หลินลั่วหรานนั่งอยู่บนแผ่นหลังของเสี่ยวจินไม่นานนักเธอก็ได้มาถึงบริเวณหลังเขาของหมู่บ้านหลี่เธอสั่งให้เสี่ยวจินบินวนอยู่้าอากาศเพื่อที่จะตามหาบริเวณที่พบดอกโบตั๋นสีดำให้พบอย่างแม่นยำ เมื่อหาได้พบแล้วเธอก็สั่งให้เสี่ยวจินบินลงไปยังยอดเขา
เ้าจิ้งจอกน้อยที่เกาะอยู่บริเวณกรงเล็บของเสี่ยวจินถูกลมพัดจนขนตั้งขึ้นไปหมด มันทิ้งตัวลงที่พื้นอย่างไม่ง่ายนักแขนขาของมันต่างพากันชาไปหมด เมื่อได้สติกลับมามันก็ชักสีหน้าขู่ยิงฟันใส่หลินลั่วหราน ก่อนที่จะเดินหายไปในพุ่มไม้ข้างๆ ทันที
หลินลั่วหรานรู้ว่ามันชอบต้นไม้ใบหญ้าแปลกๆ มากเมื่อเห็นพืชพรรณมากมายเต็มเขา มันจึงไม่อาจจะอยู่นิ่งได้เธอเองก็ไม่ได้ไปสนใจอะไรมัน เธอเดินไปยังหน้าผาก่อนจะยื่นหน้าออกไปมองก้อนหินก้อนนั้นก็ยังคงปรากฏออกมาประมาณสามฟุตส่วนที่ฝังอยู่ในตัวเขาก็ไม่ได้ขยับออกมาแม้แต่น้อย
หลินลั่วหรานร่ายเวทควบคุมลมก่อนที่จะลงไปลองขยับส่วนที่อยู่ด้านในเขาของก้อนหิน หากว่าเป็ในตอนแรกหลินลั่วหรานก็คงจะรู้สึกว่า ในสถานการณ์แบบนี้ เธอก็คงจะทำอะไรต่อไปไม่ได้แต่ในวันนี้ตัวเธอไม่ได้เหมือนวันวานแล้ว อีกทั้งยังเป็นักปราชญ์ระดับพื้นฐานหากเพียงแค่เธอร่ายพลังธาตุดินง่ายๆ ออกไปก้อนหินบนูเาและก้อนดินเหล่านี้จะยังยึดติดกับเ้าหินั์ก้อนนี้อยู่ได้อย่างไร?
หลินลั่วหรานใช้เวลาเพียงเจ็ดนาที เธอก็จัดการนำเอาเ้าก้อนหินนี้ออกมาได้
ของสิ่งนี้มีขนาดประมาณโต๊ะกลมใหญ่ เมื่อจัดการทำความสะอาดเศษหินเศษดินออกไปแล้วก็เห็นว่ามันเป็สีเขียวเข้มไปทั่วทั้งก้อน แสงสีเขียวที่ประกายออกมาดูเหมือนว่าจะมีที่มาจากบริเวณตรงกลางของก้อนหินหลินลั่วหรานหลับตาลงเพื่อที่จะซึมซับบริเวณโดยรอบของก้อนหินพลังทั้งห้าต่างก็ล้อมรอบ และค่อยๆ ขยับเคลื่อนไหวไปรอบๆ ก้อนหินแต่ตัวก็ก้อนหินเองนั้นกลับยังคงเป็เหมือนเดิมมันดูเหมือนก้อนหินธรรมดาที่ไร้ซึ่งพลังใดๆ
ในใจของหลินลั่วหรานเต็มไปด้วยความดีใจขึ้นมาหินก้อนนี้มีคุณลักษณะพิเศษเหมือนกับที่ในทฤษฎีได้กล่าวเอาไว้บางทีมันอาจจะเป็ของที่เธอกำลัง้าอยู่จริงๆ ก็ได้
