เนื่องจากการแข่งขันดุเดือด เรือลำเล็กๆ จึงจอดเต็มไปหมด ลู่เต้าไม่สามารถเข้าใกล้ต้นไม้ัได้มากนัก จึงได้แต่หาที่ว่างๆ บริเวณใกล้เคียงเพื่อหย่อนเบ็ด
“ข้าจำได้ว่าหวังเหล่ยเคยบอกว่าต้องใช้กุ้งก้ามกรามเป็เหยื่อล่อ ถึงจะตกปลากระดี่มุกดำได้” ลู่เต้าทิ้งสมอลงพลางนึกถึงข้อมูลที่สืบมาเมื่อวาน “แต่เรามีกุ้งก้ามกรามมาด้วยที่ไหนกัน...”
“ไม่ต้องกลัว พวกเราหาเอาแถวนี้ก็ได้” หงฮวากล่าวพลางหยิบใบไผ่ขนาดใหญ่ออกมาจากย่าม เมื่อเปิดออกก็เห็นตับหมูสดๆ ห่ออยู่ข้างใน
ลู่เต้าพลันนึกขึ้นได้ว่าในวัฏสงสารรอบที่แล้ว เถ้าแก่ร้านน้ำชาที่รอดชีวิตก็เคยบอกเขาเช่นกันว่าใช้ตับหมูจับกุ้งก้ามกรามได้
“...เพื่อการสอบในวันนี้ ข้าก็เตรียมตัวมาอย่างดีเลยนะ” หงฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ลู่เต้ายิ้ม “ดีจริงๆ เ้าเข้าไปหั่นตับหมูให้เป็ชิ้นเล็กๆ ก่อนเถอะ ข้าจะเตรียมเบ็ดตกปลาตรงนี้”
“ได้” หงฮวาหยิบตับหมูสดๆ ขึ้นมา แล้วก้มตัวเดินเข้าไปในห้องโดยสาร
ในเวลานี้ มีเรือลำหนึ่งแล่นมาจอดข้างๆ ลู่เต้าอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยเยาะหยัน “หึ! นึกไม่ถึงว่าเ้าจะแย่งเรือมาได้ด้วย!”
ลู่เต้าเงยหน้าขึ้นก็เห็นหวังเหล่ยมองตนด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขากล่าวพลางจัดแจงเบ็ดตกปลา “ว่าอย่างไร อยากหาเื่อีกแล้วหรือ”
“คิดมากไปแล้ว ข้าแค่จะมาเอาของของข้าคืนเท่านั้น” หวังเหล่ยหันไปถามหลี่หูที่อยู่ด้านหลัง “นี่! เจอหรือยัง! แม้แต่เ้าลู่เต้ายังตามมาทันแล้วนะ”
“โอ๊ย! ลูกพี่อย่าเร่งข้าเลย!” หลี่หูยืนอยู่ข้างเรือสำรวจผิวน้ำอย่างลุกลี้ลุกลน เขาพยายามมองหาสัญลักษณ์ที่ทำหายไป พลางพึมพำเบาๆ “ข้าจำได้ว่าสองวันที่แล้ววางไว้แถวๆ นี้”
อ้อ? ลู่เต้าฟังออกว่าถึงแม้พวกเขาจะออกเดินทางแต่เช้า แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ทั้งสองยังไม่เริ่มตกปลา นั่นหมายความว่าความคืบหน้าของพวกเขาก็ไม่ต่างจากลู่เต้าเท่าไรนัก
“เจอแล้ว!” ทันใดนั้นหลี่หูก็ร้องเสียงดังขึ้น
หวังเหล่ยพลันตื่นตัว เขาตั้งสติแล้วหันกลับไปถามว่า “อยู่ไหน!?”
หลี่หูชี้นิ้วไปที่กิ่งไม้ที่มีเครื่องหมายบนผิวน้ำ หวังเหล่ยรีบพายเรือไปที่เครื่องหมาย คว้ากิ่งไม้นั้นขึ้นมาอย่างแรง มีเชือกเส้นยาวผูกอยู่กับกิ่งไม้ทอดยาวลงไปในทะเลสาบ
หวังเหล่ยกล่าวด้วยความยินดี “ใช่แล้ว! ไม่ผิดแน่!”
