ถนนบนูเาที่หิมะตก ไม่อาจละลายได้ในหนึ่งคืน ทว่าเนื่องจากไม่มีคนสัญจรผ่าน พื้นไม่ได้จับตัวเป็น้ำแข็ง ไม่มีเศษน้ำแข็ง ดังนั้นถนนจึงไม่ได้ลื่นมาก
ผู้เฒ่าหลี่ หลี่ต้าหลินสามพี่น้อง และิซื่อพาเด็กน้อยทั้งสี่คน ใช้ไม้คานหาบเสื้อผ้าเก่าและเสบียงอาหาร เดินบนถนนูเาอย่างระมัดระวังช้าๆ ทีละก้าว
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นหิมะก็ค่อยๆ ละลาย ถนนบนูเาเปียกชื้น รองเท้าฟางของพวกเขาเต็มไปด้วยโคลนตม
ผู้เฒ่าหลี่เกือบจะหกล้ม
หลี่เอ้อร์หลินกลัวว่าผู้เฒ่าหลี่จะหกล้มจนได้รับาเ็ จึงไม่ให้ผู้เฒ่าหลี่ไปส่ง เขาให้หลี่ซานหลินประคองผู้เฒ่าหลี่กลับบ้าน
ที่บ้านไม่มีเงินเชิญหมอ ผู้เฒ่าหลี่ก็กลัวว่าตนจะหกล้ม เฮ้อ เดิมทีเขาคิดจะไปส่งครอบครัวของหลี่เอ้อร์หลินออกจากูเาจนถึงถนนสายหลัก ผู้ใดจะไปรู้ว่าแค่เดินขึ้นเขาไม่กี่ลี้ก็ต้องเลิกล้มความตั้งใจเดิมแล้ว
“ท่านพ่อ รักษาสุขภาพด้วยขอรับ” หลี่เอ้อร์หลินดึงหลี่ซานหลินไปอีกด้าน เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ซานหลิน ตระกูลหูเป็หลุมไร้ก้น ข้าว่าเ้านัดหมายหูเจินออกมาแล้วแอบหลับนอนกับนางเสีย ถึงตอนนั้นคงเป็นางที่ร้อนรนอยากแต่งงาน! จัดการกับสตรีเช่นนี้ เ้าต้องใช้อุบาย! ทำไม อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ เ้าตกลงหมั้นหมายกับนางแล้ว นางก็เป็คนของเ้า! เื่เช่นนี้มีมากกว่าสิบลี้แปดหมู่บ้าน นี่ก็เพราะถูกตระกูลหูบีบบังคับ!”
หลี่เอ้อร์หลินไม่ให้เงินแก่ผู้เฒ่าหลี่ หากให้แล้วสุดท้ายก็ตกอยู่ที่ตระกูลหู
หลี่เอ้อร์หลินรู้สึกว่าที่ตระกูลหูทําเช่นนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็บอกไม่ได้ว่าผิดปกติตรงที่ใด หลี่เอ้อร์หลินจึงเสนอความคิดนี้ให้หลี่ซานหลิน อย่าให้ถึงตอนที่ตระกูลหูออกอุบายจงใจหาเื่ ไม่ให้หูเจินแต่งงานแล้ว เงินที่ตระกูลหลี่จ่ายไปทั้งหมดก็จะสูญเปล่า
สายตาของหลี่ซานหลินทอดมองครอบครัวของหลี่เอ้อร์หลินและหลี่ต้าหลินเดินห่างออกไปบนถนนูเาอย่างเลือนราง
แสงแดดในฤดูหนาวสาดไปทั่วผืนฟ้าและผืนดิน อุณหภูมิสูงขึ้น หิมะบนถนนทางการค่อยๆ ละลาย
หลี่เอ้อร์หลินยืนอยู่ข้างถนนสายหลักที่มองไม่เห็นปลายถนน เอ่ยกับหลี่ต้าหลินว่า “พี่ใหญ่ ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าด้านล่างเขาอบอุ่นกว่าในเขามากแล้ว?”
