"ใครกัน?" เสียงแหบแห้งของชาร์ลส์ดังขึ้น
"เพิ่งผ่านไปไม่นานแกก็จำฉันไม่ได้แล้วหรือไง?" เสียงตอบกลับแฝงความขมขื่น "จำวันที่แกอภิปรายในศาลและทำให้ฉันต้องจำคุกไม่ได้แล้วหรือ?"
ชาร์ลส์พยายามนึกย้อนถึงการอภิปรายในศาลครั้งล่าสุด ภาพความทรงจำผุดขึ้นในหัว "เบนจามิน..."
"ใช่" เสียงนั้นตอบกลับทันที "คนที่แกทำให้ทั้งชีวิตพังพินาศ คนที่แกสัญญาว่าจะช่วยแต่กลับส่งเข้ามาในคุกแห่งนี้ไงล่ะ"
"ก็สิ่งที่นายทำมันก็เื่จริงนี่" ชาร์ลส์ตอบ เสียงหนักแน่นแม้จะอ่อนแรง "ไม่ว่าจะเป็การฉ้อโกงหรือปกปิดความผิด มันก็เป็สิ่งที่นายทำจริงๆ"
"หุบปาก!" เบนจามินตวาดลั่น "ถ้าตอนนั้นแกไม่ขุดคุ้ยเื่ในอดีตออกมา ฉันก็คงจะรอดไปแล้ว ได้อยู่กับเมียอย่างสงบสุข ไม่ต้องมาติดอยู่ในที่เน่าๆ อย่างนี้"
"ก็อดีตของแกนั่นแหละ ที่ทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งต้องทนทุกข์" ชาร์ลส์ตอบ "เผอิญว่าเื่นั้นฉันยอมไม่ได้ว่ะ"
"ปากดีไปเถอะ ฉันล่ะใจจดใจจ่อรอเวลาที่แกจะทุกข์ทรมานอีกครั้ง ดูซิแกจะปากดีอย่างนี้ได้อีกนานแค่ไหน"
"คงไม่นานเท่า่เวลาที่แกต้องอยู่ในคุกแห่งนี้หรอก"
การโต้เถียงดำเนินต่อไปจนชาร์ลส์เหนื่อยอ่อน ร่างกายที่บอบช้ำทำให้เขาผลอยหลับไปในที่สุด แต่ความเ็ปก็ปลุกให้เขาตื่นเป็ระยะ
จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่ตื่นขึ้นมา ไม่ใช่เพราะความเ็ป แต่เป็เสียงคุ้นเคยที่ปลุกเขา
……
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ที่ประตูคุกหลวง
"ขออภัยครับ แต่กฎระเบียบอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เพียงครั้งละคนเท่านั้น" ผู้คุมเรือนจำกล่าว สายตาเคร่งขรึมมองมาที่กลุ่มของโจเซฟ "เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะกับนักโทษคดีสำคัญ"
มิแรนดาขมวดคิ้ว "แม้แต่ฉันก็เข้าไปไม่ได้หรือไง..."
"กฎก็คือกฎครับ" ผู้คุมตัดบท "ไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่กับท่านเองก็ตาม"
เอ็ดเวิร์ดรีบวางมือบนไหล่เธอ "ใจเย็นๆ" เขากระซิบ ก่อนจะหันไปหาโจเซฟ "ให้เธอเข้าไปคนเดียวก็แล้วกัน เธอสนิทกับชาร์ลส์ที่สุด บางทีเขาอาจจะยอมเปิดใจคุยด้วยมากกว่า"
"ก็ได้ เราจะรออยู่ข้างนอก" มิแรนดาถอนหายใจยาว "ถ้ามีอะไรผิดปกติ ส่งสัญญาณมา"
โจเซฟพยักหน้า รับหนังสือโบราณจากมือพี่สาวมาถือไว้ ก่อนจะเดินตามผู้คุมเข้าไปในคุก ทิ้งให้เอ็ดเวิร์ดและมิแรนดายืนรออยู่ด้านนอก
……
"ชาร์ลส์..." เสียงของโจเซฟดังมาจากอีกด้านของลูกกรง
ชาร์ลส์ลืมตาขึ้น เห็นโจเซฟยืนอยู่พร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่งในมือ ประกายความหวังผุดวาบในดวงตาของเขา รีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทั้งที่ร่างกายสาหัส ขยับเข้าไปใกล้ลูกกรงเท่าที่โซ่ตรวนจะอำนวย พยายามมองสิ่งที่อยู่ในมือของเพื่อนให้ชัดเจน
แต่ในจังหวะที่ก้าวเข้าไปใกล้ลูกกรง ดวงตาของชาร์ลส์เบิกกว้างด้วยความใ เมื่อเห็นเงาดำทะมึนเคลื่อนไหวด้านหลังโจเซฟ
ร่างปริศนาแยกตัวออกจากความมืด พุ่งเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ในมือถือมีดเล่มยาวที่สะท้อนแสงไฟบาดตา
