เมื่อมองไปยังผู้าุโที่มีร่างง่อนแง่นนั้น และมองไปยังใบหน้าอันแก่ชราที่ดูเหมือนตูดลิง รวมถึงจมูกที่แดงก่ำเหมือนคนดื่มสุรา ฉินอวี่ก็ตกตะลึงไปในทันที!
สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ไม่อยากเชื่อสายตาของตนเองเลยนั่นคือ ร่างกายที่ง่อนแง่นนี้ ใบหน้าที่ดูเหมือนลิงนี้ จมูกแดงราวกับคนเมานี้... คนผู้นี้หากไม่ใช่อาจารย์หวงถิงจะเป็ใครได้อีก?
นี่มันเื่อะไรกัน?
แม้ว่าระดับจิตใจของฉินอวี่จะสูงมาก แต่ในตอนนี้เขาก็รู้สึกเหมือนตนเองกำลังตกอยู่ในภาพมายา เอ่อ... อาจารย์หวงถิงของเขา ไม่เพียงจะไม่ถูกจับไว้ แต่ยัง... เดินไปมาได้อย่างอิสระในคุกโหมวเทียน ยิ่งไปกว่านั้น... ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้าุโที่มีสถานะพิเศษคนนี้อีกด้วย?
ผู้าุโโหมวเทียน? หรือว่าผู้าุโคนนี้ก็คือโหมวเทียนหวังถงนู่ ที่หลัวชิงเยว่พูดถึง? และดูเหมือนว่าอาจารย์หวงถิง... จะไม่เกรงกลัว
โหมวเทียนหวังเลยแม้แต่น้อย และยังเรียกว่า... เด็ก... เด็กน้อยโหมวเทียนหวังอีกด้วย?
ฉินอวี่รู้สึกสับสนเป็อย่างยิ่ง เขารู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ก็ยังคงนิ่งสงบไว้เช่นเดิม มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ดูผิดปกติไปเล็กน้อย
ใบหน้าของโหมวเทียนหวังถงนู่ดูเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาจ้องมองไปยังหวงถิงที่กำลังเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้งอย่างเ็า และพูดอย่างเฉยเมย “ข้าต้องขอเตือนเ้าอีกครั้ง อย่าวิ่งไปมามั่วๆ ในคุกโหมวเทียน ไม่เช่นนั้น เกิดอะไรขึ้นมาเ้าเองจะรับผิดชอบไม่ไหว!” ถงนู่รู้สึกปวดหัวกับชายคนนี้อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะสถานะที่มีความพิเศษของเขา ถงนู่คงกำจัดเขาออกไปจากคุกโหมวเทียนแล้ว
หวงถิงมาหยุดอยู่ตรงหน้าของถงนู่ ดวงตาที่ขุ่นมัวทั้งสองข้างกำลังจ้องมองมาอย่างดุเดือด และพูดขึ้นเสียงดัง “ถ้ากล้าจริงก็เข้ามาฆ่าข้าเลยสิ จะมาขโมยดื่มเหล้าของข้าทำไม?”
“ข้าไม่ได้เอาเหล้าของเ้าไป!” ถงนู่มีสีหน้าดุร้ายอย่างยิ่ง ด้วยสถานะที่สูงส่งจึงทำให้เขาเป็ที่น่าเกรงขาม เพียงพูดออกมา ก็รู้สึกถึงความกดดันอย่างสูงสุด
“ไม่ได้เอาไปหรือ? เอาไปหรือไม่เ้าก็น่าจะรู้ดีแก่ใจ เ้าไม่ได้เอาไป แต่เ้าอีกคนล่ะ?” หวงถิงมีสีหน้าเย้ยหยัน จ้องไปยังดวงตาที่กำลังโกรธเคืองของถงนู่อย่างไม่เกรงกลัว
ถงนู่จ้องมองหวงถิงด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เป็เพราะการเฝ้าปกป้องคุกโหมวเทียน ถงนู่จึงถูกแต่งตั้งเป็โหมวเทียนหวัง แต่แตกต่างจากผู้นำตำแหน่งหวังคนอื่นๆ ถงนู่ไม่ได้เป็คนของค่ายทหารของเต้าจวินคนไหนเลย อาจพูดได้ว่า เขาอยู่เหนือการระดมพลของต้าหลัวเต้าจวินและหยินหยางเต้าจวิน ตำแหน่งของเขาในแดนต้าโหมวเทียนถือว่าต่ำกว่าเต้าจวินทั้งสอง แต่สูงกว่าผู้คนทั่วไปนับหมื่น
ฉินอวี่จ้องมองอาจารย์หวงถิงอย่างตกตะลึง เขาแน่ใจอย่างยิ่ง ว่าคนตรงหน้าที่กล้าตะเบ็งเสียงดังใส่โหมวเทียนหวังคืออาจารย์หวงถิง
สิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่ทั้งประหลาดใจทั้งยินดี ยินดีที่อาจารย์หวงถิงเข้ามายังแดนต้าโหมวเทียนเพื่อตามหาตนเองจริงๆ แต่ก็ประหลาดใจที่อาจารย์หวงถิงในตอนนี้... มีสถานะเช่นไรกันแน่? เขาไม่ถูกจับตัวไว้หรือ?
