หลี่เมิ่งเหยาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับหลงเหยียนในตอนนี้คืออะไรกันแน่?
“เ้าบ้า กล้าลวนลามพี่สาวหรือ?”
หลงเหยียนส่ายหน้า “ใส่ร้ายกันชัดๆ มีสายตาเป็พันคู่ที่เห็นว่าพี่ต่างหากที่ลวนลามข้าก่อน” สุดท้ายทั้งสองก็ประกายรอยยิ้มสดใสออกมาพร้อมกัน หลงเหยียนจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้คนตรงหน้า แม้ยังมอมแมมอยู่ ถึงอย่างไรนั่นก็ทำให้นางดูดีขึ้นมาไม่น้อย
“หลงเหยียน ต่อจากนี้เ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ หากท่านผู้นำรู้ว่าพลังของเ้าเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงแล้วละก็ นางต้องดีใจมากแน่ๆ”
เมื่อคิดถึงท่านแม่ หลงเหยียนก็อดนึกโมโหไม่น้อย เหตุใดจนป่านนี้แล้วท่านแม่ยังไม่มาเสียที พวกเขาตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าจะมาช่วยหลี่เมิ่งเหยาด้วยกัน แล้วไหนจะเย่ซีหนานอีก ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่มีใครมาเลยสักคน
แล้วแบบนี้จะไม่ให้หลงเหยียนโมโหได้อย่างไร หลงเหยียนไม่ได้ตอบคำถามของหลี่เมิ่งเหยา กลับมองไปที่สือพั่วเทียนและภรรยาที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเดินเข้าไปหาทั้งสองแทน
หลงเหยียนหยิบไหสุราออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุน “นี่เป็ดวงิญญาของลูกสาวพวกท่าน ท่านลุงสือ ท่านน้าสือ พาลูกสาวของพวกท่านกลับไปหลับให้สบายเถิด!” พูดจบก็ยื่นไหสุราออกไป
สือพั่วเทียนและภรรยารีบคุกเข่าลง พวกเขาทั้งดีใจและซาบซึ้งเป็อย่างมาก หยดน้ำตาหลั่งไหลลงมาอย่างไม่อาจหักห้าม แม้หลงเหยียนจะออกแรงดึงทั้งสองขึ้นมาเพียงใด พวกเขาก็ไม่ยอมลุกขึ้นเสียที
“น้องชาย ขอบ... ขอบคุณเ้ามากจริงๆ วันนี้ หากไม่ได้เ้า พวกเราทุกคนต้องตายที่นี่แน่ๆ ขอบคุณเ้ามากจริงๆ แล้วไหนจะดวงิญญาของลูกสาวข้าอีก พระคุณในครั้งนี้ ต่อให้ต้องใช้เวลาทั้งชาติ ข้าก็คงตอบแทนไม่หมด”
“ลุงสือ รีบลุกขึ้นเถิด ข้าไม่้าให้พวกท่านตอบแทนอะไรหรอก ข้าแค่หวังว่านับแต่วันนี้ไป พวกท่านจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบและมีความสุขเท่านั้น”
หลี่เมิ่งเหยาเดินเข้ามาขอบคุณสือพั่วเทียนกับภรรยา เมื่อครู่ หากไม่ได้พวกเขา นางเองก็คงได้รับาเ็ไม่น้อย
“จริงสิ หลงเหยียน เ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ จะกลับเมืองอู่ตี้ก่อน หรือว่า...”
