ตอนที่ 25
เมื่อทั้งหมดกลับมาถึงบ้าน ก็มองเห็นบิดากลับมาแล้วเช่นกัน กำลังคุยกันอยู่กับท่านปู่ และท่านแม่ เด็กทั้งหมดส่งเสียงร้องทัก เมื่อพากันเดินเข้ามายังลานบ้าน
“ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกข้ากลับมาแล้ว”เสียงเด็กเจื้อยแจ้ว ดังเข้ามายังลานบ้าน ฟังดูครื้นเครง
“อ้าว พวกเ้าได้อะไรกันมาล่ะนั่น”ปู่หานเห็นเด็กๆเดินเข้ามาก็เอ่ยทัก เห็นแต่ละคนหิ้วตะกร้ากันตัวเอียงเดินเข้ามาใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทำให้เขาอดทอดถอนใจไม่ได้ อย่างน้อยตอนนี้ทุกคนก็ดูมีความสุขดี
“กุ้ง ขอรับท่านปู่”ต้าหลงบอกผู้เป็ปู่ พร้อมฉีกยิ้มกว้าง
“หือ กุ้งอย่างนั้นรึ มันกินได้รึ”ปู่หานถามด้วยความสงสัย พร้อมกับมองกุ้งที่อัดแน่นอยู่เต็มตะกร้า
“น้องเล็กบอกว่ามันกินได้ขอรับ”หยางหลงรีบบอกผู้เป็ปู่ ดวงตาเป็ประกาย เมื่อคิดถึงของกินฝีมือน้องสาว
“อืมๆ”ปู่หานพยักหน้า ไม่ว่าอะไร
“ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ คุยกันต่อเลยเ้าค่ะ ข้ากับเสี่ยวหลินจะไปทำกับข้าวเอง”จิวจิวบอกผู้ใหญ่ทั้งสาม พลางหันไปชักชวนพี่สาว ท่าทางน้ำเสียงราวกับตัวเองเป็ผู้ใหญ่กว่า
“เ้าเด็กคนนี้ ั้แ่ฟื้นขึ้นมา แม่ยังไม่ได้ยินเ้าเรียกหลินเออร์ว่าพี่ซักคำ”หลันฮวาขมวดคิ้วยุ่ง นางสังเกตมาพักใหญ่แล้ว ว่าบุตรสาวคนเล็กมักทำตัวโตเกินวัย ทำตัวราวกับตัวเองเป็พี่ของลูกๆนาง ดีหน่อยที่ยังเรียกลูกชายทั้งสองว่าพี่ ไม่อย่างนั้นนางคงปวดหัวนักยิ่งกว่าเดิมแน่
“ท่านแม่ ข้ากับพี่สาม ห่างกันแค่สองปีเองนะเ้าคะ เป็เพื่อนกันได้ ใช่หรือไม่เสี่ยวหลิน”จิวจิว ทำหน้าลำบากใจ พยายามหาพวกพ้อง ลำพังแค่เรียกเด็กน้อยสองคนว่าพี่ก็กระดากปากมากพอแล้ว ยังจะเรียกเด็กน้อยอย่างเสี่ยวหลินว่าพี่อีก นี่ข้าอายุเกือบจะสามสิบอยู่แล้วนะ ลำบากใจจริงๆเฮ้อ
“ท่านแม่ ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ ให้น้องเรียกเหมือนเดิมก็ได้”เสี่ยวหลินยิ้มอย่างไม่ถือสา นางชอบน้องสาวในตอนนี้มาก พวกนางเองก็ดูสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“ไม่ได้ๆ ต้องเคารพาุโรู้หรือไม่จิวเออร์ ถ้าคนอื่นได้ยินจะคิดว่าพ่อแม่ไม่สอนสั่ง”หลันฮวาไม่คิดจะโอนอ่อนเื่นี้ง่ายๆ ดวงหน้าที่เคยสวยหวาน แลดูดุขึ้นไม่น้อย
“ก็ได้เ้าค่ะท่านแม่ เรียกพี่สามก็พี่สาม”จิวจิวทำใจลำบากเล็กน้อย ก่อนจะยอมรับปากไป เอาเถอะยังไงร่างนี้ก็เป็น้องสาวคนเล็กจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ทำตัวไปตามน้ำก็แล้วกัน
