ถึงจะแค่พริบตาเดียว แต่จูชิงสังเกตเห็นอักขระิญญาที่สลักอยู่บนตัวของนกไม้ตัวน้อย มันเป็ผลงานของนักหลอมอักขระิญญาอย่างนั้นรึ!
“เ้าทำเองรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
“สุดยอดเลยใช่มั้ยล่ะ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ
จูชิงพยักหน้า เขาคิดไม่ถึงว่าเด็กสาวมัดผมหางม้าจะสร้างอะไรแบบนี้ได้ด้วย
ไม่นานนักนกไม้ตัวน้อยก็บินกลับมา เด็กสาวมัดผมหางม้าเปิดช่องท้องของมันอย่างชำนาญแล้วเอากระดาษข้อสอบออกมาดู พอเห็นว่าไม่มีข้อไหนผิดเลย นางก็ยิ้มตาหยีเป็รูปจันทร์เสี้ยว
“เย้ มีเวลาว่างอีกเดือนหนึ่งแล้ว” เด็กสาวมัดผมหางม้าะโโลดเต้นด้วยความปีติอยู่ในหอคัมภีร์
“เ้าเก่งไม่เบานี่ ตอบถูกหมดเลย ศิษย์พี่ถึงกับเขียนชมข้าด้วย” เด็กสาวมัดผมหางม้ามองจูชิงพลางยิ้ม
“แล้วอักขระิญญา...” จูชิงถูมือไปมาแล้วมองเด็กสาวมัดผมหางม้า
เด็กสาวมัดผมหางม้ามองค้อนใส่จูชิง “ก็แค่อักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำจะรีบอะไรนักหนา คิดว่าข้าจะเบี้ยวหรือไง!”
เด็กสาวมัดผมหางม้าหยิบแผ่นหยกสีเขียวออกมาจากถุงเอกภพแล้วค่อยๆ หยิบมีดขนาดเท่าหนึ่งนิ้วก้อยออกมาอย่างระมัดระวัง
พอเห็นเด็กสาวมัดผมหางม้าทำเช่นนั้นจูชิงยิ่งไม่เข้าใจ ก็แค่มีดเล่มหนึ่งไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงต้องระวังเฉกเช่นนั้น?
เด็กสาวมัดผมหางม้าหยิบมีดขึ้นมาแกะสลักเป็เส้นยาวบนแผ่นหยกเขียว จากนั้นก็ทำซ้ำเช่นเดิมหลายต่อหลายครั้ง!
“วิ้ง!” แผ่นหยกสั่นสะท้าน ปราณกระบี่แหลมคมพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
“อักขระิญญาปราณกระบี่ขั้นมนุษย์ระดับต่ำ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าถอนหายใจยาวเหยียด แม้ว่าความสำเร็จในการวาดอักขระิญญาของนางจะอยู่ที่ประมาณ 50% แต่หากล้มเหลวต่อหน้าจูชิง นางก็จะเสียหน้า
“พลานุภาพไม่เห็นจะเท่าไหร่!” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ว่าอักขระิญญาปราณกระบี่จะสามารถต่อกรกับขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้าได้อย่างสบายๆ แต่มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับเขา
“ไม่เห็นจะเท่าไหร่งั้นรึ!” เด็กสาวมัดผมหางม้าเลิกคิ้ว ท่าทางไม่สบอารมณ์ นางสอนอักขระิญญาพวกนี้ให้กับจูชิงนับว่าเสี่ยงมากแล้ว สิ่งที่นางหวังก็คือจูชิงจะแสดงความเคารพกับนาง ไม่ใช่ชี้โน่นชี้นี่ติตรงนั้นติตรงนี้
“นี่ก็แค่การสาธิต ถ้าข้าเขียนอักขระิญญาปราณกระบี่จริงๆ สามารถสังหารจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าได้ในพริบตา!” เด็กสาวมัดผมหางม้าพูด
“เ้าจะเรียนหรือไม่เรียน?” พอเห็นจูชิงมองอักขระิญญาด้วยความตกตะลึง เด็กสาวมัดผมหางม้าก็แค่นเสียงถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
“เรียนสิ!” จูชิงพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว จะอย่างไรมันก็คืออักขระิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยััมา ถ้าไม่เรียนก็โง่เต็มทน
เด็กสาวมัดผมหางม้าโยนแผ่นหยกเขียวให้กับจูชิง “ระวังด้วย แผ่นหยกเขียวมีค่าสิบค่าคุณูปการ อย่าใช้ให้สิ้นเปลืองล่ะ!”
