รากไทรย้อยไหวโยนอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นร่างของรุกขเทวดาก็อันตรธานสลายไปพร้อมกับกลุ่มควันหนาแน่น ค่อยๆ จางลงกลายเป็สายหมอกบางเบาแ่หายไปในที่สุด
“คุณพระ… ”
รจนาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงอุทาน
“เราฝันไปหรือนี่”
มือเรียวเอื้อมเปิดโคมไฟหัวเตียง และเมื่อแสงไฟสว่างวาบ หล่อนก็มีอันต้องใยิ่งกว่าในความฝัน เมื่อเหลือบไปเห็นใบของต้นไทรหลายใบ ร่วงหล่นอยู่บนเตียง
อีกสัปดาห์ต่อมา
คืนพระจันทร์เต็มดวงที่รจนารอคอยมาถึงแล้ว หล่อนกลับมายังต้นไทร รอจนกระทั่งเข็มสั้นและยาวของนาฬิกาหมุนมาทับกันเป็เส้นตรงที่เลขสิบสอง จากนั้นก็หลับตาพนมมือพร้อมด้วยธูปดอกเดียวในมือ ตั้งจิตกล่าวคำอธิษฐานในใจ
เพียงอึดใจสั้นๆ ต่อมา…
ก็เกิดกลุ่มหมอกควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากโคนต้นไทรแล้วแผ่คลุมโอบอุ้มร่างของหล่อนจนปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้น
“คุณพระช่วย”
รจนาอุทานกับเหตุการณ์เหลือเชื่อ คล้ายกับว่าหล่อนกำลังลอยอยู่ในลูกโป่งใหญ่ๆ ร่างกายเบาหวิวไร้น้ำหนัก
จากนั้นก็รู้สึกเหมือนเคลิ้มฝันอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ในรอยต่อของความจริงและความฝัน ก่อนจะถูกดูดกลืนหายเข้ามาในต้นไทรพร้อมกลุ่มควันสีขาว
“คุณพระช่วย… ”
รจนารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่มายืนอยู่อีกฟากของมิติเวลา กลุ่มหมอกควันสีขาวที่โอบอุ้มหล่อนมา ค่อยๆ จางหาย เริ่มมองเห็นภาพของสภาพแวดล้อมรอบๆ กายที่ดูแตกต่างไปจากสถานที่ที่หล่อนมา
ไม่ผิดแล้ว…
นี่คือเมืองลับแล เส้นทางเบื้องหน้าบังคับให้หญิงสาวจำต้องก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยมันขนาบไว้ด้วยหุบเหวทั้งซ้ายและขวาปราศจากทางแยกทางเลี้ยว
รจนาก้าวเดินมาได้เพียงครู่สั้นๆ พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับกำแพงอิฐสีแดง มีบานประตูขวางอยู่ตรงกลาง
ข้างๆ ประตูมีชายร่างสูงใหญ่สะดุดตา ความสูงน่าจะเกินสองเมตร ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น ถือกระบองไว้ในมือข้างหนึ่ง นอกจากสีผิวดำขลับเหมือนนิลและร่างกายที่สูงมาก ลักษณะโดยทั่วไปก็ดูเหมือนมนุษย์ทุกประการ
“ท่านคือผู้เฝ้าประตูใช่ไหม”
รจนาถามเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของมันเบิกโพลงมองหล่อนเหมือนเห็นของหวานน่ากิน
“ข้าคือทวารบาลผู้เฝ้าประตูแห่งนี้ แล้วเ้าล่ะเป็ใคร… จะไปไหน”
ผู้เฝ้าประตูร่างดำทะมึนตอบด้วยกังวานเสียงทุ้มต่ำ ด้วยมันเปลือยอก ร่างกายมีเพียงโจงกระเบนสีแดงผืนเดียวพันกึ่งกลางกายอาไว้ จึงเห็นเนื้อตัวกำยำล่ำสันไปด้วยมัดกล้าม แผงอกกว้างมีเส้นขนสีดำปกคลุมไปทั่ว กล้ามท้องแน่นนูนไปด้วยลอนซิกแพ็ค ใบหน้าดูเหี้ยมเกรียมน่าเกรงขาม ต้นขากำยำเต็มไปด้วยขน
“ข้าจะไปเมืองลับแล… ไปช่วยสามีของข้าที่โดนขังอยู่ในนั้น… ขอท่านได้โปรดเมตตาให้ข้าผ่านทางด้วยเถิด”
รจนากล่าวพลางพนมมือวิงวอน
“เ้าจะผ่านไปได้ก็ต่อเมื่อเ้ามีสิ่งแลกเปลี่ยน”
ผู้เฝ้าประตูร่างั์กล่าวพลางจ้องมองเรือนร่างของรจนาตาเป็มัน
