ตอนที่ 34
เขาตายอย่างน่าสยดสยอง
ในโลกสยองขวัญ การจะเอาตัวรอดให้ได้โดยไม่เดือดร้อนก็ยากลำบากพออยู่แล้ว ใครจะกล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงช่วยคนอื่นล่ะ
หลังจากชิงหลี่พูดจบ ผู้เล่นแต่ละคนต่างมีสีหน้าแตกต่างกันไป พวกเขายืนนิ่งสนิท ไม่มีใครกล้าเดินไปที่ลิฟต์เลยสักคนเดียว
บางทีหม่าเยว่อาจจะอยู่ในลิฟต์จริงๆ แต่ใครจะรู้ว่าในลิฟต์นั้นจะมีอันตรายที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่หรือไม่ ไม่มีใครกล้าใช้ชีวิตตัวเองไปทดสอบ
[ เหอะๆ เมื่อกี้ยังด่ายัยหนูเราฉอดๆ ว่าไร้คุณธรรม ตอนนี้หดหัวเป็เต่ากันหมดเลยนะ ]
[ โจวย่านี่มันดอกบัวขาวจริงๆ ตอนยัยหนูช่วยชีวิตไว้ไม่รู้จักบุญคุณ แถมยังคอยขัดแข้งขัดข่ายัยหนูตลอด ]
[ เออ แล้วหมอฉู่ล่ะ? เมื่อคืนฉันเผลอหลับไป เพิ่งตื่นเนี่ย ]
[ หมอฉู่ออกไปแล้วจ้า เมื่อคืนฉันเฝ้าหน้าจอกุมมือถือแน่นมาก ปรากฏว่าสองคนนั้นนอนห่มผ้าคุยกันเฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ]
[ ระหว่างยัยหนูกับหมอฉู่ ต้องมีใครสักคนที่ไม่ปกติด้านสมรรถภาพแน่ๆ ]
ชิงหลี่ไม่สนใจคอมเมนต์ไร้สาระในไลฟ์ เธอคาบหลอดโค้กไว้ในปาก ค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเนิบนาบ แล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์
สายตาของเวินอี้จับจ้องอยู่ที่ชิงหลี่ตลอด เมื่อเห็นเธอเดินไปที่ลิฟต์ เขาก็รีบเดินตามไปทันที
"พวกเราควรไปดูด้วยไหม?" หวังถิงถิงลังเล
"ไปสิ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าหม่าเยว่อยู่ในลิฟต์จริงๆ หรือเปล่า" โจวย่าทำหน้าบึ้งตึงแล้วเดินตามไป
ลิฟต์เก่าคร่ำครึที่อาจจะไม่ได้ใช้งานมานาน บนประตูที่ปิดสนิทมีฝุ่นจับอยู่หนาจางๆ ไฟปุ่มกดขึ้นลงกะพริบติดๆ ดับๆ
"รอย... รอยมือ!" หวงลี่น่าะโขึ้นมาเสียงดัง
เธอชี้ไปที่ประตูลิฟต์ ดวงตาที่เบิกกว้างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บนประตูลิฟต์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น มีรอยฝ่ามือสองรอยเด่นชัดมาก เหมือนมีใครบางคนเคยทาบมือลงไปเพื่อพยายามจะดันประตูลิฟต์ให้เปิดออก
"นี่จะเป็รอยมือของหม่าเยว่หรือเปล่า?" โจวย่าเอ่ย
การหายตัวไปของหม่าเยว่ตอนนี้เหมือนเมฆดำที่ปกคลุมจิตใจของทุกคน
ชิงหลี่ไม่พูดอะไร เธอเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียก้า เสียงฟันเฟืองขับเคลื่อนลวดสลิงดังมาจาก้าปล่องลิฟต์
“ติ๊ง—”
เสียงแจ้งเตือนว่าลิฟต์มาถึงชั้น 1 ดังขึ้น แต่ประตูลิฟต์กลับไม่ยอมเปิด
"ดูท่าลิฟต์นี่จะเสียจริงๆ นั่นแหละ" เฉินต้าเหล่ยพูดเสียงขุ่น พลางแขวะชิงหลี่ในใจว่าขี้ระแวงเกินไปจนพาคนอื่นประสาทกินไปด้วย แต่ทันทีที่เขาสิ้นเสียงลง