จูชิงเม้มปากอย่างอดไม่ได้ ถึงจะเป็นักหลอมอักขระิญญา สิบค่าคุณูปการก็นับว่ามีค่า
“แคร่ก!” จูชิงผสานลมปราณไว้ที่ปลายนิ้ว เขียนอักขระิญญาปราณกระบี่ตามแผ่นหยกเขียว ทว่าทันทีที่จรดนิ้วลงไป แผ่นหยกกลับแตกเป็เสี่ยงๆ!
จูชิงเบิกตากว้างจ้องมองแผ่นหยกที่แหลกเป็ผุยผงด้วยความฉงน เขายังไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย
“ห่วยแตก ห่วยแตกที่สุด ถึงกับทำแผ่นหยกแตกเป็ผุยผงเลยอย่างนั้นรึ ตอนที่ข้าสลักอักขระิญญาครั้งแรกแค่ทำแผ่นหยกแตกเป็สองส่วนเอง ดูเหมือนพร์ของเ้าจะยังไม่ถึงขั้น” เด็กสาวมัดผมหางม้าส่ายหัว
จูชิงได้ยินแล้วถึงกับอึ้ง เด็กสาวมัดผมหางม้าพูดจาขวานผ่าซากเกินไปแล้ว
“อุปกรณ์เขียนอักขระิญญาของเ้าล่ะ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีพู่กันเขียนอักขระิญญาสักอันสิ” ครั้นเห็นจูชิงใช้นิ้วเขียนอักขระิญญา เด็กสาวมัดผมหางม้าก็อดที่จะถามไม่ได้
“อุปกรณ์เขียนอักขระิญญา อะไรคืออุปกรณ์เขียนอักขระิญญา?” จูชิงผงะชั่วขณะ เขาเพิ่งจะเรียนรู้การเขียนอักขระิญญาแค่วันสองวัน ความเข้าใจเกี่ยวกับอักขระิญญาล้วนแล้วมาจากหนังสือในหอคัมภีร์ ซึ่งในนั้นไม่ได้พูดถึงอุปกรณ์ที่ใช้เขียนอักขระิญญา
“เ้าโง่ อุปกรณ์เขียนอักขระิญญาก็คืออุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้เขียนอักขระิญญายังไงล่ะ ถ้าเ้ายังใช้นิ้วเขียนอักขระอยู่อย่างนี้ โอกาสที่จะเขียนสำเร็จต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” เด็กสาวมัดผมหางม้าพูด
นักหลอมอักขระิญญาจะมีอุปกรณ์เฉพาะที่เอาไว้ใช้เขียนอักขระิญญา อุปกรณ์ที่ใช้กันส่วนมากก็คือพู่กันอักขระิญญา ทว่ามีนักหลอมอักขระิญญาบางคนที่ใช้อุปกรณ์อื่นๆ ในการเขียนอักขระิญญา อย่างเด็กสาวมัดผมหางม้าที่ใช้มีดเล่มเล็กหรือบางคนก็ใช้เหล็กหมาด
“ไม่รู้ว่าทำไมเ้าถึงคิดว่าตัวเองมีพร์ที่จะเป็นักหลอมอักขระิญญา” เด็กสาวมัดผมหางม้าส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
“นั่นสินะ” พอถูกเด็กสาวมัดผมหางม้าพูดแทงใจดำหลายครั้งจูชิงจึงเริ่มเกิดความสงสัย หรือว่าเขาจะไม่มีพร์เป็นักหลอมอักขระิญญาจริงๆ?
ถ้าเขาไม่มีพร์ด้านอักขระิญญา เช่นนั้นแล้วอักขระิญญารวบรวมลมที่ประจักษ์กลางอากาศเมื่อหลายวันก่อนล่ะมันคืออะไร?
