“รายงานฝ่าา นายท่านทุกท่าน ตอนนี้ท่านแลมพาร์ด ท่านเพียร์ซกับท่านดร็อกบา และคนอื่นๆ ได้เดินทางมาถึงค่ายทหารบริวารเรียบร้อยแล้วและกำลังเดินทางมายังค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดขอรับ ท่านแลมพาร์ดมีคำสั่งให้ข้าน้อยล่วงหน้ามาแจ้งข่าวให้ฝ่าาทรงทราบก่อนขอรับ” ทหารคนนั้นนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพลางก้มหัวต่ำขณะรายงาน
“หือ? ฮ่าๆๆๆ ดี ดีมาก พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา!” ซุนเฟยดีใจมาก เขารีบลุกขึ้นทันทีจนผ้าคลุมด้านหลังสะบัดเบาๆ เขาหัวเราะออกมาพลางพูดว่า “ตามข้าไปต้อนรับท่านอาแลมพาร์ดกัน ในที่สุดกองทัพเมืองแซมบอร์ดก็กลับมารวมตัวกันสักที ข้าแทบจะอดใจรอให้การแข่งขันการซ้อมรบเริ่มขึ้นไม่ไหวแล้ว ข้า้าให้ผู้ที่รอชมเื่ตลกของเมืองแซมบอร์ดได้รู้สำนึกเสียบ้าง!”
ทุกคนต่างรู้สึกยินดีไม่แพ้กัน พวกเขารีบเดินตามหลังซุนเฟยออกจากเต็นท์อย่างรวดเร็ว
“เฟร์นันโด ใครคือโจโฉ?” ระหว่างที่เดินตามฝ่าาออกจากเต็นท์ เ้าภูติตูดม้าโอเลเกร์ก็กระซิบถามที่ข้างหูของตอร์เรสเบาๆ ด้วยความสงสัย “หรือว่าท่านแลมพาร์ดจะนำคนที่ชื่อโจโฉมาด้วย?”
“น่าจะใช่นะ!” ตอร์เรสเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน
“อ้อ ช่างเป็ชื่อที่แปลกดีจริงๆ!”
……
……
หลังจากที่เดินทางรอนแรมมาหลายวัน ในที่สุด แลมพาร์ด 'สองอสุรกาย' เพียร์ซกับดร็อกบาก็นำอัศวินบรอนซ์เซนต์ยี่สิบห้าคนและเทศกิจอีกห้าสิบคนเดินทางมาถึงค่ายทหารบริวาร
ที่พวกเขาเดินทางมาถึงล่าช้ากว่าเดิมถึงสองวันนั่นก็เพราะว่า ในขณะที่เดินทางข้ามูเามอร์โรก็พบกับหิมะตกหนักและเส้นทางก็ถูกหิมะที่หนากว่าห้าสิบเิเปิดทางไว้ ทำให้เส้นทางทั้งขรุขระทั้งสูงชันยิ่งอันตรายเพิ่มเข้าไปอีก ูเามอร์โรสูงชันมาก หลังหิมะตกหนักแล้วเส้นทางก็ดูเหมือนจะเป็คูน้ำเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าทุกคนจะแข็งแกร่งผิดมนุษย์มนา แต่จะให้เดินลุยน้ำท่ามกลางฤดูหนาวมันก็... ต่อให้แข็งแรงแค่ไหนก็อาจจะป่วยได้ ดังนั้นพวกเขาจึงติดแหง่กอยู่ในูเาถึงหนึ่งวันเต็มเพื่อรอจนกว่าหิมะบนเส้นทางในูเาจะแข็งตัวถึงจะสามารถเดินทางต่อไปได้ ทุกคนต่างปีนข้ามูเามอร์โรที่กลายเป็ูเาน้ำแข็งมาอย่างทะลักทุเล จนในที่สุดก็สามารถข้ามผ่านมาได้
ปฏิกิริยาแรกของพวกเขาก็เหมือนตอนที่ซุนเฟยมาถึงในครั้งแรกไม่มีผิด ทันทีที่ขบวนทัพของแลมพาร์ดมาถึงปากทางเข้าูเา ก็ถูกภาพเบื้องหน้าทำให้ตกตะลึงไปหลายนาที
เมืองขนาดใหญ่ตระการตา หอคอยเวทมนตร์ที่สูงเสียดฟ้า และหอคอยั์สีดำที่สูงตะหง่านถึงสิบเอ็ดแห่ง แล้วยังมีกำแพงเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ประหนึ่งเทือกเขาที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา...ฉากที่น่าเหลือเชื่อเหล่านี้ สำหรับ ‘พวกบ้านนอก’ ที่มาจากสถานที่รกร้างว่างเปล่าแล้ว ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับ์ในตำนาน แลมพาร์ดที่มีที่มาที่ไปลึกลับมีท่าทางปกติราวกับเคยเห็นที่แบบนี้มาก่อน แต่ไม่ใช่กับ 'สองอสูรกาย' และทหารเมืองแซมบอร์ดคนอื่นๆ พวกเขาพากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
“มีเพียงองค์าาอเล็กซานเดอร์เท่านั้นที่คู่ควรจะเมืองที่ยิ่งใหญ่แบบนี้!” ดร็อกบาที่อ้าปากค้างก็หลุดปากพูดประโยคที่น่าใออกมา
เพียร์ซหน้าเปลี่ยนสีทันที เขารีบยกมือปิดปากสหายแทบไม่ทัน
แลมพาร์ดหันมามาพูดกับดร็อกบาด้วยสีหน้านิ่งๆ ว่า “ดิดิเย หัดควบคุมคำพูดของเ้าบ้าง หากเ้าไปเผลอพูดประโยคนี้ออกมาในค่ายทหารอาณาจักรบริวารจะสร้างความยุ่งยากให้แก่ฝ่าาเป็อย่างมาก เ้ารู้ไหม?”
