กลางดึกสองวันหลังจากนั้น
แสงจันทร์ใจกระจ่าง ดวงดาวดุจเศษเพชรที่ดารดาษไปทั่วม่านราตรี
ท่ามกลางหินรูปร่างประหลาดมากมายหลายก้อน ผู้แข็งแกร่งของกะโหลกเืที่มีกู๋อวี่เป็ผู้นำกระจายตัวกันอยู่
หลังจากผ่านการเร่งรุดเดินทางมาสองวัน พลังิญญาของหลายคนก็ถูกเผาผลาญไปมหาศาล จำเป็ต้องนั่งนิ่งๆ เพื่อใช้หินวิเศษมาฟื้นตัว
ด้วยสภาพแวดล้อมที่พิเศษของเทือกเขาคงจึงทำให้ปราณิญญาสกปรกดำรงอยู่ตลอดกาล ยังดีที่สมาชิกของกะโหลกเืต่างก็มีอาวุธวิเศษป้องกันตัว จึงไม่ได้กังวลกับการรุกเข้ากัดกินของปราณิญญาสกปรกเท่าใดนัก
ทว่าเพื่อไล่ตามพวกหม่าจิ่วและไปให้ถึงฐานที่ตั้งของเดือนดับโดยเร็วที่สุด พลังิญญาที่คนเหล่านี้เผาผลาญไปจึงมีความสูญเสียอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน
ยิ่งเป็ผู้ที่มีขอบเขตสูง พลังิญญาที่เผาผลาญไปก็ยิ่งน้อย และฟื้นตัวได้ง่าย
มีเพียงสมาชิกกะโหลกเืที่มีขอบเขตกลาง์เท่านั้นที่พลังงานในร่างไม่เพียงพอ ต่างจำเป็ต้องนั่งนิ่งๆ ดึงเอาพลังงานในหินวิเศษมาชดเชยมหาสมุทริญญา
เผยฉีฉีที่มีตบะกลาง์่ท้ายสวมอาภรณ์พร้อมรบสีฟ้าสะอาดราวกับน้ำ นางนั่งพิงหินก้อนหนึ่งแล้วเหม่อมองดวงดาวที่อยู่บนฟากฟ้า
แสงจันทร์ทอประกายที่สาดส่องลงมาบนร่างทำให้ผิวที่ใสราวหยกเนื้อดีของนางคล้ายมีประกายแสงแวววาว
ภายใต้แสงจันทร์ นางที่นั่งเหม่อมองท้องฟ้าดูราวกับภาพวาดที่งามล้ำภาพหนึ่งซึ่งมีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้คนลุ่มหลงอย่างน่าประหลาดใจ
ห่างออกไปไกล ไช่โยวที่พูดคุยกับน้องสาวเบาๆ คอยเหลือบมองมายังนางเป็ระยะ เมื่อใดที่ดวงตาของเขาตกลงบนเรือนกายอรชรของนางก็จะต้องเผยให้เห็นแววเคลิบเคลิ้มหลงใหล
ทุกครั้งที่เป็แบบนี้ไช่เยว่ก็จะมองเขาอย่างโกรธเคือง ขัดใจที่พี่ชายไม่ได้ดังใจ
ในใจของไช่เยว่ พี่ชายของนางคือชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถที่เป็ที่น่าจับตามองที่สุดในเมืองโพ่เมี่ยหรือแม้แต่อาณาจักรเลี่ยคงเองก็ตาม
ั้แ่เล็กจนโต นางเคารพเลื่อมใสพี่ชายของตัวเองมาโดยตลอด อยากจะเป็เหมือนพี่ชายที่ใช้กำลังของตัวเองต่อสู้ขัดเกลาฝีมืออยู่ในเทือกเขาคงและค่อยๆ ได้รับการยอมรับจากผู้าุโของกะโหลกเื
น่าเสียดายก็แต่นางเกิดมาเป็หญิง ไช่หลันผู้นำกะโหลกเืจึงไม่เคยวางใจได้ เวลาส่วนใหญ่ก็ล้วนบังคับให้นางอยู่แต่ในเมืองโพ่เมี่ย
ต่อให้ได้ออกมายังเทือกเขาคงบ้างเป็บางครั้ง ข้างกายนางก็ยังต้องมียอดฝีมือคอยให้การคุ้มครอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นางตกอยู่ในอันตราย
