ดวงตาเล็กของที่รักค่อย ๆ กลมโตขึ้น เธอรีบยื่นมือไปคว้าอย่างรวดเร็ว แต่คชาภัทรเร็วกว่า
“เรียกพี่ช้าง” เขาชูมือข้างที่ถือคุกกี้ไว้เหนือศีรษะ
น้ำลายของที่รักไหลซึมมาตรงมุมปากก่อนที่เธอจะรีบสูดกลับไปอย่างรวดเร็ว ั์ตาที่ยังคงขุ่นขึ้งจับจ้องคุกกี้ยี่ห้อโปรดที่จุอยู่ในซองเล็ก ๆ สีม่วงนั้นนิ่ง
“พี่...จ๊าง” แล้วความอยากก็ชนะทุกสิ่ง
คชาภัทรยิ้มกว้างและพยักหน้าหงึก ๆ อย่างพอใจในชัยชนะครั้งนี้
“น้องพูดแล้วก็รีบแกะขนมสิ” ฝ่ายพี่สาวหันมาเร่งเพราะทนสายตาละห้อยของที่รักไม่ไหว
สิ้นคำสั่งพี่ มือของคชาภัทรก็เพิ่มความเร็วในการฉีกถุงโดยอัตโนมัติจนแกะขนมได้สำเร็จ เขาทิ้งถุงขนมเปล่าในมือลงพื้นไปเดี๋ยวนั้น
“ม่ายยย...” ที่รักะโเสียงหลง เธอรีบหยิบถุงขนมเปล่าบนพื้นขึ้นมาและวิ่งไปยังกระสอบพลาสติกใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมรั้วก่อนจะหย่อนถุงคุกกี้ในมือลงในกระสอบและยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ณ เวลานี้ ถุงเปล่าเล็ก ๆ นี้ดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าคุกกี้ที่ยังคงอยู่ในมือของคชาภัทรเสียอีก
“ตังค์ ตังค์” ที่รักหันมาพูดกับคชาภัทรด้วยสายตาตำหนิ
วรรณารีที่ถือจานซาลาเปาอยู่ทันมาเห็นฉากนี้พอดี เธอส่ายหน้าอย่างขบขัน ไม่รู้เป็เพราะการปลูกฝังจากเธอหรือเป็นิสัยโดยพื้นฐานของลูก ที่รักยิ่งเติบใหญ่รู้ความมากเท่าไรเธอก็ยิ่งชอบหาเงินจากเศษขยะพวกนี้มากขึ้น
ั้แ่อายุได้ไม่กี่เดือน กิจกรรมโปรดของที่รักคือการได้มองแม่นั่งคัดแยกขยะต่าง ๆ โดยไม่มีอาการงอแงหรือแสดงความเบื่อหน่ายให้เห็นเลยสักครั้ง จนเมื่อถึงวัยเริ่มเดิน เธอก็ชอบที่จะหมกมุ่นเดินก้มหน้าหาเศษกระดาษและเศษพลาสติกต่าง ๆ ตามพื้น ขอเพียงได้เจอสักชิ้น เด็กหญิงจะยิ้มกว้างอย่างชอบอกชอบใจเหมือนเห็นของมีค่าก็ไม่ปาน
เมื่อเห็นดังนั้น วรรณารีก็ลองวางกระสอบพลาสติกสองใบไว้ตรงข้างรั้วและบอกให้ลูกใส่เศษขยะที่เก็บได้ในกระสอบแบบแยกเป็ประเภท คราวแรกไม่คิดว่าที่รักจะเข้าใจ แต่ที่ไหนได้ เด็กหญิงสามารถแยกออกว่าชิ้นไหนเป็กระดาษ ชิ้นไหนเป็พลาสติก สามารถเก็บแยกใส่ถุงได้อย่างถูกต้อง
เพื่อฝึกฝนลูกและสร้างกำลังใจ เมื่อเด็กหญิงเก็บขยะได้มากพอสมควร วรรณารีจึงนำไปชั่งน้ำหนักและให้เงินลูกตามราคาที่รับซื้อหน้าร้าน
ที่รักยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อได้เงินยี่สิบบาทแรกจากการขายขยะของตัวเอง เธอขอให้สายช่วยหากระปุกสำหรับเก็บเงินให้ สายก็ดีใจหาย นำหีบไม้ขนาดใหญ่มาให้เธอเก็บเงินอย่างไม่รอช้า หลังจากวันนั้น เด็กน้อยก็ขยันหาเก็บขยะมากขึ้น ไม่เท่านั้น ยังนั่งเปิดดูเงินในหีบแล้วลูบ ๆ คลำ ๆ ไม่ต่ำกว่าสามครั้งต่อวัน เรียกได้ว่าที่รักเป็แฟนพันธุ์แท้ของเงินโดยแท้
“มากินซาลาเปากันจ้ะเด็ก ๆ”
สองพี่น้องยกมือไหว้ขอบคุณก่อนหยิบขึ้นมาคนละหนึ่งลูกและกินอย่างเอร็ดอร่อย
“ว่าแต่วันนี้จะเล่นอะไรกันเอ่ย”
“เล่นหาสมบัติ” ที่รักตอบเสียงอู้อี้ด้วยซาลาเปายังอยู่ในปาก
