ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง ภาพตรงหน้าทำให้เธอต้องลอบประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
พ่อบ้านเฮนริค ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น เื้ัมีหญิงรับใช้อีกสองคนถือถาดเครื่องเคลือบชั้นดีที่มีควันกรุ่นของน้ำชาและกลิ่นหอมหวลของขนมหวานอบใหม่ลอยมาปะทะจมูก ซึ่งเป็สิ่งที่ร่างนี้ไม่เคยััมานานนับั้แ่ เซเรน พ่อของเธอหายตัวไป
"ท่านดยุกสั่งให้นำน้ำชาและของว่างมาให้คุณหนูครับ" เฮนริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพมากกว่าทุกวัน "และนี่คือสมุดแคตตาล็อกเครื่องเรือนและของตกแต่งห้องชุดใหม่ ท่านดยุกอยากให้คุณหนูเลือกตามใจชอบ เพื่อปรับปรุงห้องใหม่ครับ"
เอเลน่าแสร้งทำตาโต แววตาประกายความดีใจแบบเด็กไร้เดียงสาปรากฏขึ้นทันที
"จริงเหรอคะ? ท่านปู่ให้หนูเลือกเองจริงๆเหรอคะ !!" เธออุทานพลางรับสมุดเล่มหนามากอดไว้ เหมือนเด็กที่เพิ่งได้รับของเล่นชิ้นแรกในชีวิต
"ครับ คุณหนูเลือกได้เต็มที่เลยครับ"
"ขอบคุณมากนะคะ! หนูดีใจที่สุดเลยค่ะ" เธอยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้ม ก่อนจะผุดตัวนั่งลงที่โต๊ะกลมกลางห้อง เริ่มพลิกสมุดภาพแคตตาล็อกไปพร้อมกับหยิบขนมปังอบเนยเข้าปาก
รสชาติความหวานละมุนที่ซึมลึกอยู่ในลิ้นทำให้เธออดไม่ได้ที่จะครางในใจ 'ลงแรงไปไม่เสียเปล่าจริงๆ' การแสดงงิ้วในสวนวันนั้นเริ่มส่งผลกำไรกลับมาหาเธอเร็วกว่าที่คิด
ในขณะที่มือเล็กๆ พลิกรูปเตียงสี่เสาและผ้าม่านลูกไม้ เอเลน่าก็เหลือบมองเฮนริคที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้างอย่างสงบนิ่งผ่านทางหางตา
เธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่สวน... ความจริงแล้วในตอนที่เธอแกล้งล้มและทำท่าทางหวาดกลัวต่อหน้าพวกคนรับใช้เลวนั่น เธอรู้ดีอยู่แล้วว่ามีสายตาคู่หนึ่งซุ่มมองอยู่ในพุ่มไม้ไกลๆ
ด้วยสัญชาตญาณที่ผ่านการฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวมาอย่างหนักหน่วงจากโลกเดิม ไม่ว่าจะเป็ไอคิโดหรือการรับรู้รอบตัว ที่ถูกเคี่ยวกรำมาเพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ไม่มีทางที่เธอจะไม่สังเกตเห็นการคงอยู่ของพ่อบ้านเงาอย่างเฮนริค
เธอรู้ว่าเฮนริคเป็ "หูเป็ตา" ให้กับ เรกูลัส และการที่เธอแกล้งทำเป็เหยื่อผู้น่าสงสารในวันนั้น ก็เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลความเน่าเฟะของคนรับใช้ในตึกเล็กจะถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของปู่เธอโดยไม่ต้องออกแรงรายงานเอง
เอเลน่าจิบชาชั้นเลิศพลางตีหน้าซื่อมองรูปโคมไฟคริสตัล
"พ่อบ้านเฮนริคคะ... รูปนี้สวยจังเลยค่ะ"
เอเลน่าจิ้มนิ้วลงบนภาพโคมไฟระย้าคริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับในสมุด "ถ้าห้องของหนูสว่างขึ้น ต่อไปนีน่ากับอเดลคงจะทำงานได้ง่ายขึ้นด้วยใช่ไหมคะ?"