“ในเมื่อพร์ไม่พอเ้าก็ต้องชดเชยจุดนั้นโดยการพยายามและฝึกฝนอย่างหนัก!” เด็กสาวมัดผมหางม้าพูด
จูชิงพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“เ้าเข้าหอคัมภีร์นี้ได้แสดงว่าต้องเป็ศิษย์นอกสำนัก แลกเปลี่ยนแผ่นหยกเขียนร้อยแผ่นกับพู่กันอักขระิญญามาสิ” เด็กสาวมัดผมหางม้ากล่าว
เด็กสาวมัดผมหางม้าแหงนหน้ามองฟ้าพลันพบว่าเริ่มดึกแล้ว นางไม่ได้พูดอะไรกับจูชิงต่อ ในเมื่อได้เวลาพักตั้งหนึ่งเดือนก็ต้องออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกสิ
สำหรับเด็กสาวมัดผมหางม้า เวลาหนึ่งเดือนก็เพียงพอแล้ว แม้ว่าพร์ของจูชิงจะห่วยแค่ไหนก็น่าจะทำสำเร็จได้สักครั้งสองครั้ง
จูชิงเดินออกไปจากหอคัมภีร์ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ท้องฟ้ามืดมิดนี้สะท้อนอารมณ์ที่เป็อยู่ในปัจจุบันของเขาได้ดีที่สุด
ในหนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอกล้วนแล้วมีวิหารคุณูปการอยู่ วิหารคุณูปการเป็สถานที่ที่เหล่าศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนใช้รับภารกิจและแลกเปลี่ยนสิ่งของ ในเวลาเดียวกันก็ยังเป็สถานที่ที่ครึกครื้นมากที่สุดในประตูโลกันตร์ มีศิษย์นอกสำนักหลายคนตั้งแผงขายของ
“แผ่นหยกเขียวหนึ่งร้อยแผ่นกับพู่กันอักขระิญญาหนึ่งอัน!” จูชิงไปถึงก็แจ้งรายละเอียดของที่ตัวเอง้า
เมื่อศิษย์นอกสำนักในวิหารคุณูปการได้ยินของที่จูชิง้า แววตาพลันฉายประกายแสงเหยียดหยาม “มีเ้าโง่ที่อยากเป็นักหลอมอักขระิญญามาอีกคนแล้ว!”
“พู่กันอักขระิญญามีหลายแบบ เ้าจะเอาแบบไหน?” แม้ว่าศิษย์นอกสำนักคนนั้นจะดูแคลนจูชิงแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาตรงๆ ครั้นแล้วก็แสดงราคาของพู่กันอักขระิญญาแต่ละชนิดให้กับจูชิงดู
พอเห็นราคาของพู่กันอักขระิญญา จูชิงแทบหยุดหายใจ พู่กันที่ถูกที่สุดทำจากปีกไม้กับขนของหมาป่าราคา 1,000 ค่าคุณูปการ อันที่ดีขึ้นมาหน่อยคือพู่กันเขาแรดราคา 3,000 ค่าคุณูปการ ส่วนอันที่แพงที่สุดคือพู่กันแกนไม้สนราคา 5,000 ค่าคุณูปการ นี่มันปล้นกันชัดๆ
“แพงขนาดนี้เลยรึ?” จูชิงเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
แม้ว่าจูชิงจะมีค่าคุณูปการเป็หมื่น แต่จะเอามาใช้ฟุ่มเฟือยได้อย่างไร
“มันเป็พู่กันอักขระิญญาขั้นมนุษย์ที่ถูกที่สุดแล้ว ถ้าอยากได้พู่กันอักขระิญญาบุษรากับลึกลับราคาสูงยิ่งกว่านี้อีก อยากเป็นักหลอมอักขระิญญามิใช่หรือจะเสียดายอะไรล่ะ?” ศิษย์นอกสำนักผู้นั้นยิ้ม
“งั้นข้าเอาพู่กันเขาแรดก็แล้วกัน!” รวมกับแผ่นหยกหนึ่งร้อยแผ่น เขาเสียไปทั้งหมด 4,000 ค่าคุณูปการ จูชิงเหลือค่าคุณูปการแค่เก้าพันกว่าเท่านั้น
พู่กันเขาแรดสร้างขึ้นจากเขาของแรดทมิฬสัตว์อสูรขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ตัวพู่กันดำเมี่ยมราวกับน้ำหมึก มีเส้นอักขระิญญาสลักเชื่อมกันทั่วทุกหนแห่งสามารถทำให้กระแสลมปราณไหลเวียนได้โดยไม่ติดขัด
“ถ้านักหลอมอักขระิญญามันเป็กันได้ง่ายขนาดนั้นคงมีนักหลอมอักขระิญญาอยู่เกลื่อนกลาดแล้ว” ศิษย์นอกสำนักผู้นั้นหัวเราะ
เขาอยู่ในวิหารคุณูปการมานานหลายปี เห็นคนที่หลงผิดอยากเป็นักหลอมอักขระิญญาอย่างจูชิงมานับไม่ถ้วน ถึงกับยอมควักสมบัติทั้งหมดที่มีซื้ออุปกรณ์เพื่อเขียนอักขระิญญา แต่แล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมา อีกทั้งเพราะใช้ค่าคุณูปการไปจนหมดทำให้ขั้นบำเพ็ญเพียรไม่ก้าวหน้า สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง
จูชิงไม่รู้เลยว่าตัวเองสร้างความประทับใจให้กับคนอื่นไปแล้ว เพราะเขาในตอนนี้กำลังบ้าคลั่ง ถึงจะใช้พู่กันอักขระิญญา ทว่าทันทีที่ปลายพู่กันจรดลง แผ่นหยกก็แตกสลายเป็ผุยผง!
