“ต้องเท้าความไปเมื่อหลายพันปีก่อน ในพันธสัญญาาาแห่งปรภพมีกับทุกภพภูมิ ในการให้กำเนิดเ้าวั่งซูเ้าแห่งภพมนุษย์ ระหว่างที่ เ้าแห่งปรภพอาละวาดขึ้นมาถึงภพ์ และท้ายที่สุดได้ตกหลุมรักเทพธิดาแสงจันทร์ และทำสัญญานั้นกับทุกภพ แต่กับภพ์ที่มีไมตรีต่อกันเหนียวแน่นกว่าภพอื่นๆ พวกเราได้สร้างทางเชื่อมระหว่างภพ เพื่อให้ทั้งภพ์และปรภพ ในฐานะภพที่แข็งแกร่งที่สุด เชื่อมถึงกันและสร้างพลังจักราที่แข็งแกร่ง ในการให้การสอดส่องดูแล และช่วยเหลือภพอื่นๆ ได้ทุกภพ ในฐานะผู้นำ ในพิธีนั้นมีการสร้างเสาค้ำฟ้าที่มีความยาวเกินจินตนาการแทงทะลุแกนกลางทั้งสองภพ ถ่ายทอดพลังจักราไหลเวียน ตัวเสานั้นถูกสร้างขึ้นโดยพลังจักราที่ถ่ายทอดออกจากิญญาของเหล่าทวยเทพทุกองค์บน์ รวมถึงตัวข้า และองค์จักรพรรดิ และยังได้พลังแห่งการเยียวยาและคุ้มภัยจากองค์พุทธะซิงซิงเจี่ย เสาค้ำฟ้าต้นนี้คือหัวใจแห่งภพ์” องค์จักรพรรดินีเล่า
“อย่างที่พวกข้าเข้าใจว่าเสาค้ำฟ้านี้ไม่สามารถถูกทำลายได้ เพราะเป็สิ่งสำคัญของภพ์ แต่เมื่อภวังคจิตเข้าสถิต มันจะกืนกินทุกสิ่งที่เป็ความสว่าง และทำให้กลายเป็ความดำมืด พวกข้ายังไม่รู้ว่าจะสามารถแยกมันออกได้ไหม” เ้าวั่งซูเอ่ยหนักใจ
“ไม่ใช่แค่เสา แต่ในพิธีนั้นยังมีสิ่งสำคัญจากปรภพ โซ่สองภพ ตัวข้าไม่รู้แน่ชัดว่ามันถูกสร้างมาอย่างไรต้องถามเสด็จพ่อของท่าน แต่โซ่สองภพสีทองเส้นนั้น ถ่ายทอดพลังจักราที่มากมายจากปรภพประสานกับพลังจากตัวเสาค้ำฟ้า พลังจักราที่ไหลเวียนไปมา และป้องกันทั้งสองภพ เกิดจากสองสิ่งนี้ ดังนั้นข้าคิดว่าไม่ว่าเสาค้ำฟ้า หรือโซ่สองภพโดนทำลายก็ล้วนแล้วแต่นำภพ์และปรภพสู่การดับสูญ” องค์จักรพรรดิกล่าวหนักใจ
ก่อนที่เสียงพรึมพรำดังขึ้นสนั่นท่ามกลางโถงประชุมทุกคนกำลังถกเถียงถึงปัญหาสำคัญนี้ ด้านหน้าตัวปราสาทก็เกิดแสงสว่างขึ้น พร้อมการปรากฏขององค์พุทธะซิงซิงเจี่ยใหญ่เด่นกลางท้องฟ้า ลอยองค์อยู่เหนือหน้าพระราชวัง
ทุกคนเดินออกมาคุกเข่าทำความเคารพกันพร้อมหน้า “องค์พุทธะ”
“เ้าวั่งซู ฮวาเฟยฟา ในที่สุดพวกท่านก็ค้นพบต้นกำเนิด รู้ถึงเส้นทางที่เดินไป และโชคชะตาที่เหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ การมาของมารร้าย หรือการมีอยู่ของมันล้วนเป็สิ่งที่โชคชะตากำหนดไว้แล้ว และมันก็ดำเนินมาถึงขนาดที่ว่าตัวของข้า และพระแม่แห่งจิติญญาแห่งภพพืชพันธุ์ในฐานะผู้เยียวยาและฟื้นกลับ ก็ยังไม่สามารถควบคุมความมืดนั้นไว้ได้
