เช้าวันต่อมา อากาศในคฤหาสน์อาเชนวาลด์ดูจะสดใสผิดหูผิดตาสำหรับคนรับใช้บางคน แต่อเดลกลับกระตือรือร้นเป็พิเศษ นางจัดเตรียมชุดเดรสสีฟ้าน้ำทะเลที่ดูหรูหราที่สุดเท่าที่เอเลน่ามี พร้อมกับคอยประจบเอาอกเอาใจเด็กหญิงทุกย่างก้าว โดยที่เข็มกลัดอัญมณีสีทับทิมถูกซ่อนไว้อย่างดีในสาบเสื้อของนางเอง
เอเลน่าก้าวเท้าเข้าสู่ตึกใหญ่อีกครั้ง สายตาของคนรับใช้รอบข้างที่เคยดูแคลนเริ่มเปลี่ยนเป็ความสงสัยและหวาดเกรง เมื่อเห็นเธอเดินตรงไปยังห้องเรียนพิเศษที่เซเรน่าจัดเตรียมไว้
ภายในห้องเรียนที่กว้างขวางและล้อมรอบด้วยชั้นหนังสือสูงตระหง่าน เซเรน่ายืนรออยู่หน้าแผนที่ขนาดใหญ่ที่ทำจากหนังแกะ แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างบานสูงลงมาทาบบนผืนแผนที่ เผยให้เห็นอาณาเขตที่ถูกแบ่งออกเป็ 4 ส่วนอย่างชัดเจน และสัญลักษณ์ตรงกลางไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือเมืองหลวงและเป็ตำแหน่งที่ตั้งของพระราชวัง
"เอเลน่า ตอบมาสิ... เธออาศัยอยู่ในดินแดนชื่อว่าอะไร?"
เอเลน่านั่งหลังตรง ดวงตาสีแดงสดจ้องมองไปที่จุดศูนย์กลางนั้นก่อนจะตอบเสียงเรียบ "พวกเราอยู่ใน จักรวรรดิ ออเรเลีย ค่ะท่านอา"
"ถูกต้อง" เซเรน่าพยักหน้า "จักรวรรดิออเรเลียคือศูนย์กลางของแสงสว่าง ปกครองโดยราชวงศ์โซลาริสผู้มีเส้นผมสีแพลทินัมบลอนด์และดวงตาสีทองอำพัน แต่ความมั่นคงของจักรวรรดิแห่งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์จักรพรรดิเพียงผู้เดียว... บอกมาสิว่าใครคือ 4 เสาหลักที่ค้ำจุนทิศทั้งสี่อยู่?"
เอเลน่าไล่สายตาไปตามทิศต่างๆ บนแผนที่ สมองของเธอประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งอ่านมาอย่างรวดเร็ว
"ทิศเหนือ... ตระกูลวาล์ดครอยซ์ค่ะ" เอเลน่าชี้นิ้วไปที่พื้นทีู่เาหิมะ "สัญลักษณผมสีน้ำตาลนวลและดวงตาสีฟ้าครามราวกับน้ำแข็ง พลังของพวกเขาคือ 'คำพิพากษา' และ 'การชำระล้าง' ว่ากันว่าพวกเขาสามารถตรวจจับคำโกหกได้ค่ะ"
เซเรน่าพยักหน้าเล็กน้อย "ต่อมาล่ะ?"
