าดำเนินตลอดสามวันสามคืน เกิดการาเ็ล้มตายนับไม่ถ้วน
เผ่าสมุทรใช้เืเนื้อสิ่งมีชีวิตหลายแสนตนเป็เครื่องสังเวยเพื่อเรียกเงาเทพสมุทรออกมา น่าเสียดายที่ยังมิอาจทำลายการป้องกันของเมืองซานเซียนได้ อีกทั้งทุกครั้งหลังจากโจมตีเมือง เผ่าสมุทรจะเสียหายอย่างหนัก เมืองซานเซียนยังคงใช้ค่ายกลหอคอยรวมิญญาโจมตีระยะไกล ทำให้กองทัพเผ่าสมุทรต้องถอยออกไปนอกระยะร้อยลี้ ระวังตัวตลอดเวลา หมดสิ้นเรี่ยวแรง
ฝ่ายหนึ่งโจมตีอย่างดุร้าย อีกฝ่ายป้องกันอย่างแข็งขัน
เผ่าสมุทรกับเมืองซานเซียนต่างระแวงซึ่งกันและกัน ทำให้สถานการณ์หยุดชะงัก
จนมาถึงวันที่เจ็ด ในที่สุดกำลังเสริมของขั้วอำนาจต่างๆ ก็มาถึงบริเวณทะเลข้างเคียง จึงเกิดการสังหารฆ่าฟันกันอีกครั้งหนึ่ง ฝ่ายเผ่าสมุทรจึงค่อยๆ ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
แต่กองทัพเผ่าสมุทรก็ดุร้ายเช่นกัน ถึงแม้จะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ แต่ยังไม่ยอมถอยทัพ พวกมันไม่สนใจสิ่งใด ไม่สนใจจำนวนผู้าเ็หรือล้มตาย ยอมแม้กระทั่งตายเพื่อแลกชีวิตไปด้วยกัน
เมื่อเป็เช่นนี้สถานการณ์จึงหยุดชะงักอีกครั้ง เหมือนยิ่งสู้ยิ่งรุนแรง
จนถึงตอนนี้เ้าเกาะทั้งสามก็ยังไม่เข้าใจว่าเผ่าสมุทรคิดจะทำสิ่งใดกันแน่
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากัน ในที่สุดหัวหน้าของเผ่าสมุทรก็ปรากฏตัว เริ่มการเจรจาของทั้งสองฝ่ายเป็ครั้งแรก
……
บนกำแพงเมืองทางตะวันตก ตัวแทนของขั้วอำนาจต่างๆ กับยอดฝีมือพเนจรรวมตัวกันที่นี่ โดยมีเ้าเกาะทั้งสามคนเป็ผู้นำ แม้แต่จั๋วอวิ๋นเซียนก็ถูกพาตัวมาด้วย
ด้านหน้าของพวกเขาก็คือกองทัพเผ่าสมุทรที่จ้องมองอย่างหิวกระหาย ปราณสังหารคุกรุ่น
หลายวันนี้จั๋วอวิ๋นเซียนใช้เวลาส่วนมากอยู่บนกำแพงเมือง ถึงแม้มิได้เข้าร่วมการต่อสู้ปกป้องเมืองด้วยตัวเอง แต่ก็ััได้ถึงกลิ่นคาวเืและความโหดร้ายของาได้
หากให้กล่าวถึงศึกาโดยปากเปล่าก็คงไม่มีประโยชน์ เื่ราวมากมายต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ
จั๋วอวิ๋นเซียนคิดว่าตัวเองสังหารคนไปไม่น้อย จิตใจนับว่าโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับาจริงๆ แล้ว เรียกได้ว่าเด็กน้อยเทียบกับผู้ใหญ่ ไม่มีค่าให้พูดถึง
บนสนามรบชีวิตราวกับต้นหญ้า มีโอกาสเป็ตายเท่ากัน
บนสนามรบไม่มีถูกผิดดีชั่ว มีเพียงผู้ชนะจึงจะอยู่รอด
ทุกผืนดินบนสนามรบ กำแพงเมืองทุกชิ้นล้วนอาบย้อมไปด้วยเื เมื่อมองศพที่ล้มลงศพแล้วศพเล่า ผู้ใดจะเป็ผู้จดจำหน้าตาของพวกเขา ผู้ใดจะเป็ผู้จดจำชื่อของพวกเขา
ไม่ว่านักรบเผ่ามนุษย์หรือสัตว์อสูรเผ่าสมุทร...ในสายตาของพวกเขานอกจากความบ้าคลั่งแล้วก็คือความเฉยชา
นี่ก็คือสนามรบ! นี่ก็คือา!
