ทางครอบครัวลู่ชิงช่วยกันแจกอาหารจนหมดเกลี้ยงแล้ว ก็เก็บของขึ้นเกวียนก่อนจะฝากไว้ กับคนที่รับฝากเกวียนใกล้ ๆ แถวนั้น เพราะพวกเขาจะไปบ้านของนายช่างหาน เพื่อติดต่อให้ไปปรับปรุงร้านค้า รวมถึงสร้างบ้านใหม่ที่หมู่บ้านอันผิงด้วย
“น้องชายท่านนี้ไม่ทราบว่า นายช่างหานอยู่หรือไม่ พอดีว่าข้าจะมาติดต่อให้เขาไปปรับปรุงร้านค้าและสร้างบ้านน่ะ” ลู่เวินถามกับคนงาน ที่กำลังเตรียมของอยู่ในลานบ้านของนายช่างหาน
“หืม พวกท่านมาติดต่องานหรือขอรับ นายช่างหานอยู่ด้านใน พวกท่านเดินเข้าไปไม่ไกลก็เจอแล้วขอรับ” เขาตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่สุภาพ
“ขอบใจมากนะน้องชาย”
“ยินดีขอรับ” มีลูกค้ามาก็ต้องต้อนรับดี ๆ หน่อย
ลู่เวินพาทุกคนเดินเลยลานบ้านเข้ามา ก็ได้เจอนายช่างหานที่กำลังสั่งงานลูกน้องอยู่พอดี จึงเข้าไปทักทายอย่างสุภาพ
“พี่ชายท่านนี้ไม่ทราบว่าใช่นายช่างหานหรือไม่ขอรับ ข้ามาติดต่อว่าจ้างไปปรับปรุงร้านค้ากับสร้างบ้านขอรับ” ลู่เวินเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“อ้อ ข้านายช่างหานเอง เมื่อกี้เ้าบอกว่าจะมาจ้างงานข้าเช่นนั้นหรือ” นายช่างหานหันมาตอบลู่เวินอย่างเป็ธรรมชาติ
“ใช่ขอรับ พวกเราได้ยินหลายคนพูดกันว่า ท่านมีฝีมือในการสร้างบ้าน จะบอกว่าเป็นายช่างอันดับหนึ่งของเมืองหย่งจิน ก็คงไม่เกินจริงนะขอรับ” ใครบ้างไม่ชอบคำชื่นชมกันเล่า
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า เช่นนั้นเชิญพวกเ้าไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขกดีกว่านะ ว่าแต่พวกเ้ามีแบบบ้านและแบบปรับปรุงร้านมาด้วยหรือไม่” นายช่างหานเดินนำทุกคนไปยังห้องรับแขกของบ้าน
“พวกเราเตรียมมาเรียบร้อยแล้วขอรับนายช่างหาน” ลู่เวินตอบคำถามนายช่างหาน ระหว่างที่เดินไปห้องรับแขก
“น้องชายเ้าเตรียมแบบบ้านมาแล้ว เช่นนั้นเอาออกมาให้ข้าดูหน่อยก็แล้วกัน” เมื่อทุกคนเข้ามานั่งที่ห้องรับแขกแล้ว นายช่างหานก็ขอดูแบบบ้านของลู่เวินทันที
“ท่านลุงหานเ้าคะ นี่เป็แบบบ้านของพวกเราที่้าให้ท่านสร้าง ไม่ทราบว่าพอจะทำได้หรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงนำแบบบ้านออกมาให้ดู
นายช่างหานได้เห็นแบบบ้านก็ต้องตะลึง เพียงแค่เห็นแบบบ้านก็เดาได้แล้วว่าถ้าสร้างเสร็จมันจะงดงามแปลกตาขนาดไหน ขั้นตอนต่าง ๆ ก็เขียนได้ละเอียดทุกจุด แทบไม่ต้องมีคำถามใด ๆ แต่เขาแปลกใจตรงบริเวณโถงของบ้าน ที่เป็เหมือนเตาอะไรสักอย่าง ที่มีปล่องขึ้นไปบนหลังคาบ้านจึงถามด้วยความสงสัย
“แบบบ้านของพวกเ้าถ้าทำเสร็จแล้วต้องงดงามมากเป็แน่ แต่ข้ามีข้อสงสัยตรงเตาที่มีปล่องขึ้นไปบนหลังคา มันคือสิ่งใดหรือมีไว้เพื่อทำอะไรภายในบ้านรึ”
