ตำแหน่งที่เย่เฟิงอยู่เป็ตำหนักศิลาอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีเพียงทางเข้าออกเดียวที่สามารถไปสู่ด้านนอกได้ ตำหนักศิลานี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึงสิบเมตร มีแท่นศิลาที่แกะสลักเป็อักขระลึกลับวางไว้กลางห้อง บนแท่นศิลาจารึกมีศิลาิญญาแห่ง์ทรงกลมวางไว้ พื้นผิวราบเรียบและโปร่งใส เขาััได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในศิลา มันดูราวกับเป็สมบัติของเทพเซียน
สมบัติที่แหวนกระบี่ัโบราณของเย่เฟิงกำลังตามหา คงเป็ศิลาิญญาแห่ง์ชิ้นนี้นี่เอง
เขาประคองร่างบางของซูเฟยหยิ่งขึ้น ก่อนนำกระจกครอบสุริยะออกจากแหวนมิติ ส่งพลังชี่เข้าไปกระตุ้นเพื่อใช้กระจกดูดซับพิษในร่างของอาจารย์ สามารถพูดได้ว่าซูเฟยหยิ่งโชคร้ายยิ่งนัก เธอถึงกับถูกพิษติดต่อกันถึงสองครั้ง แต่ยังโชคดีที่มีกระจกครอบสุริยะอยู่…
แบบนี้ไม่ถูกต้อง
เย่เฟิงขมวดคิ้วเมื่อพบว่ากระจกครอบสุริยะไม่สามารถดูดซับพิษในร่างของซูเฟยหยิ่งออกไปได้ทั้งหมด อีกทั้งไม่สามารถขจัดพิษที่ดูดซับจากในร่างได้ด้วย พิษของแมงมุมดำั์ตัวนี้ คาดไม่ถึงว่าจะรุนแรงเกินกว่าขอบเขตของเครื่องมือขั้นจิติญญาเสียอีก!
“หรือว่าพิษนี่…”
ซูเฟยหยิ่งเองก็ตระหนักได้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก คิ้วสวยขมวดเป็ปม ไม่ว่าใครที่ได้เห็นต้องรู้สึกสงสารเห็นใจ
ร่างนุ่มนิ่มของเธอซบไหล่ของเย่เฟิงอย่างไร้เรี่ยวแรง หลังจากใช้พลังชี่ออกไปจนหมดยังต้องถูกพิษร้ายแรงเช่นนี้อีก หากเป็คนอื่นคงจะหมดหวังไปแล้ว หญิงสาวเป็คนที่มีจิตใจแน่วแน่เข้มแข็งกว่าคนทั่วไป ถึงจะรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีก็ยังคงฝืนมีสติไว้
เย่เฟิงกอดเธอแน่น รู้สึกว่าร่างในอ้อมกอดเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เขารู้ได้ทันทีว่าทุกอย่างกำลังแย่ลง ใน่เวลานั้น ชายหนุ่มไม่นึกสนใจศิลาิญญาแห่ง์ที่อยู่กลางตำหนักศิลาเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเอื้อมมือไปฉีกชุดกระโปรงสีขาวของซูเฟยหยิ่ง
“อืม…”
ซูเฟยหยิ่งร้องเสียงแ่เบา ราวกับรู้ว่าเย่เฟิงจะทำอะไร ทว่าเธอไม่มีแรงมากพอที่จะห้ามปราม ทำได้แต่ใช้มือนุ่มนิ่มดันแผ่นอกของเขาเอาไว้
ที่ผ่านมาไม่มีใครเคยใกล้ชิดกับเธอมาก่อน ใน่เวลาที่ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ เกรงว่าต่อให้เป็เพียงบุรุษร่างกายแข็งแกร่งก็สามารถรังแกเธอได้อย่างง่ายดาย หากผู้คนในโลกเทวะรู้เื่นี้เข้าย่อมตกตะลึงอ้าปากค้างเป็แน่ น่าเสียดายที่ในสายตาของเย่เฟิง เื่พวกนี้ไม่ใช่เื่ดีอะไร
ภายในวิหารโบราณแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย ไม่รู้ด้วยว่าในโลกเทวะมีวิหารเช่นนี้อยู่หรือไม่ สถานที่ที่มีแมงมุมดำั์ดุร้ายเช่นนี้ อีกทั้งนี่เป็เพียงมุมหนึ่งของวิหารโบราณเท่านั้น หาก้าออกจากวิหารโบราณแห่งนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอันตรายอีกมากน้อยเพียงใด ในสถานการณ์ที่ซูเฟยหยิ่งถูกพิษ เห็นได้ชัดว่ามันยิ่งทำให้พวกเขากังวลมาก!