หลี่ต้าหลินพยักหน้าเงียบๆ
“อบอุ่น ผู้คนก็มาก” ั้แ่ิซื่อตั้งครรภ์หลี่เจิน ก็ไม่เคยออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน นับดูแล้วเป็เวลาสองปีกว่า นางทอดมองม้าเร็วที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนสายหลัก สีหน้าพลันปรากฏความขลาดกลัว กำชับบุตรสาวที่มีแววตาขลาดกลัวเช่นกันว่า “พวกเ้าเห็นคนขี่ม้า ต้องรีบหลบให้ไกลๆ”
หลี่เอ้อร์หลินมองไปรอบๆ พวกเขาทั้งหมดต่างเหน็ดเหนื่อยจนหอบหายใจ ท้องก็ส่งเสียงร้องโครกคราก หากยังเป็เช่นนี้ต่อไป สองชั่วยามก็ยังเดินไม่ถึงหมู่บ้านสุ่ยหลิว
ยามนี้มีเกวียนล่อคันหนึ่งผ่านมาพอดี ชายวัยกลางคนที่บังคับเกวียนอยู่สวมหมวกสีดํา เหลือบมองหลี่เอ้อร์หลินและพวกของเขา เมื่อมองอีกทางที่นําไปสู่ถนนบนูเาด้านหลังพวกเขา ก็รู้ว่าพวกเขาออกมาจากในูเา ยากจนยิ่งนัก ไม่มีเงินนั่งเกวียน จึงไม่ได้ะโเรียกลูกค้า
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยเสียงสูง “พี่ใหญ่ นั่งรถล่อไปหมู่บ้านสุ่ยหลิว หนึ่งคนราคาเท่าใด?”
“ผู้ใหญ่สองเหรียญทองแดง เด็กหนึ่งเหรียญทองแดง” ชายวัยกลางคนคิดว่าหลี่เอ้อร์หลินกําลังหยอกล้อเขาอยู่ ยังคงบังคับรถต่อไปข้างหน้า
หลี่เอ้อร์หลินวิ่งไล่ตามไป เอ่ยเสียงดังว่า “เหตุใดถึงขึ้นราคาแล้ว? เดิมทีผู้ใหญ่คือหนึ่งเหรียญทองแดง!”
“ถนนยามหิมะตกทำให้เดินทางลำบาก รถล่อของข้าเสื่อมสภาพเร็ว เอ๊ะ เ้าจะนั่งรถหรือ?” ชายวัยกลางคนบังคับให้ล่อหยุดลง
ศีรษะหนึ่งโผล่ออกมาจากหน้าต่างของรถล่อ สตรีมีอายุดวงตาสามเหลี่ยมคนหนึ่งพินิจมองหลี่เอ้อร์หลินและพวกของเขา จากนั้นสายตาก็แปรเปลี่ยนเป็ดูถูก
“นั่ง พวกข้าผู้ใหญ่สามคน เด็กสามคน คิดเป็เงินหกเหรียญทองแดง ยังมีอีกคนที่ถูกอุ้มอยู่ คงไม่คิดเงินกระมัง”
ชายวัยกลางคนลงจากรถล่อเพื่อนับจํานวนคน สุดท้ายชี้ไปยังหลี่เจินที่อายุหนึ่งขวบกว่าและตะกร้าที่ใส่เสื้อผ้า อาหาร เอ่ยว่า “คนเล็กสุดบวกกับสัมภาระคิดหนึ่งเหรียญ”
ิซื่อะโร้องเสียงหยาบว่า “เจ็ดเหรียญทองแดง! แพงเกินไปแล้ว เงินเจ็ดเหรียญสามารถซื้อธัญพืชได้สองจินกว่า ยังเป็ธัญพืชชั้นดีด้วย!”
“ไม่ต้องนั่งรถล่อ นี่ใช้การไม่ได้” หลี่ต้าหลินใช้สายตาเหลือเชื่อมองหลี่เอ้อร์หลิน ต่อให้ขายซาลาเปาหาเงินได้มากเท่าใด ก็ไม่ควรสิ้นเปลืองเช่นนี้!
“ล้วนฟังข้า รีบขึ้นรถล่อเถิด” หลี่เอ้อร์หลินออกแรงผลักิซื่อที่อุ้มหลี่เจิน หลี่ต้าหลินขึ้นรถล่อ แล้วอุ้มบุตรทั้งสามคนที่ะโโลดเต้นอย่างดีใจและตะกร้าขึ้นรถล่อ
ส่วนตัวเขานั่งบนแท่นนั่งของรถล่อกับชายวัยกลางคน
รถล่อวิ่งโคลงเคลงอย่างรุนแรง แต่เด็กๆ มีความสุขยิ่งนัก
ิซื่อยื่นมือใหญ่ที่มีผิวหยาบกร้านััผ้าม่านของรถล่อ นี่ทำมาจากผ้าฝ้ายชั้นดี ไม่แปลกใจที่นั่งรถล่อหนึ่งครั้งต้องจ่ายสองเหรียญทองแดง
สตรีมีอายุใช้ดวงตาสามเหลี่ยมจ้องิซื่อสองที พอิซื่อเห็นเช่นนั้นก็เอื้อมมือไปััอีกครั้ง สตรีมีอายุก็ถลึงตาจ้องอีกครั้ง ิซื่อก็เอื้อมมือไปลูบอีก นางรู้สึกสนุกจนหายเหนื่อย
เป็เช่นนี้หลังผ่านไปครึ่งชั่วยาม ก็ถึงหมู่บ้านสุ่ยหลิวที่เป็จุดหมายปลายทาง
“เจ็ดเหรียญทองแดง พี่ใหญ่เก็บให้ดี” หลี่เอ้อร์หลินจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล พาคนในครอบครัวที่เจ็บบั้นท้ายจากการสั่นะเืลงจากรถล่อเข้าไปในหมู่บ้าน
ทางเข้าหมู่บ้านมีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะเดินออกมาพอดี คนเป็สามีเอ่ยถาม “หลงจู๊หลี่กลับจากบ้านเร็วขนาดนี้เชียว?”
