ขณะที่ฮวาเจากำลังนั่งคุยเล่นกับเหล่าป้าสะใภ้พลางแทะเมล็ดสนเพลิน ๆ ก็พลันเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อเธอสารภาพว่า "เื่ดี ๆ" ที่ควรจะมาเยือนนั้นเลยกำหนดไปหนึ่งเดือนแล้ว เหล่าป้าสะใภ้ก็ตื่นเต้นกันใหญ่
"นี่เธอมีลูกแล้วแน่ ๆ เลย!" ป้าหม่าร้องอย่างดีใจ "ติดครั้งเดียวเลยนะเนี่ย ดวงดีจริง ๆ!"
คนอื่น ๆ พอได้ยินก็เริ่มมองอย่างพิจารณา ด้วยสัญชาตญาณแล้ว เื่บังเอิญแบบนี้มันช่างน้อยนิดเหลือเกิน
ฮวาเจาคนนี้ ช่างโชคดีเสียจริง!
"เอ๊ะ? พวกเธอสังเกตไหมว่าฮวาเจาผอมลง?" ป้าหม่าเอ่ยขึ้นมาอย่างกระทันหัน
ทุกคนจึงหันไปมองฮวาเจาอีกครั้ง เสื้อผ้าที่เคยรัดแน่นจนกระดุมแทบปริ ตอนนี้กลับดูหลวมโพรก เมื่ออยู่บนร่างของเธอ
รูปร่างลูกแพร์ที่เคยกลมกลึง ตอนนี้ดูไม่เหมือนลูกแพร์ แต่คล้ายข้าวโพดมากกว่า
ทั้งบนทั้งล่างเท่ากันหมด ดูเหมือนคนแข็งแรง แต่ก็ไม่ถึงกับอ้วน
เนื้อหนังไขมันหายไปเยอะเลยทีเดียว
ฮวาเจาพึงพอใจกับรูปร่างของตัวเองยิ่งนัก หลังจากพยายามมาเดือนกว่า ๆ เธอก็ลดน้ำหนักได้ถึง 70 ชั่ง ด้วยอัตราเฉลี่ยวันละ 2 ชั่ง! เมื่อวานเธอไปชั่งน้ำหนักที่ตาชั่งใหญ่ของหมู่บ้าน ก็ได้ 160 ชั่งแล้ว!
เมื่อเทียบกับส่วนสูง 170 ของเธอ ถึงจะยังดูท้วมอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าดูเป็คนปกติขึ้นมาแล้ว
แถมเธอก็จะผอมลงไปเรื่อย ๆ อีกด้วย อนาคตยังอีกยาวไกล!
"แล้วดูสิ ผิวของฮวาเจาขาวขึ้นด้วยนะ!" ป้าหม่าร้องขึ้นมาอีกครั้ง
ทุกคนมองตามก็เห็นจริงอย่างที่ว่า
ใบหน้าเดิมของฮวาเจาที่เคยกลมป่องเป็รูปสามเหลี่ยม ตอนนี้เนื้อส่วนเกินหายไปหมด ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนเป็รูปไข่ ถึงสีผิวจะยังไม่ถึงขั้นไข่ไก่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเรียกว่าคนดำอีกต่อไปแล้ว
สะใภ้หลิวเดินเข้าไปใกล้ฮวาเจา แล้วเทียบหน้ากับเธอ พร้อมถามคนอื่น ๆ ว่า "พวกเธอว่าใครขาวกว่ากัน?"
ทุกคนพิจารณาอย่างละเอียด ก็พบว่าสีผิวของทั้งสองคนแทบไม่ต่างกันแล้ว
เมื่อตอนสาว ๆ สะใภ้หลิวถือเป็คนงามคนหนึ่ง จุดเด่นที่สุดคือความขาว แม้จะอายุ 30 กว่าแล้ว ทำงานหนักกลางแดดทุกวัน ร่างกายก็ดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันแล้ว เธอก็ยังขาวอยู่ดี
แต่ตอนนี้ฮวาเจากลับมีผิวขาวเทียบเท่าเธอ แล้วใครจะกล้าว่าเธอผิวดำอีก?