ฉินอวี่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ตนเองมองอาจารย์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ออกจริงๆ ... เดิมทีคิดว่าเขาน่าจะถูกจับไปแล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะอยู่ในคุกโหมวเทียนได้อย่างอิสระ เท่านั้นยังไม่พอ เขายังกล้าเสียงดังใส่ผู้อารักขาโหมวเทียนหวังอีกด้วย
“บอกมา! แล้วเ้าอีกคนหนึ่งล่ะ เ้ากล้าสาบานด้วยจิตแห่งเต๋าของเ้าหรือไม่ หากเ้าเอาเหล้าของข้าไปขอให้ขาดลูกสิ้นหลาน? เ้าหนุ่ม มานี่สิ เ้ามาเป็พยานให้ข้าด้วย!” เมื่อเห็นถงนู่ไม่ตอบอะไร หวงถิงก็พูดอย่างโกรธเคือง พูดจบ ดวงตาที่ขุ่นมัวคู่นั้นก็หันมาทางฉินอวี่
เมื่อสายตาของเขาสบตากับอาจารย์หวงถิง ฉินอวี่ก็ใจเต้นแรง ในสายตาของอาจารย์ ฉินอวี่มองเห็นความตื่นเต้นที่ไม่อาจบรรยายได้ มาพร้อมกับสายตาเฉียบคมที่แฝงความหมายบางอย่าง ราวกับว่ากำลังเตือนเขาให้รีบออกไปจากที่นี่
ใบหน้าของถงนู่ดูบึ้งตึงและน่ากลัว ความแค้นใจในสายตายิ่งไม่สามารถควบคุมได้ แต่ไม่นาน ความแค้นนี้ก็ถูกระงับเอาไว้ ถงนู่พูดต่อไปอย่างเ็า “เ้าหน้าที่ มาพาตัวเขาออกไป!”
ยังไม่ทันพูดจบ ชายวัยกลางคนสองคนในชุดเกราะยุทธ์ก็ปรากฏตัวขึ้น
“ใครกล้าแตะต้องข้า?” หวงถิงหยิบป้ายคำสั่งสีดำออกมาอย่างรวดเร็ว มีเงาร่างรูปคนนั่งสมาธิอยู่ด้านหน้าของป้ายคำสั่ง
ชายกลางคนทั้งสองหยุดชะงักลงทันที มองดูป้ายคำสั่งด้วยความหวาดกลัว และหันมองทางถงนู่
ถงนู่จ้องไปทางป้ายคำสั่งด้วยสีหน้าที่มืดมน หลังจากผ่านไปชั่วเวลาหนึ่ง เขาก็พูดอย่างเ็า “ข้าจะคอยดูว่าเ้าจะโอหังไปอีกนานแค่ไหน!” พูดจบ ถงนู่ก็คว้าไหล่ของฉินอวี่ก่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ฉินอวี่รู้สึกเพียงว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าเปลี่ยนแปลงไป และเขาก็มาปรากฏตัวอยู่บนถนนสายหนึ่ง สีหน้าของถงนู่ก็เปลี่ยนกลับเป็ปกติ และพูดอย่างเรียบเฉย “ต้องทำให้สหายน้อยเห็นเื่น่าขำเสียแล้ว ที่สหายน้อยพูดว่าคนอื่นนอกจากเผ่าหยาจื้อหมายความว่าอย่างไร?”
“อาจารย์ของข้าบางเวลาก็เพี้ยนบางเวลาก็ดี เขาเคยพูดว่าไม่แน่ว่าโอกาสสำคัญที่พูดถึงอาจจะไม่ใช่คนของเผ่าหยาจื้อ... ส่วนรายละเอียดที่ลึกไปกว่านั้นข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” ฉินอวี่พูดอย่างช้าๆ และไม่ทันจะให้ถงนู่ได้คิด ฉินอวี่ก็พูดอีกครั้งอย่างประหลาดใจ “ผู้าุโ คนเมื่อครู่นี้เป็ใครกัน? นึกไม่ถึงว่าจะกล้าอวดดีถึงในคุกโหมวเทียน!”
