“ดูจากพลังของเ้าคงจะข้ามผ่านมหันตวายุแล้วใช่หรือไม่ เพราะเกราะทองนั่นน่าจะพอต่อกรกับจอมยุทธ์ที่ข้ามผ่านมหันตอัคคีพอถูๆ ไถๆ” สื่อฮั่วมองหวังโป๋พลางแสยะยิ้ม
“มหันตอัคคี...” หวังโป๋พึมพำ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะทองหวาดผวาเล็กน้อย
สื่อฮั่วมองขั้นบำเพ็ญเพียรของเขาออกได้อย่างง่ายดาย ถึงเขาจะสามารถประมือกับผู้ที่ข้ามผ่านมหันตอัคคีได้ ทว่าผู้ที่ใช้พลังจากภายนอกนั้นไม่ใช่มหันตอัคคีอย่างแท้จริง
ขั้นมหันตที่สื่อฮั่วฆ่าตายก่อนหน้านี้ ไม่มีใครข้ามผ่านมหันตวายุสำเร็จแม้แต่คนเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถต่อต้านสื่อฮั่วได้ ทว่าหวังโป๋คือขั้นมหันตคนแรกที่ข้ามผ่านมหันตวายุ แข็งแกร่งกว่าขั้นมหันตทั่วไปหลายขุม
ถึงกระนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับสื่อฮั่ว หวังโป๋ยังคงััได้ถึงแรงกดดัน อีกฝ่ายแข็งแกร่งมากกว่าเขา เดาว่าไม่น่าใช่มหันตอัคคีสามัญ มีความเป็ไปได้ว่าจะข้ามผ่านมหันตสายฟ้าแล้ว
ขั้นมหันตมีระดับความแข็งแกร่งที่แบ่งกันอย่างชัดเจน หลังจากที่ข้ามผ่านมหันตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าทลายปฐี น่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลงของขั้นหลอมกายาถึงขั้นนิพพานรวมกันเสียอีก
มหันตแรกที่ต้องข้ามผ่านก็คือมหันตวายุ จากนั้นก็มหันตอัคคี มหันตสายฟ้า มหันตวารีและมหันตปฐี แต่ละมหันตนั้นอันตรายสุดแสน กระทั่งขั้นมหันตที่มีพลานุภาพเหนือฟ้ายังยากที่จะข้ามผ่าน
อัตราความสำเร็จในการข้ามผ่านมหันตนั้นต่ำมาก คนสิบคน บางทีอาจไม่มีใครข้ามผ่านสำเร็จเลยก็ได้ ดังนั้นจอมยุทธ์ส่วนใหญ่พอสำเร็จเป็ขั้นมหันตจึงเลือกยับยั้งขั้นบำเพ็ญเพียรของตัวเอง เพราะพวกเขาไม่้าเผชิญหน้ากับมหันตที่น่าพรั่นพรึง
มีความเป็ไปได้สูงว่าสื่อฮั่วจะเคยข้ามผ่านมหันตสายฟ้า ถ้าเป็เช่นนั้น ถึงหวังโป๋จะมีเกราะทองก็ใช่ว่าจะสามารถหยุดสื่อฮั่วได้
“ฟืดฟาด!” จู่ๆ สื่อฮั่วก็หายใจหนักหน่วง ลมหายใจที่พ่นออกมาคล้ายคลับกับเปลวเพลิง
“บัดซบ ไอ้มนุษย์นั่น!” สื่อฮั่วหน้าเปลี่ยนสี สบถด่าในใจ กายาแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิวหายวับไป
หวังโป๋สูดลมหายใจเข้าลึก พอสื่อฮั่วจากไป เขาก็พบว่าแผ่นหลังของตัวเองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับสื่อฮั่วเพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่สื่อฮั่วสร้างความกดดันให้กับเขาเป็อย่างมาก ปกติแล้วความรู้สึกนี้จะปรากฏเมื่ออยู่ต่อหน้าเ้าสำนักเท่านั้น