“ขอตอบข้อสงสัยของท่านลุงนะเ้าคะ เ้าสิ่งนี้เรียกว่าเตาผิงเ้าค่ะ จะใช้ก่อไฟเพื่อให้ความอบอุ่นยามฤดูหนาวมาเยือน ส่วนปล่อง้าเตานั้นเป็การระบายควันไฟให้ออกไปด้านนอก ในตัวบ้านจะไม่มีกลิ่นควันไฟจากเตาผิงเ้าค่ะ” ลู่ชิงอธิบายประโยชน์ของเตาผิงในบ้านให้นายช่างหานฟัง
“โอ้ ข้าเป็ช่างก่อสร้างบ้านมาหลายสิบปี แต่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ถ้ามีเตาผิงนี้ยามฤดูหนาว ก็ไม่ต้องเอาแต่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วสินะ” พอได้ยินประโยชน์ของเตาผิงเขาก็อยากได้บ้าง
“การสร้างบ้านจะรบกวนท่าน หลังจากที่ปรับปรุงร้านค้าให้เสร็จก่อน ข้าจะให้นายช่างปรับปรุงพื้น กับบริเวณผนังด้านข้างของชั้นล่าง และต่อเติมชั้นบนเป็ห้องนอนสองห้องขอรับ เพื่อที่พวกเราจะย้ายมาพักที่ร้านชั่วคราว ระหว่างที่ท่านไปสร้างบ้านของพวกเราที่หมู่บ้านอันผิงขอรับ” ลู่เวินเอ่ยกับนายช่างให้เข้าใจ ก่อนที่จะว่าจ้างเื่งาน
“อืม เอาเช่นนี้ ประเดี๋ยวข้าและคนงานอีกสองสามคน จะตามท่านไปดูร้านค้าที่ต้องปรับปรุง และไปดูพื้นที่บริเวณบ้านของท่าน เพื่อประเมินราคาในการก่อสร้างด้วยก็แล้วกันนะ” นี่เพิ่งจะเลยยามเฉิน เขาพาคนงานไปดูสถานที่และประเมินราคาเสียก่อน จะได้กลับมาเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมอีกที
“เอาตามที่นายช่างว่ามาก็ดีเหมือนกันขอรับ ข้าจะให้บุตรชายคนโตเป็คนนำทางท่านไปที่ร้านค้านะขอรับ” ลู่เวินรับปากตามที่นายช่างหานเสนอ เพราะเขาก็ไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ได้ ๆ อีกประเดี๋ยวไปเจอกันที่หน้าร้านค้าของเ้า” นายช่างหานให้ลู่จื้อนั่งรอที่ห้องรับแขก ส่วนตนเองไปตามคนงานมาอีกสองสามคน
ระหว่างทางที่เดินกลับไปร้านค้าลู่ชิงก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมา จึงอยากปรึกษากับทุกคนว่าเห็นด้วยกับนางหรือไม่ “ท่านพ่อท่านแม่ พี่รองเ้าคะ ข้าคิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ อยากถามพวกท่านสักหน่อยเ้าค่ะ”
“ชิงเอ๋อร์มีเื่อะไรจะถามพวกเราเช่นนั้นหรือลูก” ฟางซินเอ่ยถามบุตรสาว เพราะนางสังเกตสีหน้าของลู่ชิงอยู่บ่อย ๆ
“พรุ่งนี้เช้าจะลดจำนวนหมูทอดไก่ทอดลงครึ่งหนึ่ง และเพิ่มรายการอาหารเข้ามาอีกสองอย่างเ้าค่ะ อาหารสองอย่างนี้เป็ประเภทผัดทำง่ายและอร่อย คือข้าวผัดหมูหรือไก่ที่พวกท่าน เคยได้ทานไปก่อนหน้านี้ อย่างที่สองผัดกะเพราไข่ดาว
ที่โลกนั้นจะเรียกอาหารพวกนี้ว่า อาหารจานด่วนเพียงแค่ตักราดบนข้าว ก็สามารถทานอย่างเอร็ดอร่อยได้ทันทีเ้าค่ะ” ลู่ชิงบอกชื่ออาหารที่จะทำมาขายเพิ่มกับทุกคน
“น้องเล็ก ข้าวผัดหมูที่เ้าเคยทำมันอร่อยและทานง่ายด้วย แต่ผัดกะเพรามันหน้าตาเป็เช่นไรหรือ วิธีการทำแตกต่างกันมากหรือไม่” ลู่เสียนเมื่อได้ยินอาหารชนิดใหม่ก็อยากรู้ขึ้นมาทันที
