เจียงจื่อเฮ่าถูกจีอู๋ซวงหิ้วคอออกมา หลังจากเดินมาไกลโขจึงค่อยมีปฏิกิริยาตอบกลับ เขามาที่นี่เพื่อทวงความยุติธรรมให้มู่ชิงอวิ้น ทว่าเหตุใดจู่ๆ จึงถูกลากออกมาอย่างมึนงงแทนได้เล่า?
ฮวาเหยียนได้งีบหลับครู่หนึ่ง ยามตื่นจึงรู้สึกสดชื่น นางไปที่ห้องข้างเพื่อดูอาการของฉิงคง ทว่าหญิงสาวยังคงหลับใหลมิได้สติ ลมหายใจรวยริน
สาวใช้ชั้นสามจำนวนสองคนกำลังดูแลตามหน้าที่
คนหนึ่งอยู่ข้างเตียง อีกคนไปต้มยา มิได้เหลวไหลไร้ความรับผิดชอบ ฮวาเหยียนจึงวางใจ
...
ฮวาเหยียนถูกกักบริเวณ แม้แต่ประตูข้างก็ออกไปมิได้ เมื่อรวมกับการที่ฉิงคงได้รับาเ็ และนางเองก็ไม่วางใจทิ้งสาวใช้ผู้นี้ไว้คนเดียว นางจึงไปห้องหนังสือเพื่อหาหนังสืออ่าน รอจนกระทั่งถึงเวลาเย็น ยามได้ข่าวว่าท่านพ่อและพี่ใหญ่กลับมายังจวนแล้ว นางจึงวางหนังสือในมือลง ก่อนออกไปต้อนรับ
“ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ กลับมาแล้วหรือเ้าคะ?”
ฮวาเหยียนยิ้มพลางเปิดปากกล่าว
เดิมทีมู่เอ้าเทียนเหนื่อยล้าไปทั้งกาย ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มของบุตรสาวแสนรักของตน ความเหนื่อยล้าพลันหายไปจนหมดสิ้น
“ลูกรัก วันนี้เ้าทำอันใดหรือ?”
มู่เอ้าเทียนหยิบชาบนโต๊ะมาดื่มดับกระหาย จากนั้นจึงส่งเสียงถามออกมา
“ก็...ท่านพ่อกักบริเวณข้า ข้าจะไปที่ใดได้หรือเ้าคะ ข้าอยู่แต่ในจวน ใช้เวลาทั้ง่สายที่ห้องหนังสือเ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนกะพริบตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเชื่อฟัง
“ไม่มีอันใดอีกหรือ?”
มู่เอ้าเทียนถามอีกครั้ง
ทันทีที่นางได้ยินน้ำเสียงนี้ รวมกับคำถามของท่านพ่อ ฮวาเหยียนก็รู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นในจวนวันนี้ เกรงว่าท่านพ่อคงจะทราบแล้ว
ดังนั้นนางจึงลากเก้าอี้เข้ามา ก่อนกล่าวว่า “ก็ไม่มีอันใดเป็พิเศษเ้าค่ะ ข้าแค่ต่อยเจียงจื่อเฮ่าไปหนึ่งยก และขาของเขาก็ดูเหมือนจะหักอีกคราแล้ว”
มู่เอ้าเทียน “...!”
มู่เสวียนเย่ “...!”
มู่เอ้าเทียนถอนหายใจ บุตรสาวตัวน้อยของเขาถือว่าควบคุมไม่อยู่แล้วจริงๆ แม้จะถูกกักบริเวณ แต่นางก็ยังคงสร้างปัญหาได้
ทว่าจะทำอย่างไรได้? เขามิอาจดุบุตรสาวแสนรักของตนเพื่อคนนอก ดังนั้นจึงทำได้แค่ตามใจนาง
“ผู้ใดใช้ให้เขาแอบกินขนมที่พี่หญิงมู่เฉิงอินส่งมาให้เล่า ข้ายังกินไปแค่ชิ้นเดียว พี่ใหญ่เองก็มิได้เห็นกระทั่งหน้าตาของมัน แต่กลับถูกเขากลืนลงท้องจนหมด ลองบอกเถิดว่าน่ารังเกียจหรือไม่”
ฮวาเหยียนแจกแจงข้อกล่าวหา เพียงนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาอีกครา ศีรษะนางก็มีเพลิงโทสะลุกท่วม ทว่านางมิได้สังเกตสักนิดว่ายามตนเอ่ยปาก น้ำเสียงของนางกลับออดอ้อนมีเสน่ห์โดยไม่รู้ตัว
“อืม บุตรชายของเจียงถิงผู้นี้พึ่งพิงครอบครัวพวกเรามากเกินไปแล้ว สมควรถูกทุบตีเสียบ้าง”
มู่เอ้าเทียนพยักหน้า
นั่นคือขนมที่ลูกสะใภ้ใหญ่ส่งมาให้ ทว่ากลับถูกเจียงจื่อเฮ่าผู้นี้เอาเปรียบเสียได้
“พี่ใหญ่ ขนมอิงฮวานั่นอร่อยยิ่งนักเ้าค่ะ...!”
