หลังจากที่โดนรบเร้าเื่บริษัทที่ต้องไปฝึกงาน วันนี้ฟานเลยนัดบริษัทที่เป็คู่แข่งของเฮียธาวินมาพูดคุยเพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะรับเขาเข้าทำงานที่นั่น คุณแม่จะได้เลิกยุ่งกับเขาเสียที และดูเหมือนคิรันซึ่งเป็เ้าของบริษัทก็อยากจะได้ตัวเขาไปร่วมงานเช่นกัน เขามั่นใจมากว่าอีกฝ่ายจะต้องรู้อะไรบางอย่างจึงอยากใช้เขาเป็เครื่องมือนั่นทำให้ทุกอย่างราบรื่นมากขึ้น
ก่อนหน้านี้เขากับคิรันเคยเจอกันสองสามครั้งตามผับ แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมายนัก หลังจากพูดคุยเื่งานกันเสร็จเรียบร้อยอีกฝ่ายอาสาจะเลี้ยงข้าวซึ่งเขาก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ถือเป็การเริ่มต้นทำความรู้จักกันก่อนจะร่วมงาน
“ทีกับผัวแล้วทำหน้าบึ้งใส่ตลอด กับไอ้เหี้ยนี่ยิ้มหวานเลยนะฟาน”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน สายตาคมจับจ้องไปยังรอยยิ้มสวยของฟานขณะนั่งทานข้าวกับไอ้คิรัน ภาพตรงหน้าทำให้ธาวินกำหมัดแน่นด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาเดินตรงไปหาคนทั้งคู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งพร้อมรอยยิ้มที่ดูเป็มิตร
“อ้าวคิรัน บังเอิญมากเลยไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ สวัสดีครับน้องฟาน”
ธาวินไม่เพียงทักทายศัตรูคู่แค้น แต่เขายังทักทายเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะใกับการปรากฏตัวของเขาด้วย
ฟานชะงักนิ่งไปนิด คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยหางตา หัวใจของเขาสั่นระรัวไม่เป็จังหวะเพราะไม่คิดว่าเฮียธาวินจะโผล่มาในเวลานี้ โชคดีที่เขาคุยธุระสำคัญเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
“ครับ คุณธาวินมาทานข้าวคนเดียวเหรอ ?”
คิรันมองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเมื่อเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาแปลกใจั้แ่โดนธาวินทักทายด้วยความสุภาพแล้ว
“ใช่ ถ้าฉันจะขอนั่งด้วยนายคงไม่รังเกียจใช่ไหม?” ธาวิน ถามด้วยรอยยิ้มกริ่ม
“คุณธาวินพูดมาแบบนี้ ถ้าผมปฏิเสธคงเสียมารยาทแย่ เชิญนั่งครับ”
คิรันตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ ผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงที่ว่าง
“ครับ”
ธาวินเลือกที่จะนั่งลงข้าง ๆ เด็กหนุ่ม ไม่ได้นั่งฝั่งเดียวกับคิรัน แขนแกร่งยกขึ้นพาดไปด้านหลังตามความยาวของเบาะที่นั่ง หากมองผ่าน ๆ ก็เหมือนว่าเขากำลังโอบไหล่ของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างแสดงความเป็เ้าของ
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาพนักงานก็เดินเข้ามารับออร์เดอร์ ร่างสูงสั่งอาหารอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะเขาไม่ได้จะทานมันั้แ่แรก
“ผมไม่คิดว่าคุณธาวินจะมีเวลาว่างมาเดินเล่นแบบนี้นะครับ”
คิรันว่าพร้อมรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย เหมือนว่าจะหวงมากเลยสินะ ในที่สุดเขาก็ได้เจอจุดอ่อนของธาวินเสียทีไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายจะเก็บเื่นี้เอาไว้มิดชิดมาหลายปี โชคดีของเขาจริง ๆ ที่วันนี้เขาเลือกตอบรับนัดของเด็กหนุ่มตรงหน้า
“มันก็ต้องมีกันบ้างสิครับ คนเราก็ต้องมีเวลาหาความสุขให้กับตัวเอง ว่าแต่คุยธุระสำคัญอะไรกันอยู่รึเปล่า ผมรบกวนพวกคุณไหม ?”
ธาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันมองใบหน้าหล่อของคนข้างกาย
“ก็นิดหน่อยครับ พอดีน้องฟานเขาอยากมาฝึกงานที่บริษัทผม”
คิรันบอกพร้อมยิ้มเยาะ เพราะเด็กหนุ่มเป็ฝ่ายเดินเข้าหาเขาเองโดยที่ไม่ต้องทำอะไร
“อ้อ อย่างนั้นเหรอครับ น่าเสียดายจริง ๆ ”
ธาวินพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนยกยิ้มกริ่ม คิดไว้แล้วว่าฟานจะต้องยื่นฝึกงานกับบริษัทอื่น แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะเลือกบริษัทของไอ้คิรันซึ่งเป็คู่แข่งอันดับหนึ่งของสหพิวัฒน์ ที่สำคัญมันยังเคยเป็เพื่อนของเขาอีกด้วย
“น่าเสียดายอะไรเหรอครับ ?” คิรัน
“ผมเองก็อยากได้ฟานมาฝึกงานที่บริษัทเหมือนกัน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฮียธาวินดังขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่ามันดุดันจนฟานรู้สึกได้ บรรยากาศดูอึดอัดลงจนเขาไม่สามารถนั่งทานข้าวได้อีกต่อไป มือเรียววางช้อนลงก่อนยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม
“น้องฟานอิ่มแล้วเหรอครับ ?”
คิรันมองท่าทางของเด็กหนุ่มที่ตกเป็หัวข้อสำคัญในบทสนทนาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ครับ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต่อ คุณคิรันคงไม่ถือสาใช่ไหมถ้าฟานขอตัวกลับก่อนดีกว่า”
ฟานยกยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะขอตัวอย่างสุภาพ เพราะตอนนี้เขารู้สึกรังเกียจและอึดอัดกับสายตาของเฮียธาวินที่มองมาเหลือเกิน
“ไม่เห็นเป็อะไรเลยครับ พี่เข้าใจ” คิรันพยักหน้ารับเบาๆ
“ขอบคุณครับ ถ้ายังไงผมจะติดต่อกลับไปนะครับ”
ฟานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยไม่ลืมขอบคุณอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท
“ฟานมีเบอร์พี่แล้วนิ โทรได้ตลอด 24 ชม.เลยครับไม่ต้องเกรงใจ ถึงจะไม่ใช่เื่สำคัญก็โทรได้นะ”
คิรันพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ สบตากับอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย
“ครับ ขอบคุณพี่คิรันมากเลยนะครับ”
ฟานตอบกลับด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่สุภาพเป็กันเองก่อนเดินจากไป ซึ่งแตกต่างจากเวลาพูดคุยกับธาวินอย่างเห็นได้ชัด
“มึงคิดจะทำอะไร ?”
ธาวินถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เปลี่ยนไป เมื่อฟานไม่อยู่ตรงนี้แล้วเขาก็ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องรักษาภาพลักษณ์อีกต่อไป
“แล้วมึงละคิดจะทำอะไรธาวิน ?”
คิรันถามกลับอย่างยอกย้อน มุมปากหนาแสยะยิ้มร้ายอย่างชอบใจกับท่าทางของธาวินที่แสดงออกมา
“อย่ายุ่งกับฟาน” เสียงดุดันที่เต็มไปด้วยอำนาจของธาวินดังขึ้นอีกครั้ง
“หึ แต่เด็กมึงอยากมายุ่งกับกูเอง ดูเหมือนฟานจะเกลียดมึงมาก ๆ เลยด้วยว่ะ ถึงขนาดติดต่อกูมา”
คิรันขำในลำคออย่างอารมณ์ดี ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มอย่างฟานจะทำให้ธาวินผู้สุขุมและเยือกเย็น จะกลายเป็ชายหนุ่มเืร้อนไปเสียได้ ถ้าเขาได้ฟานมาอยู่ข้างกายคงไม่ต่างจากการควักหัวใจของธาวินมาบีบเล่น
“งั้นมึงก็รอรับความฉิบหายจากกูได้เลย เพราะครั้งนี้กูจะไม่ปราณีมึงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
ธาวินพูดจบก็ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินตามเด็กหนุ่มไปทันที นับว่าเป็เื่ที่ดีเมื่ออีกฝ่ายยังเดินไปได้ไม่ไกล ฟานคงคิดว่าเขาจะไม่เดินตามออกมา
“ฟาน เดี๋ยว !”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ฟานต้องหันมองก่อนจะรีบเดินเพื่อหนีอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเมื่อเฮียธาวินคว้าข้อมือของเขาไว้ได้ทัน
“ปล่อย !”