“ถึงแม้อาหารสองอย่างนี้ จะเป็ประเภทผัดเหมือนกันก็จริงอยู่ แต่วิธีการและรสชาติย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเ้าค่ะ อย่างแรกข้าวผัดมีส่วนประกอบคือข้าวสวย กระเทียมสับ น้ำมัน เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ ไข่ไก่ หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ผักคะน้าและเครื่องปรุงรส ส่วนผัดกะเพราประกอบด้วยพริกกับกระเทียม ที่นำไปโขลกพอหยาบ ๆ น้ำมัน เนื้อหมูสับหรือเนื้อไก่สับ ใบกะเพรา น้ำปลา ไข่ไก่และเครื่องปรุงรสเ้าค่ะ” ลู่ชิงบอกส่วนประกอบในการทำอาหารทั้งสองอย่าง แค่นี้ก็มีความแตกต่างให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะเื่ของรสชาติ ยิ่งแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง
ลู่เวินอยากรู้ความแตกต่างของรสชาติอาหาร เพราะเขารู้สึกชื่นชอบทุกครั้งที่ได้เป็ผู้ชิมอาหาร “ชิงเอ๋อร์แล้วรสชาติของผัดกะเพรามันเป็เช่นไรหรือ เพราะข้าวผัดนั้นรสชาติของมันกลมกล่อมทานง่าย ในเมื่อเป็อาหารประเภทผัดเหมือนกัน”
“ข้าวผัดมีรสชาติกลมกล่อมเหมาะสำหรับเด็ก หรือคนที่ไม่ชอบอาหารรสจัดจ้านอย่างที่ท่านพ่อเข้าใจ ส่วนผัดกะเพรามีรสชาติเผ็ดร้อน เพราะใส่พริกเป็ส่วนผสมแต่ทานกับไข่ดาว ก็จะลงตัวเพิ่มความอร่อยเ้าค่ะ” ลู่ชิงมั่นใจว่าจะต้องขายดีไม่ต่างกับหมูทอดไก่ทอดแน่นอน
“แค่ได้ฟังแล้วลองนึกภาพตามก็อยากกินขึ้นมาเลย น้องเล็กเ้าจะทำผัดกะเพราให้พวกเราลองชิมดูก่อนใช่ไหม” ลู่เสียนถามน้องสาวด้วยสายตาคาดหวังว่าจะได้กินเป็อย่างยิ่ง
“เ้ารองยังจะถามอีกหรือ พ่อว่าชิงเอ๋อร์ย่อมทำให้ชิมอยู่แล้ว”
“ข้าต้องทำให้พวกท่านลองชิมก่อนอยู่แล้ว เพราะจะทำผัดกะเพราไข่ดาวเป็มื้อเที่ยง และเป็การเลี้ยงข้าวนายช่างหานกับคนงานไปในตัวด้วยเ้าค่ะ อ้อ ยังมีน้ำดื่มสมุนไพรเย็น ๆ ให้ลูกค้าได้ดื่มโดยไม่ต้องจ่ายเงินด้วยนะเ้าคะ” ลู่ชิงบอกถึงความตั้งใจที่จะทำอาหารมื้อเที่ยงเลี้ยงนายช่างหานและลูกน้อง ที่จะเดินทางมาทำการวัดพื้นที่บ้าน รวมถึงการประเมินราคาการก่อสร้างบ้านหลังจากนี้
“เช่นนั้นแม่ก็จะเป็ลูกมือ ช่วยชิงเอ๋อร์ทำอาหารในครัวด้วยก็แล้วกันนะ” ฟางซินเองก็ชอบที่จะเข้าครัวทำอาหารกับบุตรสาว เพราะนางได้เรียนรู้วิธีการปรุงอาหาร ด้วยเครื่องปรุงหลากหลายที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้นเป็อย่างมาก เมื่อก่อนนางแค่ทำอาหารพอทานประทังชีวิตได้ ภายหลังได้ใช้เครื่องปรุงรสของลู่ชิงจึงมั่นใจในฝีมือของตนมากขึ้น
“ชิงเอ๋อร์แล้วตอนที่จะทำขาย เราจะเอามาทำที่ร้านหรือทำมาจากบ้านเล่า” ลู่เวินกังวลเื่การต้องนำอุปกรณ์ ที่ต้องใช้เพิ่มขนใส่เกวียนรอบเดียวคงไม่ไหวเป็แน่
“ท่านพ่ออย่าได้กังวลกับเื่นี้เลยเ้าค่ะ อาหารทั้งสองอย่างจะทำในมิติของข้า และเก็บไว้ในนั้นเพื่อคงความร้อนเอาไว้ พอตอนเช้าใกล้จะถึงตำบลค่อยนำออกมาเ้าค่ะ” ลู่ชิงทำท่าทางกระซิบบอกทุกคนด้วยด้วยเสียงแ่เบา
