หนิงโม่ทิ้งตัวบนเตียงราวกับร่างไร้กระดูกและช้อนเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน แววตานั้นแฝงด้วยความแปลกแยกและเบื่อหน่ายโลกใบนี้ มีเพียงเวลาที่ไม่อยู่กับเสิ่นม่าน เขาถึงจะมีสีหน้าเช่นนี้
“ไม่ต้องแล้ว” วาสนาเพียงชั่วหยาดน้ำค้าง ภาพความจำของสตรีผู้นั้นสำหรับเขา มีเพียงลายสักผีเสื้อตรงหน้าอกของนางที่เผยให้เห็นภายใต้แสงสลัวยามค่ำคืน
ส่วนรูปลักษณ์และเสียงของนาง เวลาผ่านพ้นมาห้าปี มันค่อยๆ เลือนรางไปจากความทรงจำเขาแล้ว
งมเข็มในมหาสมุทรมันง่ายดายนักหรือ?
เยี่ยนชีมองเ้านายของตนอย่างเห็นอกเห็นใจ “เ้านายอย่าเพิ่งเศร้า คนเราต้องเรียนรู้การจากลาอดีตและต้อนรับสิ่งใหม่ในชีวิต… ท่านดูสิ แม่นางเสิ่นเองก็ใช้ได้ พวกท่านสองคนอยู่ด้วยกันก็มีความสุขมากนัก!”
ใบหน้าที่นอนเกียจคร้านบนเตียงของหนิงโม่ไร้ซึ่งความอ่อนโยนที่ควรมี กลับเป็ความหงุดหงิดนึกอยากสังหารใครสักคน
“เ้าตาบอดหรือ?” มีคนหักกระดูกขาซ้ายเ้า นั่นยังเรียกว่ามีความสุขอยู่อีกหรือ?
เยี่ยนชีรู้ตัวว่าพูดผิดไปจึงเริ่มห่วงความปลอดภัยตนเอง เขารีบหนีจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
จางหงอี้ “…” ทำอย่างไรดี? จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตนเองเป็ส่วนเกิน?
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นและกระแอมอย่างเก้ๆ กังๆ แต่ก็ยังเอ่ยถามอย่างกล้าหาญ “เช่นนั้นนายน้อย… วางแผนจะกลับเมืองหลวงเมื่อใด? หรือว่าตัดสินใจอยู่ที่นี่ระยะยาว?”
ส่วนที่ว่าอยู่ระยะยาวคือ หนึ่งปี? สองปี? หรือว่าหลายสิบปี?
หนิงโม่ถูกตั้งคำถามจนรำคาญจึงหันเข้าหาเตียงด้านใน
“ข้าย่อมมีแผนของข้า”
ก็ได้ จางหงอี้คาดเดาการตัดสินใจของเขาได้แล้ว หลังจากกล่าวลาก็จากไป
ผ่านพ้นเทศกาลหยวนเซียวไป เสิ่นม่านมีเงินเพิ่มมาหนึ่งก้อน นางนับเงินในระบบอย่างเบิกบานใจ ฉับพลันก็ทอดถอนใจให้กับความมั่งคั่งของตนขึ้นมา
เนื้อเื่บทเก่าผ่านไป บทใหม่กำลังจะเริ่ม โรงทำเต้าหู้ของนางกลับมาเริ่มงานอีกครั้ง
่บ่าย เสิ่นม่านติดป้ายประกาศในหมู่บ้าน ้ารับสมัครคนงานชุดใหม่เข้าทำงานในโรงทำเต้าหู้
โรงทำเต้าหู้มีคนเก่าแก่สิบกว่าคน เนื่องจากภัยพิบัติจากกลุ่มโจร มีห้าคนที่ตายไปกับไฟไหม้ในคืนนั้น
ส่วนคนที่เหลือแม้จะยังทำงานที่โรงทำเต้าหู้ แต่คนงานในมือเสิ่นม่านก็ยังมีไม่พอ ท้ายที่สุดจึงต้องมารับคนเพิ่ม
ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ของหมู่บ้านโม๋ผานคือหลี่ต้าหนิว เขาเป็คนเที่ยงตรงยุติธรรม สนับสนุนการรับสมัครงานของเสิ่นม่านอย่างยิ่ง
เพราะถึงอย่างไรทุกคนเพิ่งผ่านการถูกปล้นชิง ตอนนี้มีคนหยิบยื่นงานมาให้ ช่วยให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากสถานการณ์ลำบาก นับเป็เื่ดี ดังนั้นการรับสมัครคนงานหนนี้ คนที่มาสมัครงานจึงมีมากเป็พิเศษ
สิ่งที่เสิ่นม่านคาดคิดไม่ถึงก็คือ เหอยวนยางก็มาด้วย
นางนั่งอยู่บนเก้าอี้สัมภาษณ์ตรงข้ามกับเสิ่นม่านและเอ่ยถามอย่างเปิดอก “พี่ม่านเหนียง ข้าก็อยากทำงานที่โรงทำเต้าหู้ของท่าน”
อืม… พูดตามตรง เสิ่นม่านไม่ค่อยสนับสนุนนางให้ทำงานนี้ นางจึงปฏิเสธเหอยวนยางทันที
“โรงทำเต้าหู้้าแรงงาน เกรงว่าเ้าคงไม่เหมาะ…”
“ข้ารู้ หลายปีมานี้ท่านพ่อเลี้ยงดูข้าดีเกินไป เขาเก็บที่ดินไว้ให้ข้า ข้าปล่อยเช่าออกไปแล้ว การใช้ชีวิตตามลำพังจึงไม่ใช่ปัญหา” เหอยวนยางพูดอย่างมีหลักการและกระตือรือร้นเป็พิเศษ
“แต่ว่าข้าไม่อยากนั่งกินนอนกินโดยไม่ทำอะไร ข้าคิดว่าท่านมีงานอะไรก็สามารถเรียกข้าได้ ข้าไม่เลือกงาน ขอเพียงท่านไม่รังเกียจข้าที่ซุ่มซ่ามก็พอ!”