เมื่อความคิดของเธอขยับออกไป ก้อนหินใหญ่ก็หายไปจากพื้นที่แห่งนี้
เมื่อเก็บเอาก้อนหินเข้าไปเรียบร้อยแล้ว หลินลั่วหรานก็หันไปมองบริเวณรอบๆเพื่อให้มั่นใจว่า บริเวณโดยรอบนี้มีเพียงก้อนหินก้อนนี้เพียงก้อนเดียวก่อนที่เธอจะรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา
เสี่ยวจินน่าจะไปล่าอาหารแล้ว ส่วนเ้าจิ้งจอกน้อยก็หายไปไม่เห็นแม้แต่เงาเดิมทีทั้งสองนั้นก็เป็สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโลกกว้างหลินลั่วหรานจึงไม่อยากจะไปยุ่งกับพวกมันมากนักปล่อยให้พวกมันได้อยู่ในป่าสักพักก็ดีเหมือนกัน
หลินลั่วหรานเดินไปมาในป่า ก่อนที่จะขุดเอาต้นลูกแพรป่า เกาลัดจีนและต้นมะเดื่อ โยนเข้าไปในพื้นที่ลึกลับ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปลูกต่อไป
ยังคงมีเวลาอีกมาก เธอนึกขึ้นมาได้ว่าลั่วตงพูดเอาไว้ว่าหน่อไม้ที่กินเมื่อสองวันก่อนสดใหม่มากหลินลั่วหรานจึงเข้าไปในป่าเพื่อขุดเอาหน่อไม้ออกมาหน่อไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือเล็กน้อยคือผลผลิตที่ขึ้นชื่อของผืนป่าแห่งนี้หลังจากที่มันกลายเป็ต้นไผ่ มันก็ไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มากทำให้มันซ่อนอยู่ในป่าทึบและพุ่มไม้ได้ดี ดังนั้นจึง้าสายตาเฉียบคมในการมองหา
แม้ว่าหลินลั่วหรานจะไม่ได้สวมเสื้อกันฝนเอาไว้แต่ว่าร่างกายของเธอก็เต็มไปด้วยความว่องไว ดังนั้นพวกกิ่งก้านของต้นไม้ที่เกิดขึ้นมาเกะกะขวางทางยังคงไม่สามารถที่จะกันเธอเอาไว้ได้ ไม่นานนัก เธอก็เดินไปทั่วครึ่งเขาแล้วและหาหน่อไม้เล็กเหล่านี้มาได้เป็กองเมื่อเห็นว่ามันมีมากจนเมื่อหั่นออกมาก็น่าจะพอสำหรับคนทั้งครอบครัวกินเธอถึงได้หยุดมือลง
เธอปัดมือไปมา ก่อนจะนึกไปถึงหรงตงหลินที่กำลังแปลภาษาอยู่ที่บ้านเธอก็เริ่มอยากจะกลับบ้านขึ้นมาแล้ว
ในระหว่างที่เธอกำลังจะเรียกเสี่ยวจินให้มารับเธอก็ได้ยินเสียงแหลมที่ดังขึ้นถี่ๆของอินทรีดังขึ้นมาทำลายความเงียบสงบของูเาไปเสียก่อน มันคือเสียงของเสี่ยวจิน!
