เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้หัวใจของหลิวิอวี้แทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ถ้าเกิดมีคนรู้เื่ว่าผู้จัดการแผนก แอบมีอะไรกับผู้ชายในออฟฟิศของตัวเอง เธอยังจะมีหน้าอยู่ในบริษัทได้อยู่งั้นหรือ!?
หยางเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าจะมีคนเข้ามาในเวลานี้เช่นกัน
หลิวิอวี้รีบลุกขึ้นจากโต๊ะ หยิบทิชชู่เช็ดคราบน้ำที่อยู่บนโต๊ะ เก้าอี้ และร่างกายตนเองจนเรียบร้อย แม้ว่ามันจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใบหน้าของหลิวิอวี้หลังถึงจุดสุดยอดนั้นแปลกไปอย่างสิ้นเชิง ตราบใดที่เจอคนมีประสบการณ์ ย่อมต้องสังเกตเห็นความแตกต่างนี้
นอกจากนี้ในประตูห้องยังล็อก ในระหว่างเธออยู่กับหยางเฉินตามลำพังอีกด้วย
"ตายแน่ ฉันตายแน่ๆ" หลิวิอวี้บิดตัวไปมาอยู่บนแขนหยางเฉินอย่างกระวนกระวาย
หยางเฉินยิ้ม กระซิบว่า
"คุณต้องร่วมมือกับผม ไม่มีอะไรหรอก บอกว่าเรากำลังคุยเื่งานก็พอ"
"งานประเภทไหนกัน" หลิวิอวี้ไม่สามารถสงบจิตใจได้แม้แต่น้อย
ในขณะนั้นเองเสียงหญิงสาวก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู
"ิอวี้อยู่หรือเปล่า?"
หยางเฉินจำเสียงนี้ได้ในทันที เ้าของเสียงนี้ต้องเป็โม่เชี่ยนนีอย่างแน่นอน!
หลิวิอวี้แข้งขาอ่อนระทวย ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไร ส่วนใบหน้าของหยางเฉินเป็ประกายดูซับซ้อน จากนั้นเดินไปเปิดประตูอย่างเงียบๆ
"นายจะทำอะไรน่ะ!" หลิวิอวี้เอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว เมื่อเห็นหยางเฉินเดินไปเปิดประตู! โม่เชี่ยนนีเป็อดีตหัวหน้าและในตอนนี้ยังเป็ผู้มีอำนาจรองจากซีอีโอ นั่นทำให้หลิวิอวี้ใจเต้นรัวคล้ายจะะเิออกได้ทุกเมื่อ!?
หยางเฉินหันกลับมายิ้มให้หลิวิอวี้ จากนั้นเปิดประตูเผชิญหน้ากับโม่เชี่ยนนี ทางด้านโม่เชี่ยนนีที่กำลังคิดว่าทำไมหลิวิอวี้ถึงไม่มาเปิดประตูสักที ก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าหยางเฉินกลับอยู่ข้างในด้วย!
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!?
"เชี่ยนเชี่ยนน้อย เข้ามาก่อนสิ!" หยางเฉินกระซิบ
โม่เชี่ยนนีเดินเข้าไปในห้องอย่างงุนงง จากนั้นหยางเฉินก็ปิดประตูอย่างรวดเร็ว
โม่เชี่ยนนีปรากฏกายด้วยรูปลักษณ์แตกต่างอยู่เสมอ ในเวลานี้เธอสวมเสื้อโค้ทสีขาว ผ้าพันคอสีแดงเข้ม ผมยาวสลวยที่ถูกปล่อยลงมา คล้ายกับใส่ชุดเดินแบบในออฟฟิศ ดูไม่เหมือนคนมาทำงานเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่เข้ามาในห้อง กลิ่นสาบของชายหญิงก็โชยเข้าจมูก เธอรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นเช่นนี้เป็อย่างมาก โม่เชี่ยนนีเงยหน้าขึ้นทันที ใช้สายตาอันคมกริบ สังเกตเสื้อผ้าของหลิวิอวี้ ท่าทางที่เอียงอาย ขาที่ยืนไม่มั่นคง ผมที่ยุ่งกระเซิงเล็กน้อย โดยเฉพาะที่โต๊ะทำงานยังมีเอกสารกระจัดกระจายอยู่
หลิวิอวี้ไม่กล้าสบสายตากับโม่เชี่ยนนีแม้แต่น้อย... ด้วยประสบการณ์ของโม่เชี่ยนนีเธอย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็อย่างไร!
ใบหน้าของโม่เชี่ยนนีขึ้นสีเล็กน้อย เมื่อนึกถึงที่เหตุการณ์ที่น่าอึดอัดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาสมควรตายยิ่งนัก ทั้งยังยืนหน้าชื่นตาบาน ไม่รู้ร้อนรู้หนาว!