เย่เฟิงไม่ลังเลที่จะฉีกชุดกระโปรงส่วนล่างของซูเฟยหยิ่งออก จากนั้นก้มหน้าอ้าปากประกบต้นขาขาวของเธอ ชายหนุ่มพยายามดูดพิษที่แมงมุมดำั์แทงเข้าไปจากาแนั้น ชายหนุ่มแทบไม่สนใจในัันุ่มนิ่มจากต้นขาเรียวงามของซูเฟยหยิ่งเลย สิ่งแรกที่เย่เฟิงต้องทำในเวลานี้คือการดูดพิษออกมาก่อน เขาโคจรพลังชี่ไว้ในร่าง ในเวลาเดียวกันก็เร่งดูดพิษในร่างของซูเฟยหยิ่งออกมา!
ซูเฟยหยิ่งกัดริมฝีปากแดงของตัวเองแน่น มือขาวบีบหัวไหล่ของเย่เฟิง แผ่นหลังพิงไปยังส่วนโค้งของกำแพงตำหนักศิลา เรียวขาขาวทั้งสองต่างเหยียดเกร็ง ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ั้แ่เล็กตลอดจนฝึกพลังมา นี่เป็ครั้งแรกที่หญิงสาวได้ใกล้ชิดกับบุรุษเช่นนี้ อย่างไรก็ตามทุกอย่างที่เย่เฟิงทำล้วนเกิดจากสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้เธอไม่คิดมากกับเื่ที่เกิดขึ้น
เมื่อเย่เฟิงดูดพิษไปแล้ว เขาจะเป็อย่างไรกันนะ?
ชุดกระโปรงของซูเฟยหยิ่งถูกฉีกเละเทะ ท่าทางเ็าของเธอก็มลายหายไปด้วย ใบหน้าสวยขึ้นสีราวกับเขินอาย ทำให้เธอดูเหมือนหญิงสาวขี้อายทั่วไป ทว่าในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็แฝงด้วยความกังวล
“พิษน่าจะหมดแล้ว” ผ่านไปสักพักเย่เฟิงก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาเริ่มดำคล้ำ ทว่าเขายังยิ้มออก “พิษแมงมุมนี่ร้ายแรงจริงด้วยครับ…”
เขาเหลือบมองกระจกครอบสุริยะที่อยู่ในมือจึงพบว่าเครื่องมือขั้นจิติญญานี้กลายเป็สีดำคล้ำเช่นกัน ดูเหมือนว่ามันดูดซับพิษเอาไว้มากเกินไป จำเป็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะขจัดพิษออกจากตัวมันได้
“นายเป็ยังไงบ้าง?”
ซูเฟยหยิ่งไม่สนใจอะไรอีก เธอรีบััใบหน้าดำคล้ำของเย่เฟิง ดวงตาคู่สวยฉายแววกังวลชัดเจน
“ผมไม่น่าจะเป็อะไร…”
เย่เฟิงพึมพำเชื่องช้า ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป็ดำคล้ำ เห็นได้ชัดว่าพิษที่เขาได้รับนั้นร้ายแรงมาก!
เขาคลายมือขวาที่ประคองซูเฟยหยิ่งออก ก่อนกำหมัดแน่นพลางเหลือบมองแหวนกระบี่ัโบราณในมือ ของสิ่งนี้ติดตามเขามาั้แ่เขามายังโลกใบนี้ แม้จะไม่รู้ว่ามันเป็อาวุธวิเศษระดับใด แต่ก็เป็มรดกตกทอดมาจากกระบี่ัในตำนาน
ั้แ่เริ่มแรก แหวนกระบี่ัโบราณช่วยเหลือเขามาแล้วหลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะแหวนกระบี่ัโบราณ การกระทำทุกอย่างของเขาบนโลกนี้คงไม่มีวันราบรื่นอย่างที่เป็อยู่ หรืออาจกระทั่งตกตายไปแล้วหลายครั้ง การมีอยู่ของแหวนกระบี่ัโบราณมีผลต่อเขามาก!
