" ถ้าอย่างนั้น ก็ตกลงตามนี้นะ " กาบรินัสพูด " ส่วนเื่ที่ส่งเอกสารไปเมืองหลวง เ้าคงรู้แล้วใช่ไหม ว่าการใช้เวทมนตร์เทเลพอร์ตกินมานามาก "
" ครับ รู้ครับ " แนชตอบ
" การเทเลพอร์ตสิ่งของก็เช่นกัน ปกติการขนส่งของทั่วไป ก็จะจัดตั้งกองคาราวาน ใช้เกวียนม้า เกวียนวัว เดินทางตามแต่ทีละเมือง แต่เอกสารหรือสิ่งของที่สำคัญ จะใช้การส่งโดยเวทย์เทเลพอร์ต " กาบรินัสอธิบายต่อ " จากเมืองหนึ่ง ไปสู่เมืองหนึ่ง แต่ไม่ได้มีแต่การส่งรอบเดียว สิ่งของสำคัญมีส่งกันมาตลอด แต่นักเวทย์ที่ใช้เวทย์เทเลพอร์ตแล้วยังมีมานาเทเลพอร์ตสิ่งของจากเมืองหนึ่ง ไปสู่อีกเมืองหนึ่ง มันมีน้อยมาก เวลาส่งแต่ละครั้งเลยต้องทิ้งเวลาให้นักเวทย์พักฟื้นมานาด้วย แต่ก็ยังคงไวกว่ากิงคาราวานอยู่ดี "
" แต่ช้ากว่าอาจารย์เทเลพอร์ตเอาไปส่งเองใช่ไหมครับ " แนชยิ้ม
" ใช่แน่นอน " เขายิ้ม " มีอะไรถามอีกไหม "
" รออาจารย์กินให้เสร็จเรียบร้อยก่อนดีกว่าครับ " แนชเกรงใจ
" ตามนั้น " กาบรินัสเอ่นขึ้น แล้วก้มหน้ากินต่อ
เมื่อผู้าุโทั้ง 2 กินเสร็จ โซวิโลก็ตัวกลับ บอกว่าจะกลับไปเล่นหมากฮอสกับลูกน้องที่โรงตีเหล็ก ไปรบกวนคนอื่นอีก เห้อ !!
" อาจารย์ ที่จริงมีการเล่นที่ซับซ้อนกว่านี้อีกนะครับ มันเรียกว่าหมากรุก ตัวหมากจะมีเยอะกว่านี้อีก 8 ตัวครับ แต่อาจารย์ต้องหาคนที่สูสีกับอาจารย์มาเล่นด้วยนะครับ แกล้งลุงโซวิโลมากไปไม่ดี ผมกลัวเส้นเืในสมองของเขาแตก " แนชบอก
" โอ๊ะ มีการละเล่นที่ซับซ้อนกว่าเ้าหมากฮอสอีกหรือนี่ น่าสนใจ ๆ " เขามองมาที่แนชด้วยความสนใจ " แล้วเส้นเืสมองแตกคือสิ่งใด สมอง เส้นเื อาจารย์รู้จัก แต่มันแตกเพราะเหตุใด ? "
????
" บอกมาเถิด อาจารย์แค่สงสัยใคร่รู้ อาจารย์ไม่ถามหรอกเ้ารู้ได้เช่นไร " กาบรินัสเอ่ยขึ้น เขาจะไม่บังคับให้ลูกศิษย์ตัวน้อยพูดในสิ่งที่เป็ความลับของเ้าตัว จนกว่าเขาจะพร้อม
" เอ่อ ขอบคุณนะครับอาจารย์ ที่ไม่บีบบังคับผม " แนชก้มตัวลงขอบคุณอาจารย์ และเริ่มอธิบายว่า เส้นเืสมองแตกคืออะไร เกิดจากอะไร
" หืม ความดัน น่าสนใจ ๆ " กาบรินัสพูดขึ้น มีแต่เื่น่าค้นคว้าทั้งนั้นเลย
" ผมก็ไม่รู้อะไรมากครับอาจารย์ รู้แค่ งู ๆ ปลา ๆ " แนชบอกออกไป
กาบรินัสหันมามองแบบสงสัย แนชจึงตอบไปว่า รู้แบบผิวเผิน กาบรินัสได้ยินก็หัวเราในความคิดสร้างสรรค์ของเด็กชาย
" เ้านี่มันเป็เด็กช่างคิดเสียนี่กระไร โฮะ โฮะ โฮ่ " กาบรินัสหัวเราะชอบใจ
" เอ่อ อาจารย์ แล้วเวทย์มิติ มันคืออะไรหรือครับ ? " แนชถามสิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุด
" เ้านั่งก่อนซิ " เขาบอกให้ลูกศิษย์ตัวน้อยนั่งฝั่งตรงข้ามเขา " ในระหว่างนั้น เ้าสร้างตัวหมากรุกไปด้วยก็ได้ "
" ครับ " จะเล่นให้ได้ใช่ไหมนี่ !!