ฮวาเหยียนกล่าว
ทว่านางกลับเห็นมู่เสวียนเย่คลี่ยิ้มบาง “กินไปแล้วก็ช่างเถิด อย่างไรเขาก็เป็ถึงบุตรชายของท่านแม่ทัพเจียง และเป็ที่ทราบกันดีว่าเขามาอาศัยอยู่ในจวนตระกูลมู่ของเรา เ้าอย่ารังแกเขาบ่อยนักเลย หากเ้าชอบ พี่จะบอกให้อินเอ๋อร์ทำให้เ้าใหม่”
มู่เสวียนเย่กล่าว
ยามกล่าวถึงมู่เฉิงอิน แววตาของเขาแฝงความรักโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่ฮวาเหยียนได้ยินคำพูดของพี่ใหญ่ นางพลันอมยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ไอ้หยา พี่ใหญ่ ความสัมพันธ์ของท่านกับพี่หญิงมู่ก้าวหน้ารวดเร็วนัก อินเอ๋อร์ อินเอ๋อร์...แหมๆ เมื่อใดท่านจะแต่งพี่หญิงมู่เข้าตระกูลเสียทีเ้าคะ”
มู่เสวียนเย่ถูกฮวาเหยียนล้อเลียน จึงเอื้อมมือไปจิ้มศีรษะของนาง
มู่เอ้าเทียนไตร่ตรองก่อนเอ่ย “เดิมทีเื่นี้ได้ตัดสินใจและกำหนดว่าเป็วันเวลากลางเดือนนี้ ทว่าเพราะาชายแดน ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็เช่นไร เื่ที่ตัดสินใจเอาไว้แล้วจึงทำได้แค่เลื่อนออกไป รอจนกระทั่งฝั่งชายแดนมีข่าวคราว พวกเราค่อยตัดสินใจอีกครั้ง”
“ขอรับ”
มู่เสวียนเย่พยักหน้า เขากับมู่เฉิงอินได้หารือเื่นี้ต่อกัน และทั้งสองได้สารภาพความในใจซึ่งกันแล้ว กำหนดเวลาล้วนเป็เื่ที่ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องเกิด ประจวบเหมาะที่ทางชายแดนถูกลอบโจมตี ตระกูลมู่ที่สร้างคุณูปการให้แก่แว่นแคว้น ย่อมต้องแบกรับภาระหน้าที่ก่อนเป็อันดับแรก
หวนคำนึงถึงมู่เฉิงอินที่กล่าวกับเขาอย่างเข้าใจ ว่าแว่นแคว้นต้องมาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด สตรีที่จิตใจดีงามและอ่อนโยนเช่นนาง ช่างทำให้เขารักใคร่มากล้นหาใดเปรียบ ทั้งที่เพิ่งพบหน้า ทว่าเขากลับคิดถึงนางเสียแล้ว
“ท่านพ่อ วันนี้ในวังมีเื่ใดหรือไม่เ้าคะ?”
ฮวาเหยียนรินชาจนเต็มถ้วยให้มู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่ ก่อนเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
“เื่ที่องค์รัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อคืนวาน รู้ถึงพระกรรณของฮ่องเต้แล้ว ฝ่าาทรงพิโรธยิ่ง ทรงรับสั่งให้สอบสวนอย่างละเอียด”
มู่เอ้าเทียนกล่าว
ฮวาเหยียนพยักหน้ารับรู้ แน่นอนว่าเื่นี้ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด บุตรชายของตนเกือบถูกฆ่า เขาจะไม่โกรธได้อย่างไร?
เพียงแต่ไม่รู้ว่าตาแก่ฮ่องเต้จะทราบหรือไม่ว่าในร่างกายของตี้หลิงหานมีหนอนกู่เพลิงเย็นอาศัยอยู่ ชีวิตของเขาอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่น มิอาจรู้ได้ว่าวันใดผู้ที่อยู่เื้ัจะทรมานเขาจนเพียงพอแล้ว จึงคิดอยากบีบเขาให้ตาย
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาย่อมไม่ทราบ เื่เช่นนี้หากรู้น้อยลงสักคน อันตรายก็ลดน้อยลงเช่นนั้น อย่างไรก็ใช้ชีวิตอย่างคนที่ไม่ทราบมาตลอดยี่สิบกว่าปี ก่อนจะเป็เมื่อคืนวานที่หยวนเป่าวินิจฉัยให้จึงได้ทราบมิใช่หรือ?
“หยวนเป่าเล่า?”