เื... เืสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากช่องด้านล่างของประตูลิฟต์
“ครืด— ครืดๆ—”
เสียงเล็บขูดกับผนังเหล็กของลิฟต์ดังมาจากข้างใน
“ปัง— ปังปัง—”
ตามมาด้วยเสียงกระแทกอย่างรุนแรง ลิฟต์ทั้งตัวสั่นะเื
"หม่าเยว่อยู่ข้างในจริงๆ ใช่ไหม?" หวงลี่น่าถามด้วยความหวาดกลัว
แต่ไม่มีใครตอบเธอ... บางทีหม่าเยว่อาจจะอยู่ข้างในจริงๆ แต่ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าหม่าเยว่ที่อยู่ข้างในนั้นจะเป็ "คน" หรือ "ผี"
"อยากรู้ก็แค่เปิดดู"
ชิงหลี่หรี่ตาลง ก่อนที่คนอื่นจะทันตั้งตัว เธอก็วางฝ่ามือลงบนรอยมือเดิมบนประตูลิฟต์ ด้วยความที่เป็คนรักสะอาดนิดหน่อย เธอเลยไม่ยอมวางมือทับฝุ่นตรงๆ แต่เลือกวางทับรอยเดิม
“แก๊ก!”
ด้วยแรงมหาศาลของชิงหลี่ ประตูลิฟต์ถูกกระชากเปิดออกทั้งสองข้าง ภาพภายในลิฟต์ปรากฏแก่สายตาทุกคนทันที
"อุแหวะ—" หวังถิงถิงทนไม่ไหว โก่งคออาเจียนออกมาตรงนั้นเลย
[ เชี่ย! นี่มันลิฟต์หรือโรงฆ่าสัตว์วะเนี่ย สยองฉิบหาย ]
[ ไม่ไหวแล้วพี่ชาย ซาลาเปาที่กินไปเมื่อเช้าพุ่งออกมาหมดเลย เสียเงินฟรี 6 หยวน น้ำตาจะไหล ]
[ เหอะ ซาลาเปาขี้ผง ฉันอ้วกข้าวเย็นของเมื่อวานออกมาเลยเนี่ย ]
[ ข้าวเย็นขี้ผง ฉันอ้วกขี้ออกมาเลย ]
[ เมนต์บนชนะเลิศ... ]
ในไลฟ์เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญ
ผนังทั้งสี่ด้านในลิฟต์ถูกย้อมไปด้วยเืจนกลายเป็สีแดงคล้ำ บนเพดานลิฟต์ มีลวดสลิงเส้นหนึ่งพันรอบคอศพของหม่าเยว่อย่างแ่า หัวของเขาห้อยตกลงมา ลูกตาที่โปนออกมามีคราบเืแห้งกรังติดอยู่สองข้าง
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนรับไม่ได้ที่สุดคือ ิัของหม่าเยว่ถูกถลกออกไปจนหมด
ร่างกายั้แ่คอลงมาเต็มไปด้วยเืสดๆ เผยให้เห็นไขมันสีขาวและเนื้อเยื่อสีแดงฉาน แม้แต่กระดูกก็มองเห็นรำไร หน้าอกและหน้าท้องของเขาถูกแหวกออก อวัยวะภายในหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงลำไส้ที่ห้อยร่วงออกมา แกว่งไปมาตามแรงสั่นของศพ
“ติ๋ง... ติ๋ง...” เืหยดลงจากศพอย่างต่อเนื่อง
นอกจากชิงหลี่กับเวินอี้แล้ว ผู้เล่นคนอื่นต่างทนไม่ไหว พากันอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง ภาพที่โเี้ทารุณตรงหน้าทำให้กำแพงจิตใจของพวกเขาแทบพังทลาย
"โหดร้ายเกินไปแล้ว ฆ่ากันให้ตายยังดีกว่า ทำไมต้องถลกหนังเขาทั้งเป็แบบนี้ด้วย" หวังถิงถิงพูดทั้งน้ำตาน้ำตาจากการอาเจียนอย่างรุนแรง
ชิงหลี่จ้องมองศพของหม่าเยว่เขม็ง ก่อนจะพูดเรียบๆ ว่า: "เนื้อเยื่อบนศพเริ่มแข็งตัวแล้ว แผลจากการถลกหนังมีขนาดกว้างมาก แต่เืที่ไหลออกมากลับค่อนข้างน้อย..."
