หลี่เมิ่งเหยาตบหน้าตัวเองสองครั้ง
“พี่เยียนหราน ข้ารับโทษแทนคนในเรือนเหยากวางแทนได้หรือไม่?”
ในใจของสตรีทั้งสองนางเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟปกคลุมไปทั่ว
“เ้าเป็คนลงมือเอง ข้าหาได้เป็คนสั่งให้เ้าทำไม่ เอาละ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าเองก็จะไปแล้วเช่นกัน ซีหนาน หรือไม่เ้ากับหนานกงซวินออกไปเดินเล่นกับข้าสักหน่อย ชื่นชมโลกเฉียนคุนเล็กๆ แห่งนี้ดู ส่วนมีดเล่มนั้น อีกหน่อยข้าจะมอบให้พวกเ้าคนละเล่มเอง”
เมื่อพูดจบ นางก็เตะต้นหญ้าแห้ง เงาเริ่มล่องลอยจากไป รังสีที่สูงส่งทำให้ทุกคนจำต้องศิโรราบ
ก่อนจากไป นางหันมามองหลี่เมิ่งเหยาด้วยสายตาเรียบเฉย “ไม่รู้จริงๆ ว่าตาเย่ซีหรานนั่นชอบเ้าตรงไหน ไม่ว่าจะเป็สัดส่วนร่างกาย หรือว่าหน้าตา ข้าแพ้ให้เ้าตรงไหน…”
เมื่อพูดจบนางก็จากไป ไม่แม้แต่จะมองหลงเหยียน
หนานกงซวินมองหลงเหยียนครู่หนึ่ง พยักหน้าให้ก่อนจากไปตามหลังตงฟางเยียนหราน ในที่สุดหลงเหยียนก็ถอนหายใจ รังสีของนางแกร่งมากจริงๆ เพียงแค่รังสีเขาก็แทบหายใจไม่ออกแล้ว
…
รู้เขารู้เรา ศิษย์ที่อยู่ด้านหลังคิดว่าหลงเหยียนเป็คนไหลไปตามน้ำไม่ได้ และคนส่วนใหญ่คิดว่าวันนี้หลงเหยียนคือผู้คว้าชัยชนะ
ตอนนี้ยอดฝีมือพากันไปหมดแล้ว ในบรรดาคนที่เหลืออยู่ หลงเหยียนคือผู้ที่แกร่งสุดแล้ว
เขามองไปทางหลี่เมิ่งเหยา รู้สึกตื้นตันเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็รู้สึกแย่แทนนาง การที่นางตบหน้าตัวเอง ไม่เพียงแค่ทำเพื่อตนเท่านั้น แต่ก็ทำเพื่อนางเองด้วย ที่แท้ชีวิตนางก็ไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น
หรือบางครั้งก็เป็การหยอกล้อตนเล่น
“พี่เมิ่งเหยา พวกท่านถอยไปก่อน”
หลงเหยียนพูดจบก็หยิบกระบี่สังหารัออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุน ยืนอยู่กลางศพพยัคฆ์สายฟ้า จากนั้นก็ใช้พลังสะท้านปฐีผสานเข้ากับพลังกระบี่ ทันใดนั้น พลังพันตันที่มาพร้อมพลังกระบี่ ฟันศพของปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่จนเกิดรอยเปิดขนาดใหญ่
ทันใดนั้น ร่างขนาดใหญ่ของปีศาจอสูรก็เปิดออก ลำแสงสีทองกะพริบ รังสีแห่งความร้อนพุ่งสู่อากาศ
หลงเหยียนไม่พูดไม่จา ใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าไป ที่จุดรวมปราณของปีศาจอสูรมีมีดที่มีเปลวเพลิงลุกโชนเสียบอยู่
“นี่น่ะหรือมีดอัคคี?” หลงเหยียนปลาบปลื้มยิ่งนัก ทว่าเมื่อจับไว้ในมือ ความร้อนระอุนั้นกลับไม่มีผลต่อหลงเหยียน
ในเมื่อเขาฝึกวิชากายสายฟ้ากับพลังปราณที่ห่อหุ้มมือหลงเหยียนไว้แล้ว
หลงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบดูดโลหิตของปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่อย่างรวดเร็ว แล้วชิงิญญาอสูรกับลูกแก้วปีศาจทันที
เมื่อทำทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว หลงเหยียนก็พุ่งออกมาจากศพที่ซูบผอมเล็กน้อย
ใช้พลังปราณขับเืที่เปื้อนร่างกายเล็กน้อยออก
“พี่เมิ่งเหยา มีดอัคคีนี้มอบให้ท่าน”
เมื่อหลงเหยียนยกมีดอัคคีขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึงจนยากจะเอ่ยสิ่งใดออกมา นี่คืออาวุธที่ได้มาอย่างยากลำบาก อีกทั้งเพื่อชิงมีดเล่มนี้ เขาแทบพลีชีพ
หลงเหยียนยิ้ม “ตอนแรกข้าอยากชิงมีดเล่มนี้มาก็เพื่อมอบให้ท่านเช่นกัน เมื่อครู่ข้าได้พูดไว้แล้ว ข้าเพียงแค่หมั่นไส้ที่เ้าหมอนั่นยิ้มเย้ย กับท่าทางประหม่าของเขาเท่านั้นเอง”
“ไม่ ข้ารับไว้ไม่ได้”
หลงเหยียนหยิบกระบี่สังหารัของตน
“ความจริงข้ามีกระบี่เป็ของตัวเองแล้ว ไม่รู้ว่ากระบี่เล่มนี้เป็ของระดับอะไร อย่างไรก็เป็กระบี่ที่น่าใช้มาก ซึ่งข้าคงไม่ได้ใช้มีดอัคคีเล่มนี้หรอก”
เวลานี้หลี่เมิ่งเหยาตื้นตันมากจนพูดไม่ออกแล้ว หลงเหยียนได้มันมา ทว่ากลับมอบให้ตนงั้นหรือ?
“นี่ นี่ถือเป็ของมั่นสัญญาหรือ?”
หลงเหยียนยิ้มก่อนจะกระซิบข้างหู “แค่มีดพังๆ เล่มเดียว ก็อยากให้ตัวข้าแต่งงานแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นว่าเื่ดำเนินมาจนเกือบสิ้นสุดแล้ว ทุกคนก็เริ่มจากไป หลิงเทียนอวี่เห็นท่าทางของหลงเหยียน ยิ่งตื้นตันจนพูดไม่ออก
หลงเหยียนสามารถพุ่งทะยานฟ้า ทำให้คนมากมายล้วนอิจฉา สามารถชิงหัวใจของหลี่เมิ่งเหยาผู้โดดเด่นได้
“มองอะไร ไปๆๆ” หลิงเทียนอวี่รู้งานยิ่งนัก ไม่นานคนก็แยกย้ายกันหมด
“หลงเหยียน ขอบคุณนะ”
“พี่เมิ่งเหยา ข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตข้าไว้เช่นกัน”
การฝึกในครั้งนี้ เรือนเหยากวางแห่งสำนักตงฟางได้ที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่าการประเมินของหลงเหยียนต้องสูงกว่าชั้นสามแน่
แม้จะไม่ได้มีดอัคคีมาครอง อย่างไรเสียหลงเหยียนดูดเืปีศาจอสูรไปมากเพียงนั้น ทั้งยังมีลูกแก้วปีศาจและิญญาอสูรจำนวนมาก ระดับพลังต้องเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นล่างโดยสมบูรณ์แน่
ไม่เพียงเท่านั้น หลงเหยียนยังมีโลหิตจำนวนมหาศาลในหินวิเศษ มันมากพอให้เขาใช้หลอมเป็พลังปราณไป่ใหญ่ๆ แล้ว
การฝึกในครั้งนี้ สำหรับเขาแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับมีมากมาย เชื่อว่าหลังจากกลับไปแล้ว เขาต้องได้รางวัลเยอะแยะเป็แน่
