนว่าน้ำหนักและความน่าเชื่อถือย่อมมากตาม ดังนั้นนางจึงเริ่มกล่าวด้วยเสียงถอนหายใจ "หากจะให้อธิบายั้แ่แรกเริ่ม เื่ราวทั้งหมดเกิดจากซูหวินและเซี่ยหยวนไป๋ที่พยายามสังหารใครบางคนโดยไม่มีสาเหตุ"
ซูซวนที่ได้ยินดังนั้นก็ต้องตกตะลึงและตระหนักบางอย่างขึ้นได้ "เป็ไปได้ไหมว่า..."
จูเก่อหลิงเอ๋อร์พยักหน้ายืนยัน "คนผู้นั้นคือชายหนุ่มที่มีนามว่าไป๋เฉิน"
ซูซวนที่ได้ยินคำตอบก็กำหมัดแน่นจนเืไหล
[เป็ไปได้อย่างไร? มันจะแข็งแกร่งกว่าซูหวินได้อย่างไร?]
[เป็เพราะข้า...ที่ทำให้ซูหวินต้องตาย]
[ไม่! ไม่ใช่เพราะข้า! แต่เป็เพราะไอ้เด็กสารเลวนั่น!]
แต่สำหรับผู้าุโคนอื่นๆนั้นกลับมีสีหน้ามึนงง เพราะไม่มีใครเคยได้ยินเยาวชนที่มีนามว่า 'ไป๋เฉิน' มาก่อน
จูเก่อหลิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้ใส่ใจว่าทั้งสองจะโกรธเกรี้ยวเพียงใดและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นพอสังเขป "แต่ถึงแม้นทั้งสองจะใช้การลอบสังหารในขณะที่เขาไม่ได้ตั้งตัว ไป๋เฉินผู้นั้นกลับสามารถสังหารทั้งสองลงได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน หากจะให้พูดตามความจริง ความแข็งแกร่งนั้นต่างชั้นจนเกินไป..."
แม้นคำพูดของนางจะดูเหมือนตอกย้ำ แต่แท้ที่จริงแล้วนางจะสื่อว่าใครที่เป็ฝ่ายผิด แน่นอนว่าคำตอบคือซูหวินและเซี่ยหยวนไป๋ที่รนหาที่ตาย!
ซูซวนเงียบไปครู่หนึ่งราวกับคนขาดสติ ก่อนจะหันไปหาคนอื่นๆในลักษณะกล่าวถาม "ทั้งหมดเป็เื่จริงหรือไม่!?"
คนอื่นๆที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พยักหน้ายืนยัน ก่อนที่หงเหนียงจะกล่าวขึ้น "พวกเราทุกคนอยู่ที่นั่นและมองเห็นทุกอย่างกับตา"
ซูซวนที่ได้ยินคำตอบก็แผดเสียงคำรามด้วยดวงตาที่แดงก่ำ "แล้วเหตุใดพวกท่านไม่ช่วยเขา!?"
จูเก่อหลิงเอ๋อร์และเยาวชนจากมหาอำนาจมองหน้ากัน ก่อนที่หงเหนียงจะเป็คนกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง "เพราะไป๋เฉินผู้นั้นแข็งแกร่งเกินไป โเี้เกินไปและอำมหิตเกินไป ไม่มีใครสามารถยืนอยู่ต่อหน้าจิตสังหารเขาได้"
เจี้ยนเจี้ยนที่อัดอั้นมานานก็กล่าวในขณะตัวสั่น "ไป๋เฉินผู้นั้นไม่ได้มีแม้แต่ความกลัวในขณะสังหาร เขาไม่ได้กลัวชื่อเสียงของมหาอำนาจด้วยซ้ำ!"
เซียวหยูหลงก็กล่าวเสริมด้วยริมฝีปากที่สั่นเครือครั้นหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น "หากผู้ใดเข้าไปช่วยเหลือเซี่ยหยวนไป๋และซูหวินในเวลานั้น คงจะไม่มีใครได้ออกมาจากคมกระบี่ของเขาได้อย่างแน่นอน!"
ผู้าุโทั้งหมดที่ได้ยินรายละเอียดจากปากของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและมองเห็นความตกตะลึงฉายผ่านแววตาได้อย่างเด่นชัด
แม้แต่เยาวชนที่ซึ่งเป็กำลังหลักของทวีปเทียนหลางกลับแสดงออกถึงความหวาดกลัวเมื่อกล่าวถึงชายที่มีนามว่า 'ไป๋เฉิน' ผู้นั้น นั่นย่อมหมายความว่าชายผู้นั้นที่ถูกกล่าวถึงเปรียบดั่งปีศาจนอกรีตที่ไม่มีแม้แต่ความกลัว!
ในขณะที่ซูซวนและเซี่ยเฉินหน้าถอดสีราวกับตกอยู่ในภวังค์ จู่ๆผู้าุโจากสำนักวัง์ก็กล่าวถามแทนทั้งสองคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น "แล้วชายหนุ่มนามว่าไป๋เฉินผู้นั้นอยู่ที่ใดกัน?"
