“เบา ๆ อย่ากรีดร้องแบบนั้นให้ใครได้ยิน เธอจะเสียภาพพจน์เอาได้”
“ฉันมีอะไรต้องเสียอีก ตอนนี้คนที่กำลังโดนประณามก็คือฉัน เธอลองอ่านความคิดเห็นของคนในอินเทอร์เน็ตดูสิ มันหาว่าฉันคิดไปเอง หาว่าฉันส่งให้เธอไปทำร้ายมัน ตอนนี้คำวิจารณ์ต่าง ๆ มันย้อนกลับมาที่ฉันหมดแล้ว เพราะพิมพ์มาดาคนเดียว” ปุยนุ่นไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เธอโวยอยู่กับดาหลันนานนับชั่วโมงกว่าจะตั้งสติได้
หญิงสาวปาดน้ำตาออก แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมายังดาหรัน เพื่อนสนิทที่รู้ความลับในทุก่ชีวิตของเธอ
“ดาหรัน” เสียงสั่นเครือของปุยนุ่นทำให้ดาหรันตั้งใจฟัง
“ฉันไม่อยากเสียทิณณ์ไปจริง ๆ นะ ฉันรักเขา รักมากที่สุด ฉันจะทำยังไงดีที่จะไม่ต้องเสียเขาไป ดาหรันช่วยฉันคิดหน่อยได้ไหม”
“ตอนนี้ทิณณ์กำลังหลงเด็กนั่นอยู่ ทำอะไรตอนนี้ไม่ได้หรอก เธอก็เห็นแล้วว่า เราขว้างไปแรงเท่าไหร่ มันก็ย้อนกลับมาแรงเท่านั้น ขนาดฉันเป็เพื่อนรักเธอ ทิณณ์ยังเกือบไม่ยอม” ดาหรันพูดพร้อมกับเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้ปุยนุ่นด้วยความเห็นใจ
“หมายความว่าเธอจะให้ฉันทนเห็นทิณณ์ควงมันอย่างออกหน้าออกตางั้นเหรอ”
“จำเป็ต้องทำแบบนั้น แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางออกสำหรับเื่นี้หรอกนะ”
“หมายความว่าไง”
“เธอก็แค่ทำตัวเหมือนเดิม อยู่ข้าง ๆ ทิณณ์เหมือนเดิม ทำให้เขาคิดว่าเธอยืนเคียงข้างเขา ทำดีกับพิมพ์มาดาให้เธอตายใจ แล้วเราค่อยหาจังหวะกำจัดมัน”
“เธอจะให้ฉันพูดดีกับเด็กนั่นเหรอ ตอนนี้แค่หน้ามันฉันยังไม่อยากมองเลย”
“เธอต้องทำ! มันจะฝืนใจหน่อย แต่เธอเชื่อฉันว่าเธอทำได้” ปุยนุ่นนิ่งเงียบพร้อมทบทวนคำพูดของดาหรัน ที่จริงแล้วมันอาจจะเป็ทางเลือกเดียวให้เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเทวทิณณ์ต่อไป
“พี่ทิณณ์คะ ทำไมพูดอะไรแบบนั้นไปคะ เราไม่ได้เป็แฟนกันเสียหน่อย” พิมพ์มาดาหันไปสบตาเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะยกมือขึ้นลูบศีรษะ
“ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้ เธอก็จะโดนด่าไปเรื่อย ๆ เธอทนสายตาคนพวกนี้ได้จริง ๆ เหรอ” พิมพ์มาดานิ่งเงียบไป หญิงสาวรู้สึกหัวใจเต้นเร็วทุกครั้งที่มองหน้าเขา ก่อนรีบหลบสายตาอบอุ่นนั้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไป พร้อมคำถามมากมายที่หลั่งไหลออกมา
“พี่ทำแบบนี้ มันก็เท่ากับว่าพี่ผูกมัดตัวเองนะคะ”
“พี่รู้” เขาตอบอย่างไม่สะท้าน ระหว่างทางเดินสายตาของนักศึกษาที่เคยมองพิมพ์มาดาอย่างรังเกียจ กลับมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวค่อย ๆ เลื่อนสายตามองชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างกาย เขาเป็ถึงลูกชายเ้าของธุรกิจใหญ่โต แถมหน้าตาหล่อเหลาไม่ต่างจากดาราเกาหลี เวลานี้เขาเดินเคียงข้างและปกป้องเธอราวกับเธอคือคนรัก นั่นทำให้พิมพ์มาดารู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“คิดอะไรอยู่เหรอ”
“เปล่าค่ะๆ” หญิงสาวใกับคำถาม จึงรีบตอบไปด้วยท่าทางมีพิรุธ ก่อนชายหนุ่มจะยกยิ้มแล้วจับศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู
“เย็นนี้ไปรอพี่ที่รถนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด” เขากำชับเมื่อเดินมาส่งถึงที่ ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากไป นักศึกษาจำนวนมากพากันอ้าปากค้าง และเข้ามารุมล้อมพิมพ์มาดาเพื่อถามถึงเทวทิณณ์ด้วยความอยากรู้
"เธอเป็คนแรกเลยนะที่พี่ทิณณ์ยอมรับเป็แฟน”
“เขาดูแลเธอดีแค่ไหน”
“พี่ทิณณ์อบอุ่นไหม เขากอดเธอบ่อยไหม” คำถามมากมายถาโถมเข้ามาจนพิมพ์มาดาได้แต่ยิ้มแหย ๆ พยายามเลี่ยงเดินออก แล้วเข้ามานั่งที่โต๊ะอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังแววดาวที่นั่งอยู่ไม่ห่างนัก พิมพ์มาดาอยากทักทายเพื่อนรักของเธอใจแทบขาด แต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอึดอัด เลยเลือกที่จะนั่งเฉย ๆ
เมื่ออาจารย์ประจำวิชาเข้ามา แววดาวจึงขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ แล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
“ถ้าที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟังเป็เื่จริง สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ พี่ทิณณ์เขาออกมาปกป้องเธอถูกไหม” พิมพ์มาดาหันมองหน้าเพื่อนรัก รู้สึกดีใจที่แววดาวกลับมาคุยกับเธออีกครั้ง
“ฉันไม่รู้ว่าทำไมพี่ทิณณ์ถึงทำอะไรแบบนั้น” หญิงสาวพูดกับเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมแววตาใสซื่อยังแสดงเด่นชัดออกมา
“คนอย่างพี่ทิณณ์อะนะ ไม่มีวันทำอะไรแบบนี้หรอก ไม่งั้นจะได้ฉายาัเขี้ยวทองมาเหรอ ฉันว่าที่เขาทำแบบนั้น เพราะเขาชอบเธอจริง ๆ แล้วล่ะ” คำพูดของแววดาวทำให้พิมพ์มาดารู้สึกตัวชาไปทั้งร่างกาย เธอกลืนน้ำลายแล้วมองเพื่อนรักอีกครั้ง
“เธอว่าอะไรนะ”
“ก็ที่เขาปกป้องเธอจากข่าวพวกนั้น เพราะเขาชอบเธอจริง ๆ ต่างหาก แค่นี้เธอยังดูไม่ออกอีกเหรอ ทั้งกอดเอวเธอ ทั้งเดินมาส่งที่ตึกเรียน ทั้งประกาศคบกับเธอซะขนาดนั้น” คำตอบของแววดาวทำให้พิมพ์มาดาชะงักนิ่งไป พร้อมกับทบทวนสิ่งต่าง ๆ อีกครั้ง