สองพี่น้องที่เพิ่งรู้โปรแกรมสำหรับวันนี้ต่างพยักหน้าเห็นชอบ หากที่รัก้าทำอะไร อลิสราและคชาภัทรต่างไม่เคยขัด ซึ่งก็น่าแปลกพอสมควรสำหรับคชาภัทรที่มีนิสัยค่อนข้างแก่นซนและดูเผด็จการนิด ๆ ยามเมื่ออยู่กับเพื่อน แต่เมื่อต้องมาอยู่กับที่รักแล้วเขากลับยอมอ่อนข้อให้ตลอด
“ฮึ...จะออกไปอีกแล้วหรือลูก” ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายของการเล่นหาสมบัติของลูก วรรณารีจึงถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
การเล่นหาสมบัติของที่รักคือการลากรถเข็นเล็ก ๆ ที่วรรณารีให้คนงานในร้านทำออกมาเป็พิเศษ คล้ายรถเข็นจ่ายตลาดที่บรรดาคุณย่าคุณยายชอบใช้แต่ย่อขนาดให้เล็กลงและเบาพอที่เด็กเล็กจะเข็นเดินไปไหนมาไหนได้
เมื่อได้รถเข็นคันนี้มา ที่รักก็ให้แม่วางกระสอบฟางในคอกของรถเข็นอีกที แล้วเธอก็เริ่มเข็นไปรอบ ๆ ร้านเพื่อคอยเก็บเศษขยะที่ตกหล่นอยู่กับพื้น นานวันเข้าก็เริ่มใจกล้าเข็นออกนอกร้านและเดินหาเศษขยะตามบริเวณรอบ ๆ โดยมีพี่เลี้ยงคอยเดินกำกับอยู่ด้านข้าง
แต่ใน่วันหยุดจะพิเศษหน่อยตรงที่คนคอยกำกับจะเป็อลิสราและคชาภัทร
“วันนี้แดดแรง ไปกันวันอื่นดีไหม”
“ไม่แรง จิ๊ดริดไม่ร้อน” ที่รักยังคงดื้อดึง
“น้าวรรณ ผึ้งกับช้างจะดูน้องเอง ถ้าน้องเหนื่อยจะรีบพากลับมาเลย” อลิสราขันอาสา
“ถ้างั้นต้องใส่หมวกกันทุกคนก่อนไป แล้วก็ห้ามไปไกลนะเอารอบ ๆ ร้านก็พอ” สุดท้ายคนเป็แม่ก็ใจอ่อน
“อะไรนะ พี่เขยแกโดนยาเสน่ห์งั้นเรอะ”
“ใช่แล้วป้า ตอนแรกฉันกับพี่สาวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนิสัยพี่สินถึงเปลี่ยนไป จนป้าฉายที่อยู่อีกซอยหนึ่งมาบอกว่าอาการเหมือนผัวแก แล้วท้าเลยว่าต้องมีรูปใบไม้สามแฉกสีแดงอยู่ที่ท้ายทอยของเขา พี่สาวฉันลองเปิดดูก็มีจริง ๆ”
เสียงสนทนาดังลอยมาจากร้านของเก่าที่อยู่อีกฝั่งของรั้ว เป็เสียงพูดคุยของกระแต พี่เลี้ยงของที่รักกับคนงานในร้านที่กำลังนั่งล้อมวงทำงานกันอยู่
ที่รักหูตั้งตาใส เด็กหญิงรีบคว้าซาลาเปาลูกที่สองขึ้นมาแล้ววิ่งหน้าตาตื่นไปยังที่มาของเสียง
“ไปไหนลูก จะไปเล่นหาสมบัติไม่ใช่หรือ” วรรณารีรีบถาม
“วันนี้ไม่เล่น” ที่รักะโตอบขณะที่ยังวิ่งหัวซุกหัวซุนคล้ายกับกำลังโดนใครวิ่งไล่ตาม
เมื่ออลิสราและคชาภัทรเห็นท่าทางของเพื่อนรุ่นน้อง สองพี่น้องก็ไม่รอช้ารีบลุกวิ่งตามไปทันที เมื่อวิ่งไปถึงร้านก็เห็นที่รักนั่งจุมปุ๊กอยู่กลางวงสนทนาของคนงานร้านสามสี่คน หัวข้อสนทนายังหนีไม่พ้นเื่พี่เขยของกระแตที่โดนยาเสน่ห์
ที่รักซึ่งมือทั้งสองข้างถือซาลาเปาอยู่ข้างละลูกนั่งอยู่กลางวงคนงานกำลังพยักหน้าหงึก ๆ เป็ระยะระหว่างฟังเื่นินทา...เอ่อ...เื่เล่าจากปากคนงาน ระหว่างนั้นก็ยกซาลาเปาในมือขึ้นกัดไปด้วย ข้างซ้ายที ข้างขวาที พร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขราวกับว่าฟังเื่นิน...เื่เล่าเ่าั้รู้เื่ทั้งหมด
สองพี่น้องต่างยืนอึ้งมองพฤติกรรมของที่รักอยู่พักใหญ่ก่อนจะพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่จริงเื่ทำนองนี้ก็ดูไม่แปลกใหม่สำหรับสองพี่น้องแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งคู่เป็ต้องยืนปรับสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ในทุกครั้ง