หลินลั่วหรานร่ายเวทควบคุมลมขึ้นมา ก่อนที่จะรีบพุ่งตรงไปยังที่มาของเสียงป่าเขาแห่งนี้มักจะมีคนเข้ามาอยู่เสมอ และหากว่ามีสัตว์ร้ายอะไรด้วยพละกำลังของเสี่ยวจินมันก็ไม่น่าจะส่งเสียงเรียกร้องเตือนถึงอันตรายออกมาแบบนี้
แค่เพียงระยะห่างของูเา หลินลั่วหรานร่ายเวทควบคุมลมออกมาไม่นานนักเธอก็ไปถึงที่หมาย บริเวณยอดเขานั้นสงบเสียจนน่าใเสี่ยวจินเกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพร้อมทั้งมองลงไปยังบนพื้นโดยไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
หลินลั่วหรานมองตามสายตาของมันไปก่อนที่จะเห็นร่างของงูั์ที่มีขนาดเท่ากับกระป๋องน้ำนอนขดอยู่เหมือนกับยากันยุงร่างกายของมันเป็สีแดง บริเวณหัวสามเหลี่ยมของมันแลบลิ้นออกมาส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไปทั่ว
เหล่าต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่โดยรอบต่างก็พากันแห้งเหี่ยวตายเ้างูสีแดงตัวนี้เป็งูพิษ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสี่ยวจีนถึงได้ส่งเสียงร้องเตือนขึ้นหลินลั่วหรานเข้าใจทุกอย่างขึ้นมา แต่สายตาของเธอกลับมองไปเห็นร่างเล็กๆที่ดูคุ้นเคยอยู่บริเวณด้านหน้าของงูสีแดง ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
นั่นมันเ้าจิ้งจอกน้อยนี่! ถ้าจะให้พูดอย่างละเอียดก็คือตอนนี้เ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนอยู่ที่ด้านหน้าของงูั์เรือนขนของมันกลายเป็สีดำประกาย และไร้ซึ่งร่องรอยของสีเขียวอย่างที่เคยเป็ดูเหมือนว่าเ้าจิ้งจอกน้อยน่าจะถูกพิษงูเข้าไปแล้ว
เธอก็คิดว่าเสี่ยวจินจะไปยั่วยุเ้าสัตว์ที่รับมือได้ยากนี่ทำไมที่แท้มันก็กำลังพยายามจะช่วยเ้าจิ้งจอกน้อยอยู่นี่เองหลินลั่วหรานไม่มีเวลามาซึ้งใจกับความช่วยเหลือที่เสี่ยวจินมีต่อเ้าจิ้งจอกน้อยที่ไม่ถูกกันตัวนี้เมื่อเห็นว่าเ้าจิ้งจอกน้อยนอนฟุบอยู่ที่พื้นไม่รู้ความเป็ตายจิตใต้สำนึกของเธอก็เรียกเอาเจาเจี้ยนออกมา
ตัดตัวงู ช่วยจิ้งจอก ในหัวของเธอหลงเหลือเพียงแค่ความคิดนี้ ไม่ได้ไม่ได้ เ้างูตัวนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากับกระป๋องน้ำหากว่าตัดได้ไม่ถูกจุดก็อาจจะทับร่างเ้าจิ้งจอกน้อยที่อยู่ข้างหน้าได้เธอจะต้องสงบใจลงก่อน
หลินลั่วหรานขึ้นไปบนหลังของเสี่ยวจินเสี่ยวจินเองก็เข้าใจได้ถึงความคิดของเธอ มันบินขึ้นไปในทิศทางตรงกันข้ามดูเหมือนว่าเ้างูสีแดงจะรู้สึกว่าของที่อยู่ตรงหน้านี้ มันเล็กเกินไปมันจึงปล่อยเ้าจิ้งจอกน้อยที่จัดการง่ายๆ นี้ พร้อมกับกลับตัวไล่ตามไป