ฟานพยายามสะบัดมือออกแต่ไม่เป็ผล มือหนากำข้อมือของเขาแน่นจนเกินไป ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเกิดเป็ตุ๊กแกหรือไง ถึงได้เหนียวหนึบติดทนแบบนี้
“มาคุยกันก่อน เฮียไม่ยอมให้ฟานไปฝึกงานกับมัน”
ธาวินว่าพร้อมลากเด็กหนุ่มไปยังลานจอดรถ ร่างบางพยายามฝืนตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะแรงของเขาเยอะกว่า
“นั่นมันเื่ของเฮีย ฟานจะไปฝึกงานกับพี่คิรัน” ฟานเถียงกลับในขณะพยายามยื้อร่างกายตัวเองสุดชีวิต
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม ?”
คำพูดที่ฟังดูสนิทสนมของฟานทำให้อารมณ์ของธาวินเดือดดาลมากขึ้น เขายอมปล่อยข้อมือเรียวให้เป็อิสระก่อนย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วอุ้มอีกฝ่ายขึ้นพาดบ่า
“ปล่อยนะ ! เฮียจะทำอะไร ?!”
ฟานร้องเสียงดังลั่น ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมองด้วยความสงสัยแต่กลับไม่มีใครเข้ามาช่วย คนกำลังโดนอุ้ม คิดว่าเล่นกันอยู่รึไงวะ
“หยุดดิ้น !”
ธาวินพูดเสียงดุ ๆ ในขณะก้าวเดินไปยังลานจอดรถอย่างที่ตั้งใจ ใครจะมองก็มองไป แต่ถ้าใครมาขวางได้เจอกับเขาแน่
“ไม่ ! ปล่อยฟาน” ฟานโวยวายพร้อมใช้หมัดทุบแผ่นหลังแกร่งแรง ๆ
“เพี๊ยะ ! ”
มือหนาฟาดเข้าที่ก้นงอนแรง ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวเมื่อเด็กหนุ่มดิ้นจะลง สองมือที่ทุบลงมามันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บสักนิด
“มันเจ็บนะไอ้บ้า ไอ้คนแก่โรคจิต ถ้าเฮียไม่ปล่อยฟานจะร้องให้คนช่วย”
เมื่อเห็นว่าทำอย่างไรก็ไม่ได้ผล ฟานจึงเปลี่ยนเป็พูดขู่แทน แต่นั่นกลับทำให้มุมปากหนายกยิ้มร้าย
“เอาเลยฟาน แต่ต้องร้องให้ดัง ๆ นะ ทุกคนจะได้รู้ว่าเราเป็ผัวเมียกัน เลิกงอนเฮียได้แล้วนะครับที่รัก”
ธาวินพูดเสียงดังเพื่อหวังให้ทุกคนได้ยิน และมันก็เป็อย่างที่เขา้าเพราะได้รอยยิ้มจากคนรอบข้างกลับมา ไม่ว่าใครมองมาก็รู้ว่าแค่ผัวเมียแกล้งหยอกกันเท่านั้น
“พูดบ้าอะไรไอ้เฮีย ! ปล่อยฟานลงเดี๋ยวนี้ !!”
ฟานพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเพราะกลัวว่าทุกคนจะเข้าใจผิด นอกจากจะไม่มีใครเข้ามาช่วยแล้ว การโวยวายของเขาดูเหมือนจะเป็ไปตามที่ร่างสูง้า
“ปล่อยแน่ ดื้อ ๆ แบบนี้เฮียจะปล่อยให้หมดตัวเลย”
…………………………………………………