ถงนู่หรี่ตาลงอย่างไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดของฉินอวี่ เขาก็พูดขึ้นเบาๆ “คนใกล้ตายคนหนึ่ง! ผู้เฒ่าร้องไห้ยังพูดอะไรอื่นอีกไหม? อาทิเช่น หากเขาได้ยินความลับทั้งเก้าและเคล็ดวิชานั้นแล้ว จะมีปฏิกิริยาบางอย่าง และนั่นก็คือผู้มอบโอกาส?”
คนใกล้ตาย? ฉินอวี่ใ ถงนู่คงจะรู้ว่าอาจารย์ไม่ใช่คนของแดนต้าโหมวเทียน แต่เพราะอะไรเขาจึงไม่รีบฆ่าอาจารย์? ยิ่งไปกว่านั้น ป้ายคำสั่งนั่นมันเื่อะไรกันแน่? เื่ราวต่างๆ ดูเหมือนจะยิ่งสับสนมากยิ่งขึ้น
สำหรับคำพูดสุดท้ายของถงนู่ ฉินอวี่ได้ยินก็เข้าใจเป็อย่างดี ความลับทั้งเก้าเดิมทีเป็เพียงเื่ขบขันที่ไร้สาระ แต่ตอนนี้มันจะเป็เื่จริงหรือ?
หากเื่นี้ผิดพลาด ก็คงไม่เพียงแต่เหมือนโยนหินกระทบเท้าตัวเอง แต่กลับยังทำร้ายอาจารย์หวงถิงได้ด้วย!
“เื่นี้... อาจารย์บอกว่า... ผู้าุโจะเชื่อหรือ? อาจารย์ของข้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวฟั่นเฟือน บางครั้งสิ่งที่เขาพูดมาก็ไม่รู้ว่าไหนจริงไหนเท็จ แต่ข้าพอจะบอกได้จากคำพูดของอาจารย์ หากสามารถจับคู่กับเคล็ดวิชาได้... ก็น่าจะเป็โอกาสที่ตามหา” ฉินอวี่เกาศีรษะ และพูดอย่างทุกข์ใจ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันกับความลับทั้งเก้า?” ถงนู่คิดอย่างรอบด้าน รู้สึกได้ถึงความผิดปกติในคำพูดของฉินอวี่ และพูดไปเบาๆ
ฉินอวี่ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเขาเคร่งขรึม หลังจากนิ่งอยู่นาน จึงพูดขึ้นช้าๆ “หากสอดคล้องกัน เราก็จะพบหนึ่งในความลับทั้งเก้าจากเขาคนนั้น...” ฉินอวี่พูดจบ ก็จ้องมองถงนู่ และรับรู้ได้ถึงความใของถงนู่ ดวงตาของฉินอวี่สาดส่องไปมา และแสร้งพูดอย่างสับสน “จริงสิ ผู้าุโ ความลับทั้งเก้ามันคืออะไรกันแน่?”
ถงนู่ไม่ได้ตอบอะไร ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมกว่าเก่า ดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังจมดิ่งอยู่กับคำถาม จนกระทั่งเขารู้สึกตัวกลับมา ถงนู่ก็พูดขึ้นเบาๆ “เ้าแน่ใจหรือ? ว่าโอกาสที่เราตามหาเขามีหนึ่งในความลับทั้งเก้า?”
“อาจารย์เคยบอกไว้ว่ากาลเวลาที่ห่างหายอะไรสักอย่างของจูเทียนช่วยให้ได้มา... เพียงแต่ ผู้มอบโอกาสก็อาจไม่รู้หรือไม่ว่าในตัวเขามีความลับทั้งเก้า... อาจารย์บอกว่าหากหาพบแล้ว ก็ต้องพาคนคนนั้นไปหาเขาที่นั่น...” ฉินอวี่ครุ่นคิดไปขณะพูด แต่กลับเหมือนกำลังตีกลองอยู่ในหัวใจ เขาก็ไม่รู้ว่าถงนู่มีอายุนานเพียงใดแล้ว สาระสำคัญทุกอย่างถูกวางไว้ทั้งหมด คำพูดทุกคำต้องใช้เวลาครุ่นคิดอยู่กว่าครึ่งวัน และต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพื่อไม่ให้ถงนู่พบความผิดปกติในคำพูดที่เอ่ยออกมา
แต่ที่พูดเช่นนี้ ก็เพราะประโยคที่ถงนู่พูดว่า “คนใกล้ตาย” และเมื่อนึกถึงคำเตือนจากสายตาของอาจารย์ ฉินอวี่ก็พอคาดเดาได้ว่าอาจารย์น่าจะกำลังลำบากพอสมควร และเื่ผู้มอบโอกาสนี้ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ ได้แต่เพียงช่วยให้เขาไม่ตายในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น และเชื่อว่าจากนี้ไป ถงนู่ก็คงไม่กล้าจะปลิดชีวิตของอาจารย์หวงถิงอย่างง่ายดาย!