"ระวัง!" ชาร์ลส์ะโสุดเสียง
ด้วยไหวพริบที่ถูกฝึกฝนมาในหน่วยพิเศษ โจเซฟหมุนตัวหลบในจังหวะสุดท้าย คมมีดเฉือนผ่านเสื้อ ทิ้งรอยแผลเป็ทางยาวบนแขน เืซึมออกมาช้าๆ ย้อมผ้าเป็สีแดงเข้ม
นักฆ่าชะงักเพียงชั่วครู่เมื่อพลาดเป้า ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม หยิบแม่กุญแจพร้อมลูกกุญแจออกมาอย่างรวดเร็ว
เสียงคลิกดังก้องในห้องแคบ ทันใดนั้นความเงียบก็กลืนกินทุกสิ่ง เสียงจากภายนอกเงียบหายไปราวกับถูกตัดขาด ราวกับห้องขังถูกแยกออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้พวกเขาติดอยู่ในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากทุกสิ่ง
นักฆ่าพุ่งเข้าหาโจเซฟอีกครั้ง คมมีดวาดวงในอากาศ โจเซฟรีบล้วงขวดยารักษาออกจากกระเป๋า แต่จังหวะนั้นเอง มีดอีกเล่มก็พุ่งเฉียดใบหน้าเขาไป จนต้องผละถอยหลังอย่างรวดเร็ว เก็บขวดยากลับเข้ากระเป๋า
การรักษาแผลต้องรอก่อน ตอนนี้เอาชีวิตให้รอดไว้ก่อนสำคัญที่สุด
นักฆ่าไม่ให้จังหวะหายใจ พุ่งเข้าโจมตีติดๆ กัน มีดในมือเป็ประกายวับๆ ในความมืด แต่ละจังหวะแทงและฟันล้วนหมายเอาชีวิต โจเซฟถอยกรูด พยายามรักษาระยะ ริมฝีปากขยับน้อยๆ พยายามจะเปล่งคำประกาศิตวาจา แต่นักฆ่าไม่เปิดโอกาส โจมตีไม่หยุดราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"ฮฺเรโอดา!"
เสียงะโของชาร์ลส์ดังก้องในห้อง คลื่นพลังปะทะเข้าใส่ร่างของนักฆ่าอย่างจัง ส่งร่างในชุดดำกระเด็นไปกระแทกผนัง
นักฆ่าลุกขึ้นจากการกระแทกกำแพงราวกับไม่รู้สึกเ็ป เป็จังหวะให้โจเซฟใช้พลังประกาศิตวาจา เขาะโออกมา "หยุด! อย่าขยับ!"
ทันใดนั้นทุกคนในห้องหยุดนิ่ง แม้แต่โจเซฟเองก็ตาม แต่เขาอยู่ในท่าชี้ฝ่ามือไปทางนักฆ่า ทว่าจู่ๆ อากาศก็เย็นเฉียบลงอย่างผิดธรรมชาติ เงาสีเทาจางๆ ค่อยๆ แยกตัวออกมาจากร่างนักฆ่า เป็ิญญาร้ายที่ถูกเรียกมา
แม้ิญญาจะถูกตรึงด้วยพลังของโจเซฟ แม้พวกมันไม่อาจขยับได้ พวกมันกลับดูดซับพลังชีวิตของโจเซฟไปทีละน้อย ซ้ำร้ายาแบนแขนยังคงไหลไม่หยุด ใบหน้าของเขาซีดลงเรื่อยๆ ดวงตาเริ่มพร่ามัว
"ต้องยกเลิกพลัง..." โจเซฟพึมพำ ปล่อยให้คำสั่งของเขาสลายไป นักฆ่ากลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
การต่อสู้ดำเนินต่อไป โจเซฟพยายามต่อสู้ทั้งที่ร่างกายอ่อนแรง ต้องรับมือทั้งิญญาร้ายและคมมีดของนักฆ่า เหงื่อไหลท่วมใบหน้า ลมหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ชาร์ลส์พยายามช่วยเหลือสุดความสามารถจากหลังลูกกรง บางครั้งใช้คาถา "ฮฺเรโอดา" สร้างคลื่นกระแทกเบี่ยงเบนการโจมตี บางครั้งะโเตือนเมื่อเห็นจังหวะอันตราย หรือใช้พลังสร้างการรบกวนให้นักฆ่าเผลอเสียจังหวะ ทุกวิถีทางที่จะช่วยให้โจเซฟมีโอกาสรอด
แต่สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ร่างของโจเซฟเริ่มสั่นเทาด้วยความอ่อนล้า การเคลื่อนไหวช้าลง ในขณะที่นักฆ่ายังคงโจมตีไม่หยุด
โจเซฟพยายามถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง หยิบขวดยารักษาออกมาอีกครั้ง แต่นักฆ่าไม่เปิดโอกาส พุ่งเข้ามาพร้อมกับิญญาร้ายที่ล้อมรอบ ทุกสิ่งที่มีดััเหี่ยวแห้งในทันที แม้แต่พื้นหินยังทิ้งรอยดำเป็ทางยาว
"ระวัง! ด้านหลัง!" ชาร์ลส์ะโเตือน เมื่อเห็นิญญาร้างตนหนึ่งเคลื่อนที่อ้อมไปด้านหลังโจเซฟ
"ฮฺเรโอดา!" คลื่นพลังจากชาร์ลส์พุ่งผ่านลูกกรง กระแทกิญญาร้ายให้สลายไปชั่วขณะ
แต่การช่วยเหลือของชาร์ลส์เริ่มไม่เพียงพอ เพราะทุกครั้งที่ิญญาร้ายถูกทำลาย มันกลับมารวมตัวใหม่อีกครั้งในไม่กี่วินาที และิัของเขาก็เริ่มเกิดอาการชานิดๆ
โจเซฟเซไปชนผนัง หายใจหอบหนัก เืจากาแยังไม่หยุดไหล ใบหน้าซีดเผือด สายตาเริ่มพร่ามัว
หากไม่มีชาร์ลส์คอยช่วยเหลือ โจเซฟคงจบชีวิตไปแล้วั้แ่แรก แต่การสนับสนุนจากสหายทำให้เขายืนหยัดต่อสู้ได้ยาวนาน
แต่แล้วนักฆ่าเริ่มแสดงท่าทีรำคาญ มันเริ่มท่องคาถายาวเหยียด เสียงทุ้มต่ำดังก้องในห้อง ขณะที่ยังคงต่อสู้กับโจเซฟไปด้วย
เมื่อคำสุดท้ายหลุดจากริมฝีปาก มันชี้นิ้วไปที่ห้องขังของชาร์ลส์ ทันใดนั้นความเงียบก็กลืนกินทุกเสียงในห้องขัง ไม่ว่าชาร์ลส์จะะโคาถาดังเพียงใด ก็ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา เวทมนตร์ทั้งหมดกลายเป็หมัน
แม้ยังมีพลังในฐานะผู้ยกระดับตัวตน แต่นักฆ่าก็เตรียมการมาดี มันส่งิญญาร้ายส่วนหนึ่งบุกเข้าโจมตีชาร์ลส์ทันที พลังของเขาใช้ได้ผลกับิญญาพวกนี้ แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น พอิญญาฟื้นคืนสติ พวกมันก็กลับมากัดกินพลังชีวิตของเขาต่อ
ชาร์ลส์ได้แต่มองด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ตัวเองต้องต่อสู้กับิญญาร้ายที่รุมล้อม ไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยสหายรักที่กำลังตกอยู่ในอันตรายได้อีกต่อไป
ความหวังค่อยๆ ริบหรี่ลงเหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับ โจเซฟเซไปชนผนัง เืที่ไหลไม่หยุดทำให้พื้นใต้เท้าเป็แอ่งสีแดงเข้ม ขาที่เคยมั่นคงสั่นระริก แขนที่ยกขึ้นป้องกันตัวเริ่มหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่เหล็ก
โลกรอบตัวเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเบลอไปหมด แสงไฟในห้องที่เคยสว่างกลายเป็เพียงดวงสลัว หูได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเองดังก้อง ช้าลง... ช้าลง... พร้อมกับลมหายใจที่ติดขัด เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วร่าง ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านจากปลายมือปลายเท้าเข้าสู่หัวใจ
เรี่ยวแรงที่เคยมีเริ่มมอดดับ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้อ่อนระโหยเหมือนใบไม้แห้ง รอเพียงสายลมสุดท้ายที่จะพัดพาชีวิตไป
ส่วนในห้องขัง ชาร์ลส์ที่าเ็จากการทรมานอยู่แล้ว ยิ่งทรุดหนักลงเมื่อิญญาร้ายรุมกัดกินพลังชีวิต ความเ็ปแผ่ซ่านจากาแเก่าที่ถูกกระตุ้น ผสานกับความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้ากระดูก เมื่อิญญาร้ายแต่ละดวงดูดกลืนพลังชีวิต ความอบอุ่นในร่างค่อยๆ จางหาย
