อวี้หลิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นแม้ในใจจะสงสัย แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกอดเสียดายไม่ได้ เหตุใดนักฆ่าเ่าั้จึงลงมือพลาดกันนะ
มู่หลานเฟินคร้านจะสนใจป้าของนางอีก จึงกลับมาที่เรือนพัก อีกทั้งยังบอกอีกว่าลั่วเหมยและพี่สาวนางจะรับมาดูแลต่อเอง หากอวี้หลิงไม่ยอมนางก็จะโบยคนของอวี้หลิงจนตายเช่นเดียวกัน อวี้หลิงส่งเสียงเหอะออกมา ไม่คิดว่าหลานสาวตัวดีจะกล้าข่มขู่นาง แต่แววตาของมู่หลานเฟินไม่ได้มีทีท่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย นางจึงรับปากไปอย่างส่ง ๆ รอให้มู่หลานเฟินลืมเื่นี้ไปค่อยจัดการก็ยังไม่สาย
ด้านเซวียนซานหลางหลังจากที่กลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เซวียนจงผู้เป็เสด็จลุง บอกเล่าเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้รับรู้ ยามนี้ในห้องทรงอักษรยังมีเสิ่นเหวยอันและซูอวี้เฉิงอยู่ด้วย
ฮ่องเต้เซวียนจงเอ่ยชมทั้งสามคน ไม่คาดคิดเลยว่าคดีที่ปิดไม่ได้ในครั้งนี้ จะเกี่ยวพันกับจวนเ้าเมืองถงหวาง อีกทั้งบุตรสาวของเขาที่เสียสติเพราะความรักจนลงมือได้อย่างอำหิตนางนั้นก็ได้รับผลกรรมไปตามสมควรแล้ว
"ซานหลาง ก่อนหน้านี้เ้าบอกว่า หลานสาวของมารดาเลี้ยงเ้ามีส่วนช่วยเหลือพวกเ้าในการสืบคดี ไหนเ้าว่ามาซิ นางช่วยอันใดพวกเ้าบ้าง"
เซวียนซานหลางเงยหน้าไปมองเสด็จลุงของตนก่อนจะรายงานเื่ราวทุกอย่างที่มู่หลานเฟินทำให้เสด็จลุงของตนฟัง ระหว่างนั้นซูอวี้เฉิงก็ลอบมองเซวียนซานหลางเป็ระยะพลางนึกขบขันในใจ คนผู้นี้ปากบอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับนาง อยากจะฆ่านางให้ตายวันละหลายหน แต่ยามนี้กลับออกหน้าแทนนาง
ด้านเสิ่นเหวยอันก็เลิกคิ้วพลางมองเซวียนซานหลางด้วยแววตาครุ่นคิด
เขาไม่รู้ว่าเซวียนซานหลางคิดเช่นไรกับมู่หลานเฟิน แต่สำหรับเขา มู่หลานเฟินก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงเพียงนั้น
คนเราเมื่อกลับตัวได้ย่อมต้องได้รับโอกาสไม่ใช่หรือ
เมื่อได้ฟังเซวียนซานหลางเล่าจนจบ ฮ่องเต้เซวียนจงก็พยักหน้า ก่อนจะสั่งให้ขันทีนำของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปมอบให้นาง
เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วคนทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับจวนของตน ระหว่างทางที่เดินออกจากวังหลวงเสิ่นเหวยอันก็หันมาเอ่ยกับเซวียนซานหลาง
"ซื่อจื่อ ท่านเป็คนปากไม่ตรงกับใจั้แ่เมื่อใดกัน"
เซวียนซานหลางหันมามองเสิ่นเหวยอันด้วยแววตาที่เรียบเฉย
"ทำดีก็ต้องชื่นชม ทำไม่ดีก็ต้องคาดโทษ ข้าปากไม่ตรงกับใจตรงไหนกัน"
"เช่นนั้นหรือ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่า ซื่อจื่อเป็เช่นนั้นเล่า"
