ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี ดวงตาที่มองชายหนุ่มตรงหน้าฉายแววหวาดกลัวระคนโมโหในคราวเดียวกัน ให้ตายเถอะ! นางอุตส่าห์ช่วยเขาเอาไว้แท้ๆ แต่พอเขาฟื้นขึ้นมากลับไม่ฟังเหตุผลไม่ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุก็คิดจะลงมือกับนางเสียแล้ว
แม้จะไม่พอใจมากเพียงใดแต่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้ดีว่าสถาณการณ์ในยามนี้ไม่เหมาะที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขาเท่าใดนัก
"คุณชายโปรดฟังข้าก่อน เมื่อครู่ข้าเป็คนช่วยท่านเอาไว้ เพราะท่านถูกยาปลุกกำหนัด แล้วยัง เอ่อ คิดจะลวนลามข้า แต่ท่านไม่ต้องกังวล พวกเราไม่ได้ทำสิ่งใดเกินเลยแม้แต่น้อย ข้าพาท่านไปแช่น้ำและเอายาสมุนไพรแก้พิษของยาปลุกกำหนัดให้ท่านกินแล้ว อีกไม่นานอาการของท่านก็จะดีขึ้น ข้าไม่ได้ทำร้ายท่านจริงๆ นะ"
ชายหนุ่มตรงหน้ามองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างไม่วางตาราวกับ้าจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางเพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้พูดโกหก เมื่อเห็นว่าดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง เขาจึงยอมปล่อยนางให้เป็อิสระ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรีบขยับกายถอยห่างออกจากเขาด้วยท่าทีประหม่า ยามนี้เขากำลังยกมือขึ้นนวดขมับ ส่วนมืออีกข้างยังคงกำมีดสั้นเอาไว้แน่น ราวกับว่าหากนางพุ่งเข้าไปหาเขาอีกครั้ง เขาจะใช้มีดสั้นเล่มนั้นแทงนางให้ตายคามือในทันที
"ข้าหลับไปนานเท่าใด"
เขาเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเอ่ยตอบในทันที
"ราวครึ่งชั่วยาม"
"บัดซบจริงๆ!"
ชายหนุ่มสบถออกมาก่อนจะปรายตามองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวหนหนึ่ง สตรีนางนี้ดูเหมือนจะเป็ชาวบ้านธรรมดา น้ำเสียงที่นางเอ่ยบางประโยคเป็คำที่เขาฟังไม่ออก คาดว่านางอาจจะเป็คนต่างแคว้น ไม่ใช่คนแคว้นเซียวของเขา
เขาคือเซียวอ๋องเยี่ยฉิงชาง อ๋องหนุ่มวัยยี่สิบสองปี หลังจากอดีตเซียวอ๋องผู้เป็บิดาตายจากไป เขาก็จัดการสังหารมารดาเลี้ยงและน้องชายต่างมารดาจนตาย เหลือไว้เพียง เยี่ยจิ่ว น้องสาวบุญธรรมที่เขาเอ็นดูนางอยู่บ้างจึงไม่ได้ลงมือสังหารทิ้ง เพราะอย่างไรนางก็เป็เพียงสตรีย่อมไม่อาจก่อคลื่นลมใดให้กับเขาได้อยู่แล้ว เยี่ยจิ่วเป็เด็กสาวที่มารดาของเขารับมาเลี้ยงดูั้แ่เยาว์วัย นางมักจะทำดีกับเขาอยู่บ่อยครั้งเขาจึงเมตตานางอยู่ไม่น้อย เขารู้ว่านางมีใจรักใคร่ในตัวเขาแต่เขากลับไม่ได้สนใจนางเพราะเห็นนางมาั้แ่เด็ก เขามองนางเป็เพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าความเมตตาของเขาจะทำให้นางกำเริบเสิบสานถึงขั้นกล้าวางยาปลุกกำหนัดเขาเช่นนี้ เขาอุตส่าห์มีแก่ใจพานางมาเดินเล่นชมป่า แต่นางกลับทำร้ายเขาได้ลงคอ โชคดีที่แถบนี้ไม่มีทหารของแคว้นอวี้ประจำการอยู่ไม่อย่างนั้นเขาคงจะลำบากไม่น้อย!