หลงเหยียนส่ายหน้า “ข้ายังมีธุระที่ต้องสะสาง ข้าต้องกลับไปที่ตระกูลหลงสักครั้ง ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านปู่กับคนอื่นๆ จะเป็เช่นไรบ้าง ระหว่างทางข้าต้องผ่านเนินดาราพอดี ฉวยโอกาสนี้ แวะเข้าไปคิดบัญชีกับตระกูลลั่วเลยก็แล้วกัน ครั้งนี้พวกเขาร่วมมือกับสำนักมาร ทำให้ตระกูลของข้าเกือบต้องมอดมลาย”
“หลงเหยียน ข้าจะไปกับเ้าด้วย”
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “ช่างเถิดพี่เมิ่งเหยา ข้าเชื่อว่าตอนนี้ ท่านแม่กับคนอื่นๆ คงจะรอพวกเราอยู่ข้างนอกแล้ว พวกเขาจะพาท่านกลับไปเอง”
เพราะตอนนี้หลงเหยียนรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยแล้วนั่นเอง เขาไม่รีรอ รีบปล่อยพลังจิตอันแสนแข็งแกร่งออกไปทันที
เขาพูดพลางยื่นมือเข้าไปโอบเอวของเมิ่งเหยา “ลุงสือ หากพวกท่านอยากจะขอบคุณข้าจริงๆ ก็ช่วยพาวัยเยาว์พวกนี้ลงจากเขาที ให้พวกเขากลับไปที่ตระกูลของตนเองเถิด อนาคต หากมีธุระที่อยากจะพบข้า ก็ไปหาข้ากับพี่เมิ่งเหยาที่สำนักตงฟางได้เสมอ”
หลงเหยียนคิดในใจ... ตอนที่กลับไปยังเมืองอู่ตี้ ที่นั่นก็คงจะเริ่มการคัดเลือกศิษย์ชั้นในของตระกูลพอดี ตนเองก็ควรจะเตรียมตัวสักหน่อย การก้าวเข้าสู่ระดับชีพธรณีไม่ใช่เื่ง่ายเลย ดังนั้นก่อนที่การคัดเลือกจะเริ่มขึ้น ตนต้องเพียรฝึกฝนและพยายามให้มากกว่านี้
เขายื่นมือไปโบกให้คนที่ยืนอยู่เื้ัเบาๆ สือพั่วเทียนกับภรรยา รวมไปถึงวัยเยาว์นับพันคนเห็นดังนั้นก็โค้งตัวลงเพื่อทำความเคารพต่อหลงเหยียนอย่างจริงใจ หลงเหยียนเป็ยอดอัจฉริยะที่น่ายกย่อง เป็วีรบุรุษอย่างแท้จริง เชื่อว่าอีกไม่นาน สิ่งที่เขาทำในวันนี้ต้องถูกเล่าลือไปทั่วเมืองหยุนจงอย่างแน่นอน
ทว่าสิ่งที่หลงเหยียนกังวลมากยิ่งกว่ากลับเป็เื่ของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิง คนผู้นั้นมีพลังที่แข็งแกร่งจนยากจะประเมิน อย่างไรเสียคนผู้นั้นก็เป็ถึงท่านปู่ของเ้าสำนักเฒ่า แม้เ้าสำนักเฒ่าจะถูกไล่ออกมาจากสำนักแล้ว ถึงอย่างไรก็ยังมีสายเืที่ตัดกันไม่ขาดอยู่ดี
สือพั่วเทียนและคนอื่นๆ เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อเก็บกวาดศพของศิษย์แห่งสำนักมารที่ตายเกลื่อนอยู่รอบด้านให้เสร็จเรียบร้อย พวกเขาพร้อมใจกันโยนศพเ่าั้เข้าไปในบ่อโลหิตเบื้องล่างจนหมด
ในตอนที่หลงเหยียนกับหลี่เมิ่งเหยาเตรียมจะจากไป รังสีแห่งอำนาจที่แข็งแกร่งก็พุ่งออกมาจากอุโมงค์ที่เชื่อมกับยอดเขา ไม่นานร่างของคนห้าคนก็ปรากฏขึ้น
หลงเหยียนหน้าถอดสี ช่างรวดเร็วเสียจริง เพียงไม่นานเขาก็พบว่าคนที่ยืนนำอยู่ด้านหน้าสุดก็คือเว่ยเวย มารดาของเขานั่นเอง
เมื่อมาถึงจุดหมาย ร่างทั้งห้าก็อึ้งงันกับภาพที่ได้เห็น เมื่อรอบด้านเต็มไปด้วยศพแห้งกรังที่นอนเกลื่อน ทว่าหลงเหยียนรวมไปถึงวัยเยาว์นับพันคนที่เื้ักลับยังปลอดภัยทุกประการ ภาพตรงหน้าทำให้คนทั้งห้าตกตะลึงจนพูดไม่ออก สิ่งที่เกิดขึ้นผิดไปจากที่พวกเขาคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง
หลงเหยียนมองสีหน้าตกตะลึงของคนทั้งห้า ตอนนี้เขาเห็นชัดๆ แล้วว่าห้าคนนั้นคือผู้ใด
เว่ยเวย หลิงเทียนอวี่ เย่ซีหนาน คนที่อยู่ข้างกายเขาคงจะเป็เย่ซีหราน พี่ชายของเขากระมัง นอกจากนี้ ข้างกายเว่ยเวยยังมีชายแปลกหน้ามาด้วยหนึ่งคน ดูเหมือนคนผู้นี้จะมีอายุเพียงยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น ว่าหลงเหยียนััได้ว่าอีกฝ่ายมีแววตาที่ทรงพลังและน่าเกรงขาม ความจริงก็ไม่แปลก เพราะคนที่ยืนอยู่กับท่านแม่ได้ ต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