อย่างที่พวกเ้าทราบดีว่าตัวเหย้าหลูกู่นั้นยังมีจิตแห่งความดีแม้นมันจะเล็กนัก แต่ตัวข้าและพระแม่แห่งจิติญญาก็ล้วนตั้งใจให้มันมีอยู่เพราะมันคือกุญแจสุดท้ายแห่งการคืนกลับของดวงิญญาของเ้าภพดวงสุดท้าย และก็มีแต่พวกเ้าเท่านั้นที่จะสามารถค้นหาและทำให้มันเติบโตได้ เพราะจิติญญาดวงนั้นก็คือพวกเ้าทั้งสองแต่กำเนิด
การเดินทางของเ้าทั้งสองยาวไกลและยากยิ่งนัก แต่ก็เป็ชะตาที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องเป็แค่พวกเ้าสองคนเท่านั้น จงอย่าท้อ อย่างที่พวกเ้าเห็น ตามเส้นทางที่เดินมา สหายมากมาย ดวงจิตมากมาย ล้วนสยบยอมและสวามิภักดิ์ ต่อผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ พวกเ้าไม่เดียวดายบนเส้นทางนี้ ส่วนที่ข้ามาวันนี้นั้น ้าจะบอกถึงที่สถิตที่แท้จริงของภวังคจิตสิบสองดวง”
“สิบสองดวง องค์พุทธะท่านหมายถึง มันสถิตทั้งโซ่สองภพและเสาค้ำฟ้า ทำไมมันเยอะขนาดนั้น ในนิมิตข้าเห็นแค่สอง” เ้าวั่งซูถาม
“เสาค้ำฟ้ายาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด โซ่สองภพพันเกลียวรัดตัวเสาั้แ่ต้นจนปลาย ไม่มีสิ่งใดในโลกสามารถทำลายั้แ่ต้นจนจบได้ จอมมารถึงเลือกฝังดวงจิตเอาไว้ในสิ่งที่จะไม่มีวันถูกทำลาย เพราะเหย้าหลูกู่นั้นมีความตั้งใจรวมภพ์และปรภพเข้าด้วยกันและใช้เป็ภพฐานที่ตั้ง เมื่อความมืดถูกดึงเข้าร่วมกับความสว่าง ที่แห่งนั้นคือที่ที่ก่อกำเนิดพลังที่ดีที่สุด จากดวงจิตที่ถูกฝังไว้สองดวง ผ่านมาหมื่นปีมันขยายพลัง ได้รับพลังหยินหยาง ความมืดความสว่าง ก่อกำเนิดเป็ภวังคจิตสิบสองดวง”
“ภวังคจิตสิบสองดวง! นี่มันตั้งใจใช้สองภพเป็ที่ตั้งแห่งภพปีศาจและควบคุมทุกภพให้อยู่ภายใต้อำนาจของมัน จอมมารนั่นมันวางแผนนี่มาเป็หมื่นปีอย่างดี” องค์จักรดิพรรดิเอ่ยใ
“แต่จุดที่ภวังคจิตทั้งสองสถิตอยู่คือ “แดนแบ่งเขตหยินหยาง” บริเวณที่เป็แหล่งรวมกันของพลังจักราจากภพสววรค์และปรภพ เป็จุดตรงกลางที่ความมืดและความสว่างมา ที่ตรงนั้น มีภวังคจิตสิบสองดวงหลับใหล ดูดซับ และขจรขจายความมืดสู่ทั้งสองภพ”