ชายร่างั์หัวเราะแห้ๆ พลางพยักหน้าไม่หยุด
แม้ว่าแลมพาร์ดจะไม่มีตำแหน่งทางการทหาร แต่แลมพาร์ดก็มีศักดิ์เป็ถึงพี่น้องร่วมสาบานของาาองค์ก่อน และยังเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองแซมบอร์ดอีกด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะกลายเป็ยอดฝีมืออันดับที่สองไปแล้ว แต่เขาก็ได้รับความเคารพจากยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่างองค์าาอเล็กซานเดอร์ ด้วยเหตุนี้ ทำให้แลมพาร์ดที่ไม่มีตำแหน่งสำคัญอะไรในเมืองเเซมบอร์ดกลับมีสถานะที่สูงส่งมาก ดังนั้น 'สองอสุรกาย' จึงไม่กล้าล้อเล่นกับแลมพาร์ด
พวกเขาพากันไถลลงมาจากเนินเขาอย่างเร่งรีบ ไม่ช้าก็เดินทางมาถึงชายแดนค่ายทหารอาณาจักรบริวาร
“หยุด? นั่นใคร? ลงมาจากม้าให้หมด!” บริเวณรอบนอกของค่ายทหารอาณาจักรบริวารถูกคุมเข้ม เมื่อพวกเขาเห็นแลมพาร์ดและคนอื่นๆ วิ่งเข้ามาก็รีบะโสั่งให้หยุดทันที
ไม่ช้าก็มีทหารของราชอาณาจักรนับร้อยชีวิตวิ่งเข้ามาล้อมพวกเขาไว้
เหลือเวลาอีกไม่ถึงสี่วันก่อนการแข่งขันการซ้อมรบจะเริ่มต้นขึ้น หากอาณาจักรบริวารใดพลาดการแข่งขันการซ้อมรบจะถือว่าเป็ฏทันที ดังนั้นอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบแห่งจึงมารวมตัวกันทุกอาณาจักร หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ะเืขวัญจากการที่เหล่าขุนนางในราชอาณาจักรถูกลอบสังหารจนตายนับไม่ถ้วน ทำให้เหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรต้องเฝ้าระวังและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นขบวนทัพของแลมพาร์ดเดินทางเข้ามาจึงเกิดความสงสัย ก่อนที่จะมีการตรวจสอบสถานะให้ชัดเจน เหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรไม่กล้าหย่อนยาน ดังนั้น พวกเขาจึงพากันล้อมกรอบพวกแลมพาร์ดประหนึ่งกำลังโอบล้อมศัตรู
แลมพาร์ดเห็นบรรยากาศมาคุแบบนี้ ในใจก็เกิดความสงสัยขึ้นมา เขาสะบัดมือให้คนของเขาลงจากหลังม้าแต่โดยดี
“พวกมันจะต้องเป็พวกนักฆ่าอย่างแน่นอน จับกุมพวกมันทั้งหมดเร็ว…” เมื่อหัวหน้าทหารเห็นชุดเกราะที่ดูแข็งแกร่งและสัตว์อสูรระดับสี่ที่พวกแลมพาร์ดขี่อยู่ในใจก็เกิดความโลภขึ้นมา เขาะโออกมาเสียงดัง พลางสั่งให้ทหารในสังกัดเข้าจับกุมพวกแลมพาร์ดทันที
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งมากในวันนี้ การจับกุมหาตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นักฆ่าได้กลายเป็ข้ออ้างให้กับพวกทหารที่โลภมากหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
ราชอาณาจักรในตอนนี้เกิดการทุจริตั้แ่หัวยันรากเหง้า เื่แบบนี้กลายเป็เื่ปกติไปแล้วสำหรับทุกคน
“รอเดี๋ยว เื่นี้มีการเข้าใจผิดกันแล้ว พวกข้าไม่ใช่นักฆ่าอะไรนั่น แต่เป็ทหารที่มาเข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบ” แลมพาร์ดรีบอธิบาย
แต่แน่นอนว่ามีหรือที่หัวหน้าทหารจะฟัง นอกจากจะไม่สนใจในสิ่งที่แลมพาร์ดพูดแล้ว ยังกระตุ้นให้ทหารให้สังกัดตัวเองเริ่มการจับกุม “ยังรออะไรอยู่วะ รีบไปจับตัวพวกมันมาให้ข้าสิ ยึดอาวุธและม้าของพวกมันชั่วคราว หากกล้าขัดขืนให้สังหารได้ทันที!”
