เถาอี้เฉินทำสีหน้าเรียบเฉยตอบกลับสั้นๆ “ไม่ใช่”
ชูชิงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “ลุงต้าลี่ของหนูเก่งขนาดนั้น ทำไมถึงจะไม่ได้เข้าหน่วยพิเศษของคุณล่ะคะ?”
ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยอธิบายอย่างอดทน ซึ่งนับเป็เื่หาได้ยากยิ่งสำหรับคนอย่างเขา “หน่วยรบไม่ได้มีแค่หน่วยเดียว”
“อ๋อ... เข้าใจแล้วค่ะ” ชูชิงวางชอล์กในมือลงพลางพยักหน้าหงึกหงัก “แสดงว่าลุงต้าลี่สังกัดหน่วยอื่นสินะคะ”
“ตอนนี้ลุงของเธอเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาๆ ในหมู่บ้านเป่ยซินเท่านั้น” เถาอี้เฉินเน้นย้ำเสียงเข้ม
ชูชิงทำหน้าเสียดาย “เขาโดนไล่ออก หรือว่าลาออกเองคะ?”
“ตอบไม่ได้... ความลับทางราชการ”
“งั้น... ก็ช่างมันเถอะค่ะ” ชูชิงตัดบทง่ายๆ
เถาอี้เฉินหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้า “ชูชิง... ฉันบอกข้อมูลเธอไปตั้งเยอะแล้ว ยังไม่คิดจะเข้าร่วมทีมกับฉันอีกเหรอ?”
“หนูเป็แค่คนธรรมดาค่ะ ไม่มีพลังพิเศษอะไรหรอก” ชูชิงตอบเลี่ยงๆ ในใจพานนึกถึงมิติส่วนตัว ถ้าจะให้เข้าหน่วยรบพิเศษ เธอน่าจะเหมาะกับฝ่ายพลาธิการมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ เธอไม่อยากให้ใครล่วงรู้ความลับเื่มิตินี้เด็ดขาด
เถาอี้เฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “เธอต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ... เธอเคยแอบเอาแป้งสาลีมาขาย ฉันอยากรู้ว่าแป้งพวกนั้นมาจากไหน แล้วไหนจะเื่ที่เธอหาแป้งข้าวโพดมาเลี้ยงดูลุงต้าลี่ได้ตั้งมากมาย อย่ามาบอกนะว่าแลกกับของป่า หรือใช้เงินซื้อ”
ได้ยินดังนั้น เหงื่อเย็นๆ ก็เริ่มผุดซึมกลางฝ่ามือของชูชิง แต่สีหน้าของเธอยังคงสงบนิ่ง เธอนึกขึ้นได้ว่าต่อให้แต่งเื่เก่งแค่ไหน คนฉลาดเป็กรดอย่างเถาอี้เฉินก็คงจับได้อยู่ดีว่าเธอกำลังโกหก สู้โยนให้เป็เื่เหนือธรรมชาติไปเลยดีกว่า
“แป้งกับข้าวโพดพวกนั้นหนูเก็บได้ค่ะ” ชูชิงตอบหน้าตาเฉย “่นี้หนูดวงดีมาก เก็บของพวกนี้ได้ตลอด สงสัย์คงเมตตาที่เห็นหนูกตัญญูเลี้ยงดูลุงที่กินจุ ก็เลยประทานมาให้มั้งคะ”
“เก็บได้ที่ไหน?” น้ำเสียงคาดคั้นถามต่อทันที
“ก็... แล้วแต่ดวงค่ะ บางทีก็ในตรอก บางทีก็หลังต้นไม้ใหญ่ บางทีก็เจอวางอยู่บนเขา... อืม หนูก็เคยคิดนะคะว่าอาจจะไม่ใช่์ประทาน แต่มีใครสักคนแอบช่วยเหลือครอบครัวหนูอยู่ ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าเป็ใคร คุณเก่งนักไม่ใช่เหรอคะ ลองส่งคนไปสืบดูสิ” ชูชิงท้าทายกลับ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่แพร่งพรายความลับเื่มิติให้ใครรู้เด็ดขาด
แววตาของเถาอี้เฉินฉายแววเคลือบแคลง “ได้ ฉันจะไปตรวจสอบ... หวังว่าเธอจะดวงดีแบบนี้ไปตลอดรอดฝั่งนะ”
เขายอมรับว่าที่ผ่านมาเขาตามสืบที่มาของแป้งและข้าวโพดปริศนาเ่าั้ไม่ได้เลย ราวกับว่าพวกมันร่วงลงมาจากฟากฟ้าจริงๆ แต่คนอย่างเขาไม่เชื่อเื่ปาฏิหาริย์ เขามั่นใจว่าต้องมี ‘ผู้มีอิทธิพลลึกลับ’ คอยหนุนหลังชูชิงอยู่ ไม่ใช่แค่เื่อาหารการกิน แต่รวมถึงการสอนทักษะการค้าขายให้เธอด้วย
เป้าหมายที่แท้จริงของเถาอี้เฉินไม่ใช่ตัวชูชิง หากแต่เป็ ‘แบ็กอัพ’ ปริศนาคนนั้นต่างหาก แต่เื่นี้เขาจะไม่บอกให้เธอรู้
ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมเดินจากไป
“เดี๋ยวค่ะ เถาอี้เฉิน...” ชูชิงเรียกไว้ “คุณจะไปยูนนานจริงๆ เหรอคะ?”
