“ข้าไม่รู้ว่าเ้ากำลังพูดอะไร” ฉางหงเยียนเหลือบมองเหนียนยวี่ พยายามระงับความรู้สึกไม่อยากเชื่อในใจ
เหนียนยวี่จะรู้จักดอกเทียนเซียงได้อย่างไร? ทั้งยังรู้เื่ประสิทธิภาพของน้ำเลี้ยง รากและก้านด้วย?
ดอกเทียนเซียงพบได้เฉพาะบนูเาเทียนเซียงของแคว้นหนานเยวี่ย เหนียนยวี่ นางบุตรีอนุตัวกระจ้อยผู้นี้มิเคยออกจากเมืองชุ่นเทียน เช่นนั้นจะมีโอกาสได้รู้จักอย่างไร?
“หึ!” เหนียนยวี่พ่นลมหายใจและเหลือบมองที่จ้าวอี้ ซึ่งพิงอวี่เหวินหรูเยียน นางเอื้อมมือไปวางบนข้อมือของจ้าวอี้ ตรวจพบชีพจรของเขา เหนียนยวี่เหลือบมองฉางหงเยียนซึ่งยังคงไม่เต็มใจที่จะยอมรับได้อย่างรวดเร็ว “ได้เพคะ ในเมื่อองค์หญิงหงเยียนไม่รู้ว่าเหนียนยวี่กำลังกล่าวถึงสิ่งใด เช่นนั้นท่านก็เรียกคนให้เข้ามาได้ตามสบายเลยเพคะ ในเรือนพำนักนี้มีบุรุษไม่น้อย ท่าทีขององค์หญิงหงเยียนดูลำบากนัก กว่าจะได้ความยุติธรรมก็ต้องใช้เวลา ทว่าห้องฟืนแห่งนี้ดูจะเล็กเกินไป ทั้งยังเป็พื้นที่ปิด มิรู้ว่าหากบุรุษเ่าั้ไม่ระวัง จนสูดดมกลิ่นหอมจากร่างกายองค์หญิงแล้วจะเป็เช่นไร...”
ขณะที่เหนียนยวี่กล่าว ฉางหงเยียนเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย เหนียนยวี่เห็นทุกสิ่งในสายตา ครั้นนึกถึงยามที่พวกนางเพิ่งเข้ามา ดูเหมือนฉางหงเยียนกำลังเก็บของอะไรบางอย่าง เหนียนยวี่ยื่นมือออกไป แม้ฉางหงเยียนจะไม่มีท่าทีตอบรับ ทว่าเหนียนยวี่ก็ได้หยิบถุงผ้าปักออกจากเอวของฉางหงเยียนแล้ว
"คืนข้ามา!" สีหน้าของฉางหงเยียนดำมืด นางรีบเอื้อมมือไปคว้ามันทันที ของสิ่งนี้ตกอยู่ในมือของเหนียนยวี่ได้อย่างไร?
นั่นเป็หลักฐาน หากเหนียนยวี่มอบสิ่งนั้นให้ฮ่องเต้หยวนเต๋อและฮองเฮาอวี่เหวิน ผลที่ตามมา...
ฉางหงเยียนแทบไม่กล้าคิด นางจะต้องเอาขวดกระเบื้องเคลือบลายครามขวดนั้นกลับมา ทว่าเหนียนยวี่จะปล่อยให้นางสมปรารถนาได้อย่างไร?
ขณะที่นางยื่นมือออกไป เหนียนยวี่พลันลุกยืนขึ้นในเวลาเดียวกัน ขวดกระเบื้องเคลือบลายครามในมือถูกเปิดออก ของเหลวหยดหนึ่งหยดลงบนิัตรงหน้าอกของฉางหงเยียนอย่างพอดี
"เ้า..." ฉางหงเยียนถลึงตามองเหนียนยวี่ หยดน้ำ ‘เมามายกามารมณ์’ เพียงหยดเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้บุรุษทุกคนหลงใหล
และเหนียนยวี่...นางจะทำสิ่งใดกัน?