“บัดซบ!” หลังจากล้มเหลว 66 ครั้งติดต่อกัน ถึงจูชิงจะอารมณดีแค่ไหนก็อดสบถด่าออกมาไม่ได้ อัตราล้มเหลวไม่สูงเกินไปหน่อยหรือ 660 ค่าคูณูปการ หายวับไปในพริบตาเดียว
“ใจเย็น เย็นไว้ก่อน จะต้องมีปัญหาตรงไหนสักที่แน่!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก
จิติญญาผสมผสานกับอักขระิญญาสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ ตามหลักแล้วมันไม่น่าจะมีปัญหา แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยเขียนอักขระิญญาบนแผ่นหยกได้เลยแม้แต่เส้นอักขระเดียว!
จูชิงใช้พู่กันอักขระิญญาวาดอักขระิญญาปราณกระบี่กลางอากาศ ทันใดนั้นปราณกระบี่ก็ะเิ แสงกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
จูชิงร้องเสียหลง เขาคิดไม่ถึงมาก่อนว่าจะวาดอักขระิญญาปราณกระบี่สำเร็จ ขืนปล่อยให้ปราณกระบี่นี้พุ่งออกไป บ้านของเขาได้กลายเป็ซากปรักหักพังอีกครั้งเป็แน่แท้
นึกว่าจะสายเกินไป แต่กลับรวดเร็วกว่าที่คิด จูชิงโจนทะยานยื่นเหยียดมือขวาคว้าปราณกระบี่ไว้ได้ทัน!
“อึก!” จูชิงขมวดคิ้ว เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นทั่วพื้น!
เขาได้รับาเ็ อักขระิญญาปราณกระบี่ธรรมดาเส้นเดียวกลับฟันมือของเขาได้ มันผสานสามอักขระาหลัวโหวสามอักขระเชียวนะ จะเป็แบบนั้นได้อย่างไร!
“เป็ปราณกระบี่ที่คมอะไรขนาดนี้!” จูชิงฉีกยิ้ม ปราณกระบี่นั่นไม่ใช่แค่กรีดิัของเขา แต่ยังเฉือนเข้าไปในกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กระดูกได้รับความเสียหาย
ถ้าไม่ใช่เพราะกระดูกกลั่นหลอม《กระดูกปีศาจวายุ》เกรงว่าปราณกระบี่อาจตัดแขนของเขาไปแล้ว!
จูชิงมองฝ่ามือของตัวเองอย่างฉงน เขาลองบนแผ่นหยกตั้งหลายสิบครั้งกลับไม่สำเร็จ เหตุใดถึงวาดบนอากาศสำเร็จในครั้งเดียวล่ะ?
“แค่แผ่นหยกจะรับพลังของลมปราณัได้อย่างไร?” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงหึ
จูชิงนึกออกฉับพลัน ลมปราณของเขามิใช่ลมปราณสามัญ อย่างไรเสียแผ่นหยกก็ทำขึ้นมาจากหินหยกธรรมดา แน่นอนว่าไม่สามารถรับลมปราณัได้อยู่แล้ว นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมแผ่นหยกถึงแหลกสลายเป็เสี่ยง!