ทว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวเมื่อครู่ ตงฟางเยียนหราน หลงเหยียนก็กำหมัดแน่น หากเป็ไปได้ หลงเหยียนจะไม่ปล่อยนางไปแน่ เพราะหลงเหยียนถูกนางกดจนแทบหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ
น้ำเสียงนางเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและดูถูก จึงทำให้เขาอดรู้สึกกดดันไม่ได้ ทว่าเมื่อนึกถึงเย่ซีหนานและเย่ซีหราน หลงเหยียนไม่มีทางสนใจพวกเขาหรอก
“ไปเถิด! พี่เมิ่งเหยา พวกเขาไปไกลมากแล้ว”
เวลานี้หลี่เมิ่งเหยามองหลงเหยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ดินแดนอันกว้างใหญ่ หญิงชายร่วมเคียงคู่ ข้างกายไร้ผู้อื่น แบบนั้น…
เมื่อเห็นท่าทางคล้ายคนตกหลุมรักของหลี่เมิ่งเหยา หลงเหยียนก็เข้าใจแล้ว
‘แหะๆ ที่แท้นางก็กำลังวางแผนทำอะไรกับข้าอีกแล้ว ก่อนหน้านี้นางมักหยอกล้อข้าเพราะตัวเองมีพละกำลังมากกว่า มาวันนี้ข้าแสดงพละกำลังออกมา ทั้งยังแกร่งยิ่งกว่านาง คงทำให้นางรับมือยาก’
หลงเหยียนคิดเช่นนั้นเสร็จก็เข้าใกล้นาง ไม่ว่าอย่างไรก็ได้โอกาสแล้ว เหตุใดเล่าถึงต้องปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป มีดอัคคีถูกนางเอาไปเสียแล้ว หลงเหยียนรู้ดีว่าหลังกลับไปแล้ว ไม่แน่ใต้เท้าผู้นำอาจยึดกระบี่กลับไปก็ได้
หลงเหยียนใช้นิ้วเชยคางของนางขึ้น มือซ้ายยังว่างจึงโอบเอวนางเข้าใกล้ กายแนบชิดกัน
ิญญาัที่อยู่ในตัวหลงเหยียนคำราม ปลดปล่อยความตื่นเต้นออกมา
“ทำไมหรือ? พี่เมิ่งเหยา หรือท่านอยากลองลิ้มรสที่นี่? ความจริงข้าก็ไม่เคยลองมาก่อน อยากลองเสียจริง”
เมื่อพูดจบเขาก็แหงนหน้าหัวเราะด้วยเสียงเยือกเย็น ธาตุแท้ของเขาเผยให้เห็นแล้ว
หากไม่ใช่เพราะนึกถึงหลงหลิง หากไม่มีสิงโตน้อยในถุงผ้าเฉียนคุนที่อยากพุ่งออกมาอย่างสุดชีวิตละก็…
บางทีหลงเหยียนอาจสะสางนางที่นี่ไปแล้ว
ต่อให้เป็เช่นนั้น หลงเหยียนก็คิดว่านางเองก็คงเข้าใจ ในที่สุดวันนี้ตนก็เอาคืนที่นางมักทำแบบนี้กับตนเสมอมาได้แล้ว
หลี่เมิ่งเหยาหน้าแดงก่ำ ดวงตาที่กลมโต ขนตางอนยาว จดจำคำพูดของหลงเหยียนอย่างแม่นยำ
“หลงเหยียน เ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าเ้ามีคนที่ชอบแล้ว? ข้ารู้ว่าตัวเองไม่ใช่นางคนนั้น…”
ั์ตาของนางกลับเปื้อนน้ำตา หลงเหยียนคือคนที่เห็นน้ำตาของสตรีไม่ได้ที่สุดแล้ว
“นี่ๆๆ พี่เมิ่งเหยา ข้า... ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้น ขอร้องท่านอย่าร้องไห้เลย… เอาอย่างนี้ไหม ข้าจะร้องเพลงให้ท่านฟังเอง… ดีหรือไม่? ตั้งใจฟังนะ…”
“เ้าร้ายนัก!” หลี่เมิ่งเหยาฟาดหมัดเล็กๆ ของตนลงที่หน้าอกหลงเหยียน
--------------------