จั๋วอวิ๋นเซียนรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกลิ่นคาวโชกเืของทะเลล่วนซิงแล้ว แผ่นดินในทวีปไท่เซวียนถึงจะเป็สถานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ห่างไกลจากา ไม่มีการฆ่าฟัน สงบสันติสุข
……
คลื่นน้ำสีเืสั่นไหวแยกออกเป็สองฝั่ง
จากนั้นมีเงาอันงดงามะโลงมาจากฟากฟ้า สูงส่ง เ็า และหยิ่งทะนง ราวกับเป็เ้าแห่งทะเลแห่งนี้ นางก็คือองค์หญิงสามแห่งเผ่าสมุทร
“เ้านั่นเองหรือ?”
เหมยซิ้งหงเอ่ยปาก สายตาเผยความกังวล
จั๋วอวิ๋นเซียนตะลึงเล็กน้อย คนอื่นๆ ก็รู้สึกตื่นตระหนก ต่างมองอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง
ในทะเลล่วนซิงผู้บำเพ็ญเซียนจะไม่รู้จักเ้าเกาะสามเซียนก็ได้ ไม่รู้จักเ้าเกาะเซวียนิก็ได้ หรือไม่รู้จักแม้กระทั่งซือเต้าหานก็ได้ แต่ผู้บำเพ็ญเซียนจะไม่รู้จักองค์สามแห่งเผ่าราชันสมุทรมิได้ นางมีนามว่า ‘เมิ่งชิงชิง’
เผ่าราชันสมุทรก็คือเชื้อพระวงศ์ในมหาสมุทร มีประวัติศาสตร์และรากฐานอันยาวนาน
ก่อนที่เผ่ามนุษย์จะก่อตั้งขั้วอำนาจในทะเลล่วนซิง เผ่าราชันสมุทรก็คือเ้าดินแดนเพียงหนึ่งเดียวของที่นี่ ถึงแม้เผ่าสมุทรในปัจจุบันจะแข็งแกร่งไม่เท่าแต่ก่อนก็ตาม แต่ยังคงมีรากฐานมั่นคง
ราชันสมุทรในรุ่นนี้มีบุตรธิดาทั้งหมดเจ็ดคน พวกเขาล้วนเป็าาเผ่าสมุทร แต่มีสามคนที่ตายไปในา มีเพียงเมิ่งชิงชิงที่เป็สตรีเพียงคนเดียว เพราะนางเกิดเป็คนที่สามจึงถูกเรียกว่าองค์หญิงสามแห่งเผ่าสมุทร
ความจริงแล้ว พลังของเมิ่งชิงชิงน่ากลัวมาก ได้ยินว่าสตรีนางนี้มีสายเืัแท้จริงที่บริสุทธิ์มาก จึงมีเขาที่ศีรษะ ไม่เพียงมีรูปลักษณ์งดงาม ยังมีระดับพลังสูงส่ง อยู่เหนือกว่าาาคนอื่นๆ กล่าวกันว่านางเป็ผู้สืบทอดราชันสมุทรรุ่นต่อไป
บุคคลเช่นนี้ไม่ว่าปรากฏตัวที่ใด ล้วนทำให้ผู้ทรงอิทธิพลแถบนั้นใ
“ตำหนักเซวียนหนี่ว์ เกาะสามเซียน เกาะเซวียนิ เกาะชื่อหลง สมาคมการค้าห้าแคว้น ตระกูลวิถีเซียน คู่หูสุรากระบี่...ดี! ดีมาก! มากันครบหมดแล้ว จะได้จัดการทีเดียวเลย”
เมิ่งชิงชิงนับจำนวนคนอย่างมิได้ใส่ใจ คนที่ถูกเรียกชื่อไม่มีผู้ใดไม่สะดุ้ง รู้สึกราวกับกำลังถูกข่มขู่
เหมยซิ้งหงรวบรวมความกล้ากล่าวว่า “องค์หญิงสาม ถึงแม้เผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรจะต่อสู้กันมาหลายยุคสมัย แต่ไม่เคยสังหารกันให้สิ้นซาก หรือว่าเ้าไม่กลัวที่จะเป็คนก่อาให้สองเผ่าพันธุ์?”
“าหรือ? พวกฝูงนกฝูงกาอย่างพวกเ้าหรือ? ช่างน่าขันนัก!”
เมิ่งชิงชิงกล่าวด้วยสีหน้าเ็า “หากมิใช่เพราะเสด็จพ่อต้องไปรักษาการณ์ดวงตาแห่งิไห่ มิอาจปลีกตัวออกมาได้ พวกเ้าคิดจริงหรือว่าทะเลล่วนซิงแห่งนี้พวกเ้าเผ่ามนุษย์จะมีที่ให้ยืน? เหอะ!”
“นี่เ้า...”