“หวังโป๋ เ้าสุดยอดไปเลย ไล่เ้าสัตว์ประหลาดนั่นจนหนีเตลิดไปเลยแหนะ” เด็กสาวอุทานเสียงหลง
ทว่าหวังโป๋กลับยิ้มขื่นขม เขาเก่งกาจเช่นนั้นเสียเมื่อไหร่ บางทีสัตว์ประหลาดนั่นอาจต้องทำอะไรบางอย่างก็เลยจากไป แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หวังโป๋ไม่อยากเจอกับมันอีก บางทีครั้งหน้าอาจไม่โชคดีแบบนี้
เพลานั้น เปลวเพลิงปกคลุมทั่วสรรพางค์กายของสื่อฮั่ว จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตผลาญเผาลมปราณที่อยู่ในร่างกาย พอสื่อฮั่วสยบ จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตก็ถูกยับยั้งอย่างรวดเร็ว
“ไอ้มนุษย์ขั้นสั่งสมนั่นรู้วิชามหาอำนาจได้อย่างไร!” สื่อฮั่วแผดเสียง จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตเปรียบดั่งพิษ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ล้างไม่ออก
ปกติแล้วสื่อฮั่วไม่ได้ใส่ใจวิชามหาอำนาจกระจอกๆ เฉกเช่นนี้ อย่างไรเสียเขาก็แข็งแกร่งมากพอที่จะสยบมัน แต่ถ้ามันเกิดขึ้นกะทันหันระหว่างต่อสู้ นั่นจะเป็อันตราย
หลังจากที่กลืนกินมนุษย์ไปหลายต่อหลายคน พลังของสื่อฮั่วแทบเท่ากับมหันตสายฟ้าแล้ว ทว่าก็ยังไม่สามารถลบล้างจิตบัวคำสาปผลาญโลหิตได้ สื่อฮั่วเดาว่าคงต้องข้ามผ่านมหันตวารีก่อนถึงจะสามารถกำจัดมันได้
“หืม?” ทันใดนั้น สื่อฮั่วก็ขมวดคิ้ว เพราะคลื่นพลังของจูชิงหายไปโดยสิ้นเชิง!
เดิมที แม้ว่าจะอยู่ไกลนับหมื่นลี้ ทว่าสื่อฮั่วก็ััได้ถึงคลื่นพลังของจูชิง ขอเพียงแค่อีกฝ่ายยังอยู่ในเอกภพฟ้าดินนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือของเขาได้ ทว่าเพลานี้ มันกลับหายไป
“ตายแล้วงั้นรึ?” สื่อฮั่วพึมพำกับตัวเอง
สื่อฮั่วเชื่อมั่นในััของตัวเองมาก มีความเป็ไปได้เดียวก็คือ จูชิงตายแล้ว!
ทว่าจูชิงตายแล้วจริงๆ หรือ เห็นได้ชัดว่ามันเป็ไปไม่ได้
ในเวลาเดียวกันนั้นจูชิงกำลังเดินอยู่ในหินหนืด
《คางคก์อำพราง》ซ่อนเร้นคลื่นพลังของจูชิงอย่างสมบูรณ์แบบ มันคือวิชามหาอำนาจแท้จริง ถึงจะไม่ได้มีพลานุภาพทำลายล้างน่าสะพรึง แต่ในบางสถานการณ์ ประโยชน์ของมันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าวิชามหาอำนาจประเภทต่อสู้เสียอีก
“ตายซะ” ห่างจากจูชิงหลายร้อยลี้ จอมยุทธ์กลุ่มหนึ่งบุกบั่นฆ่าฟัน สำแดงพลานุภาพปะทะกันบนท้องฟ้า พลังแกร่งกล้าแพร่งพรายทำลายูเาไฟที่อยู่บริเวณเคียงใกล้จนราบเป็หน้ากลอง
ที่นี่มีูเาไฟสิบลูกล้อมรอบ ตรงกลางของูเาไฟทั้งสิบมีหีบสีแดงเพลิงอยู่อันหนึ่ง มีโซ่ตรวนที่มีเปลวเพลิงสีขาวแผดเผาสองเส้นพันธนาการเอาไว้อย่างแ่า