นาง้าชีวิตแบบไช่โยว ้าทำตัวเป็ใหญ่ สร้างบารมีให้แก่กะโหลกเือยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงเฉกเช่นพี่ชายของนาง ดังนั้นนางถึงได้ชอบแต่งกายเป็ชาย
ทว่าพี่ชายที่นางเลื่อมใสบูชาว่าเป็วีรบุรุษกลับต้องมาทำตัวโง่ๆ เพราะเผยฉีฉีครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งที่พาตัวเองไปตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง นี่เป็เื่ที่ทำให้นางเ็ปใจอย่างยิ่ง
ดังนั้นนางจึงไม่เคยถูกชะตากับเผยฉีฉี รู้สึกว่าการดำรงอยู่ของผู้หญิงคนนี้ทำให้พี่ชายของนางกลายมาเป็คนไม่สมบูรณ์แบบและมีรอยด่างพร้อยอย่างที่ไม่ควรมี
“ท่านพี่ ผู้หญิงคนนั้นมีดีตรงไหนกัน? นางก็แค่สวยนิดหน่อย แล้วก็เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติมิใช่หรือ?” จมูกของไช่เยว่เชิดขึ้นน้อยๆ เอ่ยอย่างดูแคลน “ผู้หญิงคนนั้นนิสัยเสียจะตายไป แถมยังเป็คนไม่มีมารยาท ไม่มีความอ่อนน้อมอ่อนโยน เ็าก็เท่านั้น ทำไมท่านถึงถูกใจนางได้?”
ไช่โยวลูบผมของนางอย่างเอ็นดู กล่าวพร้อมยิ้มตาหยี “เด็กน้อยอย่างเ้าไม่เข้าใจหรอก”
“ข้าจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?” ไช่เยว่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง ปัดมือของเขาออกแล้วเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง “ข้าเลิกเป็เด็กน้อยตั้งนานแล้ว! ข้าใกล้จะเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นกลาง์เหมือนท่านแล้ว ท่านอย่ามาคิดว่าข้ายังเด็ก ที่จริงข้าเข้าใจทุกเื่นั้นแหละ ผู้หญิงคนนั้นอาศัยตัวตนนายน้อยแห่งกะโหลกเืของท่านมาปั่นหัวท่าน เพื่อให้ท่านทำธุระให้แก่นาง!”
“ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดหรอกน่า” ไช่โยวมีใบหน้าจนใจ “แต่ไรไหนมานางยังไม่เคยหลอกใช้อะไรข้ามาก่อน ทุกอย่างเป็เพราะข้าเต็มใจทำให้นางเอง ข้าต่างหากที่หน้าทนตามตื้อนาง ทุกอย่างที่ข้าทำลงไปล้วนไม่ใช่สิ่งที่นางเรียกร้อง แถมมีหลายครั้งที่นางไม่อนุญาตให้ข้าติดต่อกับนาง แต่เป็เพราะข้าเอง...”
กล่าวมาถึงตรงนี้ไช่โยวก็ถอนหายใจ พูดต่อด้วยใบหน้ากลัดกลุ้ม “ช่างเถอะๆ ไม่พูดแล้ว สรุปก็คือไม่เกี่ยวกับนางเลย ข้ารู้ตัวดีว่าแท้จริงแล้วข้าเพ้อฝันไปเอง นางไม่ใช่คนของอาณาจักรเลี่ยคง และยิ่งไม่ใช่คนของเมืองโพ่เมี่ย สักวันหนึ่งนางก็ต้องไปจากที่นี่”
“ถึงเวลานั้นข้าคงตัดใจได้ลง และคลายปมในใจของตัวเองได้อย่างแท้จริง”
ไช่เยว่เอ่ยอย่างชิงชัง “ข้าล่ะอยากจะให้นางจากไปเร็วๆ นัก!”
