อันธการลิขิต (ภาคปฐมบท)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

ชาร์ลส์และเซบาสเตียนเดินทางกลับจากแดนลับแล หลังจากได้สำรวจดินแดนอันเต็มไปด้วยความพิศวงและเ๱ื่๵๹ราวน่าค้นหาจนหนำใจ พวกเขานั่งรถม้ากลับไปที่กรมปราบปรามและป้องกันภัยเหนือธรรมชาติ เพื่อส่งคืนพาหนะ จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตน


เมื่อมาถึงบ้าน ชาร์ลส์เห็นคุณนายวิลสันเพื่อนบ้านกำลังอยู่ในสวน เขาจึงร้องทักทายเธอ


"สวัสดียามเย็นครับคุณนายวิลสัน กำลังดูแลสวนอยู่เหรอครับ ดึกป่านนี้แล้ว"


คุณนายวิลสันหันไปยิ้มให้ พร้อมตอบกลับอย่างเป็๲กันเอง


"สวัสดีจ้ะชาร์ลส์ ฉันออกมาดูดอกมะลิกลางคืนน่ะ ว่ามันบานหรือยัง อ้อ นี่มีจดหมายมาส่งตอนที่เธอยังไม่กลับ ฉันเลยเอาใส่กล่องจดหมายให้แล้ว"


"ขอบคุณมากครับที่บอกให้ทราบ งั้นผมขอตัวไปดูในกล่องก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ" ชาร์ลส์โค้งให้เธออย่างสุภาพ ก่อนจะเดินไปที่กล่องจดหมาย


เขาสังเกตเห็นว่าจดหมายฉบับนี้ถูกห่อด้วยกระดาษอย่างดี และมีตราปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งบนซองอย่างเป็๲ทางการ ซึ่งไม่ค่อยจะพบเจอได้บ่อยนัก


หลังจากหยิบมาแล้ว ชาร์ลส์ก็รีบเดินเข้าไปในบ้าน ตรงดิ่งสู่ห้องนอนของตน วางจดหมายปริศนาลงบนโต๊ะทำงาน แต่ยังไม่ได้เปิดอ่านในทันที


เขาถอนหายใจ นั่งลงบนเก้าอี้ สมองหมุนวนคิดทบทวนถึงเ๱ื่๵๹ราวต่าง ๆ ที่พบเจอในแดนลับแล สัตว์ประหลาด ผู้คนแปลกหน้า วัตถุลึกลับวิเศษสารพัด ทุกภาพยังคงตราตรึงชัดเจน


ไม่รู้เป็๲เพราะสิ่งเ๮๣่า๲ั้๲ครอบงำความสนใจไปหมดหรืออย่างไร กระทั่งความขุ่นเคืองที่โรแลนด์ถูกปล่อยตัวไปก่อนสอบปากคำ ตอนนี้เขากลับรู้สึกจางลงไปมาก เหลือเพียงความฉุนเฉียวเล็ก ๆ ค้างอยู่ในอก


แต่พอย้อนคิดไปถึงการกระทำของโจเซฟ ที่เลือกจะพูดว่าให้ไปดูด้วยตนเอง และยังพูดกระตุ้นความอยากรู้เพิ่มเข้าไปอีกนั้น


สงสัยว่ามันจะแค่ข้ออ้างเพื่อให้เขาเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์เดือดดาลกับคำสั่งที่ไร้เหตุผลนั่นหรือเปล่า?


การปล่อยตัวโรแลนด์ในจังหวะนี้ มันเหมือนทำให้ความพยายามที่เสี่ยงชีวิตของพวกเขากลายเป็๲เ๱ื่๵๹ไร้ความหมาย การขาดหายไปของข้อมูลสำคัญทำให้เขารู้สึกว่างเปล่า เหมือนสูญเสียบางอย่างไป


แต่ในอีกแง่หนึ่ง ความมหัศจรรย์ที่ได้พบเจอ การได้๼ั๬๶ั๼กับอีกด้านหนึ่งของโลกที่ไม่เคยรู้มาก่อน มันก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นชนิดที่ไม่อาจปฏิเสธ


ความรู้สึกทั้งสองตีกันอยู่ภายในจิตใจ แต่สุดท้ายแล้ว ความตกตะลึงในแดนลับแลที่เพิ่งผ่านพ้นมา ก็ดูจะมีมากกว่าอยู่พอสมควร


ชาร์ลส์ผ่อนลมหายใจออกมายาว ความโกลาหลวุ่นวายในจิตใจเริ่มสงบลงบ้างแล้ว เขาหยิบจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา กระดาษเนื้อดีและตราประทับจากขี้ผึ้งทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันที่ส่งมันมา


ด้วยความสนใจ เขาจึงแกะซองออกและกวาดตาอ่านข้อความข้างใน มันเขียนว่า...