ทางนี้มู่เสวียนเย่กำลังมองไปรอบด้าน ทว่าเพราะไม่เห็นแม้แต่เงาของหยวนเป่า ดังนั้นจึงเอ่ยถามออกมา
วันนี้เขาเองก็เพิ่งทราบเื่ใหญ่ที่น้องหญิงและหลานชายของตนทำจากปากของบิดา เขามิกล้าเชื่อ ทว่าในใจกลับมีความภาคภูมิใจที่ยากจะควบคุมผุดขึ้นมา
น้องหญิงของเขามีพร์ั้แ่ครั้งยังเด็ก ศาสตร์ทั้งสี่ เล่นฉิน หมากล้อม พู่กัน วาดภาพ ล้วนโดดเด่นเก่งกาจ เื่นี้มิต้องกล่าวถึง ยามนี้นางใช้เวลาเพียงสองทศวรรษก็สามารถฝึกวรยุทธ์ถึงขั้นปรมาจารย์ระดับสองได้สำเร็จ ทั้งยังมีวาสนา บุกจวนไท่จื่อก็สามารถช่วยชีวิตองค์รัชทายาทได้
ยังมีหลานชายของเขา กล่าวขานกันว่าเด็กน้อยเองก็เป็อัจฉริยะ แม้แต่หลงจู้แห่งหออู๋ิก็ยังชื่นชมไม่ว่างเว้น
เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวาน เขาไม่ได้มีส่วนร่วม แต่กลับรู้สึกภาคภูมิใจ อย่างไรความกลัวก็เป็สิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความคิดของบิดาที่สั่งกักบริเวณน้องหญิงของเขา
“น่าจะอยู่ที่สวนหลังจวนเ้าค่ะ วันนี้เขาไปหออู๋ิ ได้พบสมุนไพรไม่น้อยเลย คงกำลังศึกษาค้นคว้าอยู่แถวนั้นเ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนกล่าว
มู่เสวียนเย่พยักหน้า คิดว่าอีกสักพักค่อยไปหาหยวนเป่า
“หลานชายตัวน้อยของข้ามีสติปัญญาไร้ผู้ใดเทียบเทียม และมีทักษะทางการแพทย์ขั้นสูง รอจนเื่ราวยุ่งเหยิงตลอดหลายวันนี้จบลง ข้าจะสร้างเรือนโอสถเล็กๆ ในจวนให้เขา ถึงยามนั้น หลานชายของข้าจะศึกษาค้นคว้าอย่างไรก็แล้วแต่ใจปรารถนา”
มู่เอ้าเทียนกล่าว
ฮวาเหยียนเม้มริมฝีปากยิ้ม “ท่านพ่อ ท่านดีกับหยวนเป่านักเ้าค่ะ”
“พวกเ้าล้วนเป็สมบัติล้ำค่าของพ่อ”
มู่เอ้าเทียนกล่าวพลางมองฮวาเหยียนอย่างรักใคร่เอ็นดู คำกล่าวของเขาพาให้จิตใจของฮวาเหยียนอบอุ่น
บรรยากาศดีเหลือเกิน ช่างอบอุ่นนัก
ขอเพียงพี่รองและพี่สามกลับมา ครอบครัวก็จะได้อยู่กันพร้อมหน้า
“ใช่แล้ว ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ ข้ามีเื่จะกล่าวกับพวกท่านเ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
มู่เอ้าเทียนหยัดกายนั่งตรงโดยไม่รู้ตัว ยามนี้เพียงบุตรสาวของเขากล่าวว่ามีเื่ เขาก็จะตื่นตระหนกเล็กน้อย เกรงว่านางคงมิได้สร้างปัญหาอันใดอีกกระมัง?
“เื่ใดหรือ?”
เมื่อเห็นมู่เอ้าเทียนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยพลางนั่งตัวตรง ฮวาเหยียนก็รู้สึกขบขันอยู่บ้าง
หมดกัน! ความอ่อนโยน อ่อนหวาน และสง่างามของนาง มิอาจคงไว้ได้ต่อหน้าท่านพ่อกับพี่ใหญ่ เกรงว่าในใจของท่านพ่อ นางจะกลายเป็จอมสร้างปัญหาเสียแล้ว
แม้แต่พี่ใหญ่ก็ยังมองนางอย่างจริงจัง...
จริงๆ เลยเชียว!
“มิใช่เื่ใหญ่อันใดเ้าค่ะ...”
ฮวาเหยียนกล่าว
ท่านพ่อกับพี่ใหญ่สบตามองกันและกัน คิดว่าเื่ราวคงหนักหนากว่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ จนพริบตาต่อมาพวกเขาก็ได้ยินฮวาเหยียนกล่าวว่า “ฉิงคงกลับมาแล้ว ข้าตั้งใจจะเก็บนางไว้ข้างกาย”