กลับไปเขาจะลงทัณฑ์นางให้สาสม!
ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์โมโหให้เบาบางลง เมื่อหันมามองหญิงสาวปริศนาตรงหน้าอีกหนก็พบว่านางกำลังยื่นกระบอกน้ำส่งมาให้เขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ท่านดื่มน้ำก่อนเถอะ ท่านยังไม่ได้ดื่มน้ำเลยั้แ่ฟื้นขึ้นมา ไม่ต้องกลัวนะ ข้าไม่ใส่ยาพิษลงไปแน่นอน หากไม่เชื่อข้าจะดื่มให้ท่านดูก่อน"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจจะยกกระบอกน้ำขึ้นดื่มเพื่อให้เขาคลายความกังวล แต่นางยังไม่ทันได้ทำเช่นนั้นเยี่ยฉิงชางก็คว้ากระบอกน้ำมาจากมือนางและยกขึ้นดื่มเสียก่อน ความเย็นของน้ำที่ไหลผ่านลำคอช่วยให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้นมาก ก่อนหน้านี้ที่เขาแย่งกระบอกน้ำมาจากนางก็เพราะรังเกียจที่จะต้องดื่มน้ำร่วมกับสตรีเนื้อตัวมอมแมมเปื้อนโคลนเช่นนี้ เขาเป็ถึงท่านอ๋องจะลดตัวมาใช้ของร่วมกับคนเช่นนางได้อย่างไร แม้นางจะช่วยเขาไว้ แต่นั่นมันก็คนละเื่กัน
"เ้าชื่ออันใด"
"เรียกข้าว่าเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้"
"บ้านเ้าอยู่ที่ใด ไว้ข้าจะไปตอบแทน"
"อ้อ ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าไม่ได้หวังผลตอบแทน ในเมื่อท่านปลอดภัยแล้วเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน"
ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยตอบ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดจะขอตัวกลับบ้านทันทีเพราะออกมานานมากแล้ว หญิงสาวพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืนรู้สึกปวดแปลบที่ข้อเท้าอยู่ไม่น้อย โชคดีที่เืหยุดไหลแล้วจึงพอจะทำให้อาการาเ็เบาลง เยี่ยฉิงชางเพียงปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก
แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ก้าวเท้าจากไป กลับมีเสียงอาวุธแหวกฝ่าอากาศพุ่งเข้ามายังทิศทางที่นางยืนอยู่เสียก่อน!
เยี่ยฉิงชางตื่นตัวในทันที ดวงตาคมดุฉายแววเย็นเฉียบ เขายื่นมือมาผลักนางให้หลบพ้นอาวุธก่อนจะยกมีดสั้นขึ้นมาปัดอาวุธปริศนาเ่าั้ออกไปอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองนักฆ่าชุดดำที่ปรากฏตัวด้วยแววตาดูแคลน คาดว่าคนพวกนี้คงจะเป็มือสังหารของคนที่มีใจคิดไม่ซื่อต่อเขาอย่างแน่นอน พอพวกมันรู้ว่าเขาเกิดเื่และพลัดหลงมาที่นี่โดยไม่มีองครักษ์คอยคุ้มก้นอยู่ข้างกาย จึงหมายจะปลิดชีพเขาเสีย!
ฝันไปเถอะ!
ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปต่อสู้กับนักฆ่าเ่าั้อย่างรวดเร็ว ด้านฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็รีบหาที่หลบอย่างรู้หน้าที่ หญิงสาวตื่นตะลึงในใจ นางนึกตำหนิตัวเองว่ากำลังมารับรู้เื่ที่ไม่ควรรู้เข้าเสียแล้ว เช่นนี้นางจะทำอย่างไรต่อไปดี
ด้านเยี่ยฉิงชางก็ต่อสู้กับนักฆ่าอย่างเอาเป็เอาตาย เพราะก่อนหน้านี้ถูกยาปลุกกำหนัดมาและดูเหมือนฤทธิ์ยายังคงหลงเหลืออยู่ทำให้เขาอ่อนเพลียอยู่บ้างเล็กน้อย เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ในที่สุดนักฆ่าเ่าั้ก็ถูกเยี่ยฉิงชางสังหารจนหมดสิ้น ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูคราบเืสดๆ ที่ไหลอาบมีดสั้นในมือของเยี่ยฉิงชางด้วยความตื่นตระหนก แววตาของเขาวาวโรจน์ดูน่าเกรงขาม รอบกายมีไอสังหารบางอย่างที่กดทับจนนางแทบหายใจไม่ออก
แต่น่าแปลกที่บางคราก็ดูสง่างามยิ่งนัก สง่างามเสียจนนางเผลอมองเขาจนละสายตาไม่ได้
ชายหนุ่มค่อยๆ หันมามองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเชื่องช้า ตอนนี้ท่าทางของเขาคล้ายกับิญญาร้ายที่กระหายเื เยี่ยฉิงชางมีสีหน้าครุ่นคิด นางเป็สตรีมาจากที่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ หากเขาปล่อยนางไปอาจจะกลายเป็ภัยในภายหลังเอาได้ มิสู้ฆ่านางทิ้งเสียแล้วโยนศพลงน้ำให้เป็อาหารปลาไปซะเท่านี้ก็สิ้นเื่แล้ว!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงเดินตรงเข้ามาหานางทันทีหมายจะแทงนางให้ตายในดาบเดียว ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาใสกระจ่าง นางสังเกตเห็นว่าที่แขนขวาของเขามีเืไหลซึมออกมาเป็ทางยาว เขาได้รับาเ็!
ไวกว่าความคิด นางรีบวิ่งเข้าไปหาเขาทันที หญิงสาวลืมความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น เยี่ยฉิงชางพลันชะงักฝีเท้า มือที่กำมีดสั้นสั่นระริกอย่างไม่รู้ตัว
"พี่ชาย ท่านได้รับาเ็ที่แขน! เร็วเข้า รีบทำแผลก่อนเถอะ หากปล่อยเอาไว้เช่นนี้ไม่ดีแน่ รอสักครู่ ข้าจะหาดูสมุนไพรในกระบุงก่อนว่ามีตัวไหนช่วยห้ามเืให้ท่านได้บ้าง"
กล่าวจบนางก็จัดการหาสมุนไพรมาช่วยทำแผลให้เขาอย่างรวดเร็ว นางก้มหน้าก้มตาทำแผลอย่างเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยถามว่าเพราะอะไรเขาถึงถูกตามฆ่าเช่นนี้ เื่บางเื่ยิ่งรู้น้อยยิ่งอายุยืน นางจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบและตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างมุ่งมั่น เยี่ยฉิงชางพลันทำตัวไม่ถูก เขาทั้งรู้สึกหงุดหงิดและจนใจในเวลาเดียวกัน เดิมทีเขาคิดจะฆ่านาง แต่สตรีหน้าโง่ที่ไร้เดียงสาผู้นี้กลับไม่รู้ตัว อีกทั้งยังยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โง่สิ้นดี จะตายแล้วยังไม่รู้ตัว!