“เฮ้อ...” ไช่โยวมองไกลๆ มายังเผยฉีฉีอีกครั้ง ส่ายหัวแล้วถอนหายใจเบาๆ ในใจเปี่ยมไปด้วยความขมปร่าและจนใจ
“ท่านหัวจะมาอีกเมื่อไหร่?” และเวลานี้เอง เผยฉีฉีที่มองท้องฟ้ามานานอยู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมา
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่ข้างกันซึ่งกำลังกินเนื้อสัตว์วิเศษแห้งเงียบๆ จนแก้มป่องตอบด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “ไม่รู้เหมือนกัน”
สายตาของเผยฉีฉีย้ายมาอยู่บนร่างของเนี่ยเทียน เห็นท่าทางสวาปามอย่างตะกละตะกลามของเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น
“กินได้กินดีอย่างกับถังข้าวจริงๆ...” เผยฉีฉีคิดในใจ
แม้ว่านางจะมองท้องฟ้าตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง แต่นางก็สังเกตเห็นว่าเนี่ยเทียนกินมานานมากแล้ว หลีเหย่ศิษย์น้องของนางก็กินเก่งจนถูกนางเอ่ยเหน็บแนมเป็ประจำ
ทว่าหลีเหย่ที่กินเก่งแค่ไหนเมื่อมาเทียบกับเนี่ยเทียนแล้วกลับกลายมาเป็เหมือนพ่อมดเล็กเจอพ่อมดใหญ่ไปเลย
“เ้ารู้หรือไม่ว่าท่านหัว...อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว?” นางจงใจกดเสียงให้ต่ำลง
เนี่ยเทียนกลืนเนื้อในปากที่เคี้ยวละเอียดลงคอ กรอกน้ำตามเข้าไปอีกหลายอึกแล้วถึงพยักหน้ารับ “ข้ารู้ เขากำลังคิดหาวิธีมาจัดการกับปัญหาของตัวเองอยู่”
“ง่ายขนาดนั้นเสียเมื่อไหร่” เผยฉีฉีส่ายหน้าเบาๆ กล่าวว่า “รอได้เจอกับท่านหัวอีกครั้งเ้าก็ลองเกลี้ยกล่อมให้เขามาใช้บั้นปลายชีวิตอยู่ที่เมืองโพ่เมี่ยเถอะ เพื่อเขาแล้ว อาจารย์ของข้าก็ต้องออกไปข้างนอกเป็ประจำเพราะอยากช่วยเขาตามหาวิธีแก้ไข ทว่าคราวก่อนตอนที่ท่านหัวมากลับไม่กล้าแม้แต่จะเจอหน้าอาจารย์ข้า ทำให้อาจารย์ข้าผิดหวังมาก”
“ไม่ต้องเป็กังวลนักหรอก เขาหาวิธีต่ออายุขัยของตัวเองเจอแล้ว เพียงแต่้าเวลานิดหน่อยเท่านั้น” เนี่ยเทียนกล่าว
แน่นอนว่าเผยฉีฉีไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้านางก็คือแผนการที่หัวมู่เตรียมไว้ใช้ต่ออายุขัยของตัวเอง รอจนเนี่ยเทียนขอบเขตเพียงพอแล้ว และสายเืแห่งชีวิตก็ฝ่าทะลุถึงระดับที่แน่นอนจนสามารถใช้พร์ความลึกลับของสายเืแห่งชีวิตมาต่ออายุขัยให้กับหัวมู่ หัวมู่ก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้
“หาวิธีเจอแล้ว?” ดวงตาเผยฉีฉีเผยแววแปลกใจ “เหตุใดเ้าถึงมั่นใจขนาดนี้”
เนี่ยเทียนยิ้มพร้อมกล่าวว่า “เขาเป็คนบอกข้าเอง”
“หากเป็อย่างนี้จริงๆ ก็ดีแล้วล่ะ” เผยฉีฉีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็พลันถามว่า “ตอนที่อยู่กลางหุบเขา กลุ่มกระแสจิตที่เ้ารวบรวมมาเหตุใดถึงส่งเสียงเพรียกหาทางจิติญญาให้แก่ข้าได้ อีกอย่างดูเหมือนว่ากระแสจิตกลุ่มนั้นของเ้าจะไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก”
“ข้าฝึกเวทลึกลับที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง ไม่สะดวกเปิดเผย” เนี่ยเทียนกล่าว
“แสร้งเล่นเ้าหลอกผี” เผยฉีฉีเอ่ยเสียงเยือกเย็น
“อู้!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่กินเนื้อวิเศษไปเป็จำนวนมากพลันรู้สึกได้ว่าในกระเพาะมีจิงชี่เืเนื้อก่อเกิดขึ้นมาและค่อยๆ แผ่ไปตามแขนขาทั้งสี่ ปราณเืสีเขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจของเขาก็เปลี่ยนมาเป็ละโมบตะกละตะกลาม
จิงชี่เป็กลุ่มๆ ที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญเนื้อสัตว์วิเศษคล้ายถูกดูดด้วยหินแม่เหล็กขนาดใหญ่ั์ให้พุ่งตรงเข้าไปยังหัวใจ!