"เ้า้าจะเอ่ยสิ่งใดกับข้ากันแน่เสิ่นเหวยอัน"
เซวียนซานหลางเอ่ยถามเสิ่นเหวยอันด้วยความสงสัย แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ตอบ อีกทั้งยังเดินจากไปเงียบ ๆ ส่วนซูอวี้เฉิงก็อยู่สนทนากับเขาเพียงสองสามประโยคก็ขอตัวจากไปเช่นเดียวกัน
เวลาผ่านไปร่วมหลายวัน มู่หลานเฟินก็ได้ทราบว่าตนจะต้องเข้าเรียนที่สำนักศึกษา เดิมทีก่อนหน้านี้มู่หลานเฟินคนเก่าเป็พวกไม่สนใจการเรียนอะไรนางก็ไม่เอา วัน ๆ นอกจากไล่ตามเซวียนซานหลางแล้วนางก็ไม่ทำสิ่งใดเป็ชิ้นเป็อันสักอย่างเดียว
ลั่วเหมยถูกส่งไปที่โรงครัวพร้อมพี่สาว มู่หลานเฟินก็รับสาวใช้เข้ามาใหม่หลายคน นางเลือกอาหลวน สาวใช้ร่างอ้วนมาเป็สาวใช้คนสนิท เพราะเห็นว่าอาหลวนนิสัยดีซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง
"คุณหนูเ้าคะ ท่านสวมชุดนี้ไปเรียนเป็อย่างไร คุณหนูของบ่าวงดงามเช่นนี้จะต้องโดดเด่นกว่าพวกคุณหนูจากตระกูลขุนนางแน่นอน พูดแล้วก็น่าเสียดาย เพราะคุณหนูเกิดจากตระกูลพ่อค้า ทำให้ไม่ได้เข้าเรียนที่ห้้องเรียนใหญ่"
อาหลวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แต่มู่หลานเฟินกลับไม่ใส่ใจเท่าใดนัก
สำนักศึกษาที่นางจะต้องไปเรียนมีชื่อว่าสำนักศึกษาเสวียนลู่ เป็สำนักศึกษาสำหรับสตรี แต่กลับแบ่งแยกฐานะอย่างชัดเจน พวกคุณหนูลูกขุนนางได้เรียนที่ห้องเรียนใหญ่ ที่นั่นสภาพแวดล้อมค่อนข้างสวยสดงดงามไม่น้อยเลย อีกทั้งเหล่าอาจารย์ที่สอนก็มาจากตระกูลสูงศักดิ์ ส่วนพวกนางที่เป็บุตรสาวพ่อค้าหรือฐานะต่ำกว่าคุณหนูพวกนั้นก็จะต้องไปเรียนที่ห้องเรียนเล็ก สภาพแวดล้อมล้วนต่างกันโดยสิ้นเชิง อีกทั้งอาจารย์ที่สอนก็มีฐานะต่างกัน
ในเมืองหลวงต้าหลางนอกจากจะมีสำนักศึกษาหญิงเสวียนลู่แล้วยังมีสำนักศึกษาชายจิ้นิด้วย ที่นั่นก็แบ่งแยกฐานะกันชัดเจนเช่นเดียวกัน
มู่หลานเฟินใช้ชีวิตมาหลายชาติแล้ว นางเคยเห็นการแก่งแย่งมาทุกรูปแบบ ตอนอยู่ในร่างแม่ทัพใหญ่วัยเยาว์ก็เคยเข้าเรียนที่สำนักศึกษามีชื่อ มีอะไรบ้างที่นางไม่เคยเห็น ล้วนผ่านตามาหมดแล้ว
บางคราการได้เรียนกับคนที่มีชาติกำเนิดเหมือน ๆ กันอาจจะถือว่าเป็ความโชคดีมากกว่าที่ต้องเรียนกับเหล่าคุณหนูเื่มากพวกนั้น
“คุณหนู ชุดแดงนี่เป็อย่างไรเ้าคะ”
อาหลวนเอ่ยพร้อมกับหยิบชุดสีแดงสดมาตรงหน้ามู่หลานเฟิน
"ไม่ต้องเลือกเสื้อผ้าให้ข้าหรอก ข้าจำได้ว่าที่สำนักศึกษามีชุดมอบให้นักเรียนคนละสี่ชุดอยู่แล้ว"
"เ้าค่ะคุณหนู เอาพัดไปด้วยดีหรือไม่เ้าคะ เผื่อว่าเกิดเื่จะได้ใช้พัดตบหน้าคนที่มารังแกท่านได้"
มู่หลานเฟินส่ายหน้าไปมา อาหลวนคนนี้อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่มักจะใจร้อนชอบทุบตีคนไปเสียหน่อย
