ท่านป้าหวางกับท่านลุงจางเดินมาส่งนางที่ลานบ้าน และในเวลานี้เอง ท่านป้าหวางเอาแต่สะกิดพี่ชายท่านนี้และส่งสายตาเป็นัยให้เขาพูดกับหลี่อันหราน ทว่าท่านลุงจางดูจะเขินอายเล็กน้อย ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
หลี่อันหรานสังเกตเห็นจึงถามแทน “พวกท่านมีอะไรจะพูดหรือเ้าคะ หากมีก็พูดมาได้เลยเ้าค่ะ”
ท่านป้าหวางเห็นท่านลุงจางไม่ยอมพูดเสียทีจึงเดินมากล่าวแทนว่า “ป้าดูแล้ว่นี้บ้านเ้างานเยอะไม่น้อย ้าคนใช้แรงงานบ้างหรือไม่ ท่านลุงจางผู้นี้ทำงานใช้แรงงานแบกหามอยู่ในเมือง ทว่า่นี้ไม่มีงานเข้ามา หากเ้ามีงานอะไรที่ต้องใช้แรงงานก็ให้เขาไปช่วยได้ จะจ่ายให้เช่นกันใช่หรือไม่?”
หลี่อันหรานชะงักเล็กน้อย นางพิจารณาท่านลุงผู้นี้ เขาดูแข็งแรงกำยำดังที่ท่านป้าหวางพูด นางค่อยเผยยิ้ม “ท่านลุงทำอะไรเป็บ้างเ้าคะ?”
ท่านลุงจางยอมเอ่ยปากตอบก็ตอนนี้เอง “เรียกข้าว่าลุงจางก็พอ ลุงทำเป็ทุกอย่าง ขอแค่เป็งานที่ใช้แรงงานก็ทำเป็ทั้งนั้น ลุงอาจจะไม่รู้เื่อื่น แต่ลุงเก่งเื่ใช้แรงงานมาก”
หลี่อันหรานครุ่นคิดว่าบ่อปลาด้านหลังบ้านตัวเองยังทำไม่เสร็จ อีกทั้ง่นี้ตัวเองก็ยุ่งอยู่กับการขายเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริก นางกล่าวกับเขาว่า “หากเป็งานใช้แรงงานแล้วละก็ ถ้าท่านลุงจางไม่รังเกียจ ข้าก็มีพอมีงานให้ช่วยอยู่เ้าค่ะ”
ท่านลุงจางกับท่านป้าหวางได้ยินดังนี้ก็ยิ้มหน้าระรื่น ท่านลุงจางไม่มีท่าทีขี้ขลาดแบบเมื่อครู่อีกต่อไป เขาก้าวออกมากล่าวว่า “เ้าบอกมาได้เลย จะให้ลุงทำอะไรหรือ?”
หลี่อันหรานไตร่ตรองแล้วตอบ “เอาแบบนี้ดีกว่าเ้าค่ะ ท่านตามมาดูที่บ้านข้า ข้าจะอธิบายให้ฟัง หากท่านทำได้ ข้าจะคุยเื่ค่าจ้างกับท่านทันที”
ท่านลุงจางได้ยินว่ามีค่าจ้างก็ต้องดีใจอยู่แล้ว เขาโบกมือพร้อมว่า “ไปกันเลยๆ พวกเราไปกันเดี๋ยวนี้แหละ”
เนื่องจากเป็เพื่อนบ้านกัน ระยะทางจึงใกล้มาก หลี่อันหรานพาท่านลุงจางไปยังพื้นที่ด้านหลังบ้าน ที่นั่นเป็ที่ที่นางตั้งใจว่าจะสร้างบ่อปลา บริเวณนั้นมีจอบวางอยู่สองเล่มและขุดหลุมไว้บ้างแล้ว แต่หลี่อันหรานไม่มีแรงมาทำต่อ
่นี้เจียงเฉิงก็กำลังยุ่งอยู่กับอะไรก็ไม่ทราบ บางวันไม่เห็นแม้แต่เงาด้วยซ้ำ เื่ที่เคยรับปากนางว่าจะช่วยทำบ่อปลาจึงค่อยๆ ถูกลืมเลือนไป
หลี่อันหรานอธิบายให้ท่านลุงจางฟังแบบคร่าวๆ ท่านลุงจางฟังแล้วตอบทันที “ก็แค่งานขุดหลุม สบายมาก เพียงครึ่งวันก็เสร็จแล้ว”
หลี่อันหรานดีใจมากที่ได้ยินแบบนี้ “เช่นนั้นรบกวนท่านลุงจางด้วยเ้าค่ะ รอเสร็จงานนี้แล้ว ข้าจะจ่ายให้ท่านยี่สิบอีแปะ ท่านคิดเห็นอย่างไรเ้าคะ?”