เหนียนยวี่เก็บขวดกระเบื้องเคลือบลายครามอย่างดี พลางสบตาฉางหงเยียน “องค์หญิงหงเยียนไม่จำเป็ต้องกังวลไปหรอกเพคะ หากองค์หญิง้าเรียกผู้คนเข้ามา ก็ตามแต่ใจองค์หญิง เพียงแต่องค์หญิงหงเยียนจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาด้วยตนเอง”
เหนียนยวี่รู้ดีว่าตอนนี้ ฉางหงเยียนไม่กล้าเรียกผู้คนให้เข้ามาแล้ว นางเดินไปข้างจ้าวอี้และช่วยอวี่เหวินหรูเยียนพยุงจ้าวอี้ขึ้นมา ก้าวเดินออกจากห้องฟืนโดยไม่แม้แต่มองตาฉางหงเยียน ทันทีที่ก้าวเดินออกไปนอกประตู เหนียนยวี่กลับหยุดชะงัก
“องค์หญิงหงเยียน องค์หญิงน่าจะรู้ถึงฤทธิ์ของยาตัวนั้นดีกว่าเหนียนยวี่ องค์หญิงมิควรวิ่งเพ่นพ่านไปมาจะดีกว่านะเพคะ ทั้งนี้กลิ่นบนร่างกายจะได้ไม่พัดหวนไปกับสายลม อย่างไรเสีย คนปกติมิได้มีความแน่วแน่เช่นนี้เหมือนท่านอ๋องมู่ หากเกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นกับองค์หญิง เช่นนั้นก็อย่าตำหนิทหารรักษาการณ์ในเรือนพำนักของแคว้นเป่ยฉีเลย”
เหนียนยวี่กล่าวโดยไม่หันมองฉางหงเยียนข้างหลัง นางยกยิ้มแ่เบา ความหมายแจ่มชัดอย่างยิ่ง
จากกลิ่นดอกเทียนเซียงบนร่างฉางหงเยียน หากนางกล้าเดินเยื้องย่างส่ายสะโพกไปทั่วจริงๆ เกรงว่านางคงมิอาจรักษาความบริสุทธิ์ได้อย่างแน่นอน
สำหรับฉางหงเยียน หากนางทำให้ความบริสุทธิ์ของตนเองตกเป็ของท่านอ๋องมู่ได้ นางจะสามารถใช้สิ่งนี้ครองตำแหน่งมู่หวังเฟย ทว่าหากเสียความบริสุทธิ์ให้ผู้อื่น แม้นางจะให้เหตุผลกับผู้ใดก็ตาม นางก็มิอาจมีวาสนาได้ครองตำแหน่งมู่หวังเฟยอีกแล้ว
ดังนั้น ถ้อยคำที่เหนียนยวี่กล่าวไม่ผิด เมื่อครู่นี้นางะโเรียกเพื่อให้ผู้คนได้ยินและเข้ามา ทว่าคนที่เสียเปรียบมีแค่ตัวนางผู้เดียวเท่านั้น
เหนียนยวี่และอวี่เหวินหรูเยียนพาจ้าวอี้ออกไป จนแผ่นหลังหายลับไปในท่ามกลางแสงยามราตรี สตรีชุดแดงนั่งลงบนพรมสีขาวราวหิมะ จ้องมองความว่างเปล่ายามค่ำคืน ถ้อยคำของเหนียนยวี่ยังคงดังก้องอยู่ในหู ใบหน้าบวมแดง
"เหนียนยวี่!" ฉางหงเยียนกัดฟันอย่างกรุ่นโกรธ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเบาบาง ฉางหงเยียนสั่นสะท้านอย่างหวาดหวั่น
ไม่ นางต้องออกจากที่นี่ และกลับไปที่ห้องเร็วๆ แม้นางจะไม่เต็มใจ ทว่านางก็ต้องยอมรับว่า เหนียนยวี่พูดถูก ทว่าทันทีที่นางลูกขึ้นและกำลังจะรีบเร่งก้าวออกไป นางกลับได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วง เสียงนั้นคือเสียงของบุรุษ
ในใจของฉางหงเยียนสั่นสะท้าน รีบปิดประตูห้องฟืนตามสัญชาตญาณ ลงสลักเกลียวและใช้ร่างกายดันประตูไว้มั่น
“เมื่อครู่นี้บอกว่าห้องฟืนมีเื่อะไรเกิดขึ้นใช่หรือไม่?” เสียงของบุรุษดังมาจากนอกประตู เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
“การลอบสังหารในโถงรับรองเมื่อครู่...ไม่ต้องเกิดเื่อะไรร้ายแรงก็พอแล้ว” เสียงของคนอีกคนด้านข้างดังขึ้น เสียงฝีเท้ามาถึงหน้าประตู ฉางหงเยียนกลั้นหายใจและไม่กล้าที่จะส่งเสียงใดๆ
คนสองคนผลักประตู แต่พวกเขาไม่สามารถเปิดได้
"มีคนอยู่หรือไม่?" คนด้านนอกถามหยั่งเชิง
เสียงผลักประตูดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าฉางหงเยียนฟังแล้ว รู้สึกเหมือนเป็เครื่องเตือนใจ
นางรู้สึกกลัวอย่างอธิบายไม่ถูก หากคนข้างนอกผลักประตูเข้ามา ด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นดอกเทียนเซียงที่อบอวลทั่วร่างกายของนางในยามนี้ ขอเพียงแค่กลิ่นนี้ลอยโชยเข้าไปในจมูก จะต้องกระตุ้นแรงกำหนัดความปรารถนาในร่างกายพวกเขาเป็แน่ ภายใต้แรงกระตุ้นเช่นนั้น แม้นางอยากจะหลบหนี ก็เกรงว่าจะหลบหนีไม่พ้น
เหนียนยวี่!