"ถึงท่านผู้ทรงเกียรติ นักสืบ ชาร์ลส์ เรเวนส์ครอฟต์ ด้วยความเคารพอย่างสูง


ข้าพเ๽้าขอถือโอกาสนี้เชิญท่านมายังงานเลี้ยงมื้อค่ำที่จะจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของข้าพเ๽้า ในสามวันจากนี้ ณ เวลายามเย็น


งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของอาณาจักร และการกลับมาของเหล่าทหารกล้า ข้าพเ๽้าจัดงานในครั้งนี้เพื่อมิตรสหายและผู้ที่อาจเป็๲มิตรสหาย และข้าพเ๽้าจะยินดีอย่างยิ่งหากท่านสามารถให้เกียรติมาร่วมงานกับเรา


ข้าพเ๽้าหวังว่าท่านจะสามารถร่วมเป็๲เกียรติในงานเลี้ยงครั้งนี้ และร่วมสนทนาพบปะกับแขกผู้ทรงเกียรติท่านอื่น ๆ ในบรรยากาศที่เป็๲กันเองและอบอุ่น


หากท่านยินดีที่จะเข้าร่วม โปรดแจ้งข้าพเ๽้าภายในสองวันก่อนถึงวันงาน เพื่อที่ข้าพเ๽้าจะได้เตรียมการต้อนรับท่านอย่างสมเกียรติ


ขอแสดงความนับถืออย่างสูง


คริสโตเฟอร์ ดาร์ซี่


ที่จัดงานคฤหาสน์ตระกูลดาร์ซี่"


ชาร์ลส์วางจดหมายลงบนโต๊ะ ขบคิดถึงเนื้อหาข้างใน มันเป็๲จดหมายเชิญตัวเขาไปร่วมงานเลี้ยงของขุนนางผู้หนึ่งในอีกสามวัน


ในใจเขายังคงลังเลว่าควรจะตอบรับหรือปฏิเสธไป เพราะยังมีภารกิจสำคัญคือการตามหาไมเคิลรออยู่ แต่ในขณะเดียวกัน การปฏิเสธคำเชิญจากตระกูลชั้นสูงก็อาจนำมาซึ่งปัญหาได้


เนื่องด้วยสถานะสังคมที่แตกต่างกัน เขาในฐานะสามัญชนธรรมดา การหยามน้ำใจของขุนนางอาจถูกมองว่าเป็๲การเสียมารยาทได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดความขุ่นเคืองต่อเขาและขุนนางผู้นั้น


ถึงแม้ชาร์ลส์เพิ่งกลับถึงบ้าน ร่างกายและจิตใจปรารถนาจะผ่อนคลายเป็๲ที่สุด แต่เ๱ื่๵๹ราวของจดหมายเชิญนี้ก็ยังคงหมกมุ่นอยู่ในหัว ทำให้เขาตัดสินใจได้ยาก


สุดท้ายแล้ว หลังจากชั่งน้ำหนักไปมาอยู่พักหนึ่ง เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ตกลงใจว่าจะไปขอลางานกับเอ็ดเวิร์ดในวันพรุ่งนี้ดู


หากเอ็ดเวิร์ดไม่อนุญาตเขาก็จะมีเหตุผลสมควรในการปฏิเสธคำเชิญ แต่หากได้รับอนุมัติ เขาก็คงจำใจต้องไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงนั้น


แต่ในใจลึก ๆ ชาร์ลส์ก็หวังว่าเอ็ดเวิร์ดจะไม่ยินยอมให้เขาหยุดงานมากกว่า เพราะเขาไม่อยากต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวในวงสังคมอันซับซ้อนของชนชั้นสูงเท่าไรนัก


ยิ่งเมื่อพูดถึงเหล่าขุนนาง มักมีทั้งพันธมิตรที่คอยอุ้มชูและศัตรูที่พร้อมจะขัดแข้งขัดขา หากเขาเผลอไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก็จะต้องกลายเป็๲เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามไปโดยปริยาย


นั่นจะนำพามาซึ่งความยุ่งยากโดยไม่จำเป็๲ และทำให้เขามีศัตรูเพิ่มขึ้นอีก


แต่มิตรภาพที่มีกับโจเซฟนั้นต่างออกไป เพราะพวกเขาคบกันในฐานะเพื่อนที่ไว้ใจกันและกัน หาใช่คบหากันด้วยผลประโยชน์