เสื่ยวจินมีความรวดเร็วมากตอนนี้มันจงใจจะล่อเ้างูสีแดงเอาไว้ มันจึงบินอยู่บริเวณที่ไม่ได้สูงและไม่ได้ต่ำนักหลินลั่วหรานร่าย ‘เวทเกราะเล็ก’ เอาไว้ให้กับตัวเอง ก่อนที่จะใช้ควบคุมลมในการลงมาจากหลังของเสี่ยวจินและกลับไปหาเ้าจิ้งจอกน้อยที่นอนสลบอยู่บนพื้น
เมื่อใช้จิตความคิดตรวจสอบดูก็พบว่าลมหายใจของเ้าจิ้งจอกน้อยนั้นอ่อนล้าแต่ก็ยังคงมีลมหายใจอยู่หลินลั่วหรานก็ไม่รู้ว่าพิษงูนี้เป็อย่างไรเธอจึงไม่กล้าัักับร่างกายของจิ้งจอกน้อยโดยตรงสิ่งเดียวที่เธอพกติดตัวมาก็คือยาฟื้นฟูที่พอจะสามารถช่วยรักษาได้บ้างแต่ว่ายาฟื้นฟูนี้ก็สามารถช่วยรักษาได้เพียงแค่เล็กน้อยมันไม่ใช่ยาสำหรับการแก้พิษโดยเฉพาะ หลินลั่วหรานจึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากเธอใช้มวลพลังในการโอบอุ้มตัวเ้าจิ้งจอกน้อยและป้อนยาเข้าไปในปาก
เธอไม่กล้าจะอุ้มเ้าจิ้งจอกตัวน้อยโดยตรงเธอจึงไปนำเอาเสื้อคลุมตัวนอกที่เตรียมเอาไว้ในพื้นที่ลึกลับออกมา และค่อยๆยกตัวเ้าจิ้งจอกน้อยขึ้น เมื่อได้ยินเสียงการขยับเคลื่อนไหวดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องแหลมของเ้าเสี่ยวจินเธอก็รู้ได้ว่าเ้างูั์นั่นรับรู้ถึงแผนการล่อเสือออกจากถ้ำของเธอแล้วหลินลั่วหรานต้องรีบกลับไปให้รวดเร็วที่สุด
หลินลั่วหรานห่อตัวเ้าจิ้งจอกน้อยเอาไว้ ก่อนจะหลบไปอีกฝั่ง พิษที่งูสีแดงพ่นออกมาเลอะไปที่เสื้อผ้าของเธอพร้อมกับไหลรินลงที่พื้น ส่งกลิ่นเหม็นคาวไปทั่ว
เป็พิษงูที่แข็งแกร่งมาก! แม้ว่าหลินลั่วหรานจะสามารถหลบผ่านไปได้แต่เมื่อได้กลิ่นเหล่านี้ เธอเองก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมา พิษของงูตัวนี้ร้ายแรงมากที่เขาแห่งนี้มักจะมีคนในหมู่บ้านใกล้ๆ เข้ามาเก็บสมุนไพรหรือของป่าอยู่บ่อยๆโอกาสที่จะได้พบกับเ้างูั์สีแดงนั้นมีมากแม้ว่าเธอจะไม่ได้รู้สึกดีกับผู้คนในหมู่บ้านหลี่มากนักแต่มันก็เป็สถานที่และเพื่อนบ้านที่เธอใช้ชีวิตร่วมมากว่า 20 ปี หลินลั่วหรานจึงตัดสินใจขึ้นมาว่า...ไม่อาจจะเหลือเ้างูตัวนี้เอาไว้ได้!
เธอสะบัดโยนเสื้อคลุมตัวนอกออกไปเสี่ยวจินสามารถใช้กรงเล็บรับมันเอาไว้ได้พอดี หลินลั่วหรานหมุนตัวกลับมาก่อนที่จะฟันดาบลงไปที่ส่วนหัวของงู
แม้ว่างูสีแดงจะเป็สัตว์พิษ แต่ก็ไม่ได้มีเปลือกนอกที่แข็งแรงเหมือนกับาาแมงป่องดาบบินระดับห้าก็ไม่ได้มีดีเพียงแต่ชื่อ เมื่อหลินลั่วหรานตวัดมือตัดลงไปหัวงูก็ได้รับาแใหญ่ เืงูไหลพุ่งออกมากระเด็นไปโดนที่แขนเสื้อของเธอจนเกิดเป็รอยรูสีดำขึ้นมาหลินลั่วหรานรีบฉีกแขนเสื้อทิ้งในทันที
แม้แต่เืงูก็ยังเป็พิษ ดูเหมือนว่าจะเหลือมันทิ้งไว้ไม่ได้แล้วจริงๆ
