ที่ก่อนหน้านี้ซูหลินแห่งวิมาน์ และชายหนุ่มชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิงไม่เคลื่อนไหวก็เพราะกังวลว่าเนี่ยเทียนจะอ่อนด้อยเกินไป
พวกเขากลัวว่าอู๋หลิ่งจะสามารถสังหารเนี่ยเทียนได้โดยไม่เปลืองแรงแม้สักนิด จากนั้นก็แค่นั่งบนภูชมเสือกัดกัน รอจน่เวลาที่พลังของพวกเขาเสียหายไปอย่างใหญ่หลวงแล้วค่อยมาเก็บเกี่ยวผลแห่งชัยชนะ
เมื่อพวกเขาเห็นว่าเนี่ยเทียนไม่ได้กระจอกถึงเพียงนั้น ทั้งยังมีฝีมือสูสีกับอู๋หลิ่งด้วย พวกเขาจึงไม่เสียเวลาอีกต่อไป
เมื่อซูหลินและชายชุดขาวผู้นั้นตัดสินใจได้ก็ลงมือประหัตปะากันทันที
“ตูมๆๆ!”
และเวลานี้เอง อู๋หลิ่งโบกสะบัดมีดยาวแปลกประหลาดเล่มนั้นออกมาเป็แสงมีดสีเข้มหลายเส้น ทยอยฟาดฟันลูกปราณิญญาที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขาให้แตกทลายไปทีละลูก
หลังจากที่ลูกปราณิญญาแตกสลาย สะเก็ดแสงก็สาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้า สะเก็ดแสงเ่าั้ถี่หนาประดุจฝนเม็ดเล็กที่ร่วงลงกระทบร่างอู๋หลิ่ง
เกราะวิเศษที่อู๋หลิ่งสวมแนบร่างจึงปล่อยแสงรุบรู่แหลมคมออกมาอีกครั้ง และแสงรุบรู่เ่าั้ก็ทำลายสะเก็ดแสงที่เกิดจากการะเิของลูกปราณิญญาไปจนหมดเกลี้ยง
เนี่ยเทียนที่เอายันต์วิเศษชิ้นนั้นออกมาใช้ อาศัยม่านแสงห้าชั้นที่ราวกับหินหยกต้านทานพลังทางจิตที่ชั่วร้ายของอู๋หลิ่ง
พลังจิตของเขาที่เหลืออยู่แบ่งกันออกไปควบคุมลูกปราณิญญาเ่าั้เพื่อโจมตีอู๋หลิ่ง คอยเผาผลาญพลังของอู๋หลิ่งอย่างต่อเนื่อง
อู๋หลิ่งที่เดิมทีอยู่ห่างจากเขาแค่เพียงสิบเมตร พอถูกลูกปราณิญญาโจมตีจึงถอยกรูดออกไป
ระยะห่างระหว่างเขาและเนี่ยเทียนถูกดึงห่างออกไปอีกประมาณห้าสิบเมตร อู๋หลิ่งที่พยายามโบกสะบัดมีดยาวเพื่อฟาดฟันลูกปราณิญญาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังใช้เกราะวิเศษมาต้านทานสะเก็ดแสง สีหน้าอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
ทุกครั้งที่เขาโบกมีดยาวจะต้องใช้พลังงานจำนวนมาก
เกราะวิเศษชิ้นนั้นที่อยู่บนร่างของเขาดับแสงลงไปก็เกิดการะเิของลูกปราณิญญา
เนี่ยเทียนรวบรวมสติตั้งมั่นพบว่าลูกปราณิญญาเ่าั้ทำให้อู๋หลิ่งต้องเสียพลังิญญาเยอะมาก
“ถือว่าเป็วิธีที่ยอดเยี่ยมวิธีหนึ่ง”
แอบพึมพำหนึ่งประโยค อยู่ๆ เขาก็พลันคิดอยากทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน จึงใช้พลังจิตควบคุมลูกปราณิญญาโจมตีอู๋หลิ่ง
พลางยื่นมือข้างหนึ่งของเขาขึ้นไปบนท้องฟ้า ใช้เวทลับที่บรรลุจากดินแดนลึกลับมารวบรวมลูกปราณิญญาใหม่อีกครั้ง