สายตาของคนผู้นี้ดูกะล่อนเ้าเล่ห์เสียยิ่งกว่าหลงเหยียนด้วยซ้ำ คนผู้นั้นกวาดสายตาไปที่หลี่เมิ่งเหยาซึ่งยืนอยู่ข้างหลงเหยียนเป็ระยะ ดูทะลึ่งลามกไม่น้อย
ถึงกระนั้น ภาพลักษณ์ภายนอกก็ไม่อาจบดบังรังสีแห่งอำนาจที่แข็งแกร่งของเขาได้อยู่ดี กลิ่นอายแห่งอำนาจของเขา ทำให้แม้แต่หลงเหยีนนที่เป็ถึงยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงก็ยังรู้สึกหวั่นเกรงเล็กน้อย หลงเหยียนััได้ว่าคนคนนี้แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงที่ชื่อตงฟางเยียนหราน ซึ่งตนเคยเจอในห้วงมิติภายในโลกเฉียนคุนเสียอีก
“พี่เหยียน ระวังตัวด้วย ดูเหมือนเ้านี่จะหมายตาหลี่เมิ่งเหยาเข้าเสียแล้ว ทั้งยังไม่เป็มิตรกับเ้าเสียเลย”
เ้าสิงโตน้อยในถุงผ้าเฉียนคุนพูดเตือนขึ้น
หลงเหยียนรีบปล่อยมือ... เพราะเขาพบว่าน้ำเสียงและท่าทีขณะที่ท่านแม่พูดกับชายคนนี้ดูเคารพและเป็มิตรเหลือเกิน ทั้งตอนที่พูดด้วย หรือตอนที่ถามคำถามก็ตาม
คนคนนี้คงจะมีฐานะที่ไม่ธรรมดาสินะ อย่างน้อยก็คงจะยิ่งใหญ่พอๆ กับตงฟางเยียนหราน หรือไม่ก็อาจจะมีเส้นสาย หรือมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งมาก
‘หรือว่าคนผู้นี้จะเป็คนจากตระกูลชั้นในของตระกูลอู่ตี้? คิดไม่ถึงว่าท่านแม่จะเชิญยอดฝือเช่นนี้มาด้วย ดูเหมือนว่าในสายตาของพวกเขาเ้าสำนักเฒ่าเป็คนที่ต่อกรยากนักหรือ’
ท่านแม่เป็ยอดฝีมือระดับชีพธรณีก็จริง ทว่าเพราะเป็สตรี จึงไม่สะดวกที่จะลงมือสักเท่าไร
ไม่นาน ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน หลงเหยียนจับมือหลี่เมิ่งเหยาแล้วเดินเข้าไปหาคนทั้งหลาย เพราะรอบด้านมีคนนอกอยู่มากมาย หลงเหยียนจึงจำต้องทำความเคารพเว่ยเวยตามระเบียบ
“ทำความเคารพท่านผู้นำ!”
เว่ยเวยดึงมือของหลงเหยียนเอาไว้ นางให้หลงเหยียนหมุนตัวหนึ่งรอบแล้วมองสำรวจลูกชายั้แ่หัวจรดเท้า ตอนที่ยังอยู่ที่ตีนเขาของเขามิวายชนม์ นางกังวลใจจนแทบจะคลั่งอยู่แล้ว นางกลัวว่าหลงเหยียนจะเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเื่นี้ จึงจับตามองตราคำสั่งในมืออย่างตื่นตระหนก มันเป็ข้อมูลเกี่ยวกับหลงเหยียนนั่นเอง
กระทั่งเห็นด้วยตาของตัวเองว่าหลงเหยียนยังมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย นางจึงกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจเอาไว้ ไม่ปล่อยให้มันรินไหลออกมา เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เท่านั้น
‘เหยียนเอ๋อ คิดไม่ถึงว่าพวกเ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ ดี... ดีจริง... ช่างเป็เื่ที่น่ายินดีเหลือเกิน สมแล้วที่เป็ลูกชายยอดอัจฉริยะของข้า เ้าทำให้สำนักของเราเป็เกียรติมากจริงๆ’
เมื่อมองไปยังศพแห้งกรังหลายร้อยศพที่ตายสนิทอย่างไม่มีวันจะฟื้นคืนมา นอนเกลื่อนอยู่ทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเว่ยเวยก็ขมวดคิ้วขึ้นเบาๆ
“เ้าก็คือหลงเหยียนสินะ ศพพวกนี้เป็ฝีมือของเ้าคนเดียวหรือ?” ต่อให้จะเป็ยอดฝีมือระดับสูงเช่นเขา ก็ยังอดตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
หลงเหยียนมองชายหนุ่มที่พูดกับตน หลงเหยียนไม่กล้าประมาท เขาพยักหน้าเบาๆ ด้วยท่าทางนอบน้อม จากนั้นก็มองสำรวจคนตรงหน้าอย่างละเอียด พบว่าภายใต้สีหน้าเ็านี้ ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายดูสดใส จึงทำให้ใบหน้าของเขาแลดูลึกล้ำและยากคาดเดามากยิ่งขึ้น เป็ดั่งหน้าผาที่ลึกจนไม่เห็นก้นเหว
--------------------