" มิติ ถ้าเอาละเอียดมันจะอธิบายยืดยาวเลยนะ รากของมันคือ การวัดระยะจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ต้องเริ่มจากจุดนั้นเลย ถ้าอยากได้แบบละเอียด แล้วต้องเรียนรู้ถึง 11 มิติ จาก 0 ถึง 10
0 คือ จุด ไม่มีระยะ จุดยังไงก็ได้ " กาบรินัสพูด แล้วเอามือจุ่มน้ำ แล้วจิ้มไปที่โต๊ะหลายจุด " เห็นไหม ไม่ต้องเท่ากัน แต่นี่ก็คือมิติขั้นที่ 0 "
แนชพยักหน้า แต่ในสมองคือ ว่างเปล่า
" มิติที่ 1 คือ เส้น " เขาลากเส้นจาก จุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง
" มิติที่ 2 คือ เส้น 2 เส้น " เขาวาดเส้นเป็รูปตัว Y ด้วยน้ำ แล้วใช้เวทย์ให้มันลอยขึ้นมา
" มิติที่ 3 คือ ตัว Y นี้ แต่ !! " กาบรินัสสร้างหยดน้ำที่ขาตัว Y ข้างซ้าย แล้วพับสองข้างเข้าหากัน แล้วกางออก หยดน้ำที่อยู่ตรงขาข้างซ้ายก็ไปอยู่ที่ขาตัว Y ข้างขวา " ลองนึกถึงจุดว่ามันคือตัวเ้า "
ห๊ะ !! แนชนึกในใจ
" พอเริ่มเเห็นภาพแล้วใช่ไหมละว่านักเวทย์เทเลพอร์ตได้อย่างไร " เขาถามขึ้นเมื่อเห็นเด็กชายมีปฏิกริยา
แนชก็พยักหน้า
" ส่วนแรงที่ใช้พับขาตัว Y เข้าหากัน เราก็ใช้เวทมนตร์ไงล่ะ คงไม่ลืมหลักการเวทมนตร์ซินะ " กาบรินัสถาม
" ครับ มานา และ จินตนาการ " แนชตอบ
" เ้าลืมคำร่ายนะ เ้าลูกศิษย์ ไม่ใช่ทุกคนจะใช้เวทย์โดยไร้คำร่ายได้แบบเ้านะ " อาจารย์เขาเตือนให้เด็กชายไม่ลืมมาตรฐาน
" ขอโทษครับ " ลืมไปเลย คำร่ายก็เหมือนกับนกสับของปืน ถ้าไม่มี ะุก็ไม่สามารถถูกยิงออกไปได้
" เอาล่ะ มิติที่ 4 คือ เวลา นั่นจึงทำให้นักเวทย์ที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์มิติส่วนใหญ่จะใช้เวทมนตร์กาลเวลาได้ด้วย เวลาเป็สิ่งที่ไม่มีแก่นสารในตัวเอง แต่ตัวตนของมันจะปรากฏออกมาต่อเมื่อมีการเปรียบเทียบเกิดขึ้นกับสิ่งอื่นและมันอาจเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ ( สัมพัทธ์ ) อย่างเช่น สิ่งใด ๆ ยิ่งเคลื่อนที่เร็วเท่าไหร่ เวลาจะยิ่งเดินช้าเท่านั้น " เขาเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็หยดน้ำ แล้วเขาก็แตะหยดน้ำเบา ส่วนอีกอันก็แตะแรงขึ้น ทำให้หยดน้ำทั้ง 2 เคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เท่ากัน " เห็นไหม หยดน้ำที่เคลื่อนช้าจะใช้เวลาเยอะกว่า " เขาถามเด็กชาย
แนชพยักหน้า สอนดีจัด พร้อมภาพประกอบแบบ 3 มิติ ทำให้เข้าใจง่ายเยอะเลย เขาไม่เคยเรียนรู้อะไรแบบนี้ แถมไม่ฉลาดด้วย ยังพอเห็นภาพได้คร่าว ๆ เลย