“อืม” เขาตอบรับในลำคอ
ชูชิงรีบล้วงเงินห้าสิบหยวนออกมาจากกระเป๋ากางเกง “ฝากซื้อ ‘ถั่งเช่า’ กลับมาให้หนูหน่อยได้ไหมคะ? หนูอยากได้แบบสดๆ ที่ยังมีดินติดรากอยู่เลย” เธอวางแผนจะลองเอามาปลูกในมิติ เพราะสมุนไพรชนิดนี้มีราคาแพงระยับ
เถาอี้เฉินปรายตามองธนบัตรแต่ไม่ยอมรับ “รอได้ของมาก่อนแล้วค่อยพูดเื่เงิน... ไว้คราวหน้าถ้าฉันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะให้บอกด้วยไหม จะได้ฝากซื้อโสมคนสดๆ กลับมาอีก?”
ดวงตาของชูชิงเป็ประกายวิบวับ ยิ้มจนตาหยี “ดีเลยค่ะ ต้องบอกหนูนะ ถ้าได้โสมสดมาตากแห้งขายร้านยา คงได้เงินเป็กอบเป็กำ” เธอกลืนคำว่า ‘จะเอาไปปลูก’ ลงคอไปอย่างแเี
“แล้วเธอตากแห้งสมุนไพรเป็หรือไง?” เถาอี้เฉินถามเสียงขรึม
ชูชิงยักไหล่ “หนูทำไม่ค่อยเป็หรอกค่ะ แต่ลุงต้าลี่ทำเป็นี่นา”
“รู้แล้ว” เขาตัดบทแล้วเดินจากไปดื้อๆ โดยไม่หันหลังกลับมามอง
ชูชิงะโไล่หลัง “สรุปว่าตกลงหรือไม่ตกลงกันแน่คะ? ถั่งเช่าของหนู...”
แต่เถาอี้เฉินไม่หยุดเดินและไม่ตอบอะไรกลับมา ชูชิงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าอย่างระอา
“คุยกับตานี่มันเหนื่อยจริงๆ ให้ตายสิ”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ โดยหารู้ไม่ว่าคำบ่นนั้นลอยไปเข้าหูของเถาอี้เฉินที่แอบวกกลับมาซุ่มดูอยู่เงียบๆ...
...
ความจริงแล้ว เถาอี้เฉินไม่ได้ไปยูนนานแต่อย่างใด เขาเพียงแค่หาข้ออ้างหายตัวไปสักสองสามวันเพื่อดักซุ่มจับตาดูชูชิง หวังจะกระชากหน้ากากคนลึกลับที่อยู่เื้ัเธอให้ได้
เถาอี้เฉินมั่นใจในฝีมือการสะกดรอยของตนเองมาก แต่ทว่า... ผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้ว เขาก็ยังคว้าน้ำเหลว
เขาไม่รู้เลยว่าชูชิงใช้่เวลาที่แกล้งทำเป็เข้านอน แอบแวบเข้าไปในมิติ ซึ่งทางมิติเองก็ได้เตือนชูชิงแล้วว่า ‘มีคนกำลังจับตามองเธออยู่’ แม้จะระบุตัวตนไม่ได้ชัดเจนว่าเป็ใคร แต่ชูชิงก็พอจะเดาได้จากพฤติกรรมแปลกๆ และคำพูดทิ้งท้ายของเถาอี้เฉิน
ถ้าไม่ใช่เพราะคำเตือนจากมิติ เธอคงไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายลับจับบ้านเล็กอยู่ใกล้ๆ
‘คนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด... ถ้าเขาไม่เจออะไรพิรุธ เขาคงถอดใจไปเอง’ ชูชิงคิดในใจ บางทีเธออาจต้องแสดงละครตบตาให้เขาเห็นว่าความโชคดีของเธอมันเป็เื่บังเอิญจริงๆ จะได้เลิกตามรังควานสักที
เธอตัดสินใจปรึกษาหารือกับระบบในมิติ
“นี่... ถ้าฉันทำทีเดินไปหลังต้นไม้ใหญ่ แล้วแอบหยิบแป้งสาลีออกมาจากมิติ แกล้งทำเป็ว่าโชคดีเก็บได้ เธอว่าเข้าท่าไหม?”