"หนูฮวา เธอใช้ครีมอะไรทาเนี่ย?" สะใภ้อีกคนถาม เธอไม่ต้องเทียบก็รู้ว่าตัวเองดำกว่าฮวาเจาไปแล้ว
"ก็ครีมทาผิวที่สหกรณ์ในตลาดนั่นแหละ ขวดละ 5 เหมา" ฮวาเจาตอบ "แต่ฉันว่าไม่เกี่ยวกับครีมนะ เมื่อก่อนฉันก็ทา แต่ก็ยังดำเหมือนถ่านไม่ใช่เหรอ? ฉันว่าที่ฉันขาวขึ้นเพราะกินถั่วงอกทุกวันมากกว่า"
"มีเหตุผล ๆ" ป้าหม่าพูดขึ้นมาทันที "ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเบาตัวขึ้นเยอะเลย หลังจากที่หัดเพาะถั่วงอกกินทุกวันเนี่ย ถั่วงอกนี่ของดีจริง ๆ"
"ใช่เลย! ฉันเมื่อก่อนชอบปวดหัวมึน ๆ บางทีก็ถึงกับตาลายไปเลย แต่่นี้อาการพวกนี้หายไปหมด ฉันก็ยังคิดอยู่ว่ามันหายได้ยังไง ที่แท้ก็เป็เพราะถั่วงอกนี่เอง!"
"ฉันก็เป็เหมือนกัน!"
ทุกคนเริ่มคุยกันอย่างออกรส ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกว่าถั่วงอกช่างวิเศษนัก แล้วก็มองฮวาเจาด้วยสายตาที่เป็มิตรมากยิ่งขึ้น
นี่เป็โชคที่เธอเอามาให้พวกเขานี่นา!
"ดูหนูฮวาคนนี้สิ ผอมลงแล้วก็สวยขึ้นเยอะเลย!"
"ดูตาสิ กลมโตเป็ประกาย ขนตาก็เป็แพ"
"แล้วดูจมูกนี่สิ โด่งสวย"
"ยังมีปากเล็ก ๆ นี่อีก แดงระเรื่อเชียว"
"แล้วก็ผมอีก ดำขลับเป็เงางาม"
ทุกคนต่างก็ชมเชยพลางก็ค้นพบว่า จริง ๆ แล้วฮวาเจาไม่ได้ขี้เหร่เลยสักนิด!
แต่ละส่วนบนใบหน้า หากแยกออกมาดู ก็สวยงามหมด เมื่ออยู่ด้วยกันก็กลมกลืน เพียงแต่ยังอ้วนไปหน่อย ถ้าผอมลงอีกสักหน่อย ต้องสวยกว่านี้แน่นอน
"หนูฮวา ต่อไปต้องหุบปากให้ดี ๆ นะ กินให้น้อยลงหน่อย กินเยอะไปก็อ้วนอีก แล้วจะคลอดลูกลำบาก!" ป้าหม่าเริ่มถ่ายทอดประสบการณ์
"ขอบคุณค่ะป้า หนูรู้แล้ว" ฮวาเจาตอบด้วยรอยยิ้มหวาน
เสียงของเธอช่างไพเราะ
คราวนี้เมื่อทุกคนมองและฟัง ก็ไม่รู้สึกแปลกหูอีกต่อไป
ตอนแรกที่ฮวาเจาซึ่งมีรูปร่างอ้วนดำใหญ่เหมือนหมีเอ่ยปากพูด พวกเขาก็อยากจะหัวเราะขึ้นมาเสียทุกครั้ง
"แล้วก็งานบ้านก็อย่าทำเยอะ พักผ่อนบ้าง ่เดือนแรก ๆ ต้องระวังเป็พิเศษ" สะใภ้อีกคนกล่าว
"ดีที่ตอนนี้ทางอำเภอไม่ได้ให้เธอไปช่วยแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้พักแน่ ๆ"
"ใช่ ๆ ตอนนี้ฉันสบายขึ้นเยอะเลย" ฮวาเจาหัวเราะ
ธุรกิจที่ตกลงกับสหกรณ์ไว้ ตอนที่เธอส่งของไป 200 ชั่ง ก็ยุติลง
ไม่ว่าพวกเขาจะร้องขอมาที่หวังเิอย่างไร เธอก็ไม่ยอมทำต่อ