เมื่อได้ยินที่หัวหน้าตัวเองสั่ง เหล่าทหารคนอื่นๆ ก็เข้าใจในความนัยของอีกฝ่ายทันที พวกเขากำหอกและดาบแน่นขณะที่เดินเข้ามาหาแลมพาร์ดจากทั่วทุกสารทิศพร้อมรอยยิ้มอันเหี้ยมโหด
แลมพาร์ดพลันขมวดคิ้วแน่น
เขาสังเกตสายตาของหัวหน้าทหารและบรรยากาศรอบๆ ก็พอจะเข้าใจบางอย่างขึ้นมา ในใจก็พยายามคิดหาทางออกจากสถานการณ์นี้
“พวกเ้ากล้า?” 'สองอสุรกาย' ลุกขึ้นมาทันที คิ้วเรียวตรงของเพียร์ซขมวดมุ่นด้วยความโมโหพลางพูดว่า “พวกข้าเป็คนจากอาณาจักรบริวารที่มาเข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบจริงๆ พวกเ้าเป็อะไรกัน? ทำไมถึงทำตัววุ่นวายแบบนี้ ไม่ถามไถ่สักคำแต่กลับมาจับคนมั่วๆ แบบนี้หรือ?”
หัวหน้าทหารกวาดสายตามองพวกแลมพาร์ดอย่างดูแคลน เขาแสยะยิ้มอย่างเ็าแล้วไม่พูดอะไรนอกจากะโสั่งให้ทหารเร่งจับกุมตัว
“พวกเ้ากล้า?” ดร็อกบาเริ่มโมโหขึ้นมา
พวกเขาดึงขวานั์ที่แขวนอยู่ข้างม้าออกมาพลางเดินไปด้านหน้า กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวกระจายออกมา ทำให้เหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรที่แสยะยิ้มเดินเข้ามาหาพลันหยุดชะงักราวกับเห็นอีกฝ่ายเป็หัวหน้าทหารของตัวเอง ชายป่าเถื่อนคนนี้ไม่รู้ว่ามาจากอาณาจักรบริวารใด ทำไมถึงได้ดูดุร้ายขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขวานั์ขนาดเท่าประตูในมือเลย เกรงว่าอย่างน้อยๆ ก็น่าจะหนักสักหกเจ็ดร้อยจิน (สามร้อยถึงสี่ร้อยกิโลกรัม) แต่ชายคนนั้นกับถือมันอย่างง่ายๆ ราวกับถือฟางข้าว นี่มันพลังอะไรกันเนี่ย?
“ฮึ เ้ากล้าขัดขืนหรือ?” หัวหน้าทหารหัวเราะอย่างเ็า “ตอนนี้เป็่เวลาที่ดีมาก ค่ายทหารอาณาจักรบริวารถูกล้อมรอบด้วยกองกำลังติดอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของราชอาณาจักรถึงสามกองกำลัง อาศัยเพียงคนไม่รู้จักที่ตายอย่างพวกเ้าไม่กี่คนก็กล้าหันอาวุธใส่ราชอาณาจักรเชียวหรือ? ฮึ ข้ากำลังรอให้พวกเ้าลงมือก่อนอยู่เลย เมื่อถึงตอนนั้น ฮึๆๆ แม้แต่าาของพวกเ้าก็จะถูกลงโทษ! พวกข้าจะมัดาาเ้าไว้บนเสาที่วิหารอัศวินแล้วเผาทั้งเป็!”