“กาลเวลาแห่งจูเทียน? หนึ่งในเก้าความลับแห่งจูเทียน?” หัวใจของถงนู่เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ประกายแสงก็ส่องประกายออกมาจากดวงตาที่ขุ่นมัว ต้องบอกเลยว่า ถงนู่เชื่อในคำพูดของฉินอวี่แล้ว ประการที่หนึ่งคือ ถงนู่ประเมินฉินอวี่ต่ำเกินไป ในสายตาของเขา ฉินอวี่ก็เป็เพียงเด็กรุ่นหลังคนหนึ่ง เป็เพียงคนโชคดีคนหนึ่งเท่านั้น ประการที่สอง เมื่อฉินอวี่พูดถึงความลับแห่งจูเทียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งทำให้ถงนู่เชื่อในตัวตนของฉินอวี่อย่างสนิทใจ และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาได้ทำให้ถงนู่เกิดความปรารถนาแห่งความโลภขึ้นมาแล้ว!
“ผู้าุโ แล้วความลับทั้งเก้ามันคืออะไรหรือ?” ฉินอวี่อวี่ถามซ้ำอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่สูงขึ้นเล็กน้อย
ถงนู่รู้สึกตัวกลับมา และเหลือบมองไปทางฉินอวี่ ก่อนจะพูดอย่างเฉยเมย “ในเมื่ออาจารย์ของเ้าไม่บอกอะไรเ้า ก็แสดงว่าไม่้าให้เ้ารู้ อะไรที่เ้าไม่ควรรู้ก็อย่าได้ถามมาก อาจารย์ของเ้าบอกเ้าหรือไม่ว่าเคล็ดวิชาส่วนนั้นมันคืออะไร?”
ฉินอวี่กำลังรอคำพูดของถงนู่ แต่บนใบหน้ากับเต็มไปด้วยความรำคาญ เขามองไปทางถงนู่ และพูดอย่างเฉยเมย “ความลับไม่อาจเปิดเผยได้ ขอผู้าุโโปรดอย่าทำให้ผู้น้อยต้องลำบากใจเลย!”
ใบหน้าอันแก่ชราของถงนู่กระตุกทันที เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฉินอวี่กำลังรำคาญ? หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ถงนู่ก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมา และพูดอย่างเฉยเมย “ได้ยินมาว่าเ้าเป็หนึ่งในเจ็ดสิบสองอสูรธรณี การทดสอบสามสิบหกขุนพล์กำลังจะเริ่มขึ้น ในหอคอยเทียนกังเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย นี่คือผนึกยันต์ป้องกันของข้า อาจสามารถช่วยชีวิตเ้าไว้ได้!”
ฉินอวี่รู้สึกปลาบปลื้มใจ แต่บนใบหน้าของเขาแสร้งเป็ลังเล และดวงตาของเขาก็ทำเป็เหลือบมองไปยังผนึกยันต์อย่างไม่ใส่ใจ!
เมื่อถงนู่เห็นเช่นนี้ ก็เยาะเย้ยขึ้นในใจ และหยิบขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่ง “นี่คือผนึกยันต์โจมตี เพียงแค่ถ่ายเทแก่นปราณเข้าไปและบดขยี้มันเท่านั้น!”
ฉินอวี่ยื่นมือออกไปรับผนึกยันต์ทั้งสองเอาไว้ หลังจากนำเก็บไว้ในวงแหวนมิติแล้ว เขาก็หันมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีคน จึงเอนตัวเข้าไปกระซิบข้างหูถงนู่ “พลังบดขยีู้เา หากสามารถซ้อนทับพลังของ “เก้าชั้นฟ้าได้” ย่อมทำลายฟ้าทลายดินได้...”