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลู่เต้าจึงพายเรือไปตรงที่มองเห็นการกระทำของพวกเขาได้ชัดเจน เห็นเพียงหวังเหล่ยสาวเชือกกลับมาอย่างรวดเร็ว ตะกร้าไม้ไผ่ทรงยาวค่อยๆ ถูกดึงขึ้นมาจากน้ำ
‘นั่นมันอะไรกัน’ ลู่เต้าเพิ่งจะเกิดคำถาม หวังเหล่ยก็เก็บตะกร้าไม้ไผ่ทั้งหมดขึ้นมากองอยู่บนเรือเหมือนูเาลูกเล็กๆ แล้ว
เขากับหลี่หูหยิบตะกร้าไม้ไผ่ใบหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เปิดฝาออก คว่ำลงแล้วเขย่า กุ้งก้ามกรามตัวใหญ่เจ็ดแปดตัวออกมาจากตะกร้า หลี่หูรีบใช้ถังไม้ตักน้ำในทะเลสาบขึ้นมาบนเรือ แล้วจับกุ้งก้ามกรามใส่ลงไปในถัง
ที่แท้ตะกร้าไม้ไผ่นี่เป็กับดักสำหรับจับกุ้งก้ามกรามนี่เอง ปากกับดักถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ให้เข้าได้แต่ออกไม่ได้ เพียงแค่ใส่ของที่มีกลิ่นคาวเหม็นที่กุ้งก้ามกรามชอบลงไปในตะกร้า แล้วโยนลงไปในทะเลสาบก็จะจับกุ้งได้มากมายแล้ว
จากนั้นหวังเหล่ยก็แกะตะกร้าไม้ไผ่ออกทีละใบ ก็จะได้กุ้งก้ามกรามมาห้าถึงแปดตัวทุกครั้ง หลังจากเทตะกร้าไม้ไผ่ทั้งหมดแล้ว ถังไม้ก็เกือบเต็มไปด้วยกุ้งก้ามกราม
ลู่เต้าเห็นว่าหวังเหล่ยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็จับกุ้งก้ามกรามได้เต็มถังแล้ว ในขณะที่ถังของตัวเองยังว่างเปล่า
หวังเหล่ยย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะทำให้ลู่เต้าเจ็บใจ เขาเย้ยหยัน “สุดท้ายข้าก็ยังนำหน้าเ้าอยู่ดี! ไปก่อนเล่า เ้าค่อยๆ จับกุ้งไปละกัน!”
หลังจากทั้งสองจับกุ้งก้ามกรามได้มากมายแล้วก็พายเรือออกไปด้วยท่าทีอหังการ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันที่แท้จริง
ในเวลานี้ หงฮวาก็หั่นตับหมูเป็ชิ้นเล็กๆ ที่เหมาะสำหรับใช้เป็เหยื่อเสร็จแล้ว นางยกเหยื่อกุ้งขึ้นมา เปิดม่านผ้า แล้วเดินออกมาจากห้องโดยสารอย่างช้าๆ พร้อมถามว่า “เมื่อครู่มีใครพูดอะไรหรือ”
ลู่เต้าโบกมือไปมาเพื่อบอกว่าไม่ได้รู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนตอบอย่างใจเย็น “แค่คนน่าเบื่อเท่านั้น”
หลังจากเกี่ยวเหยื่อกับเบ็ดตกปลาแล้วก็โยนลงไปในทะเลสาบ กุ้งก้ามกรามกินซากสัตว์เป็อาหาร สิ่งที่มีกลิ่นคาวเหม็นอย่างตับหมูเป็ของโปรดของพวกมัน
ไม่นานหลังจากเบ็ดจมลงไปใต้น้ำ สายเบ็ดก็สั่นไหว นั่นเป็สัญญาณว่ากุ้งก้ามกรามกำลังกินเหยื่อ ลู่เต้าไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เขาจึงฉวยโอกาสดึงขึ้นมาอย่างแรง! เขาดึงกุ้งก้ามกรามขึ้นมาจากน้ำได้จริงๆ
หลังจากกุ้งก้ามกรามถูกเกี่ยวขึ้นมาก็กางก้ามทั้งสองข้างขู่ ลู่เต้าค่อยๆ แกะมันออก แล้วอวดให้หงฮวาดูด้วยความยินดี “อาฮวา เ้าดูสิ!”
สายเบ็ดของหงฮวาก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน เมื่อดึงขึ้นมาปรากฏว่าได้กุ้งก้ามกรามมาสองตัว!
“ข้า...ข้าก็ตกได้แล้ว!”