ก่อนหน้านี้หยางเฉินสนิทสนมกับ จ้าวหงเยี่ยน หลิวิอวี้ และจางไช่ โม่เชี่ยนนีไม่คิดว่า หลิวิอวี้จะกลายเป็ผู้หญิงของเขา ชายคนนี้มีผู้หญิงกี่คนแล้วกันแน่?
แม้จะคิดอย่างนั้น แต่เธอเองก็เป็เพียงมือที่สาม จึงได้แต่ต้องกล้ำกลืนความอึดอัดนี้ลงท้องไป
"หัวหน้าโม่... มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ?" หลิวิอวี้ลอบถาม
โม่เชี่ยนนีร้อง "โอ้" ก่อนจะรีบกล่าวว่า "งบปลายปีของแผนกประชาสัมพันธ์มีปัญหานิดหน่อย ฉันเลยอยากจะคุยกับเธอ แต่ดูเหมือนว่า... ตอนนี้เธอจะยังไม่ค่อยสะดวก..."
โม่เชี่ยนนีรู้แล้ว! แต่ยังแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น
หลิวิอวี้แทบอยากเอาหัวมุดตึกหนี ในสายตาโม่เชี่ยนนี เธอได้กลายเป็ "หญิงหื่น" ที่มีเซ็กโดยไม่เลือกสถานที่และเวลาไปแล้วแน่ๆ!?
ในขณะที่หลิวิอวี้ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี หยางเฉินก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานและลงมือจัดระเบียบเอกสารที่กระจายอยู่บนโต๊ะพลางหันไปพูดกับโม่เชี่ยนนี
"เอาน่า มีอะไรไม่สะดวกงั้นเหรอครับ"
โม่เชี่ยนนีใช้เวลาสักครู่ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของหยางเฉิน... นี่เขากำลังลองดีกับเธออย่างนั้นหรือ?
หลิวิอวี้มองหยางเฉินสลับกับโม่เชี่ยนนีด้วยความสงสัย เมื่อเห็นท่าทางของโม่เชี่ยนนีดังนั้นแล้ว หยางเฉินก็ฝืนยิ้มออกมา
"เชี่ยนเชี่ยน แกล้งทำเป็ไม่รู้มันสนุกนักเหรอครับ ผมผิดเองที่ปิดบังความจริงกับคุณ”
โม่เชี่ยนนีสูดลมหายใจลึก จากนั้นเดินไปด้านหน้า จ้องมองหยางเฉินตาเขม็ง แต่หันมาส่งรอยยิ้มสดใสให้หลิวิอวี้
"พูดตามตรง ฉันค่อนข้างที่จะอึดอัด และคิดว่าเธอคงจะรู้สึกเช่นเดียวกัน การเป็ชู้กับคนอื่นนี่มันง่ายมากใช่ไหม?”
หลิวิอวี้ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ความหมายของโม่เชี่ยนนีคือ เธอเองก็มีความสัมพันธ์กับหยางเฉินด้วยงั้นหรือ...
"คุณโม่... หรือว่าคุณเองก็..."
โม่เชี่ยนนีพยักหน้าตอบรับคำพูดติดขัดของหลิวิอวี้
"ใช่ ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องอาย เธอดูฉันสิ หน้าฉันหนาและไร้ยางอายขนาดไหน..."
ทันใดนั้นเองหยางเฉินก็พูดขัดจังหวะทั้งสองขึ้นมาเสียก่อน
"เชี่ยนเชี่ยนน้อย อย่าพูดน่าเกลียดอย่างนั้นสิ คนที่ผิดจริงๆ ยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว แถมยังเป็คนที่หน้าหนาที่สุดด้วย”
"นายรู้ว่าด้วยเหรอว่าหน้าตัวเองหนา? กล้าทำเื่ลามกในที่ทำงานกลางวันแสกๆ วันนี้ถ้าไม่ใช่ฉัน แต่เป็พนักงานคนอื่นเข้ามาล่ะก็ คงได้มีเื่ซุบซิบในบริษัทอีกแน่ เห็นนายกับิอวี้อยู่ด้วยกัน แถมยังกลิ่นสาบพวกนั้นอีก..." โม่เชี่ยนนีกล่าวอย่างมีโทสะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลิวิอวี้ก็รีบวิ่งไปที่โต๊ะ เปิดลิ้นชักเอาขวดสเปรย์ปรับอากาศออกมา จากนั้นจึงฉีดไปทั่วห้อง ก่อนจะค่อยๆ สงบท่าทีแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
"องค์ประกอบทางเคมีของสเปรย์จะเป็อันตรายต่อาแนะครับ" หยางเฉินกล่าวยิ้มๆ
"แล้วจะให้ฉันใช้สเปรย์อะไร!?" หลิวิอวี้โต้กลับทันควัน แต่ก็ตระหนักได้ว่าโม่เชี่ยนนียังยืนอยู่ตรงหน้า และจำต้องหยุดความบ้าคลั่งเอาไว้ก่อน