" เอาล่ะ เพราะฉะนั้นเวลาก็คือระยะอย่างหนึ่ง มิติ ที่ 4 ก็คือการเดินทางของเวลา จากอดีตมาปัจจุบัน "
" มิติที่ 5 คือโอกาส " ตัว Y และจุดลอยขึ้นมาอีกแล้ว " ตัวเราคือจุด มีโอกาสจะเป็อะไรก็ได้ในอนาคต " คราวนี้ตัว Y มีขาแยกมาเยอะแยะเลย แล้วเขาก็ค่อย ๆ พับไปทีละข้าง " ขาแต่ละข้าง ก็สมมุติว่าเป็อาชีพในอนาคตของเ้าแล้วกัน "
" อ่ออออ " แนชอุทานออกมาเมื่อเห็นภาพ
" ที่ข้าพับไปมานี่คือ มิติที่ 6 ถ้าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว เ้าจะเข้าใจว่าถ้าเราพับอดีตไปอนาคต เราก็สามารถพับอนาคตไปหาอดีตได้เช่นกัน " เขาอธิบาย
" คือการเดินทางข้ามเวลาใช่ไหมครับ ย้อนอดีต หรือไปอนาคต " แนชพูดขึ้น
" โฮ่ ๆ ถูกต้อง " กาบรินัสถูกใจ " ตามนั้นเลย ไม่เสียแรงอธิบายจริง ๆ ส่วนมิติที่ 7 นั้นคือจุด ที่ในจุดนั้นเป็จุดที่ใหญ่มากที่รวมมิติตังแต่ 0 ถึง 6 ไว้ในนั้น ั้แ่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดจบในทุก ๆ รูปแบบ ซึ่งจุดนี้คือ อนันต์ ( infinity ) ที่นี้ องค์ประกอบอีกอย่างของของมิติที่ 7 คือต้องมีอีก 1 จุดอนันต์ ซึ่งแตกต่างจากจุดเดิม ั้แ่การกำเนิดจนถึงจุดจบทุกรูปแบบ เอาง่าย ๆ คือจุดเป็โลกใบแรกที่ใช้กฏมิติ 0 ถึง 6 กับโลกอีกใบที่มีกฏมิติ 0 - 6 อีกใบ แล้วเอาเส้นเชื่อมเข้าหากัน " กาบรินัสลากเส้นเข้าหาจุด 2 จุดนั้น
" นี่มัน !! " แนชเผลออุทานขึ้นมา
" หืม มีอะไรรึ ? " กาบรินัสถาม เมื่อเห็นเด็กชายอุทาน
" ไม่มีอะไรครับ แค่ทึ่งกับสิ่งที่อาจารย์สอนอยู่ครับ ผมตื่นเต้น ขอโทษครับ " แนชแถ ตื่นเต้นไปหน่อยนี่มันหลักการต่างโลก หรือ Isekai นี่หว่า ที่เขามาเกิดใหม่ในโลกนี้ ก็รวมอยู่ในทฤษฎีนี้ได้ แต่คนร่ายเวทย์ก็คือท่านเทพซินะ
" อ่อ เช่นนั้นมาต่อที่ มิติที่ 8 คือ การมีจุดอนันต์เพิ่มอีกจุด ใช้กฎเดียวกันกับข้อเมื่อกี้ ทำให้เราเลือกที่จะไปที่ไหนก็ได้ เหมือนมีทางเลือกมากขึ้น " กาบรินัสอธิบายต่อ
" มิติที่ 9 คือการทำให้จุดอนันต์ทั้ง 2 จุด หรือทั้งหมด 3 จุดให้มาทับกันอยู่จุดเดียว " กาบรินัสบอก
" อย่างนั้นถ้าทำได้ ก็สามารถย้ายไปที่โลกอื่นในมิติอื่นได้ใช่ไหมครับ ? " แนชถามขึ้น
" เป็เช่นเ้าว่าเลย แต่มันก็เป็แค่ทฤษฎีที่ยังไม่มีใครสามารถทำได้ ส่วนมิติที่ 10 ก็ยังค้นคว้าศึกษาทฤษฎีเพิ่มเติมกันอยู่ แต่ก็คือ ณ ตอนนี้มีจุดอนันต์เพิ่มขึ้นไปแบบไร้จุดสิ้นสุด แล้วเราใช้วิธีเดียวกับขั้นตอนมิติที่ 9 นั่นคือทฤษฎีซึ่งก็ไม่รู้ว่าสามารถทำได้ไหม เพราะตอนนี้มีคนทำได้ถึงแค่มิติที่ 4 เท่านั้น " เขาบอก