เช้าวันต่อมาเป็วันที่มู่หลานเฟินจะต้องไปเรียนหนังสือแล้ว ด้านเซวียนเจ๋อก็กำลังจะไปเรียนเช่นเดียวกัน ญาติผู้พี่ของนางเข้าเรียนที่สำนักศึกษาจิ้นิ ถึงแม้เขาถือกำเนิดมาจากครรภ์มารดาที่มีฐานะต่ำต้อย แต่เพราะบิดาเป็ถึงชินอ๋องและพี่ชายยังมีอำนาจในมือ อย่างไรย่อมต้องได้เข้าเรียนห้องเรียนใหญ่ด้วยฐานะคุณชายรองของจวนชินอ๋อง
"หรานหร่าน เ้าอย่าไปมีเื่เด็ดขาดนะ นี่คือขนมดอกกุ้ย เ้าเก็บเอาไว้กินเวลาหิว ข้าแบ่งให้"
เซวียนเจ๋อเอ่ยจบก็ยื่นขนมมาให้นาง มู่หลานเฟินที่เห็นอย่างนั้นก็อดขบขันไม่ได้ ท่าทีของเซวียนเจ๋อในตอนนี้เหมือนคนที่ถูกบังคับไปเรียนอย่างไรอย่างนั้น
"ฟ้าฝนคงจะตกลงมาห่าใหญ่แน่นอน เพราะวันนี้ท่านจะไปเรียน"
มู่หลานเฟินเอ่ยเย้า เซวียนเจ๋อเมื่อได้ยินก็เบ้ปาก ก่อนจะเอ่ย
"หากไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่บังคับไม่มีทางไปหรอก เ้าก็เหมือนกัน ร้อยวันพันปีไม่คิดจะไปเรียน ว่าแต่ข้า"
“เหอะ ข้าก็อยากไปเรียนดูบ้าง”
พูดถึงเซวียนซานหลางแล้ว ระยะนี้นางไม่ได้พบหน้าเขามา่เวลาหนึ่งแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องทนฟังคำเสียดสีจากปากของเขา
"รีบไปเรียนกันได้แล้ว พวกเ้าสองคนหากมีผู้ใดก่อเื่ที่สำนักศึกษา กลับมาข้าจะลงโทษอย่างหนัก"
พูดยังไม่ทันขาดคำนางก็ได้ยินเสียงของเซวียนซานหลางทันที มู่หลานเฟินกลอกตาไปมา ก่อนจะหันไปมองเขา
วันนี้เซวียนซานหลางสวมชุดสีขาวดูสูงส่งชวนมอง ท่าทางของเขาราวกับเทพเซียนที่ลงมาโปรดมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น
เขารูปงามมากจริง ๆ
เซวียนซานหลางที่เห็นว่ามู่หลานเฟินจ้องตนตาไม่กะพริบก็เอ่ยกับนางอย่างเ็า
"เป็สตรี แต่กลับใช้สายตาหวานล้ำจ้องมองบุรุษช่างน่าไม่อาย เ้ายังต้องเรียนรู้มรรยาทอีกมากเชียว"
มู่หลานเฟินเมื่อได้ยินก็ลอบเบ้ปาก ก่อนจะยกมือขึ้นเท้าเอวและเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงเจือความเหนื่อยหน่าย
"ซื่อจื่อ ท่านใช้ตาข้างใดมองว่าข้ายั่วยวนท่าน ท่านรูปงามข้าก็เอ่ยชมตามความเป็จริงไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงเลยแม้แต่น้อย หากท่านไม่ชอบให้คนอื่นชม ก็หัดทำตัวขี้เหร่บ้างสิ จะทำตัวโดดเด่นเช่นนี้ทำไมกัน ประสาท!"
"มู่หรานเฟิน เ้ากล้าต่อว่าข้าหรือ"
"ข้าพูดความจริงมีอันใดต้องกลัวกัน"
เซวียนซานหลางส่งเสียงเหอะออกมา สตรีนางนี้ั้แ่กลับจากถงหวางก็เริ่มไม่เกรงกลัวเขา ไม่กลัวก็แล้วไปเถอะ แต่กลับเถียงคำไม่ตกฟากฉอด ๆ นี่มันคืออันใดกัน
เซวียนเจ๋อที่เห็นว่าคนทั้งสองเริ่มจะเปิดาน้ำลายกันอีก เขาจึงรีบดึงตัวมู่หลานเฟินขึ้นรถม้าจากไปทันที
เซวียนซานหลางมองตามรถม้าไป แต่อยู่ ๆ ม่านรถม้าก็ถูกเปิดออก มู่หลานเฟินโผล่หน้าออกมา ก่อนที่นางจะเบ้ปากใส่เขาและหดตัวกลับเข้าไปในรถม้าตามเดิม
เซวียนซานหลาง "..."
อันใดกัน คราก่อนนางเรียกเขาว่าบิดาอย่างหน้าไม่อาย ครานี้ยังเบ้ปากใส่เขาอีก
มันจะเกินไปแล้ว!!!