เฮนริคมองเด็กหญิงที่กำลังยิ้มแย้มด้วยความรู้สึกเอ็นดูปนสงสาร ในสายตาของเขาทั้งชีวิตที่ผ่านมา เอเลน่าเป็เพียงเด็กที่โหยหาความรักและความเอาใจใส่ การที่เธอพูดถึงคนรับใช้ที่เคยกดขี่เธอด้วยความเป็ห่วงแบบนี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าคุณหนูช่างมีจิตใจที่บริสุทธิ์เหลือเกิน โดยหารู้ไม่ว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น เอเลน่ากำลัง จดชื่อ เฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ผลาญงบประมาณของตระกูลอย่างคุ้มค่าที่สุด
"ถ้าคุณหนูชอบ ผมจะจัดการสั่งซื้อและให้ช่างเข้ามาติดตั้งให้เร็วที่สุดครับ" พ่อบ้านสูงวัยรับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เอเลน่าใช้เวลาอีกครู่หนึ่งในการจิ้มเลือกเตียงหลังใหม่ วอลเปเปอร์ลายดอกไม้สบายตา และพรมขนสัตว์หนานุ่มอย่างร่าเริง เมื่อได้สิ่งที่้าจนครบ เฮนริคก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวนำรายการเหล่านี้ไปรายงานท่านดยุกก่อนนะครับ"
เฮนริคเดินออกจากห้องไปพร้อมกับสมุดเล่มหนา ทิ้งให้ห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ทันทีที่เสียงฝีเท้าจางหายไป รอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้าของเอเลน่าก็มลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เธอวางขนมปังที่เค้าค้างไว้ลงบนจาน ดวงตาสีแดงฉายแววเรียบเฉยและลุ่มลึก
เธอเดินตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเก่าๆ ก่อนจะเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดที่ปิดตายมานาน ภายใต้กองผ้าพันคอสีซีด มีกล่องเครื่องประดับกำมะหยี่สีแดงที่หมองคล้ำวางซ่อนอยู่
แกรก...
นิ้วเล็กๆ เปิดฝากล่องออก แสงแดดสะท้อนกับอัญมณีที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้น มันคือมรดกตกทอดจากแม่ของเธอที่พวกคนรับใช้ยังไม่กล้าหยิบฉวยไปเพราะกลัวจะมีร่องรอยการตรวจสอบ
"ไพลิน... ทับทิม... แล้วก็นี่ แอมเบอร์ (อำพัน)"
เอเลน่าหยิบต่างหูไพลินเม็ดเล็กน้ำงามขึ้นมาพิจารณา แววตาของเธอดูเหมือนนักธุรกิจที่กำลังประเมินมูลค่าหุ้นในตลาด
"อัญมณีพวกนี้มีค่าในตัวมันเองก็จริง แต่มันจะมีค่ามากกว่าเดิม... ถ้ามันถูกวางไว้ในมือที่ หิวโหย"
เธอยิ้มอย่างเยือกเย็น พลางนึกถึง อเดล ที่ตอนนี้คงกำลังรอโอกาสจะขยับขึ้นมาแทนที่นีน่า ความโลภเป็เครื่องมือที่ควบคุมง่ายที่สุด และอัญมณีชิ้นเล็กๆ เหล่านี้แหละที่จะกลายเป็ 'เหยื่อล่อ' ชั้นดี
เอเลน่าเก็บกล่องเครื่องประดับเข้าที่เดิมอย่างใจเย็น เธอรู้ดีว่าคนอย่าง อเดล ไม่มีทางซาบซึ้งในความเมตตาของเธอหรอก ในสายตาของอเดล เอเลน่าก็เป็เพียง "ยัยเด็กโง่" ที่โชคดีกลับมาเป็ที่โปรดปรานของท่านดยุก และการที่อเดลยอมมาปรนนิบัติเธอในวันนี้ ก็คงเพราะเห็นช่องทางที่จะขยับฐานะและกอบโกยผลประโยชน์จากความไร้เดียงสา (จอมปลอม) ของเธอเท่านั้น
"เอเลน่าฉันขอยืมของชิ้นนี้ก่อนนะ มันจะกลับคืนมาแน่นอน"
เธอรู้ว่าอัญมณีในกล่องคือสมบัติที่แม่เอเลน่าเก็บไว้ให้ แต่ถึงเวลาที่เธอจะต้องใช้มันให้เป็ประโยชน์สักที....
