หยางเฉิน้าใช้โทรศัพท์? หลายคนมองมายังเขาด้วยความสนใจ
การจะโทรแจ้งความกับตำรวจหรือขอความช่วยเหลือจากกองทหารเป็อะไรที่ไร้ประโยชน์ ที่นี่อยู่ห่างจากชายแดนหลายสิบกิโลเมตร การช่วยเหลือนั้นไม่มีทางมาถึงทันเวลาแน่
“เขาคือเฮดีส?” จูดี้ถามต้วนเหริน เธอมองหยางเฉินด้วยสายตาแปลกๆ
ต้วนเหรินพยักหน้า “ผมได้รับการยืนยันว่าเขาคือเฮดีสแน่นอน แต่เมื่อกลับมาที่จีน เขาก็ใช้ชื่อเดิมคือหยางเฉิน”
“หนึ่งในสิบสองเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาโอลิมปัส? เขาดูไม่มีอะไรพิเศษเลยนะ” แอนดี้กล่าว
“ตกลงมีใครให้ฉันยืมโทรศัพท์ได้บ้างมั้ย?” หยางเฉินเม้มริมฝีปากด้วยความหงุดหงิด
ต้วนเหรินมีปฏิกิริยารุนแรงที่สุด “เฮดีสหากท่านไม่อยากให้แม่ยายกับคนรักของคุณกลายเป็ผักล่ะก็ ได้โปรดอย่าทำอะไรที่โง่เขลาไปมากกว่านี้!”
หยางเฉินยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “ผมแค่อยากใช้โทรศัพท์เท่านั้นเองนะ”
"ผมจะให้คุณยืมโทรศัพท์ของผมก็แล้วกัน" พังค์ก้าวเข้ามาหาหยางเฉิน เขายื่นโทรศัพท์ของตนให้กับหยางเฉิน
"ที่นี่สัญญาณรบกวนทำอะไรเราไม่ได้ ผมโทรเข้าออกได้สบายๆ อยู่แล้ว"
“ขอบคุณมาก” หยางเฉินกดเบอร์โทรศัพท์อย่างรวดเร็วก่อนจะแนบหูฟัง
เสียงปลายสายดังขึ้นมาทันที “หยางเฉิน! นั่นนายเหรอ นายอยู่ที่ไหน นายโอเคมั้ย แล้วเมื่อไรจะกลับมา!?”
เสียงในโทรศัพท์เป็เสียงของหญิงสาวที่ดูกังวลใจ แต่ก็คล้ายกับว่าเธอโล่งใจเช่นกันที่ได้ยินเสียงของหยางเฉินอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงปลายสายดังขึ้นมา ต้วนเหรินและเย่จื่อต่างตกตะลึงอย่างถึงที่สุด!
ใบหน้าของต้วนเหรินเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและวิตกกังวล แต่เย่จื่อกลับรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาเท่านั้น หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาของเธอบางเบา
"เชี่ยนเชี่ยนน้อย ผมสบายดี เพียงแต่ตอนนี้ผมออกมาทำธุระข้างนอกไม่ไกลจากที่บ้านสักเท่าไร ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงผมก็จะกลับไปทานกับข้าวฝีมือแม่คุณอย่างแน่นอน”
เสียงในโทรศัพท์คือเสียงของโม่เชี่ยนนี หญิงสาวรู้สึกโล่งใจที่หยางเฉินไม่ได้เป็อะไร
เธอฟังที่หยางเฉินพูดและทำตามคำสั่งของเขาอย่างเคร่งครัด
“นายต้องรีบกลับมานะ แม่ฉันอยากจะคุยด้วยเกี่ยวกับเื่... ของเรา” โม่เชี่ยนนีกล่าวเสียงแ่
"ฮ่าฮ่า เพื่อให้แม่ยายของผมสบายใจ เดี๋ยวผมจะเอาเนื้อจามรีกลับไปฝากนะ!!” หยางเฉินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
“งี่เง่า! ฉันวางสายล่ะ กลับมาเร็วๆ นะ!” โม่เชี่ยนนีกล่าว หลังจากนั้นก็วางสายลง
หลังจากยืนยันว่าเธอคือโม่เชี่ยนนี
ต้วนเหรินที่บัดนี้สีหน้าได้กลายเป็สีม่วงถามขึ้นด้วยความตกตะลึงว่า “เป็ไปได้...ไง... เธอจะตื่นขึ้นมาได้อย่างไร?!”
เมื่อเห็นต้วนเหรินกำลังวิตกกังวล จูดี้และสมาชิกในทีมบลูสตอร์มก็เอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย “นายรู้จักผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”
ต้วนเหรินไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาหันไปถามลามะตันเซิงด้วยความโมโห “ตันเซิง ยานั่นของแกมันแก้ได้ง่ายขนาดนั้นเลยเรอะ!”