เปลวเพลิงสีขาวน่าอัศจรรย์ยวดยิ่ง หลังจากที่ขั้น์ปฐีัั ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ กายาก็ดับสูญกลายเป็เถ้าถ่าน
คนโง่ยังรู้ว่าในหีบนั่นมีสมบัติล้ำค่าอยู่ ใครก็ตามที่เห็นมันต่างตาเป็มัน เหตุนั้นจำนวนคนที่อยู่ที่นี่จึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่ามหันตสังหารคือสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
“เขากระบี่เล็กเป็คนเจอหีบ ว่ากันตามหลักแล้วมันเป็ของเขากระบี่เล็ก ใครอาจหาญกล้า่ชิงเท่ากับเป็ศัตรูกับเขากระบี่!” จอมยุทธ์คนหนึ่งพูดอย่างเดือดดาล
“เขากระบี่เล็ก ใจกล้าห่อฟ้ายิ่งนัก เพราะเ้าพูดเช่นนั้น ข้าจึงต้องถอยให้งั้นรึ เป็แค่บริวารกระจอกๆ ของกระบี่์ กล้ามาไล่ข้าได้อย่างไร?” จอมยุทธ์ขั้นนิพพานแสยะยิ้ม
ตระกูลกระบี่์ แม้ว่าจะเป็ตระกูลขุนนางยุทธ์ ทว่ากลับน่ากลัวยิ่งกว่าสำนัก นับว่าเป็หนึ่งในขุมพลังอำนาจทรงพลังของอาณาจักรทองเหลือง ว่ากันว่าผู้นำตระกูลกระบี่์เป็ขั้นมหันตสูงสุด
เขากระบี่เล็กเป็เครือญาติของตระกูลกระบี่์ แม้ว่าจะเป็เครือญาติ แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าสำนักของอาณาเขตทองเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีต้นไม้ใหญ่เช่นตระกูลกระบี่์คุ้มครอง จึงไม่มีใครกล้าล่วงเกินเขากระบี่เล็ก
“วังวินาศ์ เขาคือคนของวังวินาศ์!” มีคนจำจอมยุทธ์คนนั้นได้ วังวินาศ์เป็ขุมพลังอำนาจชั้นสูงมิด้อยไปกว่าตระกูลกระบี่์
“สมบัตินั่นเป็ของข้าฉู่หลี วังวินาศ์!” ฉู่หลีสืบเท้าก้าวหนึ่ง ท่าทางหยิ่งผยองยิ่งกว่าเขากระบี่เล็กหลายเท่า
จอมยุทธ์เขากระบี่เล็กคนหนึ่งพยายามต่อต้าน ทว่าพริบตาเดียวที่แสงกระบี่สว่างวาบ หัวของเขาก็ถูกบั่นหลุดจากบ่า ม่านตาหดเล็กเท่ารูเข็ม แม้ว่าจะตายแล้ว แต่ก็ยังไม่เชื่อว่าวังวินาศ์จะกล้าทำเช่นนี้
ในฐานะขั้นนิพพาน แม้เป็ฉู่หลีก็ใช่ว่าจะเอาชนะเขากระบี่เล็กได้ง่ายๆ แต่อีกฝ่ายไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ลงมือสังหารโดยพลันทันใด!
ไม่มีใครคิดว่าฉู่หลีจะกล้าฆ่าคนของเขากระบี่เล็ก!
คนเขากระบี่เล็กเป็โทสะ พวกเขาชักกระบี่ออกมาทีละคน ประจันบานกับคนนับร้อย เมื่อใดที่มนุษย์ถูกความโลภเข้าครอบงำ ใครเล่าจะสนว่าใครเริ่มก่อนเริ่มหลัง มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ไม่เป็ภัยต่อตัวเอง
ทว่าบริเวณที่ฉู่หลีอยู่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ รัศมีร้อยจั้งกลายสภาพเป็สุญญากาศ ใครก็ตามที่เผลอพลั้งเข้าไปข้างใน ชะตากรรมเดียวที่รอคอยอยู่ก็คือความตาย!