ยามเย็นวันนั้น
เสียงล้อรถเข็นอาหารกระทบกับพื้นไม้ดังแว่วมาตามระเบียง ก่อนจะหยุดลงที่หน้าห้อง ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ขออนุญาตค่ะคุณหนูเอเลน่า อเดลนำอาหารค่ำมาเสริฟแล้วค่ะ"
เอเลน่ารีบปรับสีหน้า พลางวิ่งเตาะแตะไปเปิดประตูด้วยท่าทางกระตือรือร้น "อเดล! มาจริงๆ ด้วย หนูรออยู่เลยค่ะ!"
อเดลเข็นรถอาหารเข้ามาในห้อง เธอสวมชุดสาวใช้ที่ดูเรียบร้อยเป็พิเศษ ใบหน้าแต้มรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับฉายความทะนงตัวแบบผู้ชนะออกมาอย่างปิดไม่มิด อเดลมองท่าทางดีอกดีใจของเอเลน่าแล้วเกือบจะหลุดขำออกมาด้วยความสมเพช
'ยัยเด็กโง่ แค่เห็นฉันมาปรนนิบัติก็ดีใจจนเนื้อเต้นแล้วสินะ' อเดลคิดในใจพลางหยิบจานซุปวางลงบนโต๊ะ 'หลอกใช้นังเด็กนี่ง่ายกว่าที่คิดจริงๆ'
"เห็นคุณหนูดีใจแบบนี้ อเดลก็ปลื้มใจค่ะ ต่อไปนี้อเดลจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุด ไม่เหมือนนีน่าที่ี้เีสันหลังยาวคนนั้นนะคะ" อเดลจีบปากจีบคอพูด พลางแสร้งทำเป็จัดแจงผ้าเช็ดหน้าให้เอเลน่าอย่างเอาอกเอาใจ
"ขอบคุณนะคะอเดล อเดลใจดีที่สุดเลย!" เอเลน่ายิ้มกว้าง แววตาสั่นระริกดูใสซื่อจนอเดลตายใจ
"ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณหนูทานให้อร่อยนะคะ อเดลขอตัวไปจัดการธุระข้างนอกก่อน เดี๋ยวจะกลับมาเก็บจานค่ะ"
อเดลก้มตัวทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย (ทว่าแฝงความจองหอง) ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก
ทว่าทันทีที่ประตูปิดลงจนสนิท...
บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนจากอบอุ่นเป็เย็นเยียบราวกับขั้วโลก รอยยิ้มใสซื่อบนใบหน้าของเอเลน่าอันตรธานหายไปในพริบตา แววตาของเด็กหญิงเปลี่ยนเป็สีแดงเข้มที่ดุดันและลุ่มลึก เธอจ้องเขม็งไปที่ประตูที่อเดลเพิ่งเดินออกไป แผ่นหลังที่เคยดูบอบบางกลับดูสง่าและน่าเกรงขามจนน่าขนลุก
เอเลน่าหยิบช้อนขึ้นมาคนซุปในถ้วยช้าๆ มุมปากขยับยิ้มเ็าที่ชวนให้เสียวสันหลัง
"เดินไปให้ถึงจุดสูงสุดไวๆ นะอเดล..."
เธอพึมพำเสียงเรียบพลางมองควันที่ลอยกรุ่นจากถ้วยซุป
"เพราะตอนที่ฉันกระชากเธอลงมา... ความสูงนั่นแหละที่จะทำให้กระดูกของเธอแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี"