“หึหึ พวกเ้าไปเถอะ”หานตง ฟังภรรยาอบรมบุตรสาวโดยไม่พูดอะไร ทำเพียงยิ้มบางๆให้บุตรสาวคนเล็ก ก่อนจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ ทำเอาได้ค้อนงามๆจากภรรยามาหนึ่งที
“เอาล่ะ พ่อก็จะกลับแล้ว ดีแล้ว ที่พวกเ้าจะสร้างบ้านใหม่ บ้านหลังนี้มันแทบอยู่ไม่ได้แล้ว พ่อยินดีกับพวกเ้าด้วย”เฒ่าหานบอกผู้เป็บุตรชายอย่างยินดี ชีวิตบุตรชายกำลังจะดีขึ้น อย่างน้อยความรู้สึกผิดในใจของเขาจะได้เบาบางลงบ้าง
“พวกเ้าไม่ต้องกังวลเื่แม่เ้า พ่อจะไม่ให้นางมาสร้างความวุ่นวายให้พวกเ้าได้อีกแน่นอน”สองสามีภรรยาสบตากัน เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้เป็บิดาบอก
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ”หานตงยิ้มให้ผู้เป็บิดา ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินจากไป
“ท่านพี่เข้าบ้านกันเถอะเ้าค่ะ”หานตงหันกลับมายิ้มให้ภรรยา หลังมองตามแผ่นหลังงองุ้มของผู้เป็บิดาด้วยความรู้สึกเป็ห่วง
“ไปเถอะ”หานตงโอบไหล่ภรรยา พาเดินเข้าบ้าน ท่ามกลางใบหน้าแดงเรื่อของผู้เป็ภรรยา
“หอม มาก น้องเล็ก”หยางหลงซึ่งกำลังดูแลการย่างกุ้งให้น้องสาว สูดดมความหอมตรงหน้า น้ำลายแทบไหล
“แน่นอนซิ พี่สามต้มยำกุ้งข้าเสร็จแล้วยกลงเลยเ้าค่ะ”จิวจิวกำลังเช็ดมือ หลังจากเสร็จสิ้นการทำอาหารแล้ว
“เดี๋ยวพี่รอง ย่างทั้งหมดนี้เสร็จ ก็ไม่มีอะไรแล้ว ข้ากับพี่สามจะไปอาบน้ำก่อนนะเ้าคะ ห้ามแอบกินนะเ้าคะ ข้านับไว้แล้วว่ามีกี่ตัว”จิวจิวรีบดักคอพี่ชาย ก่อนจะเดินจูงมือพี่สาวออกไปจากห้องครัว ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ได้แกล้งพี่ชาย
“น้องเล็ก ชอบดักคอข้าเสียจริง”หยางหลงบ่นงึมงำตามหลังน้องสาว ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาย่างกุ้งต่อไป ถึงมันจะหอมยั่วยวนใจมากเพียงใด เขาก็ต้องอดใจ ไม่คว้ามันเข้าปาก
“อ้าวเฮ้ย เ้าหยวนเป่า อย่านะ เดี๋ยวจิวเออร์ก็ดุเอาหรอก”หยางหลง แทบจะหยิบจานกุ้งย่างหนีแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆเ้าตัวตะกละนี้ก็โผล่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง
“เ้ามนุษย์ นี้ช่างขี้งกเสียจริง”หยวนเป่าทำเสียงจิ๊จ๊ะ เมื่อไม่ได้ดังใจ ก่อนจะวิ่งออกจากครัวไปหาเ้านายของมัน
“ไปเลยนะ เล่นเอาข้าใหมดเลย เฮ้อ ถ้าข้าให้เ้ากิน เดี๋ยวน้องเล็กจะคิดว่าข้าขโมยกินแน่ๆ”หยางหลงรีบหาชามมาปิดจานกุ้งไว้ กลัวว่ามันจะย้อนกลับมาเล่นงานเขาทีเผลออีกรอบ