กระทั่งผลกระทบจากการใช้วิชาข้ามผ่านม่านเมฆ แหวนกระบี่ัโบราณยังช่วยให้เขาไม่เป็อะไร สิ่งนี้ทำให้เย่เฟิงเข้าใจดีว่าแหวนวงนี้เป็สมบัติล้ำค่ามากเพียงใด ตราบใดที่มีแหวนกระบี่ัโบราณอยู่ หากจุดก่อกำเนิดของเขาถูกทำลาย เขาก็ยังสามารถโคจรพลังเพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ใช่หรือไม่?
ไม่แปลกใจที่มีข่าวลือกล่าวขานกันมาว่าผู้สืบทอดกระบี่ันั้นมี ‘ร่างะ’ …
ขณะนั้นเอง สีหน้าของซูเฟยหยิ่งเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท้ายที่สุดแหวนกระบี่ัโบราณส่งพลังที่มีกลิ่นอายเย็นสบายแทรกซึมไปยังร่างที่ถูกพิษของเย่เฟิงอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เบาบางกว่าครั้งก่อนมาก เบาบางจนคล้ายกับว่าไม่มีอยู่ สิ่งนี้ทำให้เย่เฟิงเข้าใจอย่างชัดเจนว่าใน่เวลาอันสั้นนี้ แหวนกระบี่ัโบราณจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้อีก
แน่นอนว่าเพียงสามารถเอาชีวิตรอดจากพิษแมงมุมดำั์ตัวนั้นได้ก็นับว่าดีมากแล้ว เขาจึงไม่หวังพึ่งพามันมากเกินไป
เย่เฟิงกระแอมไอก่อนลุกขึ้นยืน สีหน้าดำคล้ำของเขาเริ่มดูดีขึ้น พร้อมกับพิษในร่างค่อยๆ สลายไป
สิ่งนี้ทำให้ซูเฟยหยิ่งที่คอยมองอยู่รู้สึกประหลาดใจ มรดกตกทอดกระบี่ันั้นมีประสิทธิภาพมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ไม่แปลกที่คนมากมายในโลกเทวะเฝ้าตามหาเพื่อมัน!
น่าเสียดายที่ต่อให้อยากแหวนมากเพียงใด แต่หากไม่ได้การยอมรับจากแหวน มันก็กลายเป็เพียงของไร้ประโยชน์ เช่นเดียวกับที่เมื่อก่อนราชันหั่วยวินเยาได้รับแหวนมาโดยบังเอิญ แต่ตอนที่แหวนอยู่กับเขา มันกลับเป็เพียงแหวนธรรมดาวงหนึ่ง ไม่มีประโยชน์ใช้สอย กระทั่งตัวอักษรคำว่า ‘กระบี่ั’ ยังไม่ปรากฏให้เห็น ดังนั้นจึงมันจึงถูกโยนทิ้งลงกองขยะ
เมื่อเห็นว่าเย่เฟิงเริ่มฟื้นตัว ซูเฟยหยิ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อหวนนึกถึงฉากที่เย่เฟิงดูดพิษให้เธออย่างไม่ลังเล ฉับพลันนั้นใบหน้าสวยก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ
นี่มันเป็ครั้งแรกในชีวิตของเธอเลย เ้าเด็กนี่ถึงขั้นกล้าเสียมารยาทเช่นนี้ เขายังเห็นเธอเป็อาจารย์อยู่หรือเปล่า?
น่าเสียดายที่ซูเฟยหยิ่งทำเพียงค่อนขอดชายหนุ่มในใจ เพราะเย่เฟิงช่วยชีวิตเธอเอาไว้ หากเธอยังต่อว่าเขาอีกจะไม่ไร้มโนธรรมไปหน่อยหรือ? หญิงสาวไม่ใช่บุคคลที่ไร้สำนึกต่อผู้มีบุญคุณเสียหน่อย
แม้เย่เฟิงจะเป็ศิษย์ของเธอ แต่สถานการณ์เมื่อครู่ หากเป็คนอื่นเกรงว่าคงยากที่จะมีคนยอมเสี่ยงชีวิตดูดพิษเพื่อช่วยเธอ หากไม่ใช่เพราะแหวนกระบี่ัโบราณ ไม่ใช่ว่าเย่เฟิงจะตกตายไปแล้วหรอกหรือ?
เื่นี้ทำให้สีหน้าของซูเฟยหยิ่งฉายแววโกรธและละอายใจสลับไปมา ทว่าสีหน้าสับสนของเธอในยามนี้ช่างชวนมอง ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็สาวงามล่มเมือง!
เย่เฟิงเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าหลากอารมณ์ของอาจารย์สาว เขาก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
