ยามเช้าของวันถัดมากับการมาอยู่ตระกูลจาง อวิ๋นซีรับรู้ได้ว่ามารดาของตนมีชีวิตชีวากว่าเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง ส่วนบิดานั้นอาจต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยในการทำใจ ถึงอย่างไรนั่นก็เป็ผู้ให้กำเนิดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เนื่องจากไม่้าให้บิดาขยับตัวบ่อยเพราะจะทำให้กระดูกขาที่าเ็สมานกันช้า ทุกคนจึงให้เฟิงหยางพักอยู่ในห้องไปก่อน โดยมีภรรยาอย่างซูเหยาคอยดูแลทั้งเื่อาหารและยาที่ต้องกินตามคำสั่งของหมอ
เฟิงหยางพูดกับภรรยาด้วยความรู้สึกที่ออกมาจากใจของเขา “ข้ารู้สึกเกรงใจทุกคนจริง ๆ อาเหยาที่ไม่อาจช่วยงานอันใดได้ระหว่างนี้”
“ท่านพี่พวกเราทุกคนล้วนเข้าใจและไม่คิดมาก ท่านาเ็หนักย่อมใช้เวลาในการรักษานานเป็เื่ธรรมดา ขอแค่ท่านให้ความร่วมมือไม่ดื้อรั้นลุกเดินไปทั่วก็พอเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อต้องเชื่อฟังท่านหมอนะเ้าคะ หากท่านปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกสามเดือน ก็เริ่มทดลองลงน้ำหนักขาข้างที่หักได้ แต่ท่านพ่อยังไม่อาจทำงานหนักและเดินมากเกินไปได้นะเ้าคะ” อวิ๋นซีไม่ลืมกำชับบิดาเื่ที่หมอในโรงพยาบาลบอกเอาไว้
จื่อหานพยักหน้าขึ้นลงกับสิ่งที่น้องสาวเอ่ยกับบิดาเช่นกัน “ท่านพ่อท่านไม่ต้องคิดมากนะขอรับ เื่อื่น ๆ ข้าจะช่วยทำแทนท่านเอง”
เฟิงหยางซึ้งใจเหลือเกินที่บุตรทั้งสองเป็เด็กรู้ความ “ขอบใจพวกเ้าที่ห่วงใยพ่อเช่นนี้เอาเป็ว่าพ่อจะเชื่อฟังที่พวกเ้าพูดมาทั้งหมดเป็อย่างไร”
“ดีมากเ้าค่ะ”
“ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วขอรับ”
เมื่อเห็นว่ายามนี้คงเป็เวลาที่ทุกคนต้องทำงานของตน อวิ๋นซีจึงเอ่ยชวนพี่ชายไปพบท่านลุงกับป้าสะใภ้ เผื่อว่าจะมีงานอันใดที่พวกตนสองคนสามารถช่วยทำได้บ้าง
“ท่านแม่ท่านดูแลท่านพ่อไปก่อนนะเ้าคะ ซีซีกับพี่ใหญ่จะไปพบท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้หากมีงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอช่วยได้จะได้ช่วยทำด้วยกันเ้าค่ะ”
“จริงขอรับท่านแม่ข้าเองก็โตพอจะช่วยท่านลุงทำงานได้แล้ว พวกเรามาอยู่ที่นี่ก็ไม่ควรนิ่งเฉยไม่ช่วยทำงานอันใดนะขอรับ”
ซูเหยายิ้มบางยกมือลูกศีรษะบุตรทั้งสองอย่างเอ็นดู เพราะสองพี่น้องแม้ยังเป็เด็กก็ยังมีความคิดกตัญญูกันแล้ว “แม่อนุญาตเื่ที่พวกเ้าจะช่วยท่านลุงทำงาน แต่อย่าทำสิ่งที่เกินกำลังของพวกเ้าล่ะ ไม่เช่นนั้นจะาเ็หรือล้มป่วยเอาได้”
“ขอรับท่านแม่ /เ้าค่ะท่านแม่”
“หานเอ๋อร์ดูแลน้องด้วยนะอย่าปล่อยให้น้องวิ่งเล่นซุกซนจนเจ็บตัวล่ะ” เฟิงหยางกำชับกับบุตรชายให้ทำหน้าที่พี่ชายให้ดี
“ขอรับท่านพ่อ ไปกันเถิดซีซี”
“ไปกันเ้าค่ะพี่ใหญ่”
สองพี่น้องเดินจับจูงมือกันออกจากห้องภาพนี้ช่างทำให้คนเป็บิดามารดาหันมาส่งยิ้มให้กันไม่ได้ เพราะบุตรของตนรักใคร่กลมเกลียวไม่เคยพูดจาหรือทำเื่ที่สร้างปัญหาให้กับพวกตนเลยสักครั้ง
เมื่อจื่อหานจับจูงน้องสาวมาถึงหน้าเรือน ก็พบว่าท่านลุงกับป้าสะใภ้สะพายตะกร้า เตรียมจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนและล่าสัตว์ ทั้งสองจึงเอ่ยรั้งผู้เอาไว้เพื่อขอติดตามไปช่วยทำงานอีกแรง