ตกเย็นครอบครัวหาน ก็ล้อมวงกันกินกุ้งเผา อย่างเอร็ดอร่อย เสียงซี๊ดซ๊าดด้วยความเผ็ดดังไม่หยุดหย่อน ยิ่งเผ็ดยิ่งเจริญอาหาร ยิ่งเ้าหยวนเป่าด้วยแล้ว หยางหลงแทบจะกินแข่งกับมันไม่ทัน เผลอแป๊ปเดียว กุ้งย่างจานใหญ่ก็อันตรธานหายไปในพริบตา
“โอ้ย อร่อยเสียจนข้ากินจนอิ่ม แทบไม่อยากขยับตัวเลย น้องเล็กอาหารฝีมือเ้าอร่อยจริงๆ”หยางหลงลูบท้องที่ป่องพองของตัวเองไปมา ช่างเหมือนกันกับเ้าหยวนเป่า ที่นอนหงายอวดท้องกลมกลิ้งของมัน หลังจากกินจนอิ่มแปล้ จนขยับไปไหนไม่ได้เช่นกัน
“ใช่ แล้วจิวเออร์เ้าช่างเข้าใจสรรหาของกินแปลกๆเสียจริง แต่มันก็ร่อยจริงๆนั่นแหละ”หลันฮวาเอ่ยชมบุตรสาว ั้แ่ที่อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมา อะไรๆก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปไม่น้อย รวมทั้งนิสัยขี้อายเช่นแต่ก่อน ไม่เหลือให้เห็นอีกเลย
“พ่อชอบน้ำจิ้มนี่ รสชาติมันชาๆที่ลิ้น ยิ่งกินก็ยิ่งหยุดไม่ได้ น้ำแกงนี่ก็เหมือนกันคล่องคอยิ่งนัก”หานตงยิ้มให้บุตรสาว พร้อมกับเอ่ยชมถึงสิ่งที่เขาชื่นชอบ
“น้องเล็กเก่งที่สุดเลย”เสี่ยวหลินเอ่ยชมน้องสาวบ้าง
“ใช่ พี่เห็นด้วยกับน้องสาม”ต้าหลง ยิ้มให้น้องสาว วันนี้เขาเติมข้าวไปตั้งสามชาม อาการไม่ต่างจากหยางหลงนัก แต่เขาก็ยังรักษาท่าทีความเป็พี่ใหญ่อยู่บ้าง
“หึ แน่นอนเ้าค่ะ”จิวจิวยืดอกรับคำชม ใบหน้าเล็กยิ้มกว้างไม่คิดถ่อมตัว ทำให้ทุกคนอดยิ้มขำไม่ได้
“พรุ่งนี้ทางร้านจะขนอิฐและของสำหรับก่อสร้างกำแพงเข้ามา เพื่อทำการก่อสร้างรั้วแล้ว”หานตงเอ่ยบอกคนในครอบครัว วันนี้เขาวิ่งวุ่นไปหลายที่ กว่าจะจัดการทั้งหมดเสร็จสิ้น รวมทั้งเขาได้ติดต่อแรงงานจากชาวบ้าน ไว้แล้วหลายคน รวมทั้งเพื่อนๆของเขา พรุ่งนี้ทั้งหมดจะมาเริ่มงาน
“ท่านพี่แล้วอาหารเล่าเ้าคะ ข้าต้องเตรียมอะไรบ้าง”หลันฮวาเอ่ยถามสามีอย่างกังวล
“ไม่ต้องเตรียมหรอก บ้านเรายังไม่พร้อมที่จะทำอาหารเลี้ยงพวกเขา ข้าจึงให้ค่าแรงพวกเขามากหน่อย ให้เท่ากับที่ไปทำงานในเมืองนั่นแหละ”หานตงบอกกับภรรยา เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของนาง บ้านเขายังไม่พร้อม หากต้องทำอาหารเลี้ยงคนงาน เขาจึงคิดว่าเพิ่มค่าแรงนิดหน่อยให้ทุกคนเตรียมอาหารมาเองจะดีกว่า
“ดีเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่หากว่าท่านอยากทำอาหารกลางวันไปสมทบให้พวกคนงานบ้างก็ได้นะเ้าคะ”จิวจิวเสนอความคิดเห็น หลังจากได้ฟังความคิดเห็นของบิดา