“เป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน” ลามันตันเซิงกล่าวด้วยความงุนงง “ยาพิษนั่นไม่เคยมีใครแก้ได้หากปราศจากยาถอนพิษ ในอดีตพระธรรมาาหลายพระองค์ก็มรณภาพเพราะถูกวางยาด้วยพิษนั้น ปัจจุบันก็ไม่เคยมีใครแก้พิษได้!”
เย่จื่อและคนอื่นๆ ยังคงมีสีหน้าสงสัย พวกเขาต่างรู้ว่าที่หยางเฉินยอมมาที่นี่ก็เพราะมีแม่ยายกับคนรักเป็ตัวประกันอยู่
แต่ตอนนี้โม่เชี่ยนนีและแม่ยายของหยางเฉินนั้น กลับปลอดภัยและยังทำเหมือนไม่ได้โดนยาพิษใดๆ อีกด้วย นี่หมายความว่ายังไงกัน!?
“คุณคิดว่าแผนของตัวเองสมบูรณ์แบบจริงๆ เหรอ?” หยางเฉินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
“ในตอนนี้ผมควรจะเชื่อฟังคุณต่อไปหรือไม่ คุณหัวหน้าทีมต้วนเหริน?”
ต้วนเหรินสงบใจตนอย่างรวดเร็ว ในแง่ของจำนวนคนของพวกเขามีมากกว่า เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องหวาดกลัวชายคนนี้อีก เขากล่าว “เฮดีส ผมแสดงความยินดีกับผู้หญิงของคุณด้วย แต่คุณคงไม่คิดว่าจะรอดไปจากพวกเราทั้งแปดคนได้ใช่ไหม?”
“ต้วนเหริน นายข่มขู่ให้เขามากับนายเหรอ?” จูดี้ถามขึ้น
จูดี้เริ่มตระหนักขึ้นมาแล้วว่าสถานการณ์ยามนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก
ต้วนเหรินพยักหน้า “ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ไปได้หรอก!”
“แต่การที่เรารุมเขาแปดต่อหนึ่งนั่นไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไรเลยนะ” พังค์กล่าว
หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายไม่จำเป็ต้องพูดซ้ำ ฉันรู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้ดี”
“และคุณไม่จำเป็ต้องแกล้งโง่ คุณรู้ว่าเรา้าอะไร” ต้วนเหรินกล่าวด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย
“แล้วนาย้าอะไรล่ะ?” หยางเฉินส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเอ่ยถาม
“ศิลาเทพเ้า! พวกเรา้าศิลาเทพเ้า!!” ต้วนเหรินด้วยเสียงอันดังก้อง
เมื่อพูดถึงศิลาเทพเ้า สมาชิกทีมบลูสตอร์มและลามะตันเซิงต่างจับจ้องหยางเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภและความตะกละตะกลาม
แต่คนจากกองพลน้อยเหยียนหวงต่างจับจ้องหยางเฉินด้วยแววตาอันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าหยางเฉินถือครองศิลาเทพเ้าอยู่ แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่คิดเลยว่าหยางเฉินจะนำมันติดตัวมาด้วย
หยางเฉินถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย “พวกนายใช้วิธีการเดียวกับไอ้พวกญี่ปุ่นนั่น แล้วนี่ยังคิดว่าศิลาเทพเ้าอยู่ในมือฉันอีกเหรอ”
ั้แ่ครั้งที่ข่าวคราวของศิลาเทพเ้าหายไปหลังจากที่กลุ่มซีโร่ถูกทำลายเมื่อหลายปีก่อน มีคนมากมายพยายามค้นหาและทำวิจัยเกี่ยวกับศิลาเทพเ้า แต่ในตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่ามันหายไปไหน จนกระทั่งมีข่าวว่ามันอยู่ในมือของท่าน และท่านก็เป็เพียงคนเดียวที่เข้าใจศิลาเทพเ้าได้ดีที่สุด และรู้วิธีการซ่อนมันได้ดีที่สุดเหมือนกัน” ต้วนเหรินกล่าว
คาร์ลอสยิ้มขึ้น “ต้วนเหริน ฉันไม่คิดเลยว่านายจะวางแผนเอาศิลาเทพเ้ากลับไปยังอเมริกาพร้อมๆ กับสังขารพระไวยโรจนะด้วย ดูเหมือนนายจะพยายามหาทางทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อจะให้ได้รางวัลตอบแทนก่อนที่จะออกไปจากหัวเสี่ยสินะ”
“แน่นอนครับ ถือเสียว่ามันเป็ของขวัญที่แสดงถึงความภักดีที่ผมมีต่อทีมบลูสตอร์มและอเมริกาก็ได้” ต้วนเหรินกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่านายจะเป็คนดีขนาดไหน” จูดี้กล่าว “เฮดีส การต่อสู้แบบแปดต่อหนึ่งนั้นไม่ใช่เื่ง่ายและมันก็เป็ไปไม่ได้ที่คุณจะชนะเราเหมือนกัน ทางที่ดีคุณควรส่งศิลาเทพเ้ามาให้เราซะดีๆ อ้อ แล้วถ้ามันไม่อยู่กับคุณล่ะก็ บอกสถานที่มาก็ได้ เดี๋ยวพวกเราจะช่วยคุณหามันให้เจอเอง”
หยางเฉินไม่สนใจคำพูดของจูดี้ เขาัักระเป๋าภายในเสื้อตัวเองแล้วดึงขวดยาเล็กๆ ออกมา จากนั้นจึงเดินไปหาเย่จื่อ พร้อมยื่นมันให้กับเธอ “ดื่มมันซะ”
“มันคือ?”
