เพิ่งเกิดใหม่ ก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็คุณหนูซะแล้ว!
“ฉันชื่อหลิวหยูถง เป็ทนายฝึกหัดที่ไม่มีใครแยแส แถมยังเป็นักเขียนนิยายไส้แห้งที่ผลงานแป้กสนิท แต่ไม่เป็ไรหรอก เพราะฉันได้กลับมาเกิดใหม่แล้ว ชาตินี้ฉันจะต้องทวงคืนทุกอย่างที่เป็ของฉันกลับมาให้ได้!”
“แต่ตอนนี้ฉัน้าความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญด่วนๆ แค่คุณโอนเงินให้ฉันห้าร้อยหยวน ฉันจะพาคุณบินสูงไปด้วยกันเลย...”
“ไม่ใช่ละ ผิดประเด็น ตอนนี้ฉันดันมาเจอพวกนักเลงเข้าให้แล้ว วัยรุ่นผมทองหน้าตาเหี้ยมเกรียมสิบกว่าคนมาดักล้อมฉันไว้บนทางกลับโรงเรียน แถมยังบอกว่าฉันเป็คุณหนู ลูกสาวมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอะไรสักอย่าง แล้วจะพาตัวฉันไปให้ได้”
“ถ้ามีผู้ใจบุญคนไหนช่วยฉันให้พ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวันนี้ได้ ฉันสัญญาเลยว่าจะซื้อกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมคุณที่โรงพยาบาลแน่นอน!”
“คุณหนูครับ เชิญตามพวกเรากลับไปเถอะครับ ตอนนี้ในแก๊งขาดผู้นำ มีเพียงคุณเท่านั้นที่มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งมากที่สุด” ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ดูเป็หัวหน้าเอ่ยขึ้น
เขามีท่าทางเ็า สายตาคมกริบ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่จะไปตอแยด้วยได้ง่ายๆ
หลิวหยูถงแทบจะร้องไห้ “พวกคุณเข้าใจผิดแล้วจริงๆ ฉันไม่ใช่คุณหนูอะไรนั่นเลย ฉันเป็แค่คนธรรมดา เป็นักเรียนคนหนึ่ง ขอร้องละ ปล่อยฉันไปเถอะ!”
เธอไม่อยากไปพัวพันกับพวกนักเลงพวกนี้จริงๆ
ชาติก่อนเธอเป็ถึงทนายความ รู้ซึ้งถึงจุดจบของพวกนอกกฎหมายดีที่สุด การกวาดล้างมาเฟียครั้งใหญ่แต่ละครั้ง ไม่รู้ว่ามีลูกพี่ใหญ่กี่คนต้องไปกิน "ะุ" เป็อาหารว่าง
ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่ใช่คุณหนูมาเฟียจริงๆ แต่เป็แค่เด็กสาวที่มาจากบ้านนอก
แถมปูมหลังชีวิตก็รันทดสุดๆ สรุปสั้นๆ ได้ในประโยคเดียวคือ พ่อติดพนัน แม่ทิ้งครอบครัว พี่ชายวันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ ส่วนตัวเธอก็เคยถูกบูลลี่ในโรงเรียน
ทำไมชาติก่อนเธอถึงต้องสอบเป็ทนายความน่ะเหรอ? ก็เพื่อจะได้ "กำจัดญาติมิตรเพื่อความยุติธรรม"... เอ้ย เพื่อผดุงความยุติธรรมยังไงล่ะ!
ตอนนี้อุตส่าห์ได้มีชีวิตใหม่ทั้งที เธอไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรมาก แค่อยากใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา เช่น มีที่ดินสักไม่กี่หมู่ มีวิลล่าสักหลัง แล้วก็เงินฝากในบัญชีสักพันล้านหยวน แค่นี้ก็พอแล้ว เรียบง่ายดีออก
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มท่าทางเ็าคนนั้นกลับหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“คุณหนูครับ ถึงพวกเราจะไม่เคยพบคุณมาก่อน แต่รูปใบนี้ผมเจอในบรรดาของดูต่างหน้าของลูกพี่ หลังจากที่พวกเราพยายามออกตามหาอย่างหนัก ในที่สุดก็พบตัวคุณจนได้”
หลิวหยูถงรับรูปมาดูแวบหนึ่ง แวบแรกเด็กสาวในรูปก็ดูคล้ายเธอจริงๆ ทั้งน่ารักและสวยมาก แตปัญหาก็คือ ่อายุมันต่างกันเกินไปไหม!
เด็กในรูปดูยังไงก็แค่เจ็ดแปดขวบ แต่ตอนนี้เธออายุสิบแปดแล้วนะ!
“คุณเอารูปใบนี้มาตัดสินว่าฉันเป็คุณหนูเนี่ยนะ มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด? คนหน้าเหมือนกันในโลกนี้มีตั้งเยอะแยะ ทำไมพวกคุณไม่ไปหาคนอื่นล่ะ?”