ลูกปราณิญญาขนาดประมาณแท่นโม่หินลูกหนึ่งก่อตัวกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาใช้ความเร็วที่มากที่สุดดึงดูดเอาพลังแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ในนั้นซึ่งสามารถบำรุงพลังจิตได้มาด้วยความเร็วที่มากที่สุด
และเขายังดึงเอาปราณิญญาบริสุทธิ์ที่อยู่ในลูกปราณิญญากึ่งของเหลวนั้นเข้ามาในมหาสมุทริญญาอีกด้วย
ไม่นานนักพลังิญญาของเขาที่ใช้ไปก็เติมเต็มมหาสมุทริญญาให้เปี่ยมล้นอีกครั้ง
พลังจิตของเขาที่หายไปเพราะใช้ต้านทานพลังจิตชั่วร้ายของอู๋หลิ่งก็ได้รับการฟื้นฟูเช่นกัน
ลูกปราณิญญาที่ถูกดึงพลังประหลาดออกมาและยังมีปราณิญญาเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่งเปลี่ยนจากขนาดใหญ่เท่าฐานแท่นโม่หินก็หดเล็กลงเท่าลูกหนังลูกหนึ่ง
พอพลังจิตกลุ่มหนึ่งแทรกซึมเข้าไปข้างนั้น ลูกปราณิญญาก็พุ่งทะยานเข้าไปโจมตีอู๋หลิงอีกครั้ง
ไร้ซึ่งความลังเลใด เขาใช้วิธีเดิมสร้างลูกปราณิญญาอีกครั้ง
ลูกปราณิญญาที่ก่อตัวขึ้นในภายหลัง เขาไม่ดึงดูดเอาปราณิญญาที่เกินจำเป็อีกแล้ว แค่ดึงเอาพลังประหลาดที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงพลังจิตมาเท่านั้น
รอจนพลังประหลาดเ่าั้ที่อยู่ในลูกปราณิญญาถูกชักนำเข้ามาในสมองของเขา เขาก็จะดึงพลังจิตกลุ่มหนึ่งเข้าไปในลูกปราณิญญาและโจมตีอู๋หลิ่ง
ลูกปราณิญญาใหม่ๆ ลูกแล้วลูกเหล่าถูกสร้างขึ้น พอพลังประหลาดหมดลงก็จะถูกโยนใส่อู๋หลิ่งทันควัน
ระหว่างนี้ เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่ไม่สูญเสียพลังิญญาใดๆ พลังจิตยังค่อยๆ ฟื้นคืนสู่สภาพพรั่งพร้อมสูงสุดด้วย
ลูกปราณิญญาลูกใหม่ที่เขาสร้างขึ้นมามีทั้งหมดเจ็ดลูก คลื่นพลังงานที่เชี่ยวกรากไหลทะลักของลูกปราณิญญาเจ็ดลูกนั้นต่างก็มาะเิอยู่ข้างกายอู๋หลิ่ง
ตอนนี้พื้นที่ระหว่างเขาและอู๋หลิ่งเต็มไปด้วยสะเก็ดแสงที่กระจายเต็มฟากฟ้า ซึ่งมีคลื่นปราณิญญาที่ไหลเชี่ยวและพลุ่งพล่านอย่างถึงที่สุด
อู๋หลิ่งที่อยู่ท่ามกลางการะเิอย่างบ้าคลั่งของลูกปราณิญญาที่มีเยอะราวกับไร้ที่สิ้นสุดนั้น สีหน้าของเขาดูซึมกะทือเล็กน้อย ประกายสดใสที่อยู่ในดวงตาก็คล้ายจะค่อยๆ หายไปทีละนิด
เขาโบกมีดยาวอย่างต่อเนื่องคล้ายหุ่นยนต์ ฟาดฟันลูกปราณิญญาลูกแล้วลูกเล่า
เขาใช้เกราะวิเศษที่ล้ำค่าชิ้นนั้นต้านทานสะเก็ดแสงที่สาดกระเซ็นอีกครั้ง รู้สึกตัวเองคล้ายจะต้องถูกลูกปราณิญญาโจมตีเข้าใส่แบบนี้ไปตลอดกาล
นอกจากลูกปราณิญญาแล้ว สะเก็ดแสงมากมายที่กระจายลงมาก็เหมือนกลายมาเป็แม่น้ำแสงพลังิญญาเส้นใหม่
แต่ละก้าวที่เขาก้าวเดินอยู่ท่ามกลางแม่น้ำสะเก็ดแสงยิ่งยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ
“พลังิญญาและพลังจิตของเ้าหมอนั่นฟื้นคืนสู่สภาพสมบูรณ์แบบแล้ว!”