หวังถิงถิงไม่เข้าใจ เธอเงยหน้ามองชิงหลี่ พยายามกลั้นใจถามว่า: "เธอหมายความว่ายังไง?"
ชิงหลี่ "ศพนี้ไม่ได้ถูกถลกหนังตอนมีชีวิตค่ะ แต่ถูกถลกหลังจากตายแล้ว"
"......"
หวังถิงถิงพูดไม่ออก เธอไม่เข้าใจว่าเด็กสาวที่ดูใสซื่อไร้พิษภัยคนนี้ ทำไมถึงพูดเื่สยองแบบนี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบได้ขนาดนี้ ในใจเธอไม่รู้สึกเสียใจให้เพื่อนร่วมทีมที่ตายเลยสักนิดเหรอ?
"แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อดี" หวงลี่น่ามองเวินอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาดูน่าสงสาร หม่าเยว่ตายกะทันหันแบบนี้ เธอเองก็กลัวว่าคนต่อไปจะเป็เธอ ตอนนี้เวินอี้คือที่พึ่งสุดท้ายของเธอแล้ว
เวินอี้โอบไหล่ที่บอบบางของเธอไว้ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน: "ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะปกป้องคุณเอง" หวงลี่น่าซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก ซบลงที่อกของเวินอี้แล้วร้องไห้กระซิกๆ
"แล้วศพของหม่าเยว่ล่ะ? จะปล่อยให้ห้อยอยู่อย่างนี้เหรอ?" หวังถิงถิงตัวสั่น เธออดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่าในคืนที่เงียบสงัด ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออก แล้วศพไร้หนังที่ชุ่มเืก็คลานออกมา
ลวดสลิงบนเพดานรัดคอหม่าเยว่จนเนื้อฉีกขาด หัวที่ห้อยอยู่นั้นคงทนอยู่ได้ไม่นาน
"เราอย่าเพิ่งไปยุ่งกับศพเลย เขาตายสภาพสยองขนาดนี้ บางทีผีอาจจะพยายามเตือนอะไรเราอยู่" เวินอี้วิเคราะห์ แล้วหันไปถามหวงลี่น่าในอ้อมกอด
"เมื่อวานตอนกลับเข้าห้องไป หม่าเยว่มีท่าทางอะไรแปลกๆ ไหม?"
หวงลี่น่าส่ายหน้า"ไม่มีค่ะ เมื่อคืนฉันบอกเขาว่าให้แยกกันนอน ฉันนอนที่พื้น ส่วนเขาก็นอนบนเตียงแล้วก็หลับไปเลย"
เพราะอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายอีกคน เธอเลยไม่พูดเื่ "กิจกรรม" กับหม่าเยว่ออกไป
"มีค่ะ" ชิงหลี่โพล่งขึ้นมา
ผู้เล่นทุกคนหันไปมองเธอ เห็นชิงหลี่ค่อยๆ ชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของทุกคน เธอเอ่ยเนิบๆ ว่า: "1 นาทีค่ะ"
"ฮะ?" ทุกคนทำหน้าเครื่องหมายคำถาม
ชิงหลี่: "เมื่อคืนห้องข้างๆ หม่าเยว่ทำเสร็จภายใน 1 นาทีค่ะ"
ทุกคน: "......"