สหกรณ์เคยเสนอจะรับซื้อวันละ 1,000 ชั่ง แถมยังจะเพิ่มยอดสั่งซื้ออีกในอนาคต
ถ้าเป็อย่างนั้น รายได้ของเธอคงวันละร้อยสองร้อย หรืออาจจะหลายร้อย
วันละหลายร้อย? แถมยังเป็เื่ที่ปิดบังไม่ได้ เธอคงกลายเป็เป้าสายตา
เมื่อคิดถึงสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เธอก็ต้องยั้งใจไว้
ไม่ใช่แค่ตอนนี้ปี 1976 แต่ถึงจะเป็่ต้นปี 1980 กฎหมายเื่เศรษฐกิจส่วนตัวก็ยังไม่ชัดเจน
พี่ชายที่ขายเมล็ดทานตะวัน โดนจับเข้า ๆ ออก ๆ อยู่หลายรอบ
เธอยังมีลูก ๆ ที่ต้องดูแล ไม่อยากเข้าไปอยู่ในนั้น
"หนูฮวา ผู้ชายของเธอมาเมื่อไหร่เหรอ?" ป้าหม่าถามขึ้นมาอย่างกระทันหัน
"25 เมษายน" ฮวาเจาตอบอย่างแม่นยำ
วันที่เธอข้ามภพมา เธอจำได้ดี
"เดี๋ยวป้าคำนวณให้นะ ว่าเธอจะคลอดเมื่อไหร่" ป้าหม่าพูด
ผู้หญิงเจ็ดแปดคนช่วยกันคำนวณ สุดท้ายก็สรุปได้ว่ากำหนดคลอดน่าจะอยู่ใน่กลางเดือนมกราคมของปีหน้า
แม่นยำทีเดียว
เมื่อคำนวณตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ก็ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน
แต่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนั้นไม่ใช่ เพราะเธอตั้งท้องลูกแฝด แถมยังเพราะความซุ่มซ่ามของเ้าของร่างเดิม ทำให้คลอดก่อนกำหนด ได้ลูกน้อยที่ร่างกายอ่อนแอมาหนึ่งคู่
ครั้งนี้เธอจะต้องดูแลตัวเองให้ดี ให้ลูก ๆ มีสุขภาพแข็งแรง นี่คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เธอจะมอบให้พวกเขาได้ในฐานะแม่
หลังจากพูดคุยเื่ประสบการณ์การดูแลครรภ์กับเหล่าป้า ๆ เป็ที่เรียบร้อย ฮวาเจาก็กลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ
สิ่งแรกที่ทำเมื่อกลับถึงบ้านคือการบอกข่าวดีนี้ให้พ่อของลูกได้รับรู้
ฮวาเจาเขียนจดหมายฉบับที่สองถึงเย่เซิน
หลังจากไตร่ตรองและเขียนเสร็จ ก็กำลังจะเอาไปส่งที่ตลาด ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งจักรยานดังมาจากหน้าบ้าน
จักรยานคันเดียวของหมู่บ้านไม่ได้อยู่ในบ้านเธอหรอกหรือ?
ฮวาเจาหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นจักรยานสีเขียวมะกอกจอดอยู่หน้าประตู คนที่สวมชุดสีเขียวมะกอกยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมถือจดหมายอยู่ในมือ