ท่านลุงจางยิ้มร่าเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด เขาเดินไปหยิบจอบบนพื้นทันที
“ตกลง หาก้าอะไรก็บอกมาได้ ลุงจะจัดการให้เดี๋ยวนี้”
หลี่อันหรานกล่าวต่อ “ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้เ้าค่ะ ให้เสร็จภายในสองสามวันก็พอ”
แต่ท่านลุงจางยังคงหยิบจอบเตรียมทำงาน หลี่อันหรานเห็นดังนี้จึงไม่ได้ห้ามอะไรต่อ จากนั้นนางนึกขึ้นได้อย่างฉับพลันว่ามีงานต้องทำ นางจึงเดินกลับบ้าน ปล่อยให้ท่านลุงจางอยู่ขุดบ่อปลาที่นี่ไป
ในตอนที่เพิ่งเดินเข้ามายังลานบ้านจากทางด้านหลัง นางเห็นเจียงเฉิงเดินมาจากไกลๆ ท่าทางเขาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง นางจึงหยุดฝีเท้าทันที
ทว่า กระทั่งเขาเดินมาจนถึงตรงหน้านาง เขาก็ยังไม่สังเกตเห็นว่านางยืนมองเขาอยู่ตลอด ต้องให้หลี่อันหรานเอ่ยปากก่อนว่า “ท่านไปที่ใดมาอีกแล้ว? หายหน้าหายตาไปทั้งวัน ่นี้ท่านเป็อะไรหรือ? มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?”
เจียงเฉิงกลับมามีสติอยู่กับตัวเมื่อได้ยินเสียงนาง “เ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่าออกไปทำธุระหรือ?”
“ข้าออกไปมาแล้ว ทำเสร็จก็กลับมา” นางพิจารณาเขาพลางกล่าวอย่างใคร่ครวญ “่นี้ท่านเป็อันใด? ท่าทางเหมือนมีเื่หนักใจ นอกจากนี้ยังเอาแต่ออกไปข้างนอก ไปทำอันใดหรือ? หรือว่าที่นี่จะมีคนรู้จักของท่าน”
แม้จะถามเช่นนี้ ทว่าความคิดแรกที่โผล่ในหัวนางกลับเป็หลี่เยวี่ยซือ นี่ทำให้ใบหน้านางบึ้งตึงทันทีและกล่าวต่อโดยไม่รอให้เขาตอบ “ไปหาหลี่เยวี่ยซือใช่หรือไม่”
เจียงเฉิงผงะเล็กน้อยแล้วรีบตอบ “ไม่ใช่ ข้าเพียงแต่มีเื่อื่นต้องจัดการ”
“ท่านจะมีเื่อันใดได้กัน?”
