ชายชุดดำเดินมาถึงหน้าเหมืองที่ถล่มลงมา เขาใช้แส้อัคคีบัวมรกตฟาดหินผาจนแตกกระเด็น หาก้าขุดทางออกเช่นนี้ ดูท่าจะต้องใช้เวลานานมาก
ชายชุดดำล้มเลิกการใช้แส้ เขาลงมือขนย้ายก้อนหินด้วยมือเปล่า หากเจอก้อนใหญ่เกินไปก็จะใช้ฝ่ามือทุบให้แตกก่อนจะขนย้ายออกไป
ภายในเหมือง เนื่องจากทางออกถล่มลงมา ลู่เต้าจึงทำได้เพียงแบกอู่ไฮ่ถอยร่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถอยกลับไปยังที่โล่ง ศีรษะของพวกเขาจึงรอดพ้นจากการถูกหินผาขนาดใหญ่ทับมาได้
ถ้ำไม่ได้ถล่มมาถึงที่นี่ ถือเป็เคราะห์ดีในเคราะห์ร้ายอยู่
ลู่เต้าเพิ่งจะตั้งสติได้ ไฟบนยันต์ในมือก็ดับลง เขาจึงรีบเปลี่ยนยันต์ไฟแผ่นใหม่มาจุด
เมื่อแสงไฟส่องสว่างอีกครั้ง อู่ไฮ่ประสานมือกล่าวด้วยความรู้สึกผิด “อมิตาพุทธ อาตมาทำให้โยมเดือดร้อนไปด้วยแล้ว”
“เื่มันก็เป็แบบนี้แล้ว ไม่ช่วยก็ต้องช่วย ในเมื่อเป็การตัดสินใจของข้า ก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว” ลู่เต้ากล่าวด้วยรอยยิ้มฝืดฝืน
“ดี! เป็ลูกผู้ชายนัก!” อู่ไฮ่กล่าวชม
ลู่เต้าถือยันต์ไฟเดินสำรวจโดยรอบ นอกจากสระน้ำเล็กๆ ตรงกลางและหินงอกหินย้อยที่ห้อยลงมาจาก้าแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดอีก
ทางออกที่ถล่มลงมาเมื่อครู่เป็ทางออกเพียงทางเดียว
ลู่เต้าเดินไปที่กองหินแล้วลองขยับดู ทว่าหินแต่ละก้อนหนักหลายพันจิน แถมยังซ้อนทับกันอีก น้ำหนักจึงไม่อาจประเมินได้
หลังจากลองหลายครั้ง เขาก็ยังยกหินก้อนแรกตรงหน้าขึ้นมามิได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่ขอความช่วยเหลือจากไป๋เสีย “ทำไมไม่พูดอะไรหน่อยเล่า คิดหาวิธีหน่อยสิ!”
“ก็ใช่ว่าไม่มีวิธี...”
เมื่อลู่เต้าได้ยินว่ามีวิธี ก็รีบถามต่อด้วยรอยยิ้ม “มีวิธีทำไมไม่บอกแต่แรก ทำให้ข้าต้องเสียแรงยกก้อนหินอยู่ได้!”
“แต่เ้าต้องแลกไปมากนัก”
“ถึงตายหรือไม่”
“ไม่ถึงตาย”
“เื่ความเป็ความตายไม่ใช่เื่ใหญ่! ถ้าไม่ตายก็ว่ามาเลย!” ลู่เต้าเร่งเร้า
เขาไม่อยากอยู่ในถ้ำมืดที่แสนคับแคบเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว
ไป๋เสียแสยะยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนกระซิบข้างหูเขาแ่เบา “เ้าพูดเองนะ อย่ามาโทษข้าว่าไม่ได้เตือนทีหลังเล่า”
“เข้าใจแล้ว! เข้าใจแล้ว! รีบบอกมาเถอะ! จะทำอย่างไรดี”
ไป๋เสียเข้าสิงร่างลู่เต้าอีกครั้งแล้วถามอู่ไฮ่ “เต่าเฒ่า เ้าอยากชดเชยพวกเราหรือไม่”
“แน่นอน” อู่ไฮ่กล่าว
“เช่นนั้น...” ไป๋เสียหัวเราะ “เ้ายกมรดกของเ้าให้พวกเราได้หรือไม่”
อู่ไฮ่ยิ้มน้อยๆ “อาตมาก็คิดเช่นนั้นอยู่พอดี!”
จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็ลำบากใจ “แต่วิชาดัชนีวานรของอาตมามีข้อจำกัดอยู่ ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมย่อมมิอาจเรียนรู้ได้”
“เ้าหนูนี่มีคุณสมบัติเหมาะสม”
“แล้วตัวเขาเองเต็มใจรับมรดกของอาตมาหรือไม่” อู่ไฮ่ถามอีกครั้ง
ไป๋เสียยิ้มแล้วออกจากร่างลู่เต้า ปล่อยให้เขาเป็คนตอบเอง “ขอแค่ได้ออกไป ข้าย่อมทำทุกอย่าง!”