มีแม่น้ำสะเก็ดแสงกระจัดกระจายขวางกั้น อู๋หลิ่งมองเนี่ยเทียน มองลูกปราณิญญารอบกายเขาที่ก่อตัวขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พบว่าสีหน้าของเนี่ยเทียนสดใสมีชีวิตชีวา คลื่นเชี่ยวกรากของพลังิญญาในร่างไม่มีวี่แววว่าจะแห้งขอดแม้แต่นิด
ตอนที่มองเห็นความฮึกเหิมและความสงบนิ่งของเนี่ยเทียน ความมั่นใจของอู๋หลิ่งก็คล้ายถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไร้ความปราณี
เขาที่มาจากอาณาจักรต้าฮวงดูิ่เนี่ยเทียนมากที่สุด เข้าใจไปว่าเนี่ยเทียนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียนคือคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายที่สุด ดังนั้นเขาถึงได้เลือกเนี่ยเทียน
ทว่าพอมาถึงเวลานี้ เขากลับเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เขารู้สึกว่าหากคู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่เนี่ยเทียน แต่เป็ชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้น เขาย่อมไม่มีทางกลายเป็ผู้ถูกกระทำแบบนี้แน่นอน
ต่อให้เผชิญหน้ากับซูหลินจากอาณาจักรเสวียนเทียน เขาเองก็คงไม่เป็ดั่งตอนนี้ที่ต้องเผชิญหน้ากับการะเิของลูกปราณิญญาไร้ที่สิ้นสุด แม้แต่เข้าใกล้เนี่ยเทียนก็ยังทำไม่ได้
“กะอีแค่อาณาจักรหลีเทียนกระจอกๆ เหตุใดถึงมีบุคคลเช่นนี้ได้?!” อู๋หลิ่งคำรามกร้าวอยู่ในใจ
“พอประมาณแล้ว”
เนี่ยเทียนที่รวบรวมลูกปราณิญญาอย่างบ้าคลั่งมาถึงเวลานี้กลับหยุดชะงักกะทันหัน
เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาปีศาจเจ็ดข้างบนมีดเล่มยาวของอู๋หลิ่ง ตอนนี้ได้เปิดขึ้นทั้งหมด
แสงรุบรู่ที่ปลดปล่อยออกมาจากดวงตาปีศาจเจ็ดข้างนั้นไม่ได้ทำให้เนี่ยเทียนหวาดกลัวอีกแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันสูญเสียพลังงานไปเยอะมาก
เกราะวิเศษที่อู๋หลิ่งสวมอยู่เนื่องจากต้านทานกับสะเก็ดแสงมากเกินไปจึงเปลี่ยนมาเป็มืดสลัวไร้แสงเช่นเดียวกัน
ตัวอู๋หลิ่งเอง สายตาที่มองมายังเขาก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะคว้าชัยชนะไว้ได้อีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่า อู๋หลิ่งผู้นั้น...เมื่อผ่านการเผาผลาญพลังงานที่ยาวนาน อันที่จริงแล้วตอนนี้เขาจึงอยู่ในสภาวะที่เกือบแตกสลายเต็มที
เขาคิดว่าได้เวลายุติการต่อสู้แล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่สร้างลูกปราณิญญาอีก แต่รวบรวมพลังจิต พลังเืเนื้อ พลังเปลวเพลิง พลังพืชหญ้า เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่ปกคลุมรอบกายเขาประมาณสามเมตร
นาทีที่สนามแม่เหล็กก่อตัวสำเร็จ เขาก็เดินเข้าไปหาอู๋หลิ่งอย่างไร้ซึ่งความลังเล
พอเขาเข้าไปในเขตที่สะเก็ดแสงกระจายไปทั่ว สะเก็ดแสงที่เกิดจากการะเิของคลื่นพลังิญญาเ่าั้ก็เปลี่ยนมาเป็ยุ่งเหยิงไร้ระเบียบทันที
สะเก็ดแสงจำนวนนับไม่ถ้วนตกเข้ามาในสนามแม่เหล็ก ทำให้พลังบิดเบือนที่เปี่ยมล้นอยู่ในสนามแม่เหล็กยิ่งบ้าคลั่ง
เขาก้าวยาวๆ เข้ามา พริบตาเดียวก็เข้ามาใกล้อู๋หลิ่ง แค่ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็มาปรากฏอยู่ด้านหน้าอู๋หลิ่งโดยตรง