เสียงตอบรับจากมิติดังขึ้นในหัว “ข้าว่าเสี่ยงเกินไปนะ ถ้าหมอนั่นตาไวจับผิดได้ว่าท่านหายวับไป 0.5 วินาที เขาต้องสงสัยแน่ว่าท่านมีพลังวาร์ปไปขโมยของแล้ววาร์ปกลับมา”
“อืม... ก็จริง แล้วจะทำยังไงดีล่ะให้ดูเนียนๆ แบบไม่ต้องเปิดเผยตัวตน แล้วทำให้เขาเชื่อว่าฉันดวงดีจริงๆ”
“ท่านลองเดินไปยืนหน้าบ้าน แล้วบ่นดังๆ ว่าอยากกินเนื้อสัตว์สิ เดี๋ยวข้าจะหาทางเสกกระต่ายป่ามาให้สักตัว”
“หืม? เธอเสกกระต่ายมาได้ด้วยเหรอ? มีฟังก์ชันอัญเชิญสัตว์ั้แ่เมื่อไหร่?”
“มีสิ แต่การเปิดใช้ฟังก์ชันนี้ต้องแลกด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วนะ”
“ราคาอะไร? แพงไหม?”
“หนึ่งเดือนนับจากนี้ ท่านจะไม่สามารถนำสิ่งของใดๆ ออกจากมิติได้เลย”
“เอาของออกไม่ได้... แต่เอาของเข้าได้ใช่ไหม?”
“ใช่”
ชูชิงคำนวณความคุ้มค่าในหัวอย่างรวดเร็ว “หนึ่งเดือน... ฉันพอหาเลี้ยงตัวเองได้สบายมาก ไม่มีปัญหา ดีล”
“ตกลงตามนั้น แต่จำไว้นะว่าฟังก์ชันนี้ใช้บ่อยไม่ได้ ยิ่งใช้ ค่าตอบแทนก็จะยิ่งทวีคูณ... ตอนนี้เรดาร์ของข้าจับได้ว่าหมอนั่นกำลังซุ่มดูเธออยู่แถวๆ หน้าประตูบ้าน รีบออกไปแสดงละครได้เลย”
“รับทราบ”
ชูชิงสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เป็ปกติ แล้วเปิดประตูห้องเดินตรงไปยังลานหน้าบ้าน เมื่อถึงธรณีประตู เธอก็นั่งแปะลงไป เอามือเท้าคางมองเหม่อไปข้างหน้า
“เฮ้อ... อยากกินเนื้อจังเลยน้า” เธอพึมพำเสียงดังฟังชัดพลางทำท่ากลืนน้ำลายเอื๊อก
ทันใดนั้นเอง กระต่ายป่าตัวอ้วนพีตัวหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากตรอกข้างบ้านด้วยความเร็วสูง ก่อนจะชนเข้ากับก้อนหินใหญ่หน้าประตูบ้านอย่างจัง
ปึ้ก
เ้ากระต่ายน้อยแน่นิ่งไปทันที
ชูชิงแสร้งทำตาโตด้วยความดีใจ “โอ้โห อะไรจะสมพรปากขนาดนี้ นึกปุ๊บมาปั๊บ ่นี้ดวงขึ้นจริงๆ วุ้ย ได้กินเนื้อกระต่ายฟรีแล้ว” เธอะโโลดเต้นรีบเข้าไปหิ้วหูกระต่ายผู้เคราะห์ร้ายแล้วพากลับเข้าครัวไป
ในความมืด... เถาอี้เฉินที่ซ่อนตัวอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเต็มสองตา... รอบบริเวณไม่มีใครอื่นนอกจากชูชิง ไม่มีร่องรอยคนแอบช่วย ไม่มีกับดัก กระต่ายตัวนั้นมันวิ่งมาชนหินตายเองจริงๆ
ทฤษฎีคนหนุนหลังลึกลับในหัวของเขาเริ่มสั่นคลอน... หรือยัยเด็กนี่จะดวงดีเวอร์วังอย่างที่ว่าจริงๆ? ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วงานนี้
สิบนาทีต่อมา ต้าลี่ก็กลับมาถึงบ้านพร้อมถุงผักในมือ “ชิงชิง ยายหลี่ฝากผักมาให้น่ะ ลุงเอาวางไว้หน้าประตูนะ เดี๋ยวลุงต้องรีบเอาฟิวส์ไปเปลี่ยนให้โรงงานก่อน”
ชูชิงเดินออกมาจากครัวพร้อมซากกระต่ายที่เตรียมชำแหละ “คุณลุงมาพอดีเลยค่ะ เดี๋ยวกลับมาแล้วช่วยหนูจัดการเ้าตัวนี้หน่อยนะคะ มันวิ่งซื่อบื้อมาชนหินหน้าบ้านเราตายเองเฉยเลย หนูก็เลยเก็บได้... ลาภปากแท้ๆ”
ต้าลี่หัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ ไม่มีปัญหา ชิงชิงหลานลุงนี่ดวงเฮงจริงๆ”