แลมพาร์ดได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาหันไปสบตาทุกคนแล้วส่ายหน้า
พวกเขาไม่กลัวกองกำลังของราชอาณาจักร แต่กังวลว่าจะสร้างปัญหาให้แก่ซุนเฟยและส่งผลกระทบต่อการดำเนินการตามแผนการที่วางไว้ พวกเขาเห็นองค์าาทำงานหนักเพื่อขับเคลื่อนอาณาจักรแซมบอร์ดให้พัฒนารุดหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อีกอย่าง การแข่งขันการซ้อมรบในครั้งนี้ก็เป็โอกาสดีที่จะทำให้เมืองแซมบอร์ดได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ดังนั้นจะให้อารมณ์ชั่ววูบของตัวเองไปทำร้ายแผนการของฝ่าาได้อย่างไร
"วางอาวุธให้พวกเขามัดเรา” แลมพาร์ดสั่ง
'สองอสุรกาย' ร้องเฮอะออกมาก่อนจะแขวนอาวุธในมือตัวเองไว้กับม้าตามเดิม เหล่าเทศกิจและอัศวินบรอนซ์เซนต์ก็วางอาวุธลง ทหารของราชอาณาจักรเห็นดังนั้นก็โผเข้ามามัดพวกเขาด้วยท่าทางเหมือนหมาป่าที่ชั่วร้ายกำลังจะเขมือบแกะ อาจจะมีขัดขืนเล็กน้อยเช่นสะบัดมือโดนท้องพวกเขา บ้างก็เหยียบเท้าพวกเขาเต็มๆ แต่ไม่เป็ไร ไว้ค่อยเอาคืนทีหลัง ชาวแซมบอร์ดทุกคนพยายามอดทนและพูดย้ำอยู่ในใจว่าเพื่อฝ่าาๆ ในเมื่อพวกเขายอมตายแทนพระองค์ได้ กะอีแค่ถูกจับทำไมจะยอมไม่ได้
หัวหน้าทหารเห็นทุกอย่างเป็ไปตามที่หวังก็รีบเดินเข้ามาตบหน้าดร็อกบาอย่างแรงแล้วหัวเราะอย่างดูถูกว่า “ไงล่ะไอ้โง่! ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่เ้าอวดดีมากหรอกหรือ? ตอนนี้ล่ะเป็ไง? ฮ่าๆๆ …เอาล่ะ ถอดชุดเกราะของพวกมันมา!”
เหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรแทบจะโยนอาวุธในมือทิ้งแล้วยื้อแย่งเข้ามาถอดชุดเกราะพวกเขา ชุดเกราะบนร่างของชาวแซมบอร์ดทั้งสวยและดูแข็งแกร่งแบบนี้ ใครบ้างที่จะไม่อิจฉา
“หยุดมือนะ! ไอ้พวกโจรกระจอก! นี่มันเป็ชุดเกราะที่องค์าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ดของพวกข้าประทานให้เป็ของรางวัล ถึงตายข้าก็ไม่ให้! อย่าได้หวังจะเอามันไปจากข้า...”
ดร็อกบา เทศกิจและอัศวินบรอนซ์เซนต์แทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป หลังจากที่ฝ่าาได้ประทานชุดเกราะเหล่านี้มาให้พวกเขาใส่ตลอดการเดินทาง พวกเขาก็แทบไม่เคยปลดชุดเกราะนี้ออกเลยสักครั้ง รักมันเหมือนเป็ลูกในไส้ คอยขัดถูดูแลมันเป็อย่างดี แต่ละคนสาบานในใจเอาไว้ว่า จะสวมชุดเกราะนี้เข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบและจะคว้าชัยชนะมาให้ฝ่าาให้ได้ แล้วจะให้พวกเขาทนยืนนิ่งให้ไอ้พวกโจรกระจอกตรงหน้าเอาไปได้อย่างไร?
“ฮ่าๆๆๆ ดีงั้นพวกเ้าก็ตายไปเสีย...ชุดเกราะที่าาแซมบอร์ดตูดหมาอะไรนั่นประทานให้ก็จะเป็ของข้า เฮอะ ถุย!” ในขณะที่หัวหน้าทหารหัวเราะอย่างย่ามใจ แต่ไม่ช้าเขาก็เห็นว่าเหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรที่อยู่รอบๆ เริ่มมีสีหน้าซีดเผือด มองมาทางตัวเองด้วยสายตาหวาดกลัวราวกับเห็นผี สักพักในหัวของหัวหน้าทหารก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ทันใดนั้นความหวาดกลัวก็แล่นขึ้นมาในสมอง เขารีบถามกลับอย่างละล่ำละลักว่า “อะไรนะ?เมื่อครู่เ้าว่าอะไรนะ? าาแซมบอร์ด? หรือว่าจะเป็...าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด?”
หัวหน้าทหารพลันนิ่งไม่ไหวติง
เขาเริ่มรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งกระดูก ฉับพลันร่างก็สั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
-------------------