“เธออย่ารู้จะดีกว่า ”
หยางเฉินบีบคางเย่จื่อจนเธออ้าปาก จากนั้นหยางเฉินก็เทยาลงไปทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนมองไปยังบลูสตอร์ม ลามะตันเซิงและสุดท้ายมาหยุดที่ต้วนเหริน
ประกายเ็าสาดขึ้นในดวงตาหยางเฉิน “ต้วนเหริน ก่อนจะจากกันฉันก็มีอะไรบางอย่างอยากบอกกับนาย”
ต้วนเหรินไม่ได้สังเกตแววตาของหยางเฉินที่เปลี่ยนไป เขายิ้มขึ้นกล่าวว่า “อะไรล่ะ?”
“ฉันเกลียดการถูกข่มขู่มากที่สุด…!”
เมื่อสิ้นเสียงลง หยางเฉินพุ่งไปหาต้วนเหรินด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าทันที!
ต้วนเหรินที่ถึงแม้จะตั้งท่าเตรียมสู้อยู่แล้วแต่ก็ไม่อาจป้องกันการโจมตีของหยางเฉินได้ เขาเคลื่อนที่ไวเกินกว่าที่ต้วนเหรินจะตอบสนองทัน
ฝ่ามือของเขาเริ่มเข้าใกล้คอของต้วนเหรินมากขึ้นเรื่อยๆ!
“ช้าไป!!”
หยางเฉินกำมือเป็กงเล็บบีบไปที่คอของต้วนเหรินด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า!
ชายหนุ่มคีบจับลำคอของอีกฝ่ายแน่น แล้วยกต้วนเหรินจนตัวลอยราวกับว่าชายตรงหน้าไร้ซึ่งน้ำหนักโดยสิ้นเชิง มือทั้งสองข้างของหยางเฉินเป็ดั่งคีมเหล็กที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้
“อั่ก!”
ต้วนเหรินแผดร้องด้วยเสียงที่น่าสงสาร เขาถูกยกขึ้นสูงจากพื้นโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้แม้เพียงนิด!
ทุกคนในทีมบลูสตอร์มต่างตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีใครเข้าไปช่วยต้วนเหริน พวกเขาต่างจ้องมองการเคลื่อนไหวของหยางเฉินอย่างเงียบๆ
สีหน้าของต้วนเหรินเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง เืเริ่มไปเลี้ยงสมองได้ยากขึ้น ตอนนี้เขาทั้งหวาดกลัวและสับสนพร้อมๆ กัน
“ฉันจะบอกความลับอะไรให้ฟัง” หยางเฉินจ้องมองไปที่ต้วนเหรินด้วยใบหน้าเยาะเย้ย
“ั้แ่ที่แกวางยาฉัน ฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันผิดปกติ แกพยายามแยกตัวออกจากกลุ่มหลายต่อหลายครั้งจนผิดสังเกต นอกจากนี้แม้แต่หัวหน้าของแกยังรู้เลยว่าสิ่งที่ฉันเกลียดมากที่สุดคือการข่มขู่และตาแก่นั่นไม่เคยข่มขู่ฉันสักครั้ง อีกอย่างหนึ่งที่ฉันแกล้งทำเป็ยอมนั่นไม่ใช่ว่าเพราะมีคนรักของฉันเป็ตัวประกัน ฉันแค่อยากจะเล่นไปตามเกมที่แกเป็คนเดินเท่านั้น!