“อีกอย่าง นามสกุลในบัตรประชาชนของฉันคือ 'หลิว' มันคงเป็ไปไม่ได้หรอกนะที่พ่อของคุณจะนามสกุลหลิวเหมือนกัน?”
ใครจะไปรู้ ชายหนุ่มคนนั้นกลับพยักหน้า “ถูกแล้วครับ ลูกพี่ก็นามสกุลหลิว คุณหนูครับ ในเมื่อคุณยอมรับแล้วว่าลูกพี่เป็พ่อของคุณ งั้นก็ไปกับพวกเราเถอะ แก๊งจะขาดคุณไม่ได้จริงๆ”
ถุยๆๆ! เธอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย ดันพูดจาจนเข้าใจผิดไปใหญ่
ทำไมยิ่งอธิบายเหมือนยิ่งลิงแก้แหกันนะ? ชาติก่อนไม่เห็นเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย หรือว่านี่จะเป็บั๊กของการเกิดใหม่?
ในขณะที่หลิวหยูถงกำลังเค้นสมองหาวิธีสลัดพวกนักเลงกลุ่มนี้ทิ้ง ก็มีชายหนุ่มท่าทางรักความยุติธรรมคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ที่เธอถูกรุมล้อมพอดี
กลางแดดจ้า ฟ้าสว่างโร่ขนาดนี้ กล้าดีมาเดี๋ยวมารังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ งั้นเหรอ? จะยอมได้ยังไง!
ภายใต้สายตาเปี่ยมหวังของหลิวหยูถง ชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาจริงๆ พร้อมกับชี้หน้าพวกนักเลงแล้วะโลั่น
“ปล่อยผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้!”
“ไสหัวไป!”
“ได้เลยครับ!”
ชายหนุ่มผู้รักความยุติธรรมรีบโกยอ้าวหนีหายไปทันที
หลิวหยูถง “.....”
ตอนนี้เธอหมดหนทางแล้วจริงๆ ดูเหมือนพวกนักเลงกลุ่มนี้จะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอคือคุณหนูมาเฟียคนนั้น
เธอเลยตัดสินใจประชดไปเลย โดยหันไปถามชายหนุ่มหน้าเย็นคนนั้นว่า “ในเมื่อคุณบอกว่าฉันเป็ลูกสาวลูกพี่คุณ งั้นคุณซื่อสัตย์กับเขาไหม? จะทรยศเขาหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มยืดตัวตรงสีหน้าจริงจัง “ชีวิตของผม ลูกพี่เป็คนช่วยไว้ แน่นอนว่าผมต้องจงรักภักดีต่อเขาจนตัวตาย ไม่มีวันทรยศเด็ดขาด!”
“รวมถึงพี่น้องสิบกว่าคนข้างหลังผมด้วย!”
หลิวหยูถงได้ยินดังนั้นก็กลอกตาไปมา “งั้นคำพูดของฉันถือเป็คำสั่งได้ไหม?”
เขายพยักหน้า: “ในเมื่อลูกพี่ไม่อยู่แล้ว พวกเราก็ต้องฟังคำสั่งของคุณหนูครับ”
“ดี! ในเมื่อคำพูดฉันถือเป็สิทธิ์ขาด งั้นพวกคุณไปซะ ฉันขอประกาศยุบแก๊งเดี๋ยวนี้เลย” หลิวหยูถงพูดอย่างเด็ดขาด
ชายหนุ่มหน้าเย็น: “......”
เขาไม่พูดอะไรและไม่ขยับคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ต่างพากันยืนอึ้งอยู่กับที่
“ไหนบอกว่าฟังคำสั่งฉันไง?” หลิวหยูถงขมวดคิ้ว “ทำไมยังไม่ไปอีก?”
“พวกเรา... พวกเราไม่มีที่ไปแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างกระอักกระอ่วน
“หมายความว่ายังไง?” หลิวหยูถงไม่เข้าใจ
“หลังจากลูกพี่เสียชีวิต หัวหน้าสาขาคนอื่นๆ ก็แย่งชิงตำแหน่งผู้นำกันจนแก๊งแตกเป็เสี่ยงๆ พวกเรามาตามหาคุณหนูก็เพราะหวังว่าคุณจะกลับไปรวมแก๊งให้เป็หนึ่งเดียวอีกครั้ง” เขาอธิบาย
คราวนี้หลิวหยูถงเข้าใจแจ่มแจ้งเลย ที่แท้พวกนักเลงกลุ่มนี้ก็คือ "หมาจนตรอก" นี่เอง!
เห็นชัดๆ ว่าสู้เขาไม่ได้เลยถูกไล่ออกจากแก๊งมา แล้วตอนนี้มามองเธอที่เป็ "คุณหนู" เป็ฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิต?
งั้นก็หมายความว่า เธอที่เป็คุณหนูตัวปลอมเนี่ย เป็คุณหนูที่กำลังตกอับด้วยงั้นเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นยิ่งกลับไปไม่ได้เด็ดขาด! กลับไปมีหวังพวกมาเฟียที่มีความทะเยอทะยานพวกนั้นคงรุมทึ้งเธอแน่ ตามพล็อตในหนัง ถ้าไม่ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ก็คงถูกดักฆ่าระหว่างทาง...