“วังวินาศ์อำมหิตเหี้ยมยิ่งนัก!” คนที่ซ่อนตัวอยู่ระยะไกลใจหายวาบ
จูชิงเองก็ยังซ่อนตัวอยู่เช่นกัน ด้วยความแข็งแกร่งของเขา สามารถประมือกับขั้น์ปฐีได้ไม่ยาก ทว่าขั้นนิพพานนับว่าอันตราย โชคดีที่เขาฝึกฝนวิชามหาอำนาจ《คางคก์อำพราง》จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครหาเขาพบ
จูชิงมองหีบในหุบเขาที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็ก ไม่รู้ว่าข้างในนั้นมีของล้ำค่าอะไรอยู่
“เฒ่าปีศาจ เ้าว่าข้าจะแย่งหีบนั่นมาได้หรือไม่?” จูชิงถาม
“ได้ ถ้าเ้าเป็ขั้นนิพพาน” เฒ่าปีศาจพูดหนักแน่น
จูชิงกลอกตา “เ้านี่ชอบพูดแทงใจดำเสียจริง แค่บอกว่าไม่ได้ก็พอ”
“ฟึ่บ!” แสงกระบี่สีเขียวเกือบเฉือนศีรษะของจูชิง มันพุ่งเข้าใสู่เาไฟที่อยู่ห่างไปไม่กี่สิบลี้ขาดเป็สองส่วน!
จูชิงเหงื่อชุ่มเกือบถูกแสงกระบี่ฆ่าตายเสียแล้ว การต่อสู้ระหว่างขั้นนิพพาน ไม่ว่าจะหลบอยู่ไกลแค่ไหนก็อันตรายอยู่ดี!
“ฉู่หลีแข็งแกร่งมาก เขาเข้าใกล้หีบใบนั้นแล้ว!” จูชิงขมวดคิ้ว
ที่นี่ไม่มีขั้นมหันต จอมยุทธ์ขั้นนิพพานจึงกลายเป็ผู้ไร้เทียมทาน!
ไม่มีใครสามารถหยุดฉู่หลีได้ ขณะที่อยู่ห่างจากหีบสมบัติร้อยจั้ง เขาก็หยุดฝีเท้า ใบหน้าหนักอึ้งสุดแสน
สิ่งที่ทำให้ฉู่หลีหวาดหวั่นก็คือโซ่เหล็กสองเส้นที่ปกคลุมเปลวเพลิงสีขาวที่พันธนาการอยู่ แม้ว่าเขาจะเป็ขั้นนิพพาน ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเปลวเพลิงขาวก็ยังไม่มั่นใจนักว่าจะต่อต้านเปลวเพลิงนั้นได้
“มหันตอัคคี มีแค่ผู้ที่ข้ามผ่านมหันตอัคคีที่จะต่อต้านเปลวเพลิงนี้ได้!” ฉู่หลีหน้าเหยียดเท้าถอยสองก้าว
“หนูน้อย ของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเ้าแตะต้องได้!” จู่ๆ สื่อฮั่วก็ปรากฏกายบนท้องฟ้า!
“เ้าเป็ใคร!” ฉู่หลีขมวดคิ้ว
สื่อฮั่วแสยะยิ้มแล้วอ้าปากกว้าง คนที่สู้กันอยู่ถูกแรงดูดมหาศาลกลืนกิน ยังไม่ทันที่พวกเขาจะโต้ตอบก็ไปอยู่ในกระเพาะของสื่อฮั่วเสียแล้ว!
“กรวบ กราบ!” สื่อฮั่วเคี้ยวกระดูก ดื่มด่ำกับรสชาติ ใบหน้าเป็ปีติยวดยิ่ง
สิ่งที่ทำให้จูชิงประหลาดใจก็คือฉู่หลีที่อยู่ใกล้สื่อฮั่วที่สุดกลับไม่เป็อะไร เพราะเงาร่างกระบี่ยาวปกป้องฉู่หลีเอาไว้!
“น่าสนใจดีนี่ ดูท่าคนที่หนุนหลังเ้าจะเก่งกาจไม่เบา” สื่อฮั่วกล่าว
ฉู่หลีเหยียดเท้าถอย เมื่อครู่เขารอดชีวิตได้ก็เพราะของล้ำค่าของปู่ คนที่อยู่ตรงหน้านั้น ไม่ใช่คนที่เขาสามารถต่อต้านได้เลย