“โยมพูดเองนะ!” อู่ไฮ่ตื่นเต้นจนประสานมือคุกเข่าลงกับพื้น “อมิตาพุทธ! ท่านอาจารย์ ในที่สุดอาตมาก็ได้พบผู้สืบทอดรุ่นต่อไปเสียที! ภาระของอาตมาหมดสิ้นแล้ว!”
“เดี๋ยวก่อน...” ลู่เต้ารู้สึกว่าบทสนทนาของทั้งสองคนแปลกๆ ราวกับมีบางอย่างที่พวกเขาเลี่ยงที่จะพูด เขาจึงยืนยันอีกครั้ง “ไม่ถึงตายจริงๆ นะ”
อู่ไฮ่ยิ้ม “แน่นอน! อาตมาเห็นว่าโยมมีพร์ไม่เลว ภายภาคหน้าจะต้องเผยแพร่วิชาดัชนีวานรให้รุ่งเรืองได้โดยไม่ต้องสงสัย!”
เขาถอดลูกประคำที่ข้อมือออก ลูกประคำเส้นนี้ไม่ว่าเมื่อใดก็ไม่เคยห่างกาย แสดงให้เห็นว่าอู่ไฮ่ใหความสำคัญกับมันมากเพียงใด
ลูกประคำแต่ละเม็ดมีขนาดเท่าผลท้อ อู่ไฮ่ใช้นิ้วดีดลูกประคำพลางสวดมนต์ ลูกประคำหมุนวนอยู่บนปลายนิ้วไม่หยุด
เมื่อสวดมนต์จบวรรคสุดท้าย ทันใดนั้นลูกประคำเม็ดหนึ่งก็เกิดรอยร้าวขึ้น
อู่ไฮ่ใช้นิ้วบีบเบาๆ เปลือกลูกประคำก็แตกออก และมีเมล็ดสีทองอร่ามหล่นออกมา แสงสว่างนั้นส่องไปทั่วทั้งบริเวณ ทำให้เปลวไฟจากยันต์ไฟดูซีดเซียวไป
อู่ไฮ่ถือเมล็ดพันธุ์เดินไปที่ริมสระน้ำแล้วกล่าวว่า “พอดีที่นี่มีน้ำและดินให้เพาะปลูก ช่างเป็ฟ้าลิขิตเสียจริง!”
เขานำเมล็ดพันธุ์สีทองอร่ามฝังลงไปในดิน แล้วกัดปลายนิ้วหยดเืลงในดิน
เมื่อหยดเืสีแดงสดหยดลงบนดิน ก็ถูกดูดซับไปอย่างเร็วรวด อู่ไฮ่ประสานมือสวดมนต์ “อู่ไฮ่ผู้สืบทอดวิชาดัชนีวานรรุ่นที่เจ็ด ขอมอบวิชาให้แก่ผู้สืบทอดรุ่นที่แปด...”
เขาพูดได้ครึ่งหนึ่งก็หันไปถาม “คุณชาย ท่านนามว่าอะไร”
ลู่เต้าครุ่นคิด ในเมื่อเป็คนที่ไป๋เสียกล้าปรากฏตัวต่อหน้า ก็ไม่จำเป็ต้องปิดบัง เขาจึงตอบตามความจริง
อู่ไฮ่หันกลับไปพึมพำต่อ "...บัดนี้อาตมาขอถ่ายทอดวิชาให้แก่ทายาทรุ่นที่แปด ลู่เต้า ขอให้บรรพบุรุษคุ้มครอง"
เขาโบกมือเรียกลู่เต้าให้เข้ามาใกล้
ลู่เต้ารีบสาวเท้าไปหาเมล็ดพันธุ์ อู่ไฮ่สั่งการว่า "ถึงตาโยมแล้ว!"