หากจะให้เหอยวนยางทำงานแรงงาน เกรงว่าคงไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้มีตำแหน่งหนึ่งที่นางกำลัง้าคนพอดี
“เ้าเคยเล่าเรียน ทำบัญชีเป็หรือไม่?”
เหอยวนยางตาลุกวาว “สมัยก่อนท่านพ่อเคยให้ข้าดูแลบัญชีในบ้าน ดีดลูกคิดข้าก็เป็”
ฮ่า เช่นนี้ก็เท่ากับได้ของล้ำค่าชัดๆ
เสิ่นม่านไตร่ตรองและตัดสินใจ “ตอนนี้ร้านที่ตำบลใกล้จะเปิดแล้ว แต่ยังขาดเหรัญญิกสักคน หากเ้าไม่เห็นว่าไกลเกินไป สามารถลองไปทำงานกับข้าที่ตำบลดูได้”
“ที่นั่นมีเรือนเล็กหลายหลัง สามารถให้เ้าพักชั่วคราวก่อนได้ หากเ้าไม่วางใจที่บ้านก็สามารถลางานกลับมาเดือนละสองสามวัน ข้าจะให้ค่าแรงเ้าเดือนละสองเฉียน รวมอาหารและที่พักอาศัย เป็อย่างไร?”
“จริงหรือ?”
“จริงแน่นอน จริงเสียยิ่งกว่าไข่มุก”
เหอยวนยางซาบซึ้งใจ! เดิมทีนางคิดว่า เสิ่นม่านน่าจะให้นางกวาดพื้นและทำงานหนักทั่วๆ ไป คิดไม่ถึงว่าจะให้ตำแหน่งเหรัญญิกที่สำคัญเช่นนี้กับตนเอง!
การตัดสินใจนี้ทำให้นางทั้งประหลาดใจและดีใจในคราวเดียวกัน เหอยวนยางย้อนนึกถึงสิ่งที่เคยปฏิบัติต่อครอบครัวเสิ่นม่านในอดีต พลันหน้าแดงเล็กน้อย
นางอดไม่ได้ที่จะถาม “สมัยก่อนเราสองคนไม่ถูกกัน ท่านให้ข้าทำบัญชี ไม่กลัวข้าจะแก้แค้นหรือ?”
เสิ่นม่านเบะปากและเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก “แล้วเ้าจะแก้แค้นข้าหรือ?”