ช่างเถอะ ก็แค่สตรีชาวบ้านคนหนึ่ง อีกทั้งนางยังไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร เช่นนั้นฆ่านางไปจะมีประโยชน์อันใด ปล่อยให้นางได้หายใจต่ออีกสักหน่อย ก็นับว่าเขาได้สร้างกุศลแล้ว
เมื่อทำแผลให้เยี่ยฉิงชางเสร็จแล้วฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็เบาใจลงไปได้มาก นางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
"สมุนไพรนี่ข้าให้ท่านเก็บไว้ใช้ส่วนหนึ่งนะ หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าคงต้องรีบกลับบ้านก่อน หากเข้าเมืองช้าจะเกิดเื่เอาได้ ยามนี้บ้านเมืองไม่ค่อยสงบสุขเท่าใดนัก ท่านก็ระวังตัวให้มากด้วยเล่า จะกินจะดื่มสิ่งใดล้วนต้องระวังให้ดี ข้าไปก่อนล่ะ แล้วก็ ท่านไม่ต้องตอบแทนอะไรข้าหรอก ข้าเพียงอยากช่วยคนเท่านั้น"
"ช้าก่อน"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังจะเดินจากไปพลันชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาสงสัย
"ข้าชื่อ อาชาง หวังว่าคราวหน้าหากได้พบกันอีก เ้าจะยังจำข้าได้"
เขาเอ่ยบอกชื่อของตนเองกับนาง ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวผู้ไร้เดียงสาเมื่อได้ยินก็ยิ้มเต็มใบหน้า
"ได้ ข้าจะจำชื่อท่านเอาไว้ หากวันหน้าท่านมีเื่เดือดร้อนก็ไปหาข้าที่แคว้นอวี้ได้เลยนะ ไปถามว่าแม่ค้าขายผักที่ชื่อเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่ไหน ชาวบ้านทุกคนล้วนรู้จักข้ากันทั้งนั้น หวังว่าจะได้พบกันอีกนะพี่ชาย!"
นางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา เดิมทีนางอยากถามเขาสักหน่อยว่าเขาเป็ใครมาจากไหนแต่กลับไม่กล้าเอ่ยถามออกไป หญิงสาวยิ้มให้เยี่ยฉิงชางอีกหนก่อนจะแบกกระบุงเดินกลับไปตามทางเดิมทันที เมื่อนางเดินหายลับตาไปแล้ว เยี่ยฉิงชางก็ลุกขึ้นยืนเขาโยนสมุนไพรที่นางมอบให้ทิ้งลงไปบนพื้นอย่างไม่ไยดีและเตรียมเดินทางกลับไปยังทิศทางที่ตนจากมาเช่นเดียวกัน เขาปรายตามองศพที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้นด้วยสายตาเ็าครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป
ระหว่างทางเขาได้พบกับองค์รักษ์ที่ออกมาตามหาตนอย่างร้อนใจ เมื่อเห็นว่าเ้านายปลอดภัยดีเหล่าทหารต่างโล่งใจลงไปได้มาก เยี่ยฉิงชางไม่เอ่ยอันใดและไม่ได้ตำหนิองค์รักษ์เพราะก่อนหน้านี้เป็เขาเองที่สั่งให้คนเหล่านี้ห้ามตามมา เพราะเยี่ยจิ่วบอกว่าอยากเดินเล่นในป่ากับเขาตามลำพังโดยไม่มีคนติดตามให้อึดอัดใจ
แต่เขาไม่คิดเลยว่าที่นางกันคนของเขาออกไปเพราะคิดจะลงมือวางยาปลุกกำหนัดเขา จนเขาไร้สติเดินโซเซจนข้ามเข้ามาในเขตของแคว้นอวี้ โชคดีที่ตรงนี้เป็ป่าลึกและไม่มีทหารต่างแคว้นปรากฏตัวขึ้น ไม่อย่างนั้นเขาคงประสบกับเหตุร้ายอย่างแน่แท้!
ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ให้คลายความโกรธลง ก่อนจะหันกลับไปมองยังทิศทางที่ตนจากมา เมื่อคิดถึงสตรีน้อยที่แสนไร้เดียงสาผู้นั้นเขากลับรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้พบกับรอยยิ้มที่แสนจริงใจและไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ เหล่าสตรีที่เขาเคยพานพบหากไม่มองเขาด้วยสายตาดูแคลนตอนเขาตกต่ำ ก็มองเขาด้วยสายตายั่วยวนเ้าเล่ห์หวังจะเกาะอำนาจของเขาขึ้นสู่ที่สูง
แต่นางกลับไม่ใช่
เยี่ยฉิงชางยกยิ้มมุมปากดวงตาฉายแววเ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบัง
เหมี่ยวเหมี่ยว สักวันข้าจะต้องไปที่แคว้นอวี้เพื่อตอบแทนเ้าอย่างแน่นอน หึหึ