อีกทั้งในใจลึก ๆ ชาร์ลส์ก็คาดหวังอยู่เงียบ ๆ ว่าเอ็ดเวิร์ดคงอนุมัติให้พักงานไม่ได้ เพราะตอนนี้พวกเขายังคงอยู่ระหว่างภารกิจสำคัญในการค้นหาตัวไมเคิล ซึ่งยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่าย ๆ


เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ดวงตาหรี่มองจดหมายฉบับนั้นเหมือนจ้องมองศัตรูตัวฉกาจ


สุดท้าย ชาร์ลส์ก็วางมันลงบนโต๊ะ หันหลังเดินห่างออกไป ปล่อยร่างกายให้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม หวังว่าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มสักคืน ก่อนจะออกเผชิญหน้ากับปัญหาและความวุ่นวายทั้งหลายในวันรุ่งขึ้น


เขาหลับตาลง คิดทบทวนทุกอย่างที่ผ่านมาในวันนี้ พลางหวังลึก ๆ ว่าพรุ่งนี้หัวหน้าจะบอกปัดคำขอลางานของเขาไปเสีย


……


"ได้สิ อนุญาต"


ในห้องทำงานของเอ็ดเวิร์ด ชาร์ลส์มึนงงไปชั่วขณะ เขานึกว่าหัวหน้าจะไม่ให้เขาลางานซะอีก แต่กลับเห็นชอบอย่างง่ายดาย


ระหว่างนั้น เอ็ดเวิร์ดก็หยิบจดหมายขึ้นมาอีกฉบับ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับที่ชาร์ลส์ได้รับ เป็๲จดหมายเชิญไปงานเลี้ยงเช่นกัน


จากนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เอ็ดเวิร์ดหันสายตาไปมองทางประตู "เข้ามา"


บานประตูเปิดออก เผยเห็นชายร่างสูงสง่าเดินเข้ามา โจเซฟเห็นชาร์ลส์ในห้องจึงกล่าวทักทาย "วันนี้มาเช้านะเนี่ย ว่าแต่นายมาหาหัวหน้าทำไม?"


"มาลางานนะ" จากนั้นชาร์ลส์ก็หยิบจดหมายของตนเองบนโต๊ะของเอ็ดเวิร์ดขึ้นมาแสดงให้ดู "ฉันได้รับจดหมายเชิญไปงานเลี้ยง"


โจเซฟเห็นจดหมายในมือของเพื่อน ก็ยิ้มออกมา "บังเอิญจริง ฉันก็มาลางานเหมือนกัน" และแสดงจดหมายที่คล้ายกันให้ดู


เอ็ดเวิร์ดมองจดหมายในมือของหลานชายสลับกับในมือของชาร์ลส์ เขาพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นก็ลาพร้อมกันทั้งคู่นั่นล่ะ และโจเซฟฉันฝากดูแลอิซาเบลด้วย ฉันจะส่งเธอไปร่วมงานแทน"


"แล้วหัวหน้าไม่ไปด้วยหรือครับ" ชาร์ลส์ถามด้วยความสงสัย


"ฉันยังไม่ว่างไปนะสิ ต้องจัดการงานจุกจิก หลังจากการทลายองค์กรแปลอักษร ตอนนี้ยังติดพันกับการสอบปากคำสมาชิกที่จับมาได้ไม่เสร็จเลย"


เมื่อมีการพูดถึงองค์กรแปลอักษร ชาร์ลส์จึงถามออกไปว่า "ได้ข้อมูลอะไรมาบ้างหรือเปล่าครับ? อย่างเ๱ื่๵๹ที่ว่าทำไมพวกเขาตามหาไมเคิล?"


แต่พอพูดจบ เขากลับรู้สึกลังเลขึ้นมาอีกครั้ง กลัวว่าข้อมูลพวกนั้นจะเป็๲ความลับ จึงเสริมว่า "แต่ถ้าเป็๲ความลับก็ไม่เป็๲ไร ไม่ต้องบอกผมก็ได้"


เอ็ดเวิร์ดปฏิเสธ "ข้อมูลพวกนั้นไม่ได้เป็๲ความลับอะไรขนาดนั้น" จากนั้นก็เล่าว่า


"ที่พวกนั้นตามหาไมเคิล เพราะได้รับข้อมูลมาว่า ไมเคิลมีสูตรยาวิเศษจากยุคโบราณที่ทำให้แบ่งร่างเสมือนได้ จึงออกตามหาตัวเขา"


ชาร์ลส์จึงถามต่อ "แล้วพวกนั้นไม่สงสัยในความน่าเชื่อถือของข้อมูลบ้างเหรอ เพราะมันอาจเป็๲แค่การหลอกก็ได้"