หลินลั่วหรานรู้สึกว่าในหัวของเธอเต็มไปด้วยความมึนงงด้วยสถานการณ์ของเ้าจิ้งจอกน้อย ทำให้ไม่อาจจะยื้อระยะเวลาให้นานออกไปได้เธอจึงต้องรีบจัดการเื่นี้ให้จบลงให้เร็วที่สุด เธอเรียกให้พลังมารวมอยู่บนตัวดาบและใช้ศาสตร์ดาบขึ้นมา ทำให้บริเวณโดยรอบมีอุณหภูมิที่ลดลงเ้างูสีแดงยังคงมึนงงกับหิมะที่อยู่ๆ ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าหลินลั่วหรานใช้ศาสตร์ดาบนี้ตวัดลงบนบริเวณหัวของมันและมันก็บอบบางกว่าที่เธอคิดเอาไว้...หลินลั่วหรานก็ไม่คิดว่าดาบนี้ของเธอจะมีพลังที่รุนแรงแบบนี้หัวของงูถูกตัดให้ขาดออก เืงูนั้นพุ่งกระจายออกมา ทำเอาต้นไม้ที่อยู่ด้านหน้าแห้งเหี่ยวตายไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำเอาอดจะสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้
หัวงูถูกตัดขาดแล้ว มันก็ไม่น่าจะมีชีวิตต่อไปได้หลินลั่วหรานมองไปยังเืที่กระจายอยู่เต็มพื้น น่าเสียดายที่เนื้องูนี้เป็พิษจึงไม่อาจจะใช้ทานได้เธอจึงไม่คิดจะเหลือร่างของมันให้เกิดอันตรายแก่สัตว์เล็กสัตว์น้อยเธอร่ายเวทลูกไฟออกไปปกคลุมร่างของงูั์ ก่อนจะขึ้นไปบนหลังของเสี่ยวจิน
เ้าจิ้งจอกน้อยจำเป็จะต้องได้รับการรักษาโดยเร็วเมื่อเห็นว่าร่างกายของเ้างูถูกปกคลุมไปด้วยไฟเธอกำลังกังวลกับความปลอดภัยของเ้าจิ้งจอกน้อยแน่นอนว่าเธอไม่สามารถจะคอยมองจนมันมอดไหม้เป็ผุยผงได้เธอสั่งให้เสี่ยวจินบินไปยังทางเมืองหรงเฉิงในทันที
ไม่นานนักกลิ่นไหม้ก็ลอยขึ้นมา เนื้องูถูกเผาไหม้ส่งเสียงซู่ซ่าขึ้นเปลวไฟค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆจนสุดท้ายบนพื้นดินก็หลงเหลือเพียงแค่ศพงูที่ไร้หัวถูกเผาไหม้เสียจนมองไม่ออก
ผ่านไปไม่นานร่างศพงูสีดำไหม้ก็เริ่มฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งเ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยสีแดงโผล่ออกมาจากบริเวณหัวสามเหลี่ยม
ใจกลางของตัวงูขยับอยู่ในอากาศ กลิ่นของพิษงูกระจายออกไปทั่วจนแม้แต่ที่ที่ห่างไกลก็ยังคงััได้ถึง
หลินลั่วหรานรีบหอบกองผ้าพุ่งเข้าไปในบ้านก่อนที่จะเปิดประตูของห้องหนังสือออก หรงตงหลินใขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรเขาก็เห็นเพียงแค่หลินลั่วหรานจัดการปิดประตูห้องข้างๆ ลงอย่างแน่นสนิท
บางทีอาจจะเป็เพราะพลังของยาได้ถูกซึมซับเข้าไปบ้างแล้ว ร่างกายของเ้าจิ้งจอกน้อยจึงเริ่มขจัดเอาของเหลวสีดำไหลหยดออกมาหลินลั่วหรานไม่กล้าให้ยาพิษเหล่านี้หยดลงบนบ้านหลิน เธอใช้มวลพลังรวมตัวกันขึ้นพร้อมกับหาเอาถาดเหล็กมารองรับเ้าจิ้งจอกน้อยที่ลอยอยู่บนอากาศเอาไว้ถาดเหล็กถูกวางเอาไว้ด้านล่างเพื่อที่จะใช้รองรับยาพิษ
แน่นอนว่ายานี้ไม่สามารถที่จะขจัดพิษงูออกมาได้หมด