" อาจารย์คือ 1 ในนั้นใช่ไหมครับ ? " แนชถาม
" ใช่แล้ว " อาจารย์เขายิ้ม
" ยากจังเลยนะครับอาจารย์ " แนชบ่นขึ้น โอ้ยหัวจะปวด " กว่าจะเทเลพอร์ตได้ "
" เช่นนั้น อาจารย์จะแนะนำหลักการง่ายๆ ของเวทมนตร์เทเลพอร์ต นั่นก็คือเอาภาพสถานที่ 2 ที่มาต่อกันตรงกลางระหว่างเ้าโดยใช้เวทมนตร์ แล้วเ้าก็เดินข้ามมาอีกฝั่งที่เ้านึกถึง พอเข้าใจง่ายไหม " กาบรินัสยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น
" ดูง่ายขึ้นเยอะเลยครับ " แนชตอบ
" ลองดูซิ ลองนึกตรงจุดที่เ้านั่งตอนนี้ แต่โต๊ะตัวหน้าเ้ามันคือโต๊ะทำงานของข้า แล้วคิดว่าเก้าอี้ยาวที่เ้านั่งตอนนี้เป็เก้าอี้โต๊ะทำงานนะ " กาบรินัสพูดขึ้น เขาอยากรู้เลยว่าเ้าเด็กอัจฉริยะนี่จะทำได้ไหม เขาตื่นเต้นที่จะเห็นคำตอบ
แนชมองโต๊ะทำงานกาบรินัสแล้วหลับตาลง นึกตามที่อาจารย์บอก
[ ความสามารถแตกฉานการใช้มานาและเวทมนตร์ทำงาน ]
ฟุ่บ ~ แนชหายไป
โครมม !!!
เสียงเก้าอี้โต๊ะทำงานกาบรินัสล้มลงดังลั่น เด็กชายไปโผล่ตรงจุดนั้น แต่ดูแล้วการแลนดิ้งมีปัญหา
" โฮ่ โฮ่ โฮ่ เ้าทำได้จริง ๆ ด้วย ที่สำคัญมันคือการลองครั้งแรก " กาบรินัสปรื้มปริ่มเป็อย่างมาก ถ้าเขาไม่อายุเกือบ 200 ปี คงะโโลดเต้นเป็แน่แท้
[ เรียนรู้เวทมนตร์ข้ามมิติระยะใกล้ ( Warp ) ]
[ ผลของพร์ทำงาน เวทมนตร์ข้ามมิติระยะใกล้ พัฒนาเป็ เวทมนตร์ข้ามมิติไร้ระยะ ]
[ เนื่องจากเรียนรู้เวทมนตร์ข้ามมิติขั้นไร้ระยะ ทำให้เรียนรู้ เวทมนตร์มิติขั้นแตกฉาน ]
" อ้ากกกกกก !!!! " แนชร้องโหยหวน
" เด็กน้อยยย !! " กาบรินัสตื่นตระหนก รีบลุกขึ้นไปหาลูกศิษย์ทันที ในใจคิดว่าเป็เพราะเขาไม่ได้บอกข้อที่อันตรายของเวทย์ข้ามมิติ เขาประคองเด็กชายอย่างร้อนรน
" ไม่เป็อะไรครับอาจารย์ นี่คือข้อแลกเปลี่ยนของพร์ผมครับ " แนชลืมตามองอาจารย์เขาที่ตอนนี้ดวงตาทั้ง 2 ข้างสั่นไหวและแดงก่ำ
" อื้ม รู้สึกสบายดีใช่หรือไม่ ? " เขาพูดพลางสำรวจตัวลูกศิษย์ด้วยความกลัวว่าจะมีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งติดอยู่ในมิติ
" ครับ อาจารย์ " เด็กชายค่อย ๆ ลุกขึ้น " ฮ่า ๆ ข้าโชคดีจัง ที่ได้เป็ลูกศิษย์อาจารย์ " ถ้าไม่รู้จักกาบรินัส ทฤษฎีพวกนี้ ตัวเขาไม่มีทางรู้และทำได้แน่นอน
" ข้าก็โชคดี ที่มีเ้าเป็ผู้สืบทอดนะเด็กน้อย " เขายิ้มให้ " ไหนละหมากรุกของอาจารย์ "
ทั้ง 2 หัวเราะ แนชจึงสร้างตัวหมากของหมากรุกไทย พร้อมอธิบายกฏ