กงหยางอวี่ซ่านโมโหมาก เดิมทีเขาคิดจะโต้เถียงกลับไป แต่เขาพบว่าไม่ว่าเื่คุณสมบัติหรือระดับพลัง อีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขาอยู่ระดับหนึ่ง ระหว่างทั้งสองไม่มีอะไรที่เปรียบเทียบกันได้
เมื่อได้ยินคำโต้เถียงของทั้งสองฝ่าย จั๋วอวิ๋นเซียนจ่มสู่ความคิดอย่างห้ามมิได้ จากความเข้าใจที่เขามีต่อเผ่าสมุทร บวกกับข้อมูลที่ได้ยินจากองค์หญิงสามเผ่าสมุทร เขารู้ถึงจุดยืนและความกังวลของเผ่าสมุทรแล้ว
‘ดวงตาแห่งิไห่’ คือสถานที่ที่แปลกประหลาดมากแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในส่วนลึกของทะเลล่วนซิง ตรงผ่านไปยังอีกมิติหนึ่ง จะมีอสูรปีศาจปรากฏตัวเป็บางครั้ง
หากกล่าวว่าเผ่าสมุทรและเผ่ามนุษย์เป็ศัตรูกันเพราะจุดยืนและผลประโยชน์ เช่นนั้นอสูรปีศาจก็คือศัตรูของทุกสรรพชีวิต หากพวกมันปรากฏตัวจะสร้างอันตรายให้ทุกสรรพชีวิตในฟ้าดิน ดังนั้นมองจากอีกมุมหนึ่งแล้ว ราชันสมุทรรักษาการณ์ดวงตาแห่งิไห่ นับว่ามีผลงานยิ่งใหญ่ และเพราะเหตุนี้เผ่ามนุษย์ถึงได้สามารถตั้งถิ่นฐานขยายอำนาจในทะเลล่วนซิงได้
จากนั้นเหมยซิ้งหงกล่าวต่อว่า “เอาละ เื่ก่อนหน้านี้เราจะไม่เอ่ยถึงกันก่อน ในเมื่อองค์หญิงสามยอมปรากฏตัวแล้ว ก็แสดงว่าพวกเราเจรจากันได้ ไม่จำเป็ต้องฆ่าฟันกันให้ตาย...องค์หญิงสามเชิญกล่าวมา พวกท่านคิดจะทำสิ่งใดกันแน่? เกาะสามเซียนของข้ามิได้เป็ฝ่ายหาเื่พวกท่านก่อน เหตุใดพวกท่านจึงต้องลงมือรุนแรงเช่นนี้?”
“……”
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เมิ่งชิงชิงจึงกล่าวอย่างเ็าว่า “ขอเพียงพวกเ้าส่งมอบของที่ข้า้า กองทัพเผ่าสมุทรจะจากไปทันที”
“สิ่งของหรือ? ของอะไร?”
ทุกคนต่างพากันมึนงง สู้กันมาตั้งนาน ฆ่าฟันกันแทบเป็แทบตาย เพื่อสิ่งของชิ้นเดียวแค่นั้นหรือ?
ถึงแม้จะรู้สึกหงุดหงิดบ้าง แต่ทุกคนกลับผ่อนลมหายใจออกมา อย่างน้อยมอบสิ่งของยังดีกว่ามอบชีวิต ไม่ว่าจะเป็ของอะไรต่อให้เป็สมบัติิญญาล้ำค่าก็ต้องยอมให้ไป ไม่มีความจำเป็ต้องฆ่าฟันกันให้ตายเพื่อสิ่งของชิ้นหนึ่ง
เมิ่งชิงชิงกล่าวอย่างเรียบเฉย “วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทร กระดูกิญญาั”
“อะไรนะ! วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรหรือ?”
“กระดูกิญญาัหรือ? มันคือสิ่งใดกัน?”
“มิใช่กระมัง พวกเราที่นี่จะมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรได้อย่างไร? เข้าใจผิดกันหรือไม่?”
ผู้คนพูดคุยกัน เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำกล่าวของเมิ่งชิงชิง หากเป็เพียงข้ออ้าง ก็ดูฝืนมากเกินไป
เหมยซิ้งหงส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้มขมขื่น “องค์หญิงสาม ท่านอาจจะเข้าใจผิดแล้ว พวกเราที่นี่ไม่เคยเห็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรมาก่อน สำหรับกระดูกิญญาั พวกเราก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน”
“เป็ไปมิได้!”
เมิ่งชิงชิงปฏิเสธ อีกทั้งยังมั่นใจมาก “ข้าได้รับข่าวมาว่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรเคยปรากฏที่งานประมูลของเมืองซานเซียน ไม่มีทางผิดพลาดแน่”
งานประมูลอีกแล้วหรือ? หอเจินเป่าหรือ? หอการค้าต้าทงหรือ?
ในเวลานี้ทุกคนล้วนมองหน้ากัน เกิดความคิดเชื่อมโยงหลายอย่างมากมาย