“ท่านลุง ป้าสะใภ้ พวกท่านกำลังจะขึ้นเขากันหรือขอรับ”
จางเจิ้นได้ยินคำถามของหลานชายก็ตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี “ใช่แล้วหานเอ๋อร์ลุงกับป้าสะใภ้จะไปเก็บฟืนและล่าสัตว์สักหน่อย ว่าแต่เ้าถามลุงเื่นี้ไปทำไมกัน”
“เพราะข้ากับซีซีจะไปช่วยพวกท่านเก็บฟืนด้วยขอรับ ตอนที่อยู่ตระกูลหลิ่งข้ามักจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนมาให้ท่านแม่บ่อย ๆ หากมีเราสองคนติดตามไปคงเก็บฟืนได้มากกว่าเดิมนะขอรับ”
อวิ๋นซีที่ตอนนี้หนังตาข้างซ้ายกระตุกรัว ๆ ก็ยืนยันจะติดตามไปเช่นกัน “ท่านลุงไม่ต้องห่วงนะเ้าคะซีซีกับพี่ใหญ่จะไม่เข้าไปในป่าลึก จะเชื่อฟังท่านลุงกับป้าสะใภ้อย่างเคร่งครัดเ้าค่ะ”
นางเซี่ยที่ติดตามสามีขึ้นเขาบ่อย ๆ เห็นความตั้งใจของหลานทั้งสอง จึงบอกกับสามีให้เด็ก ๆ ไปช่วยตนเก็บฟืนกับผักป่าย่อมไม่เป็อันตราย
“ท่านพี่ในเมื่อหลาน ๆ มีใจอยากช่วยเหลือ ก็ให้ตามพวกเราไปเถิดข้าจะดูแลพวกเขาเองเ้าค่ะ”
“เอาเช่นนั้นก็ได้ แต่พวกเ้าต้องอยู่ใกล้ ๆ ป้าสะใภ้ อย่าเดินออกนอกเส้นทางโดยไม่บอกกล่าวเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจขอรับท่านลุง /เข้าใจเ้าค่ะ”
“อืม รีบไปกันเถิดไม่งั้นสายกว่านี้จะกลับลงมามืดค่ำเอาได้”
จางเจิ้นจูงมือหลานชายส่วนภรรยาของเขาจับมืออวิ๋นซี ทั้งสี่คนเดินผ่านผู้คนในหมู่บ้านที่เอ่ยทักทายอย่างเป็กันเอง แม้จะมีเสียงพูดคุยเกี่ยวกับเื่ของตระกูลจางอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่พวกเขาล้วนพูดในทางเห็นอกเห็นใจเสียมากกว่า
ตลอดเส้นทางการเดินขึ้นเขาด้านหลังหมู่บ้าน ไม่มีเสียงบ่นว่าเหน็ดเหนื่อยจากสองพี่น้องให้ได้ยิน จนกระทั่งขึ้นมาได้ระยะหนึ่งจางเจิ้นจึงแยกตัวไปวางกับดักสัตว์ ส่วนนางเซี่ยกับหลานทั้งสองแยกไปเก็บฟืนและหาผักป่า
อวิ๋นซีเดินตามป้าสะใภ้ด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าป่าเขาแห่งนี้จะอุดมสมบูรณ์เกินที่คาดเอาไว้ ขณะที่นางเซี่ยพาหลานทั้งสองมาถึงลำธารเล็ก ๆ เพื่อเก็บผักป่า ก็ต้องใกับเสียงร้องของอวิ๋นซีถึงกับทิ้งตะกร้าในมือลงพื้นทันที
อวิ๋นซีหยุดเดินทันทีที่ดวงตากลมใสเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า มันเป็ก้านสีน้ำตาลอมทอง ลำต้นเล็กเรียว โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินไม่ถึงคืบ รอบ ๆ นั้นมีดินชื้นและเศษใบไม้เน่าเปื่อยปกคลุม เงาแสงแดดยามเช้าสาดผ่านซอกไม้ส่องลงตรงจุดนั้นราวกับจงใจ
“ท่านป้า! พี่ใหญ่! ข้าเจอ ๆ...”
ตุบ! สวบ สวบ “ซีซีเ้าเรียกป้าสะใภ้กับพี่ชายเสียเสียงดังลั่นป่า เกิดอันใดขึ้นกับเ้าเช่นนั้นหรือรีบบอกมาเร็วเ้าถูกตัวอันใดกัดเข้าแล้วหรือไม่”
“นั่นสิซีซี รีบบอกพี่ใหญ่หากเ้าาเ็จะได้รีบไปพบท่านหมอนะ”
“ท่านป้าสะใภ้ พี่ใหญ่ ซีซีไม่เป็อันใดแต่ที่เรียกพวกท่านเสียงดัง เพราะซีซีดีใจมากที่เราพบเจอโชคครั้งใหญ่ต่างหากล่ะ”
นางเซี่ยกับจื่อหานถึงกับงุนงงเมื่ออวิ๋นซีบอกว่าพบเจอโชค ในป่าเขาเช่นนี้จะมีโชคอันใดให้พวกตนกันนางเซี่ยจึงต้องถามหลานสาวให้ชัดเจน
“ซีซีเ้าพูดอันใดป้าสะใภ้ไม่เข้าใจ?”