ทว่านางยังไม่ทันจะพูดจบ เจียงเฉิงก็เดินเข้าด้านในไปแล้ว หลี่อันหรานนิ่งงัน นางต้องกลืนคำพูดที่เตรียมจะกล่าวออกมากลับลงท้อง จากนั้นค่อยเดินเข้าบ้านไปทำงานของตัวเองโดยไม่ถามอะไรเขาอีก
ถึงแม้เขาจะช่วยงานนางแต่ก็ช่วยเพียงเล็กน้อยและออกไปข้างนอกอีกครั้ง
หลี่อันหรานไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเขากำลังทำอะไรกันแน่ แต่เนื่องจากตอนนี้นางกำลังยุ่งกับการทำธุรกิจ มีอะไรหลายอย่างให้ต้องกังวล ด้วยเหตุนี้จึงไม่สนใจจะถามอะไรเขามาก
เต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกของนางขายดีมาก ปริมาณความ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่ใช่แค่จากในเมือง กระทั่งคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงก็ยังเดินทางมาซื้อเพราะได้ยินชื่อเสียงเช่นกัน ลำพังแค่กำลังผลิตจากนางตัวคนเดียวไม่เพียงพอที่จะทำเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกจำนวนมากขนาดนั้นอีกต่อไป นางเริ่มพิจารณาแล้วว่าจะจ้างคนมาช่วยงานสักสองคน
นอกจากเื่เต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกแล้วนางต้องพิจารณาถึงเื่อื่นอีก ไม่มีเวลามาคิดเื่เจียงเฉิง เขาจะทำอะไรก็ปล่อยเขาไป
ธุรกิจของหลี่อันหรานดีขึ้นทุกวัน ส่วนหนึ่งเป็เพราะทำความรู้จักกับถิงจั่งไว้แล้ว อีกส่วนเป็เพราะนางทำยี่ห้อเป็ของตัวเอง นี่ส่งผลให้ทุกคนค่อยๆ เริ่มรู้จักยี่ห้อผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน
ใน่เริ่มแรก ทุกคนต่างหัวเราะเยาะว่านางยังเด็กและคิดว่านางไม่มีทางทำได้ ยิ่งไปกว่านางก็เป็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาอัปลักษณ์น่าเกลียด ทั้งชื่อเสียงยังฉาวโฉ่
แต่เมื่อนางค่อยๆ เดินออกมาจากสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดทีละก้าว ค่อยๆ มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น ข้างกายนางก็มีคนทักทายด้วยรอยยิ้มเป็มิตรมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ส่วนพวกคนที่ไม่เคยมีเจตนาร้ายต่อนาง ทำเพียงนินทาลับหลังและทักทายยามพบหน้า กลับมีรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงไปอีกแบบเมื่อเห็นนางเริ่มมีเงิน
หลี่อันหรานเป็คนมีมารยาท ในเมื่ออีกฝ่ายปรับปรุงตัวก็ไม่อยากถือสาอีก ผู้ใดเข้ามาแสดงความเป็มิตรต่อนาง นางก็จะยอมรับน้ำใจไว้และไม่ได้ปฏิบัติอย่างเลวร้ายใส่
กระนั้นในใจนางก็รู้ดี ถึงแม้ตัวเองจะทำเช่นนี้ จะได้รับการยอมรับและชื่นชมจากคนเหล่านี้ ทว่าในความเป็จริงแล้วพวกเขาเพียงแต่เข้ามาประจบเอาใจเพราะเห็นว่ากิจการของนางดีขึ้นทุกวันก็เท่านั้น
สำหรับพวกเขาแล้ว นางยังคงเป็สตรีที่ถูกทำให้ด่างพร้อยและเสียพรหมจรรย์ ต่อให้ยามที่ออกไปข้างนอกจะมีคนส่งยิ้มและทักทาย แต่ภายในใจพวกเขายังคงดูแคลนนางอยู่ดี
หลี่อันหรานตระหนักในเื่นี้เป็อย่างดี ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จเพียงแค่นี้ นางมีแต่จะรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงสถานะในหมู่บ้านและสายตาที่พวกเขามองตัวเองอย่างแท้จริง ต้องแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้