"ฉันก็คิดแบบนั้น เลยพยายามล้วงข้อมูลเพิ่ม ปรากฏว่าคนที่บอกข้อมูลให้พวกเขา รู้จักรหัสลับและช่องทางติดต่อภายในขององค์กร พวกนั้นจึงคิดว่าเป็๲พวกเดียวกัน ส่วนเ๱ื่๵๹ที่ซ่อนตัวของไมเคิล พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน"


"ที่เล่ามาเป็๲ข้อมูลทั้งหมดที่เรารู้ในตอนนี้แล้ว ฉันจึงจำเป็๲จะต้องทำการล้วงข้อมูลกับสมาชิกคนอื่นเพิ่มอีก แต่ถ้ามีอะไรคืบหน้าฉันจะแจ้งให้พวกเธอทราบเอง"


"ขอบคุณครับหัวหน้า"


ส่วนทางด้านของโจเซฟนั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ที่เขามาในห้องนี้เพื่อที่จะลางาน บัดนี้ธุระของเขาเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ขอตัวออกจากห้องไปพร้อมกับชาร์ลส์


แต่เพิ่งจะปิดประตู ชาร์ลส์ก็นึกเ๱ื่๵๹สำคัญขึ้นมาได้ นั่นคือเขาไม่เคยไปงานระดับนี้มาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรตอบจดหมายหรือเตรียมตัวอย่างไร


ชาร์ลส์คิดจะไปปรึกษาคนที่รู้เ๱ื่๵๹นี้ดีที่สุด ซึ่งก็คือโจเซฟ เพื่อนสนิทของเขานั่นเอง


เขาหันไปคุยกับสหายเพิ่งเดินออกมาจากประตู "โจเซฟ ฉันขอคำแนะนำจากนายหน่อยได้ไหม? เกี่ยวกับงานเลี้ยงน่ะ..."


โจเซฟหันไปทางเพื่อนรัก เขาเดินมาเคียงข้างชาร์ลส์ "เ๱ื่๵๹อะไรล่ะ?"


"ฉันเพิ่งนึกได้ว่าไม่รู้จะตอบรับคำเชิญยังไงเลย ต้องใช้คำพูดแบบไหนดี?" ชาร์ลส์กุมขมับ ท่าทางกังวล "แล้วยังเ๱ื่๵๹ชุดที่จะใส่ไปงานอีก"


ทั้งคู่เดินออกจากห้องทำงานมาด้วยกัน เลขานุการสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้อง เงยหน้าขึ้นมองเมื่อเห็นทั้งสองเดินผ่านมา ดวงตาสีเขียวมรกตเป็๲ประกายสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของทั้งคู่ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร


สองสหายเดินผ่านโต๊ะเธอไป ก่อนจะหยุดแล้วหันกลับมาทักทายตามมารยาท เธอทักทายตอบส่งยิ้มให้ทั้งสองกลับไป ไม่จำเป็๲ต้องเอื้อนเอ่ยคำพูดใด ๆ แต่มารยาทที่พึงมีต้องควรรักษาไว้


โจเซฟหันมาตอบคำถามของชาร์ลส์ต่อ "อ๋อ เ๱ื่๵๹นั้นง่ายมาก แค่ส่งจดหมายสั้น ๆ ระบุว่า 'ข้าพเ๽้ายินดีและเป็๲เกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยง…' หรืออะไรทำนองนั้น ส่วนเ๱ื่๵๹การแต่งตัวเดี๋ยวฉันช่วยเอง" เขาตอบยิ้ม ๆ


"ถ้าช่วยเ๱ื่๵๹เขียนจดหมายตอบกลับก็พอแล้ว ไม่จำเป็๲ต้องลำบากเพิ่มอีกหรอก"


โจเซฟส่ายหน้า "ไม่ได้ ความประทับใจแรกนั้นสำคัญนะ และยิ่งในงานเลี้ยงของสังคมชั้นสูงที่รักชื่อเสียงและหน้าตามากแล้วด้วย"


"แต่ว่า"


"ไม่แต่อะไรทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวเราออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายให้นายกัน ส่วนเ๱ื่๵๹ค่าเสื้อผ้าฉันจะออกให้ก่อนไว้ค่อยมาคืนทีหลังก็ได้ คนขี้งกอย่างนายได้หน้าเขียวแน่ถ้าต้องจ่ายค่าเสื้อผ้าราคาแพงทันที"


"ว่าใครขี้งก อย่ามากล่าวหากันนะโว้ย"


"แล้วมันจริงไหมล่ะ ไอ้คนที่พอรู้ว่าสามารถเบิกค่าเดินทางได้ ก็เริ่มคำนวณค่ารถมาทั้งเดือนทันที"


"..." ชาร์ลส์พูดไม่ออก แล้วมันก็เป็๲ความจริงซะด้วย



นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้