หลินลั่วหรานนึกไปถึงมวลพลังพลังธาตุไม้ที่อบอุ่นนุ่มนวลล้อมรอบตัวของเ้าจิ้งจอกน้อยก่อนที่จะซึมเข้าไปในร่างกายของมัน มันคือพลังแห่งการสร้างที่บริสุทธิ์ที่สุดบนโลกหลินลั่วหรานเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ั้แ่ที่ได้ช่วยเป่าเจียในครั้งนั้นพิษงูเพียงแค่มีความสามารถในการทำลายระบบประสาทหากว่าสามารถสร้างเซลล์ที่แข็งแรงขึ้นมาได้ใหม่ไม่ว่าจะเป็คนหรือสัตว์ต่างก็น่าจะสามารถขจัดพิษงูออกไปได้ด้วยตัวเอง
พลังธาตุไม้สีเขียวถูกส่งเข้าไปในร่างกายของเ้าจิ้งจอกน้อยและดูเหมือนว่าพิษงูสีดำนั้นจะมีความเกรงกลัวอยู่หลินลั่วหรานจึงบังคับให้มวลพลังไล่ตามมันไปและบังคับให้พวกมันมารวมกันที่บริเวณอุ้งเท้าของเ้าจิ้งจอกน้อย
เมื่อหลินลั่วหรานตวัดนิ้วมือผ่านอุ้งเท้าของมันไป เืสีดำก็ไหลออกมา
เมื่อเืสีดำค่อยๆ ไหลออกมาจนหมด และเริ่มกลับกลายเป็สีแดงพร้อมกับเรือนขนบนร่างกายของเ้าจิ้งจอกน้อยที่เริ่มกลับไปเป็สีเดิมปกติเช่นกันหลินลั่วหรานก็รู้ได้ว่าตัวเองได้เดาถูกแล้ว
ในถาดมีของเหลวสีดำอยู่ประมาณหนึ่งชาม ความจริงมันก็คือเืของจิ้งจอกน้อยที่ผสมไปด้วยพิษ
หลินลั่วหรานตรวจสอบดูภายในร่างกายของมันก่อนจะพบว่ายังคงมีพิษที่หลงเหลืออยู่แต่ว่าอัตราการหายใจของเ้าจิ้งจอกน้อยก็สงบมั่นคงแล้วเธอน่าจะสามารถช่วยมันเอาไว้ได้แล้ว
เธอนำเอายาพิษเหล่านี้ใส่เอาไว้ในขวดหยก ก่อนที่จะนำไปเก็บไว้ด้วยกันกับยาพิษของาาแมงป่องพร้อมทั้งตักเอาน้ำออกมาจากพื้นที่ลึกลับ และนำเอาตัวของจิ้งจอกน้อยแช่ลงไป
น้ำในพื้นที่ลึกลับที่เต็มไปด้วยความลี้ลับ มันมีพลังมากมายเท่าไรหลินลั่วหรานเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่มันก็น่าจะมีผลดีกับเ้าจิ้งจอกน้อย
หลินลั่วหรานปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะััได้ถึงความเหนื่อยล้า
เธอสามารถช่วยเ้าจิ้งจอกน้อยกลับมาได้โดยไม่ลำบากนักแต่เธอก็ต้องสูญเสียพลังไปไม่น้อย เมื่อไม่มีการสนับสนุนรองรับของมวลพลังหลินลั่วหรานก็เป็เพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง เธอจึงััได้ถึงความเหนื่อยล้า
สายลมแห่งต้นฤดูใบไม้ผลิพัดพาให้ใบไผ่ขยับส่งเสียงหลินลั่วหรานถึงได้นึกขึ้นมาได้ว่า ในกระท่อมแห่งนี้ยังมีคนอื่นอยู่อีกคนหนึ่งหรงตงหลินที่ถูกเธอมองข้ามไปตอนนี้เขากำลังมองตรงไปที่อินทรีตัวใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตัวเองนิ้วมือของเขาสั่นสะท้านไปหมด พร้อมกับหยาดเหงื่อที่ไหลรินขึ้นมาบนหน้าผาก...
นี่มันเป็ตอนกลางวันของวันที่สดใสแท้ๆทำไมถึงได้มีนกที่ตัวใหญ่ขนาดนี้อยู่ด้วย?
หลินลั่วหรานกุมเข้าที่หน้าผากของตัวเองในทันที เธอลืมไปแล้วว่าไม่ได้มีเพียงแค่หรงตงหลิน แต่ยังมีเสี่ยวจินด้วย
เดิมทีเกาะกลางน้ำแห่งนี้ก็เป็พื้นที่ต้องห้ามของเสี่ยวจินและจิ้งจอกน้อย เธอลืมไปได้อย่างไร...