กุ้งสองตัวที่ถูกดึงขึ้นมายังคงต่อสู้แย่งชิงตับหมูกันอย่างเอาเป็เอาตาย หงฮวาใช้สองมือจับหลังกุ้งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะแกะมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
ในมุมนี้ ไม่ว่ากุ้งจะแกว่งก้ามอย่างไรก็หนีบนางไม่ได้ มันจึงถูกปล่อยลงในถังไม้เล็กที่เตรียมไว้สำหรับใส่กุ้งอย่างปลอดภัย
คิดไม่ถึงว่าจะจับง่ายอย่างที่เถ้าแก่ร้านน้ำชาบอกจริงๆ ลู่เต้าพลันนึกถึงข้อมูลที่ได้รับในวัฏสงสารที่แล้วขึ้นมา
เสียงหัวเราะอย่างเบิกบานของทั้งสองคนดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ในนั้นก็มีคนที่ตกกุ้งไม่ได้อยู่ด้วย เมื่อได้ยินว่ากลุ่มของลู่เต้าตกกุ้งได้ ต่างก็พายเรือเข้ามา
ในพริบตา รอบตัวพวกเขาก็มีเรือเล็กเพิ่มขึ้นมาอีกห้าหกลำ เนื่องจากทุกคนใช้ไม้ไผ่ค้ำเรือ น้ำที่อยู่ใต้นั้นจึงขุ่นขึ้นมาทันที กุ้งที่ใต่างก็พากันหลบหนีไป
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต่างก็ใช้เหยื่อที่มีกลิ่นแรง ดังนั้นข้อได้เปรียบของตับหมูจึงลดลงอย่างมาก
ลู่เต้ารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าหลังจากที่ถูกผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ล้อมรอบ กุ้งก็ไม่ยอมกินเบ็ดอีกต่อไป กลับกลายเป็ว่าผู้ที่เข้ามาทีหลังตกกุ้งได้ ส่วนกลุ่มของลู่เต้ากลับไม่มีอะไรติดมือเลย
“ปริมาณแค่นี้คงไม่พอหรอก” หงฮวามองถังไม้ด้วยความกังวลเล็กน้อย แล้วพูดว่า “ปลากระดี่มุกกินแต่อาหารสด แต่กุ้งที่ตกได้เพียงครู่เดียวก็ตายแล้ว ไม่งั้นต้องค่อยเปลี่ยนเหยื่อตลอดทั้งคืน”
‘อะไรนะ!’
ลู่เต้าที่รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จึงตัดสินใจหลีกหนีผู้คน แล้วเปลี่ยนสถานที่ตกกุ้งต่อ ครั้งนี้เขากับหงฮวาสัญญากันว่าไม่ว่าจะตกได้มากแค่ไหน ทั้งสองคนจะไม่ส่งเสียง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อครู่อีก
น่าเสียดายที่หลังจากเปลี่ยนจุดตกปลาแล้ว ปริมาณที่ตกได้ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งเลยเที่ยงวันไปแล้วก็ยังตกได้เพียงครึ่งถัง พอถึงพลบค่ำก็เต็มถังได้อย่างยากลำบาก พร้อมกับปลาไนนิลอีกสองสามตัวที่ติดเบ็ดขึ้นมาโดยไม่คาดคิด
ยามราตรีมาเยือนเหนือผืนน้ำ ผู้เข้าแข่งขันเริ่มจุดตะเกียงส่องสว่าง บนผืนน้ำที่มืดมิด มีแสงไฟส่องสว่างกระจายตัวอยู่หนาแน่นโดยมีต้นไม้ัที่หักเป็ศูนย์กลาง
ในอากาศมีกลิ่นควันน้ำมันจากการผัดอาหารและกลิ่นข้าวลอยคลุ้ง
“ท่านผู้มีพระคุณ ท่านคงจะหิวแล้วกระมัง” หงฮวารวบผมยาวขึ้นแล้วพูดว่า “เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมอาหารเย็นให้”
ภายในห้องโดยสารของเรือมีเตาไฟเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าแข่งขันทำอาหาร ลู่เต้าหันไปมองเรือลำอื่น ก็พบว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็กำลังทำอาหารเย็นกันอยู่ บางคนที่ผัดอาหารเสร็จเร็วก็เริ่มรับประทานแล้ว
“อืม รบกวนเ้าด้วย ข้าจะตกปลาต่ออีกสักหน่อย”
“ลำบากท่านแล้วเช่นกันเ้าค่ะ”
หงฮวาโค้งเล็กน้อย ก่อนจะหยิบปลาไนนิลที่ตกได้โดยไม่คาดคิดเมื่อครู่เดินไปที่เขียงในห้องโดยสาร นางขอดเกล็ดปลา ควักไส้และเครื่องในออกอย่างชำนาญ จากนั้นก็เทน้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน แล้วนำปลาไนนิลที่เตรียมไว้ลงไปทอดครึ่งหนึ่งจนสุก แล้วเติมน้ำลงไปต้มเป็ซุป
ส่วนปลาอีกครึ่งหนึ่ง หงฮวาเลือกที่จะหมักด้วยเครื่องปรุงรสก่อน แล้วจึงใช้ไม้ไผ่เสียบย่างบนเตาไฟ
ไม่นาน กลิ่นหอมเย้ายวนของปลาย่างก็ลอยออกมาจากม่าน ปลาที่ผ่านการปรุงรสแล้วยิ่งหอมมากขึ้น ลู่เต้าที่กำลังตกปลาอยู่ตรงหัวเรือได้กลิ่นก็รู้สึกน้ำลายสอ
‘หอมจริงๆ’ ลู่เต้าสูดดมกลิ่นหอมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ในใจก็อยากลิ้มลองอย่างใจจดใจจ่อจนไม่มีสมาธิตกปลาแล้ว