ซี้ด... ไม่กลับเด็ดขาด ตายยังไงก็ไม่กลับ!
แต่เธอก็ดูออกว่าคนพวกนี้ปักใจเชื่อในตัวเธอแล้ว และไม่ยอมไปไหนแน่ ในเมื่อเป็อย่างนี้...
“ตอนนี้ฉันยังเป็นักเรียน ม.6 อีกแค่เดือนเดียวก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ่เวลานี้สำคัญกับฉันมาก พวกคุณห้ามมารบกวนฉันเด็ดขาด ถ้าไม่อยากไปจริงๆ ก็ไปหาที่พักในตัวอำเภอซะ รอให้ฉันสอบเสร็จก่อนค่อยว่ากัน ตกลงไหม?” หลิวหยูถงเสนอทางออกสายกลาง
“คุณหนูครับ การเรียนมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?” วัยรุ่นผมทองตัวอ้วนถามด้วยความสงสัย
หลิวหยูถงค้อนขวับใส่ “พวกคุณไม่เคยได้ยินคำนี้เหรอ? ความรู้เปลี่ยนโชคชะตา!”
“ถ้ามีความรู้ จะทำอะไรก็สะดวกไปหมด อย่างการกระทำของพวกคุณตอนนี้ ถ้าว่ากันตามกฎหมายมันคือการก่อกวนสร้างความวุ่นวาย ถ้าฉันแจ้งตำรวจล่ะก็ อย่างน้อยๆ พวกคุณก็ได้เข้าไปนอนเล่นในซังเตหลายวันแน่”
“งั้นทำไมคุณหนูไม่แจ้งตำรวจล่ะครับ? อ๋อ ผมรู้แล้ว คุณต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆ ว่าพวกเราเป็คนของลูกพี่ ถึงได้ไม่แจ้งตำรวจ คุณหนูครับ คุณยังตัดพวกเราที่เป็ลูกน้องไม่ลงจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มตัวอ้วนพูดด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
“ฉันไม่มีมือถือ!” หลิวหยูถงนึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ้อ แล้วพวกคุณมีเงินกันไหม?”
พวกผมทองพากันงุนงงว่าคุณหนูจะทำอะไร แต่ก็ยอมควักกระเป๋าออกมาค้นกันแต่โดยดี
สุดท้าย ทุกคนรวมเงินกันได้แค่พันกว่าหยวนเท่านั้น
หลิวหยูถงเห็นความจนกรอบของพวกเขาก็ถึงกับพูดไม่ออก “เดี๋ยวสิ พวกคุณอุตส่าห์เป็นักเลง ทำไมมันถึงได้จนขนาดนี้เนี่ย?”
“คือ... พวกเรารีบหนีออกมาไปหน่อย เลยลืมหยิบเงินมาครับ” ชายหนุ่มตัวอ้วนแก้ตัวอย่างเขินๆ
เดิมทีหลิวหยูถงกะจะให้พวกเขาออกเงินซื้อโทรศัพท์มือถือให้สักเครื่องเพื่อไว้ใช้ทำมาหากินในอนาคต แต่พอเห็นสภาพความยาจกของแต่ละคนแล้ว เธอก็ขอยอมแพ้
“ช่างเถอะ เอาเงินนี่ไปซื้อตั๋วรถกลับบ้านใครบ้านมันไปซะไป”
“คุณหนูครับ!”
ชายหนุ่มตัวอ้วนเป็คนแรกที่คุกเข่าลงข้างหนึ่ง
“พวกเราพี่น้องเคยสาบานว่าจะติดตามลูกพี่จนตัวตาย ตอนนี้ลูกพี่จากไปแล้ว พวกเราก็เหลือเพียงคุณเท่านั้น! คุณจะไล่พวกเราไปไม่ได้นะครับ!”
คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ทำตาม พากันมองหลิวหยูถงด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความหวัง
หลิวหยูถงไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ในใจลึกๆ ของเธอรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา
แม้ว่าพวกเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็ลูกสาวมาเฟีย แต่จากสภาพที่ดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางและท่าทางของพวกเขา ก็บอกได้ว่าพวกเขาจงรักภักดีต่อ "พ่อ" คนนั้นที่เธอไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ดั้นด้นมาถึงอำเภอไกลปืนเที่ยงแบบนี้เพื่อตามหาเธอและยอมถวายหัวให้ขนาดนี้
ครู่ต่อมา หลิวหยูถงก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“เฮ้อ ลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่ไล่พวกคุณไปแล้วก็ได้”
“แต่พวกคุณต้องรับปากฉันนะ ว่าใน่ที่ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ห้ามมารบกวนฉันเด็ดขาด รอให้ฉันสอบเสร็จก่อน เราค่อยมาคุยเื่อื่นกัน”