โม่เชี่ยนนีถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนหน้านี้หยางเฉินเคยบอกว่ามีคนรักอยู่หลายคน ตอนนี้จึงจำต้องเตรียมใจไว้ได้แล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น โม่เชี่ยนนีก็เผยรอยยิ้มขมขื่น หันไปกล่าวกับหลิวิอวี้ว่า
“พวกเราไม่ได้เป็สินค้าชั้นยอด พูดตามตรงเราเป็เหมือน ''สหาย'' ที่ทุกคนต่างรังเกียจ ดังนั้นพวกเราจึงเท่าเทียม อย่าคิดว่าตัวเองผิด ถ้าจะโทษก็ให้โทษชายคนนี้ กระต่ายไม่กินหญ้าข้างบ้าน แต่คนคนนี้กลับกินเรียบจนไม่เหลือหลอ”
หลิวิอวี้ได้ฟังก็รู้สึกมีเหตุผล โม่เชี่ยนนีก็เป็ชู้เช่นเดียวกับเธอ แม้เื่นี้จะไม่ถูกต้องแต่ก็รู้สึกไม่โดดเดี่ยวเท่าไหร่นัก
หยางเฉินเห็นสองสาวพูดคุยกันก็รู้สึกว่าโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม ความรู้สึกระหว่างชายหญิงไม่อาจพูดได้อย่างชัดเจนมาั้แ่สมัยโบราณแล้ว เมื่อบรรยากาศคล้ายเงียบเหงาเป็เวลานาน ในที่สุดหยางเฉินก็กล่าวถามว่า
"ไปทานข้าวเย็นด้วยกันมั้ยครับ?"
โม่เชี่ยนนีและหลิวิอวี้ ต่างมองไปที่หยางเฉินด้วยสายตารังเกียจอย่างพร้อมโดยพลัน
"นายคิดว่าสถานการณ์แบบนี้คือควรไปกินข้าวด้วยกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?" โม่เชี่ยนนีกล่าว
"เห็นเราเป็เด็กสามขวบหรือไง?" หลิวิอวี้กล่าวต่อ
หยางเฉินขยุ้มเส้นผมของเขาอย่างฟุ้งซ่านพร้อมกล่าวว่า
"ป้าทั้งสองครับ ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนดี แต่ผมก็ไม่คิดจะปิดบังพวกคุณ ผมไม่รู้ว่ามันจะมาไกลขนาดนี้ ผมไม่อยากทำร้ายพวกคุณ แต่ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี ผมจะทุบตีผมยังไงก็ได้ จะดุด่าว่าผมยังไงก็ได้ แต่อย่าเกลียดผมเลย ผมรักพวกคุณได้ยินมั้ย นอกจากจดทะเบียนสมรสแล้ว สิ่งที่พวกคุณ้า ผมสัญญาว่าจะหามาให้พวกคุณได้ทุกอย่าง!" หลังจากพูดคำพวกนั้นออกไปหยางเฉินก็อยากจะสูบบุหรี่ขึ้นมาทันที ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือออฟฟิศ!
โม่เชี่ยนนีและหลิวิอวี้ได้ฟังก็ต่างหันหน้าหนี และแอบไปเช็ดขอบตา
"นายเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาของผู้หญิงหรือไง?"
"พวกเรา้าดื่มเพื่อลืมความทุกข์และความอึดอัดนี้ ใช่มั้ยิอวี้” โม่เชี่ยนนีกะพริบตาให้หลิวิอวี้
หลิวิอวี้พยักหน้ากล่าวว่า "ฉันรู้จักร้านอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ หัวหน้าโม่ไปกันมั้ยคะ"
"เรียกอะไรหัวหน้า เรียกเชี่ยนนีก็พอ" โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ดีมาก เชี่ยนนี" หลิวิอวี้มีสีหน้าที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หยางเฉินรู้ว่าอย่างน้อยก็คลี่คลายปมนี้ได้ชั่วคราว และเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"พาผมไปด้วยสิ”
"ผู้หญิงจะทานข้าวกัน นายมายุ่งอะไรด้วย มีงานอะไรก็รีบไปทำ พวกเรายังมีงานที่ต้องปรึกษากัน" โม่เชี่ยนนีกล่าว
"นี่...ไม่เอาน่า" หยางเฉินยังคงไม่ยอมแพ้
"นายเป็ขอทานหรือไง หรืออยากให้พวกเราป้อนท่านชายอย่างนายอีก?”
"ถ้าเป็อย่างนั้นจะดีมาก" หยางเฉินยิ้มอายเล็กน้อย
หลิวิอวี้และโม่เชี่ยนนีเหลือบมองหยางเฉินด้วยหางตา คนหนึ่งซ้ายคนหนึ่งขวา กดดันให้หยางเฉินออกจากห้องไปโดยเร็ว
"ออกไป พวกเราจะทำงาน!"
"อย่าเร่งนักสิ ผมกำลังจะไปแล้ว" หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี!?
เมื่อหยางเฉินออกจากห้องไปแล้ว สองสาวก็หันกลับมามองหน้ากัน แล้วหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