“เอาแบบที่เ้าสี่ว่าก็ได้นะ หากเ้าไม่สบายใจ”หานตง ยกมือลูบหัวบุตรสาวอย่างเอ็นดู พร้อมกับยิ้มอบอุ่นให้ผู้เป็ภรรยา
“ท่านพ่อ เื่แบบบ้าน พรุ่งนี้ท่านซื้อกระดาษกับพู่กันมาให้ข้าด้วยนะเ้าคะ ข้าจะได้ออกแบบให้พวกเท่าดู”จิวจิวไม่ลืมว่าเธอยังมีงานที่ต้องทำอีกอย่าง
“แล้วพรุ่งนี้เ้าไม่เข้าเมืองไปกับพ่อรึ”หานตงถามบุตรสาวอย่างสงสัย ปกติอีกฝ่ายจะชอบตามเขาเข้าเมืองอยู่เสมอ
“ไม่เ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกพี่ๆไปปลูกผัก”หน้าเล็กๆส่ายไปมา นึกถึงต้นพริก และมะนาว ที่ขุดต้นอ่อนมา แทบอยากจะปลูกมันเสียตอนนี้เลย หากไม่ติดว่ามืดแล้ว
“ได้ๆ พรุ่งนี้พ่อจะจัดการมาให้เ้าเอง พวกลูกๆยัง้าอะไรอีกไหม”หานตงเอ่ยถามลูกทุกคน แต่ทุกคนต่างพากันส่ายหน้าอย่างพร้อมเพียง หานตงไม่คิดอะไรมากเื่ลูกสาวจะเขียนแบบบ้าน หากลูกเขาเขียนไม่ได้ เขาก็แค่ซื้อแบบจากร้านในเมืองก็ได้แล้ว ส่วนกระดาษกับพู่กัน ก็ถือว่าซื้อมาให้ลูกๆฝึกเขียนอักษรก็แล้วกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกับไปพักผ่อน เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว”หลันฮวาเอ่ยขึ้นมา หลังจากครอบครัวนั่งพักผ่อนกันอยู่ชั่วครู่ ทุกคนจึงลุกขึ้นแยกย้ายเข้าห้องไป
จิวจิวที่กำลังเดินตามหลังพ่อแม่กลับเข้าห้อง ก็หยุดชะงักเมื่อเหลือบเห็นเ้าหยวนเป่ายังคงนอนหงายท้องหลับอยู่ที่พื้นห้อง แถมยังมีคล้ายเสียงกรนดังมาเป็ระยะอีกต่างหาก ช่างมีความสุขเสียจริง จิวจิวเห็นแล้วหมดคำจะพูด
“นี่ ตื่นได้แล้ว”จิวจิวนั่งกอดเข่าหยองๆอยู่ข้างเ้าตัวตะกละ นิ้วชี้เล็กๆจิ้มไปที่พุงของเ้าตัวอ้วน พยายามสะกิดให้มันตื่น แต่อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังนอนหลับฝันหวาน ไม่รับรู้อะไรเลย
“เ้าอ้วน ตื่นได้แล้ว”จิวจิวสะกิดยิก ๆ แต่เ้าตัวนั้นเพียงกลิ้งหลบ ปลายนิ้วที่น่ารำคาญนั้นแล้วนอนต่อ แถมมันยังกรนใส่อีกเสียด้วย ทำเอาจิวจิวถึงกับลอบมองบน ได้แต่ต้องเก็บเ้าตัวตะกละแถมยังขี้เซาตัวนี้ เข้าไปในนิติ ก่อนจะเดินตามทุกคนเข้าไปในห้องนอน
ค่ำคืนมืดมิด สายลมพัดเฉื่อยๆ เสียงแมลงกลางดังขึ้นราวกับเสียงขับกล่อมจากธรรมชาติ กล่อมให้ทุกคนในบ้านหลังน้อยต่างหลับไหล แสงสว่างวาบขึ้นบนที่นอนที่มีสี่พ่อแม่ลูกกำลังหลับใหล เมื่อแสงจางหาย จากสี่คนคงเหลือแค่สามคน ร่างน้อยที่อิงแอบอยู่ข้างผู้เป็มารดา หายวับไปกับความมืด ทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่นอนอุ่นๆที่เ้าตัวเคยนอนเอาไว้