มือของฉางหงเยียนกำหมัดแน่น หากไม่ใช่เพราะเหนียนยวี่ นางในยามนี้คงจับตัวท่านอ๋องมู่ได้แล้ว และคงจะได้เล่นสนุกกับเขาอยู่ที่นี่ ทว่าเหนียนยวี่นั่นกลับทำลายเื่ดีงามของนาง!
"ไปกันเถิด ไม่ควรมีใครหรอก ไปลาดตระเวนที่อื่นเถิด" ด้านนอกประตูดูเหมือนว่าประตูจะเปิดไม่ได้เป็เวลานานและหนึ่งในนั้นก็พูดขึ้น
อีกคนตอบรับ จากนั้นเสียงฝีเท้าจึงค่อยๆ เดินห่างออกไป ทว่าแม้นเสียงของทั้งสองคนจะหายไป ฉางหงเยียนก็ไม่กล้าเปิดประตูอีก
นางออกไปไม่ได้ เพราะเื่การลอบสังหารที่เพิ่งเกิดขึ้นในโถงรับรอง เกรงว่าทั้งสองคนนั้นคงจะเดินลาดตระเวนทั้งคืน ค่ำคืนนี้ทหารเฝ้ารักษาการณ์ในเรือนพำนักคงจะมีมากขึ้นกว่าเดิม หากนางออกไปและบังเอิญเจอใครสักคนเข้า คงจะต้องเกิดปัญหาที่ยากจะจบลงด้วยดีแน่
นางเดิมพันไม่ได้!
ฉางหงเยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงโต๊ะมาพิงประตู แล้วกลับไปที่พรมสีขาวอีกครั้ง ขณะที่นางสงบลง ความเกลียดชังและความไม่เต็มใจในดวงตาของนางก็เกี่ยวพันกันตลอดเวลา
สภาพพระวรกายของมู่อ๋องชัดเจนกว่านี้ไม่ได้แล้ว ยากระตุ้นดอกเทียนเซียง ยาแก้พิษเพียงหนึ่งเดียวคือสตรี เหนียนยวี่และอวี่เหวินหรูเยียนได้พอมู่อ๋องไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น......
เหนียนยวี่... อวี่เหวินหรูเยียน...
คิ้วของฉางหงเยียนหยั่งลึกขึ้นเรื่อยๆ ใครบ้างที่จะเป็ยาแก้พิษของมู่อ๋องได้?
หลังจากที่เหนียนยวี่และอวี่เหวินหรูเยียนพาจ้าวอี้ออกจากห้องเก็บฟืน พวกนางรีบเร่งยิ่ง เมื่อลมกลางคืนพัดมา จ้าวอี้ดูเหมือนจะมีสติขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานผลของยาได้ และยังได้กลิ่นหอมจางๆ ของสตรีที่อยู่ข้างๆ เขา แม้แต่ลมหายใจก็ค่อยๆ ไม่คงที่
ทั้งสองพบห้องที่ใกล้ที่สุด และก็ให้จ้าวอี้นั่งลง เหนียนยวี่กำลังจะทำยาถอนพิษ และกำลังจะจากไป ทว่ามีมือใหญ่คว้าข้อมือนางไว้ เหนียนยวี่หันศีรษะมองไปที่จ้าวอี้สักครู่ จ้าวอี้ปล่อยมือและผลักเหนียนยวี่ออกไป...
"ยวี่...ยวี่เอ๋อร์..." จ้าวอี้กล่าว พลางมองสบตาเหนียนยวี่ "เ้า...เ้าไปจากที่นี่เร็วๆ เสีย"
จ้าวอี้ได้ตระหนักถึงความผิดปกติของร่างกายของเขาแล้ว และเขาไม่เคยรู้สึกเพียงนี้มาก่อน ตอนนี้ เขารู้ดีว่าเขา้าอะไรมากที่สุด ทว่ายวี่เอ๋อร์...ไม่!
จ้าวอี้อดทนต่อความปรารถนาที่ไม่สงบในร่างกายของเขา ตอนนี้แรงผลักดันดูเหมือนกับสตรีสองคนในห้องที่มีความหมายลึกซึ้ง
อวี่เหวินหรูเยียนรู้ว่า จ้าวอี้ไม่เพียงชอบเหนียนยวี่เท่านั้น แต่ยังรักจากก้นบึ้งของหัวใจ เขากลัวที่จะทำร้ายนาง ดังนั้นเขาจึงอยากจะรั้งแรงกระตุ้นนั้นไว้และผลักเหนียนยวี่ออกไป