"ทิศตะวันออก... ตระกูลเอเทอเรียล ผู้ครองศาสตร์มืดและมานา" เอเลน่าอธิบายต่อ "พวกเขามักมีเส้นผมสีม่วงเข้มดุจท้องฟ้ายามราตรีและดวงตาสีเขียวมรกต เป็ตระกูลที่ลึกลับที่สุด เพราะพลังของพวกเขาคือการบิดเบือนพื้นที่และเข้าใจโครงสร้างของมานา"
"ทิศใต้... ตระกูลไนท์ฟอล ข้อมูลและเงา" เด็กหญิงขยับยิ้มบางๆ "ผมดำสนิทและดวงตาสีเทาเถ้าถ่าน เก่งกาจเื่การลบตัวตนและการแทรกซึม ข่าวกรองทุกอย่างในจักวรรดิต้องผ่านมือพวกเขา"
"... ทิศตะวันตก พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และเป็ขุมกำลังทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" เอเลน่าจ้องมองสัญลักษณ์รูปสิงโต "พวกเรา... ตระกูลอาเชนวาลด์ เส้นผมสีทองสลวยและดวงตาสีม่วงอเมทิสต์ พลังคือ 'อำนาจและการบงการ' การกดดันศัตรูด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่ง"
และสุดท้ายคือจุดศูนย์กลางของอำนาจ..." เซเรน่าเลื่อนมือมาหยุดที่สัญลักษณ์วงแหวนล้อมดวงดาว "ราชวงศ์โซลาริส"
เอเลน่าจ้องมองจุดนั้นด้วยความนิ่งสงบ "ราชวงศ์ผู้ 'เวทมนตร์แห่งแสง' มีเส้นผมสีแพลทินัมบลอนด์และดวงตาสีทองอำพันดุจดวงตะวัน มานาของพวกเขาบริสุทธิ์และรุนแรงจนสามารถสลายเวทมนตร์สายมืดได้ทุกชนิด และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาคือผู้ครองบัลลังก์แห่งจักรวรรดิออเรเลียมาอย่างยาวนาน"
"ถูกต้อง..." เซเรน่าหันกลับมามองเอเลน่าอย่างพิจารณา "แต่เธอต้องรู้ไว้เอเลน่า ในโลกของเวทมนตร์ที่แบ่งแยกตามสายเืและส่วนมากจะมีแค่เพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีพลัง มีเพียงศาสตร์เดียวที่ลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์... นั่นคือ 'เวทมนตร์แห่งความว่างเปล่า' เวทมนตร์ที่ไม่ได้สร้างสิ่งใดขึ้นมา แต่มันมีไว้เพื่อ 'ลบเลือน' ทุกสรรพสิ่งให้หายไป"
"ลบหายไปเลยเหรอคะ? ฟังดูน่ากลัวจังเลยค่ะท่านอา แล้วมันยังมีคนใช้เวทมนตร์แบบนั้นอยู่ไหมคะ?"
"ไม่มีใครเห็นมันมานับร้อยๆปีแล้ว" เซเรน่าตัดบท
เอเลน่ามองเงาสะท้อนของตัวเองในแจกันเงินข้างกาย เส้นผมสีทองสว่างของเธอนั้นถูกต้องตามสายเือาเชนวาลด์แท้ๆ แต่ ดวงตาสีแดงสด ของเธอนั้นกลับไม่มีอยู่ในบันทึกของตระกูลใดในจักรวรรดิออเรเลียเลย
เธอเงยหน้าสบตาเซเรน่า แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับฉายรอยความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กๆ ออกมาอย่างแเี
"ท่านอาคะ... หนูเองก็จะมีเวทมนตร์เหมือนคนอื่นไหมคะ? แล้วอย่างท่านอา... ท่านอาใช้เวทมนตร์แบบไหนเหรอคะ?"
เซเรน่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"เด็กน้อย... เธอรู้หรือเปล่าว่าการถามถึงพลังของจอมเวทต่อหน้าแบบนี้ มันค่อนข้างเสียมารยาทและอันตรายมากนะ เพราะมันคือการถามถึงเขี้ยวเล็บที่ใช้ปลิดชีพศัตรู"
เอเลน่าทำตาโตแล้วรีบก้มหน้า "หนูขอโทษค่ะ หนูไม่ทราบจริงๆ..."