“เป็วิธีแก้ปัญหาที่ดีมาก ๆ ชิงเอ๋อร์ของพ่อฉลาดที่สุด ฮ่า ๆ ๆ”
“แต่ข้าว่าเป็ท่านพ่อที่ขี้ลืมมากกว่าขอรับ เ้าคิดเหมือนพี่รองหรือไม่น้องเล็ก” ลู่เสียนแอบล้อเลียนบิดาตนเองทุกครั้งที่เขามีโอกาส
“เ้าหน้าเหม็นคนนี้นี่ อยากจะกินฝ่ามือแทนข้าวมื้อเที่ยงงั้นรึ” บิดากับบุตรชายเถียงกันไม่จริงจังพลอยทำให้สตรีต่างวัยสองคนหัวเราะไปด้วย
ทุกคนรออยู่ที่หน้าร้านค้าไม่นาน ลู่จื้อก็พานายช่างหานมาถึง และเป็ลู่เวินกับลู่ชิงที่พานายช่างหาน เดินดูบริเวณด้านล่างว่าพวกเขา้าปรับปรุงที่ใดบ้าง จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบนลู่ชิงบอกรายละเอียดคร่าว ๆ ในการต่อเติมทำเป็ห้องนอนสองห้อง รวมทั้งให้นายช่างหานทำห้องน้ำด้านหลังร้านเพิ่มอีกสองห้อง
เมื่อพูดคุยทำการตกลงกันแล้ว นายช่างหานก็แจ้งราคาสำหรับการปรับปรุงร้านค้า โดยจะคิดราคาที่แปดสิบตำลึงเงินรวมค่าแรงคนงานเรียบร้อยแล้ว และใช้เวลาในการปรับปรุงไม่เกินยี่สิบวัน ลู่ชิงลองคำนวณดูก็ตกลงที่ราคานี้ เพราะไม่ได้แพงเกินไปและยังได้บอกนายช่างหานว่า จะทำอาหารมื้อเที่ยงมาส่งให้คนงาน จนกว่าการปรับปรุงร้านค้าจะแล้วเสร็จ เมื่อทำข้อตกลงกันเรียบร้อยทุกคนจึงนั่งเกวียนวัวไปหมู่บ้านอันผิง เพื่อสำรวจพื้นที่ในการสร้างบ้านต่อทันที
ลู่จื้อที่ได้กลับมานั่งบนเกวียนกับครอบครัว ได้ฟังลู่เสียนบอกว่าลู่ชิงได้คิดรายการอาหารใหม่ออกมาเพิ่มอีก อย่างแรกเป็ข้าวผัดที่เคยได้ทานไปแล้ว ส่วนอย่างที่สองคือผัดกะเพรา ที่มีรสชาติจัดจ้านเพราะมีพริกเป็ส่วนประกอบ ก็เกิดความรู้สึกเดียวกันกับลู่เสียนที่ว่า อยากลองชิมเ้าผัดกะเพรารสชาติจัดจ้านกับไข่ดาวเสียเดี๋ยวนั้น
“น้องเล็ก พี่ใหญ่ได้ยินลู่เสียนบอกว่า เ้าคิดรายการอาหารมาเพิ่มเพื่อจะทำมาลองขายวันพรุ่งนี้ เป็เื่จริงเช่นนั้นหรือ”
“จริงเ้าค่ะ เป็ข้าวผัดหมูที่ท่านเคยทานไปแล้ว ส่วนอีกหนึ่งรายการรอให้ถึงมื้อเที่ยง พี่ใหญ่ก็จะได้ลองชิมแล้วอดใจรอหน่อยนะเ้าคะ ของอร่อยจะรีบร้อนไม่ได้เ้าค่ะ” ลู่ชิงยิ้มล้อเลียนพี่ชายคนโตไปเล็กน้อย พี่ชายของนางทั้งสองคนดูจะตื่นตาตื่นใจ เวลาที่ทำอาหารใหม่ ๆ มาให้ชิมทุกที
“พี่ใหญ่ย่อมรอได้อยู่แล้ว ฝีมือการทำอาหารของน้องเล็กอร่อยขนาดนี้ ถ้าเราเปิดร้านมีที่นั่งให้ลูกค้า สงสัยเหลาอาหารในตำบลต้องอิจฉาเป็แน่” แค่เช่าแผงขายยังมีลูกค้ามาต่อแถวซื้อเยอะแบบนี้ ถ้าเปิดร้านครอบครัวเขาคงต้องระวังตัวให้มากขึ้นเสียแล้ว
และอาหารรายการใหม่ก็เกิดขึ้นในมื้อเที่ยงของวัน ทุกคนไม่ผิดหวังกับฝีมือการทำอาหารของลู่ชิง ไม่ว่านางจะทำอาหารประเภทใดออกมาก็แล้วแต่ พวกมันล้วนมีรสชาติอร่อยที่ไม่เคยได้ทานจากที่ไหนมาก่อนทั้งสิ้น