อวิ๋นซีรีบบอกและชี้ให้ทั้งสองได้รู้ว่าโชคที่ตนพูดถึงคือสิ่งใด “ท่านป้าสะใภ้โชคที่ซีซีบอกก็คือเ้าต้นเล็ก ๆ ที่โผล่จากดินตรงหน้าอย่างไรล่ะเ้าคะ นั่นคือโชคดีที่จะช่วยพวกเราหาเงินได้จำนวนมากเชียวล่ะ”
“หือ แล้วเ้าต้นนี้มันพิเศษอย่างไรหรือ ก็แค่ต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่คล้าย ๆ กันบริเวณนี้”
“หา! ท่านป้าสะใภ้ไม่รู้จักเ้าต้นนี้เช่นนั้นหรือ ไม่เป็ไรเ้าค่ะซีซีจะบอกให้ท่านรู้เดี๋ยวนี้ เ้าต้นเล็ก ๆ ตรงหน้าที่บอกท่านป้าสะใภ้กับพี่ใหญ่ว่าคือโชคดี มันก็คือสมุนไพรหายากมีค่าไม่แพ้โสมเลยนะเ้าคะ
ด้วยจำนวนมากมายที่พวกเราเจอตรงหน้า เมื่อเก็บมันกลับไปแล้วล้างทำความสะอาดให้ดี จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้งสนิท พอเอาไปขายให้ร้านสมุนไพรท่านเชื่อหรือไม่ว่าพวกเขาจะจ่ายเงินซื้อในราคาสูงทันทีเ้าค่ะ”
“อะไรนะ!”
“สมุนไพรหายากงั้นรึ!”
“ชู่ว์ พวกท่านอย่าเสียงดังไปสิเ้าคะ หากมีใครมาได้ยินเข้าพวกเราจะอดได้เงินนะ ลำพังพวกเราสามคนคงเก็บไม่หมดเป็แน่เ้าค่ะ”
นางเซี่ยกับจื่อหานรีบยกมือปิดปากของตน เมื่ออวิ๋นซีใช้นิ้วน้อย ๆ ชี้ไปปากตน พอกวาดตามองให้ทั่วนางเซี่ยก็พยักหน้าเห็นด้วย ว่าต้นถั่งเช่าตรงหน้ามีมากอย่างที่อวิ๋นซีพูดมาจริง ๆ
“เอาเช่นนี้พวกเ้าสองคนช่วยกันเก็บสมุนไพรรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวป้าสะใภ้จะไปตามท่านลุงมาช่วยเก็บอีกคน หากเก็บไปไม่หมดค่อยกลับมาเก็บเพิ่มวันหลังดีไหม”
จื่อหานคิดว่าที่ป้าสะใภ้พูดมาย่อมเป็วิธีที่ดี เพราะแรงของผู้ใหญ่ย่อมทำได้เร็วกว่าตนกับน้องสาว “ท่านป้าสะใภ้ท่านรีบไปตามท่านลุงเถิด ข้ากับซีซีจะช่วยกันขุดสมุนไพรรอพวกท่านไม่ไปไหนแน่นอนขอรับ”
“พวกเ้าค่อย ๆ ทำอย่าให้ตนเองาเ็นะ ป้าสะใภ้จะรีบไปรีบกลับ”
“ขอรับ /เ้าค่ะ”
นางเซี่ยลุกขึ้นยืนได้ก็สาวเท้าด้วยความเร็วไปยังทิศทางที่สามีแยกตัวไปวางกับดักสัตว์ เนื่องจากนางติดตามสามีขึ้นเขาอยู่บ่อย ๆ จึงจำได้ว่าจุดใดที่สามีมักจะใช้เป็สถานที่วางกับดัก ในใจของนางยามนี้ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ไม่คิดว่าแค่พาเด็กทั้งสองติดตามมาก็จะได้พบโชคครั้งใหญ่
สองพี่น้องหันมาใช้ไม้ปลายแหลมค่อย ๆ ขุดสมุนไพร ซึ่งไม่ได้ออกแรงอันใดมากมายเพราะดินชื้นทำให้ขุดง่าย มือเล็ก ๆ สองคู่ช่วยกันทำงานโดยบนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
แต่เหนือสิ่งอื่นใดย่อมเป็ความรู้สึกของอวิ๋นซีผู้ที่เพิ่งนึกถึงสาเหตุของการกระตุกของตาซ้าย จนอดคิดไม่ได้ว่าคำพูดของท่านตาจะเป็เื่จริงหรือไม่ ที่บอกว่านางคือเทพแห่งโชคลาภของตระกูลจาง