หลี่เอ้อร์หลินหัวเราะแล้วเอ่ย “เร็วหรือ? ฮ่าๆ นี่คือพี่ใหญ่ของข้า ส่วนนี่คือภรรยาและลูกๆ ของข้า!”
สามีภรรยาวัยกลางคนมองสำรวจกลุ่มหลี่ต้าหลินทั้งหลายคน สายตาของภรรยาตกลงที่ิซื่อก็ใเล็กน้อย ร้องเสียงหลงถามว่า “หลงจู๊หลี่ นี่คือภรรยาท่านหรือ?”
ิซื่อถูกสายตาของภรรยาผู้นี้มองจนอึดอัด ในใจรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
“ใช่ ภรรยาที่ข้าแต่งงานด้วยอย่างถูกต้อง นางคลอดบุตรให้ข้าสี่คน” หลี่เอ้อร์หลินยังคงหัวเราะฮ่าๆ แล้วโบกมือพาคนในครอบครัวเดินไปข้างหน้า
หลี่ต้าหลินเอ่ยถาม “พวกเขาเรียกเ้าว่าหลงจู๊?”
หลี่เอ้อร์หลินตอบ “พวกเขาเพียงเรียกตามปาก ถ้าข้าไม่ตอบรับ พวกเขาจะหาว่าข้าวางมาดใหญ่โต”
ิซื่อที่เริ่มมองสํารวจหมู่บ้านสุ่ยหลิวเอ่ยขึ้นว่า “หมู่บ้านนี้อยู่ข้างถนนสายหลัก ดีกว่าที่ตั้งของหมู่บ้านพวกเรา”
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ย “ดีกว่ามาก เส้นทางจากหมู่บ้านสุ่ยหลิวถึงอําเภอเฟิงหยางประมาณสี่ถึงห้าลี้ คนในหมู่บ้านนำอาหารและผักไปขายที่อําเภอ”
ไม่นานก็มาถึงบ้านที่เขาเช่า เป็บ้านเดี่ยวหนึ่งประตูหนึ่งลานบ้าน กล่าวว่าเป็สี่ห้อง แท้จริงแล้วเป็บ้านหลังคามุงจากสี่ห้อง และยังมีห้องหลังคามุงจากเตี้ยลงมาเล็กน้อยหนึ่งห้อง และเล้าไก่ คอกสุนัข
เขาทําซาลาเปาได้ไม่กี่วัน ก็ซื้อสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่แข็งแรงหนึ่งตัวจากข้างนอกเพื่อนำมาเฝ้าบ้าน ต่อมาก็เลี้ยงลูกไก่หลายตัว
ตอนที่เขาไม่อยู่บ้าน ก็ให้สุนัขเฝ้าบ้านและไก่
“ว้าว สุนัขตัวใหญ่!”
“นี่คือสุนัขของบ้านเราหรือ?”
เด็กโตทั้งสามคนได้ยินเสียงสุนัขเห่า และเห็นสุนัขสีเหลืองที่โผล่ออกมาจากช่องว่างของกําแพงรั้ว ต่างพากันตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง
หลี่เอ้อร์หลินเปิดประตูรั้ว สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ก็กระโจนเข้ามาพลางส่ายหัวกระดิกหางใส่เขา คลอเคลียไม่ห่าง “ไหลฝู อย่าเห่า คนที่มาล้วนเป็เ้านาย!”
หลี่ต้าหลินเห็นลานบ้านมีที่ดินสองแปลง แต่ละแปลงมีพื้นที่หนึ่งร้อยกว่าผิงหมี่ ในแปลงปลูกหัวไชเท้า ต้นหอมเล็กและอื่นๆ ยามนี้หิมะยังไม่ละลาย บนใบผักยังมีหิมะปกคลุมอยู่บ้าง แล้วมองบ้านหลังคามุงจากสภาพดีและไม่ทรุดโทรมหนึ่งแถว ยังมีไก่และสุนัข ดีกว่าบ้านตระกูลหลี่ในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนยิ่งนัก
สิ่งที่หลี่เอ้อร์หลินเห็นจากสายตาของคนในครอบครัวคือความปีติยินดี ทั้งหมดนี้เป็ไปตามที่เขาคาดไว้ จึงหัวเราะพลางเอ่ย “ด้านนอกหนาว พวกท่านรีบเข้าไปในบ้าน ข้าจะไปจุดไฟต้มน้ำทําอาหาร”