“ฉันยอมให้แกขู่ก็เพราะว่าฉันอยากพิสูจน์ให้แน่ใจว่าแกเป็คนทรยศ แน่นอนว่าฉันไม่อยากจะเปิดศึกกับกองพลน้อยเหยียนหวงอยู่แล้ว ฉันแค่เข้าไปติดต่อกับพวกนั้นเป็บางครั้ง แต่แค่นั้นก็ทำให้รู้แล้วว่าแกเคยติดต่อกับพวกบลูสตอร์มมาก่อน อีกทั้งแผนการของแกยังเต็มไปด้วยช่องโหว่มากมายเพื่อให้จัดการทุกสิ่งได้ง่ายขึ้น แค่แกบอกแผนฉันเมื่อตอนขามาฉันก็รู้แล้วว่าแกกำลังวางแผนทรยศประเทศชาติ!”
“แน่นอนฉันมีความยินดีเป็อย่างยิ่ง ที่จะได้มีส่วนช่วยกำจัดหนอนบ่อนไส้ออกไปจากกองพล”
หยางเฉินเริ่มบีบมือให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนใบหน้าของต้วนเหรินเปลี่ยนเป็สีม่วงช้ำ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าได้ทุกเมื่อ
“และแน่นอน ฉันไม่ใช่พวกที่ชอบโดนขู่ คนที่ขู่ฉันทุกคนต้องตาย!!”
แกร่ก!!
เสียงกระดูกแตกดังออกมาจากคอต้วนเหรินเขาตายคามือหยางเฉินที่บีบคอเขาจนแหลกเหลว
ั้แ่เริ่มจนจบ ไม่มีใครในทีมบลูสตอร์มหรือลามะตันเซิงจะกล้าเข้าไปขัดขวางการโจมตีของหยางเฉิน
หยางเฉินบัดนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า เขาเริ่มก้าวเท้าเข้าไปหยุดอยู่ตรงกลาง อาจารย์หยุนเหมี่ยวมองหยางเฉินด้วยความมึนงงปนไม่อยากเชื่อ
เขาโยนซากของต้วนเหรินไปกองรวมกับที่หัวเป่านอนหมดสติอยู่ หลายคนในทีมัแสดงออกถึงความสุข ที่ได้เห็นต้วนเหรินตายไป หลายคนต่างเริ่มมองหยางเฉินด้วยความคลั่งไคล้และเทิดทูน
ผู้ชายคนนี้สามารถมองแผนการอันชั่วร้ายของต้วนเหรินออกในเวลาไม่กี่วัน สามารถทำลายแผนการชั่วที่เกือบทำให้ประเทศนี้ก้าวไปอยู่ในจุดวิกฤติ!
หยางเฉินหันหน้าไปหาทีมัที่เหลือ เขากล่าวพร้อมๆ กับยิ้มออกมา “ไม่ต้องหัวเสียไป พวกคุณแค่ทำงานกับเขามานานจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจนประมาทไป ไม่ผิดหรอกถ้าพวกคุณจะตกหลุมพรางที่ขุดซะลึกขนาดนี้ โอ้? แล้วอาจารย์หยุนเหมี่ยวเป็อย่างไรบ้าง? รู้สึกดีรึเปล่าที่ยังไม่ตายเพราะพิษของตัวบัดซบนั่น?”
เทียนหลงและสมาชิกทีมหลายคนต่างยิ้มอย่างขมขื่น หยางเฉินนั่งมองคนในทีมถูกทำร้ายโดยไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย ทั้งๆ ที่เขาสามารถทำได้ก็ตามที
“ยังดีนะที่พวกคุณรอดมาได้”
หยางเฉินได้หันศีรษะมองไปที่ลามะตันเซิงด้วยรอยยิ้ม “หัวโล้น! ยกมือขึ้นแล้ววางสมบัติในมือลงเดี๋ยวนี้ เตรียมตัวเป็นักโทษด้วย ไม่ต้องห่วงถึงในคุกจะไม่มีแม่ชีคอยรับใช้ แต่แกอาจขอภาพแม่ชีมาจินตนาการเอาก็ได้ ถ้าแกโชคดีได้เจอกับผู้คุมเรือนจำที่ใจดีน่ะนะ”
“ตันเซิง! อย่ามอบพระพุทธรูปออกไป เรามีจำนวนมากกว่า ต่อให้หมอนั่นเก่งขนาดไหนก็เอาชนะพวกเราไม่ได้! นอกจากนั้นเรายังจะได้รับศิลาเทพเ้ากลับไปประเทศของเราด้วย!” คาร์ลอสะโขึ้น
ตันเซิงลุกขึ้นมาพร้อมลามะอีกสองรูป “อามิตตาพุทธ ประสกเพียงหนึ่งคนไม่อาจสู้กับคนหมู่มากได้ ท่านคงต้องยอมแพ้แก่พวกอาตมาแล้วล่ะ!”
ใบหน้าของหยางเฉินยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็เ็า มันทั้งดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความกระหายเื
“จริงอยู่ที่หนึ่งคนไม่อาจเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันได้ เพียงแต่... ฉันก็ไม่ใช่คน”
“ฉันคือพระเ้า!”