ลู่เต้าคิดว่าต้องกรีดเืสาบานตนเป็พี่น้องกันเหมือนโจรป่า จึงยกนิ้วขึ้นมาเตรียมกัดให้เืออก
แต่อู่ไฮ่กลับปรามเขาไว้ "โยมไม่ต้องกรีดเื"
“หา? ข้าไม่ต้องหรือ” ลู่เต้าพลันสับสน "เช่นนั้นข้าต้องทำเช่นไร"
อู่ไฮ่ยิ้มน้อยๆ "ไม่ต้องทำอะไร ขอเพียงปัสสาวะรดลงไปก็พอ"
ลู่เต้าเบิกตากว้าง แล้วถามด้วยใบหน้าตะลึงงัน "ข้าไม่ได้ยินผิดไปใช่หรือไม่ ปะ...ปัสสาวะหรือ"
อู่ไฮ่ยังคงพยักหน้ายิ้ม แล้วกล่าวอีกว่า "ถูกต้อง ้าปัสสาวะบริสุทธิ์ของโยม! หากโยมมิใช่บุรุษบริสุทธิ์ กล้วยทองคำก็จะไม่งอกออกมา นี่เป็การทดสอบเพียงอย่างเดียวของการสืบทอดวิชานี้"
สีหน้าอู่ไฮ่ดูลำบากใจ "หากไม่ผ่านการทดสอบ คราวนี้คงยุ่งยากมาก ตอนนี้ได้แต่หวังว่าจะฝึกวิชา 'ดัชนีวานร' ให้สำเร็จเพื่อเปิดผนึกหิน"
“ขะ...ข้าเข้าใจแล้ว!” ลู่เต้ากล่าวอย่างเขินอาย
แม้เมล็ดพันธุ์สีทองจะถูกฝังอยู่ในดิน แต่ก็ยังแสงสีทองยังคงเล็ดลอดออกมาจากช่องว่าง ลู่เต้าเดินไปยังกองดินด้วยความลำบากใจ แล้วปลดเข็มขัดเตรียมปัสสาวะ
แต่รออยู่นานก็ไม่มีความรู้สึกใดๆ ลู่เต้ากล่าวจนใจ "ั้แ่เช้าข้ายังไม่ได้ดื่มน้ำสักหยด เมื่อครู่ก็แบกคนหนีเ้าชุดดำ ปากแห้งผากไปหมด จะปัสสาวะออกมาได้อย่างไร"
“ไม่ต้องกลัว!” อู่ไฮ่ชี้ไปยังสระน้ำ "เ้าจะดื่มเท่าใดก็ได้"
เพื่อให้พิธีกรรมสำเร็จ ลู่เต้าจึงก้มหน้าดื่มน้ำจากสระอย่างกระหาย น้ำในสระเย็นเฉียบ ไหลลงสู่กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่า ความหิวโหยที่เกือบจะควบคุมไม่ได้ก็บรรเทาลงบ้าง
หลังจากดื่มน้ำเสร็จ ลู่เต้าก็นั่งขัดสมาธิสงบสติอารมณ์อยู่บนพื้น ผ่านไปเนิ่นนาน ลู่เต้าก็ขมวดคิ้ว ในที่สุดก็รู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาแล้ว
“มาแล้ว!” อู่ไฮ่เตรียมต้อนรับทายาทรุ่นที่แปด
ลู่เต้าเดินไปยังกองดินอีกครั้ง ปลดเข็มขัด และเตรียมพร้อม
แต่ก็ยังคงเงียบงันอยู่นาน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อู่ไฮ่ที่เริ่มร้อนใจถามไถ่ "เกิดอะไรขึ้นอีก"
ลู่เต้าตอบด้วยความขวยเขิน "ถูกคนจ้องมองเช่นนี้ ข้าปัสสาวะไม่ออก"
อู่ไฮ่หัวเราะลั่นแล้วหันหลังไป เพิ่งจะหันหลังไปได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ดังมาจากด้านหลัง
ในที่สุดเขาก็ทำพิธีกรรมสำเร็จ แต่เมล็ดพันธุ์กลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ
อู่ไฮ่เริ่มกระวนกระวาย ตอนที่เขาปัสสาวะรด เมล็ดพันธุ์ก็เปล่งประกายงอกเงยทันใด ไม่เคยได้ยินว่ามีทายาทรุ่นใดเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
“หรือว่าข้ากับอู๋ฉางดูคนผิดไป” อู่ไฮ่อดถามตัวเองไม่ได้
ทันทีที่สิ้นเสียง ทั่วทั้งถ้ำก็เปล่งประกายสีทองเจิดจ้า แสงสว่างพุ่งตรงเข้ามาจนอู่ไฮ่ลืมตาไม่ขึ้น แสงสว่างนี้แรงกล้ากว่าตอนที่เขาได้รับการถ่ายทอดวิชามากกว่าหลายเท่า!
“หรือว่า...หรือว่า...” อู่ไฮ่หันกลับไปมอง พลันพบว่ามีลำแสงสีทองพุ่งออกมาจากพื้นดินตรงหน้าลู่เต้า เมล็ดพันธุ์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยพลังอันแข็งแกร่ง
ลู่เต้าที่อาบแสงสีทองนั้นดูสงบนิ่งยิ่งนัก
อู่ไฮ่กล่าวอย่างตกตะลึง "คุณชายน้อยเป็เด็กทองคำในหมู่เด็กทองคำ!"