เขาได้แต่มองผ่านลูกกรงด้วยดวงตาที่เริ่มพร่ามัว เห็นร่างของสหายรักที่กำลังจะล้มลง แต่ไม่อาจทำอะไรได้ ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจยิ่งกว่าิญญาร้ายที่รุมล้อม การได้เห็นเพื่อนตายต่อหน้าโดยไม่อาจช่วยเหลือ เป็การทรมานที่แสนสาหัสในความไร้พลังของตนเอง
ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา เหมือนเงามืดที่ค่อยๆ กลืนกินแสงสว่างสุดท้าย ไม่มีทางหนี ไม่มีความหวัง มีเพียงความมืดมิดที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
ขณะที่สติเริ่มเลือนหาย บางสิ่งกลับตื่นขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ ชาร์ลส์รู้สึกได้ถึงความกระหายอันคุ้นเคย การถูกกลืนกินจากพลังในตัว มันพยายามจะเข้ามาแทนที่เขา เหมือนกับตอนนั้น ตอนที่เขายกระดับตัวตนครั้งแรก
สิ่งเหล่านี้นอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไร ซ้ำร้ายอาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง มันจะเปลี่ยนให้เขากลายเป็สิ่งที่บ้าคลั่งไร้สติ เหลือเพียงสันชาตญาณดิบที่จะกลืนกินสติสัมปชัญญะของทุกชีวิต
"ไม่..." เขาพยายามต่อต้าน แต่ความคิดก็ยิ่งหลุดลอยออกไป จนค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา แล้วในไม่ช้าดวงตาจะปิดลง
…ทันใดนั้น เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นข้างหู พร้อมเสียงหัวเราะที่คุ้นเคย เพียงได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของชาร์ลส์ก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ความเย็นะเืแล่นไปทั่วร่าง ซึมลึกลงไปถึงไขกระดูก แทรกซึมเข้าสู่เส้นประสาททุกเส้น
เขาจำเสียงนั้นได้... เสียงหัวเราะของมหาชีวิตที่พบในบ้านหลังนั้น ภาพของมันที่เขาเห็นเพียงแวบเดียวก็ตามหลอกหลอนเขาไม่เลิก คอยล่อลวงและรังควานด้วยความหวาดกลัว จนเขาต้องยกระดับตัวตนเพื่อรักษาตัวเองจากผลกระทบนั้น
ตอนนั้นเขาคิดว่ามันจบแล้ว คิดว่าเสียงนั้นหายไป ภาพหลอนจางหาย ทุกอย่างกลับเป็ปกติ... แต่ตอนนี้เขารู้ว่าเขาคิดผิด มันไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่อ่อนกำลังลงเพราะพลังที่เพิ่มขึ้นของเขา มันไม่สามารถส่งผลกระทบได้รุนแรงเหมือนก่อน แต่มันยังคงอยู่ รอคอยโอกาส
แม้สติจะพร่าเลือน แต่ภาพของโจเซฟที่ล้มลงยังปรากฏชัดในสายตา เห็นนักฆ่าถือมีดค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาร่างที่อ่อนแรงของสหาย เสียงนั้นกระซิบอีกครั้ง ล่อลวงให้เขาเอ่ยบางสิ่ง สัญญาเพียงไม่กี่คำ ไม่กี่ประโยค เขาจะมีพลังมากพอจะจัดการนักฆ่าได้
เพียงแค่เอ่ยชื่อ... ชื่อเพียงชื่อเดียว...
ชาร์ลส์เอ่ย "มอร์ซังกัส... " เมื่อพยางค์สุดท้ายหลุดจากริมฝีปาก อากาศในห้องเย็นเฉียบลงฉับพลัน ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา แสงตะเกียงริบหรี่ราวกับจะดับ
แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่ถูกปิดกั้น เสียงคำเรียกขานนั้นก็ยังดังกึกก้องราวกับเสียงระฆังยามเที่ยงคืน อัญเชิญเ้าของนามที่ไม่ควรถูกเรียกขานให้มาเยือน