พอจิงชี่เ่าั้แทรกซึมเข้าไปในหัวใจก็ถูกปราณเืสีเขียวฉีกกระชากอย่างเผด็จการแล้วดูดซับเอาไปจนเกลี้ยง
“นี่คือ?”
ใช้ใจรับััอยู่พักหนึ่ง ดวงตาของเนี่ยเทียนก็เปล่งประกายน้อยๆ ตระหนักได้ถึงความลึกลับมหัศจรรย์ในทันใด
ตอนที่เขาฝ่าทะลุสู่กลาง์ มหาสมุทริญญาจุดตันเถียนเกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาล แม้แต่เรือนกายที่มีเืเนื้อนี้ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ไม่นานก่อนหน้านั้น ตอนที่เขาใช้เวทหลอมโลหิตมาหลอมเืสดของแรดหินทอง เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาไม่ดูดซับเอาจิงชี่เืเนื้อที่มากเกินจำเป็มาอีกแล้ว
ทว่าสองวันมานี้ ทุกครั้งที่เขากินอาหารเข้าไป จิงชี่เืเนื้อที่แผ่ออกมาจะผสานรวมอยู่ในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
นี่มากพอจะบอกได้ว่าร่างกายนี้ของเขาเกิดการชุบหลอมให้แข็งแกร่งไปอีกระดับหนึ่งแล้ว
เช่นเดียวกัน ปราณเืสีเขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจของเขานั้นก็พลันเปลี่ยนมาเป็เผด็จการและป่าเถื่อน มันแย่งชิงเอาจิงชี่เืเนื้อที่แผ่ไปตามแขนขาและโครงกระดูกทั่วร่างมาอย่างดุเดือด ซึ่งนั่นหมายความว่าปราณเืสีเขียวก็พัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเช่นเดียวกัน!
หลังจากที่เข้าใจในจุดนี้ เนี่ยเทียนจึงกลืนยาโลหิตที่หลีจิ้งมอบให้ก่อนที่เขาจะออกมาจากอาณาจักรหลีเทียนลงไปเงียบๆ
ขณะที่สมาชิกของกะโหลกเืใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังิญญา เขาก็ชุบหลอมพลังงานของยาโลหิตเงียบๆ เพื่อเร่งให้จิงชี่เืเนื้อเปี่ยมล้นมากกว่าเดิม
จิงชี่เืเนื้อเป็กลุ่มๆ ที่แผ่ออกมาจากยาโลหิตล้วนถูกปราณเืสีเขียวที่อยู่ในหัวใจของเขาเส้นนั้นเขมือบกลืนไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นานนัก ยาโลหิตของเขาที่เหลืออยู่ก็ถูกเผาผลาญไปจนหมด
ทว่าปราณเืสีเขียวเส้นนั้นยังคงล่อยลองอยู่ในหัวใจของเขาอย่างโลภมาก ปราณเืสีเขียวเล็กๆ เส้นเดียวแต่กลับเหมือนแปรสภาพมาเป็งูเหลือมั์ที่เขมือบกลืนฟ้าดินได้ยังคงรอคอยให้มีปราณเืใหม่ไหลทะลักเข้ามา
“เอาล่ะ! เดินทางต่อได้แล้ว!”
ทว่าเวลานี้เอง กู๋อวี่แห่งกะโหลกเืก็พลันะโขึ้นมาเสียงดังเร่งเร้าให้ทุกคนออกเดินทางไปยังฐานที่ตั้งของเดือนดับ
-----