แต่ก่อนที่จูเก่อหลิงเอ๋อร์จะได้พูดอะไร โจวหยวนก็เดินขึ้นมาข้างหน้า "เขาอยู่ที่นี่"
พร้อมทั้งโยนห่อผ้าลงบนพื้น เมื่อผ้าถูกคลี่ออกเผยให้เห็นศีรษะของชายหนุ่มที่มีใบหน้าธรรมดาที่มีรอยสะบั้นที่ลำคอ ดวงตาของชายหนุ่มฉายไปด้วยความสิ้นหวัง!
แน่นอนว่าเมื่อตระกูลซูและตระกูลเซี่ยไม่มีที่ให้ระบายความขุ่นเคือง โจวหยวนย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงได้นำหัวของผู้ที่สังหารทั้งสองกลับมาอย่างลับๆเพื่อเป็หลักฐาน
ทุกคนที่เห็นดังนั้นก็ตกตะลึง แม้แต่จูเก่อหลิงเอ๋อร์เองก็เกือบจะสำรอกออกมาเพราะไม่คาดคิดว่าโจวหยวนจะนำของแบบนี้ออกมาด้วย
คนอื่นๆต่างก็หันหลังและรีบวิ่งไปไกลเพื่อสำรอกและอาเจียนออกมาอย่างต่อเนื่อง
นอกเสียจากว่าซูซวนที่ยืนตัวสั่นและไม่เชื่อว่าไป๋เฉินผู้นั้นจะตายไปก่อนที่มันจะได้แก้แค้น!
วินาทีต่อมาซูซวนและเซี่ยเฉินไม่รอช้า พวกมันรีบเข้าไปกระทืบเข้าที่ศีรษะของชายหนุ่มนั้นด้วยความคับข้องใจ!
"ไอ้สารเลว! ตายไปได้เสียก็ดี!"
"เ้าบังอาจสังหารหลานชายของข้า!"
"เ้าเด็กเหลือขอ หากเ้าเกิดในชาติหน้า ข้าจะตามจองล้างของผลาญเ้าไปทุกชาติภพ!"
ผู้าุโทั้งหมดต่างก็ส่ายหน้าอย่างเวทนา พวกมันรู้ดีว่าซูซวนและเซี่ยเฉินไม่มีที่ให้ระบายความโกรธ แต่โชคยังดีที่โจวหยวนนั้นรอบคอบเพียงพอที่จะนำหลักฐานออกมาเพื่อให้ทั้งสองได้แก้แค้นแม้นว่าชายผู้นั้นจะตายไปแล้วก็ตาม
ไป๋เฉินที่กำลังนั่งลงและรักษาฉินเหวินเทียนอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกรุ้มกริ่ม
[เคียดแค้นกันเข้าไป]
[ระบายกันเข้าไป]
[ฮี่ๆๆๆ]
แน่นอนว่าเขาเป็คนเ้าคิดเ้าแค้น หลังจากนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตระกูลเซี่ยและตระกูลซูได้อยู่อย่างสงบสุขอย่างแน่นอน
ศีรษะที่มีขนาดใหญ่เมื่อครู่กลับถูกบดขยี้ด้วยฝ่าเท้าจนแบนราบและมีเืไหลทะลักออกมาจากทุกรูบนใบหน้าจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป
ซูซวนและเซี่ยเฉินหอบหายใจอย่างหนักด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ใบหน้าของทั้งสองเผยรอยยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย!
แต่จู่ๆเซี่ยเฉินก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะหันไปหาจูเก่อหลิงเอ๋อร์อีกครา "ข้าจำได้ว่าหยวนไป๋ได้นำเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยติดตัวมาด้วย แล้วเกาทัณฑ์นั้นอยู่ที่ใด?"
แต่โจวหยวนกลับเป็ผู้ที่ตอบแทน "หลังจากชายที่ชื่อไป๋เฉินสังหารเซี่ยหยวนไป๋ มันก็นำเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยไปทันที จนเวลาผ่านไปพวกข้าได้ออกตามหาไป๋เฉินอีกครั้งแต่กลับพบว่ามันตายไปแล้ว และเกาทัณฑ์เทียนเซี่ยก็หายไปด้วยเช่นกัน"
ผู้าุโจากตระกูลเซี่ยส่งเสียงฮึดฮัดด้วยสีหน้าที่โกรธจัด "เกาทัณฑ์เทียนเซี่ยหายไป!? ศาสตราวุธชิ้นนั้นสามารถใช้สร้างาแให้แก่จักรพรรดิมารได้ หากหาสิ่งนั้นไม่เจอก็เท่ากับว่ามีโอกาสที่พวกเราจะพ่ายแพ้ต่อจักรพรรดิมารที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมามิใช่หรือ?"
.
.
.
"วันนี้มีสองตอน อีกตอนอัปเวลา 11:20"