“ดวงประทีปอนันตกาลจะนำทางได้” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“สิ่งนั้นจะนำทางพวกท่านสู่จุดศูนย์กลาง แต่การแยกภวังคจิตออกจากเสาค้ำฟ้า และ โซ่สองภพ นั้นมีข้อแม้แห่งการเสียสละเป็ที่ตั้ง” องค์พุทธะซิงซิงเจี่ยนิ่ง
“องค์พุทธะ ท่านหมายถึงสิ่งใดกัน การเสียสละ” เ้าวั่งซูเอ่ย
“เสาสองภพกอปรสร้างจากดวงจิตทั้งหมดของผู้คนบนภพ์ ในขณะที่ โซ่สองภพก็สร้างขึ้นจากดวงจิตแห่งปรภพ ดวงจิตเ่าั้ถูกหลืนกิน และ จะโดนทำลายทั้งหมด ถ้าดวงจิตมารร้ายหลุดออกจากการสถิต ตัวเสาและโซ่จะดับสลาย หัวใจแห่งผู้สร้างและผู้ปกปักษ์คือสิ่งที่ทรงพลังแทนทุกดวงจิตในทุกภพ ดังนั้นมันต้องถูกถอดให้กับ เสาค้ำฟ้า และ โซ่สองภพ เพื่อทั้งสองสิ่งจะยังคงยืนหยัดต่อไปได้” องค์พุทธะพูดสงบนิ่ง
“หัวใจของข้าและเฟยเฟยต้องถูกถอดให้กับเสาค้ำฟ้า และ โซ่สองภพ นี่หรอคือการเสียสละที่ว่า ชะตากำหนดให้ในทุกภพต้องชิ้นส่วนของเราสองคน” เ้าวั่งซูอึ้งไปสักพัก
“พวกข้าในฐานะผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเกิดตายเวียนว่ายมาหลายภพชาติ ในทุกภพ มีชีวิตมามากมาย ดวงจิตมากมาย ข้าเชื่อว่าหัวใจก็ต้องมีหลายดวงเช่นกัน ข้าไม่แน่ใจว่าหัวใจแห่งภพต้นกำเนิด “หัวใจแห่งเดรัจฉาน” จะสามารถใช้เพื่อการนี้ได้หรือไม่” ฮวาเฟยฟาครุ่นคิด
“” หัวใจัเจือแสงสุริยัน” จากเทพพระอาทิตย์และธิดาัสว่างที่สุดในเก้าภพ “หัวใจหมาป่าอาบแสงจันทร์” จากธิดาแสงจันทร์และาาหมาป่า “แข็งแกร่งที่สุดในเก้าภพ หัวใจแห่งผู้สร้างและผู้ปกปักษ์” องค์พุทธะซิงซิงเจี่ยกล่าวอย่างเมตตา
“เข้าใจแล้วองค์พุทธะ งั้นพวกข้าต้องไปหาเสด็จพ่อเสด็จแม่เพื่อขอชีวิตและหัวใจ ให้พวกท่านประทานให้” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ถ้าภวังคจิตสองดวงนั้นดูดซับดวงิญญาของภพ์และปรภพ มันแข็งแกร่งกว่าทุกดวงที่ผ่านมา และการที่มันอยู่ตรงแดนแบ่งเขตหยินหยางที่ความสว่างและความมืดมาพบมันแข็งแกร่งขนาดนั้น ทำนองจากซวิ่นดำสิบสองซุ่นกับผีผาประทีปอนันกาลน่าจะไม่สามารถเรียกมันออกมาได้หรือไม่” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถามองค์พุทธะ
“มนต์แสงธรรมโพธิสัตว์” “อย่ากังวลเมื่อเวลามาถึง ตัวข้าและเหล่าอรหันต์จะอยู่ช่วยพวกเ้า” องค์พุทธะซิงซิงเจี่ยกล่าวมีเมตตา