“ไม่ใช่ๆ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงแค่…”
“เช่นนั้นก็พอแล้ว ข้าก็เป็คนแบบนี้ เมื่อใช้ใครก็จะไม่สงสัย หากสงสัยก็จะไม่ใช้”
“นอกจากนี้ เ้าก็อย่าคิดว่าข้าโง่เขลาเบาปัญญา ข้าต้องตรวจทานบัญชีทุกคืน หากคิดจะก่อเื่ภายใต้สายตาข้า เกรงว่าคงยาก”
อันที่จริงเสิ่นม่านยังมีความคิดอื่นอีก ที่บ้านตอนนี้ ยังมีชุ่ยฮัวที่เคยเล่าเรียนหลายปี ทั้งยังเป็คนละเอียดรอบคอบ
เสิ่นม่าน้าฝึกให้นางเป็เหรัญญิกคอยคุมบัญชีโรงทำเต้าหู้ ดังนั้น่นี้จึงสอนนางดูบัญชี รออีกหน่อยนางตั้งใจจดจ่อกับร้านในตำบล ที่บ้านจะได้มีคนช่วยดูแลอีกแรง
ตอนนี้มีเหอยวนยางเพิ่มมาอีกหนึ่งคน จะได้ให้ดูแลบัญชีในร้านค้าที่ตำบล เช่นนั้นนางก็จะได้มีเวลาทำมาค้าขายมากขึ้น แล้วยังหาเงินได้มากขึ้นด้วย
หลังจากสัมภาษณ์คนไปหนึ่งรอบ เมื่อรวมเหอยวนยางแล้ว นางรับคนใหม่มาทั้งหมดเจ็ดคนและทำสัญญางานกันเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นอบรมหนึ่งวัน วันถัดไปเริ่มงานอย่างเป็ทางการ
เสิ่นม่านเก็บของที่ปากทางหมู่บ้านเรียบร้อยและหอบข้าวของเดินกลับบ้านพร้อมเยี่ยนชีและที่เหลือ
บังเอิญนัก ระหว่างที่ผ่านทางแยกแห่งหนึ่ง นางเห็นหนิงโม่ถือไม้ค้ำอยู่ทางนั้น จึงให้คนอื่นกลับไปก่อน ส่วนตนเองแอบเข้าไปใกล้และซ่อนอยู่ด้านหลังต้นไม้เพื่อดูว่าเขาทำอะไรตรงนี้
ทั้งที่ตอนเช้ายังแกล้งเจ็บขา ตอนนี้กระเสือกกระสนออกมาทำอะไร? นางต้องเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของเ้าหมอนี่ให้ได้!
ขณะที่ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวข้างกายเขา
“อาจารย์หนิง ข้าจนหนทางจริงๆ ข้าไม่อยากแต่งงานกับชายผู้นั้น ท่านช่วยข้าได้หรือไม่?”
เสียงนี้… เสิ่นม่านฟังออกแล้ว นางคือคังเฟิ่งหยาบ้านสกุลคังไม่ใช่หรือ? นางมาเกี่ยวพันกับหนิงโม่ั้แ่เมื่อใดกัน? เสิ่นม่านหรี่ตาเล็กลงและนิ่งเงียบฟังพวกเขาสนทนา
แต่หนิงโม่ยืนอยู่ห่างจากคังเฟิ่งหยาราวสามถึงสี่เมตรและเอ่ยอย่างเ็า
“เ้าไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง การตัดสินใจอยู่ที่เ้า ไม่ใช่ข้า” ความหมายคำพูดนี้คือ นางหาผิดคนแล้ว
คังเฟิ่งหยาขอบตาแดงก่ำ น้ำตาเม็ดโตไหลรินไม่หยุดและสะอื้นไห้เอ่ย
“ข้าชอบท่าน! ข้าเองก็รู้ว่าตนเองไม่คู่ควรกับท่าน แต่ข้าสามารถเป็อนุของท่านได้ แม้ว่าจะเป็แค่สาวใช้ห้องข้างก็ได้ นะ?”
หนิงโม่กระแอม “ข้าไม่ชอบเ้า และไม่มีทางรับเ้าเป็อนุ” เอ่ยจบก็เสริมอีกประโยคด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “รวมถึงสาวใช้ห้องข้างด้วย”
คังเฟิ่งหยายังคงสะอึกสะอื้นเสียงค่อย “ข้ารู้… ท่านรังเกียจที่ร่างกายข้าไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง หากข้าไม่ได้แต่งกับท่าน ข้าคงมีเพียงต้องตายเท่านั้น พี่หนิง! ท่านรับข้าไว้เถิดนะ!”
หนิงโม่คร้านจะฟังนางพูดพล่ามต่อ เขาหันหลังจะจากไป “ขอตัวก่อน”
คังเฟิ่งหยาที่แสดงต่อไม่ไหว “…”
เสิ่นม่านที่แอบสอดส่องเงียบๆ “…”
ไฉนข้าเหมือนพลาดเหตุการณ์สำคัญอะไรบางอย่างไป? เหตุใดจู่ๆ ก็เชื่อมโยงเื่ราวไม่ได้? คังเฟิ่งหยาแอบมีใจให้หนิงโม่ั้แ่เมื่อใดกัน?
อีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มใช้ไม้ค้ำสาวเท้าเดินกลับบ้าน หันมาสบสายตาของเสิ่นม่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ความอึดอัดเกิดขึ้นกะทันหัน…
หนิงโม่โยนไม้ค้ำลงช้าๆ ต่อหน้านาง
ขาซ้ายที่เมื่อครู่ยังอยู่ดี จู่ๆ ก็เดินไม่สะดวกขึ้นมา…
-----