"เอาเถอะ สำหรับเธอฉันจะแสดงให้ดูเป็ขวัญตาแล้วกัน" เซเรน่าสะบัดมือเบาๆ ทันใดนั้น กลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนก็ค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจากความว่างเปล่า กลิ่นหอมจางๆ อบอวลไปทั่วห้องจนเอเลน่ารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด ดอกไม้เ่าั้ดูเหมือนจริงมากจนเธอเกือบจะเอื้อมมือไปจับ แต่เพียงแค่ปลายนิ้วเฉียดไป พวกมันก็สลายกลายเป็ละอองแสงหายไปในทันที
"มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่เน้นพลังทำลายล้างหรอกนะ" เซเรน่าอธิบายพลางสลายละอองแสง
"แต่มันคือการสร้างภาพลวงตาและกลิ่นที่รบกวนสมาธิของศัตรู หรือใช้พรางตาในยามคับขัน เป็เวทมนตร์สายสนับสนุนที่ไม่โดดเด่น... แต่มีประโยชน์ในแบบของมัน"
เอเลน่านิ่งมองความงดงามที่เพิ่งหายไป 'ถึงจะไม่เก่งเื่พลังทำลาย แต่การหลอกประสาทัันี่แหละคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด'
"โดยปกติแล้ว มานาจะเริ่มตื่นขึ้นใน่อายุ 7-15 ปี" เซเรน่าพูดต่อ "อาเชนวาลด์มักจะตื่นเร็ว เพราะสายเืแห่งการบงการนั้นรุนแรง ส่วนเธอ... อายุ 8 ขวบแล้ว...รอดูกันต่อไปดีกว่า จะมีพลังแห่งการบงการตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่"
มันจะจริงไหมนะที่เธอจะมีพลังนั้น เซเลน่าได้แค่คิดแต่ก็ต้องสบัดความคิดนั้นออกไป เธอเห็นเอเลน่านั่งนิ่งเหมือนขบคิดอะไรบางอย่าง เซเรน่านั่งลงตรงหน้าเด็กน้อย
"ฟังนะความลับเื่นี้... ฉันบอกแค่เธอนะ นอกเหนือจากคนในครอบครัวมาร์ควิสแล้ว ไม่มีใครรู้เื่นี้เลยแม้แต่ท่านดยุกเรกูลัส" เซเรน่าลดเสียงต่ำลง แววตาที่เคยนิ่งเฉยกลับดูอ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาด
"การตื่นของพลังเวทมันมักจะมาในรูปแบบของ 'นิมิต' ที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล"เอเลน่าเอียงคอฟังอย่างตั้งใจ
"นิมิตหรือคะ?"
"ใช่จ้ะ... ของฉันน่ะเกิดขึ้นตอนอายุเก้าขวบ คืนนั้นขณะที่ฉันกำลังหลับลึก ฉันฝันว่าตัวเองหลงเข้าไปในสวนที่งดงามเกินกว่าจะมีอยู่จริงบนโลก ท้องฟ้าเป็สีม่วงอ่อนและมีละอองแสงร่วงหล่นราวกับหยาดฝน ที่นั่นฉันได้พบกับสัตว์ในตำนานมากมาย ทั้งนกฟีนิกซ์ที่ทำรังอยู่บนต้นไม้ทองคำ และฝูงยูนิคอร์นที่ท่าทางสง่างาม"
เซเรน่ายกมือข้างขวาขึ้น ลูบลงบนหลังมือของตนเบาๆ ราวกับยังััได้ถึงความรู้สึกในวันนั้น
"มียูนิคอร์นตัวหนึ่งเดินตรงมาหาฉัน มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด... มันค่อยๆ โน้มหัวลงแล้วใช้ปลายเขาแหลมคมนั่นจิ้มลงที่หลังมือของฉันเบาๆ พริบตานั้นฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ไหลพล่านไปทั่วกระแสเื และั้แ่วันนั้น... กลีบดอกไม้มายาพวกนี้ก็กลายเป็ส่วนหนึ่งของฉัน"
เอเลน่านิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง 'นิมิตงั้นเหรอ? การตื่นของพลังที่นี่โรแมนติกและดูเป็ปริศนากว่าที่คิดแฮะ'
"แล้วหนูต้องทำยังไงคะ? หนูต้องรอจนกว่าจะฝันเห็นอะไรบางอย่างเหมือนท่านอาหรือเปล่า?" เด็กหญิงถาม แววตาสีแดงสดสะท้อนความสับสน
"ไม่มีใครรู้หรอกเอเลน่า บางคนตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเ็ป บางคนตื่นมาพร้อมกับเสียงกระซิบ สำหรับเธอ...หากมันเกิดขึ้นขอแค่ทำใจให้สบายก็พอ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"
ขอบคุณที่บอกหนูนะคะท่านอา หนูจะจำไว้ค่ะ" เอเลน่าส่งยิ้มบางๆ ที่ดูไร้เดียงสาให้คนตรงหน้า
"ดีมาก วันนี้พอแค่นี้เถอะ กลับไปพักผ่อนเสีย วันแรกของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์จักรวรรดิคงทำให้เธอล้าไม่น้อย" เซเรน่าตบไหล่เด็กหญิงเบาๆ ก่อนจะขอตัวไปจัดการธุระต่อ
เด็กหญิงผมทองเดินกลับไปยังตึกเล็กด้วยความคิดที่หมุนวน เธอรู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้โรแมนติกเหมือนนิมิตยูนิคอร์นของเซเรน่าเสมอไป สำหรับคนที่เป็ส่วนเกินอย่างเธอ นิมิตที่กำลังจะมาถึงอาจไม่ใช่พรจาก์ก็เป็ได้...