อู๋หลิ่งตะลึงพรึงเพริด
มือเขาถือมีดยาว ดวงตาปีศาจเจ็ดข้างบนตัวมีดปลดปล่อยแสงเจ็ดสีที่ต่างกัน
เนื่องจากการดำรงอยู่ของสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง ม่านแสงหินหยกห้าชั้นที่คุ้มครองร่างของเนี่ยเทียนก่อนหน้านี้จึงหายวับไปในพริบตา คล้ายถูกหลอมละลายให้เป็หนึ่งเดียวกับแม่เหล็กยุ่งเหยิง
ก่อนหน้านี้ อู๋หลิ่งทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะใช้พลังจิตชั่วร้ายโจมตีเนี่ยเทียนต่อ
น่าเสียดาย พลังชั่วร้ายที่มาจากดวงตาปีศาจเจ็ดข้างนั้นต่างก็ถูกม่านแสงห้าชั้นที่อยู่รอบกายของเนี่ยเทียนสกัดขวาง
เมื่อเขาเห็นว่าม่านแสงห้าชั้นไม่อยู่แล้วก็นึกว่าเป็่เวลาดีที่จะเอาคืน แสงจากดวงตาปีศาจเจ็ดข้างจึงถักทอตัดสลับกัน มนต์ดำทางพลังจิตที่ชั่วร้ายน่าหวาดกลัวอย่างยิ่งระลอกหนึ่งก็พลันพุ่งเข้าใส่เนี่ยเทียน
ทว่าพลังชั่วร้ายที่เขาเพิ่งรวบรวมจากดวงตาทั้งเจ็ดข้างแค่เข้าไปในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ขาดการติดต่อกับเขาทันที
ร่างของอู๋หลิ่งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ในสมองเ็ปรวดร้าว เขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนที่ดังจากในตัวมีด
เขาเข้าใจทันทีว่าปีศาจร้ายที่ถูกปิดผนึกอยู่ในมีดยาว บัดนี้ได้ถูกทำร้ายจิติญญา เริ่มที่จะต่อต้านและพยายามหนีไปจากมีดปีศาจแล้ว
ขณะที่เขากำลังจะควบคุมไม่อยู่ เนี่ยเทียนก็พาสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงเขยิบเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง
อู๋หลิ่งที่ถูกสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงปกคลุม พลังจิต พลังเืเนื้อ พลังิญญาพลันเปลี่ยนมาเป็ยุ่งเหยิงบิดเบือนทันใด
“พรวด!”
เขากระอักเืออกมาคำใหญ่ รู้สึกว่าเืเนื้อในร่างกายคล้ายถูกเครื่องจักรตีกวนจนเ็ปสุดแสน
“หยุดได้แล้ว!”
เนี่ยเทียนที่อยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงซึ่งได้รวบรวมพลังต่างๆ เอาไว้มากมายเลือกใช้หมัดพิโรธที่แข็งแกร่งที่สุดโจมตีไปทางศีรษะของอู๋หลิ่ง
หมัดพิโรธนั้นแฝงเร้นไว้ด้วยคลื่นพลังงานที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด ความแข็งแกร่งของอานุภาพมันเกินกว่าก่อนหน้านี้ที่เคยมีมา
อู๋หลิ่งััได้ถึงความน่ากลัวของหมัดพิโรธได้ทันที
มีดปีศาจเล่มนั้นก็ร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง คล้ายพยายามร้องเตือนเขาสุดชีวิต
ใบหน้าของอู๋หลิ่งบูดเบี้ยว ใน่เวลาที่คับขันเช่นนี้เขากัดฟันกรอด ใช้จิตใจสื่อสารกับิญญาร้ายในมีดปีศาจ
“ฉับ!”
หลังจากมีดปีศาจเล่มนั้นได้รับคำตอบยืนยันของเขาจึงฟันฉับลงไปบนมือของอู๋หลิ่งข้างที่นาบรูปประตู์เอาไว้ทันที
พอมือข้างนั้นหลุดพ้นจากร่างของอู๋หลิ่ง ยังไม่ทันร่วงลงบนพื้นหินแข็งกระด้าง อู๋หลิ่งก็ถูกพลังลึกลับระลอกหนึ่งดึงออกไป ร่างของเขาราวกับลำแสงที่หายวับไปจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงของเนี่ยเทียนอย่างไร้ร่องรอย
ตอนที่หมัดพิโรธนั้นของเนี่ยเทียนเหวี่ยงเข้ามาแล้วพบว่าอู๋หลิ่งไม่อยู่ จึงได้แต่ต่อยลงไปบนมือขาดข้างนั้นที่ลอยมา
“ตูม!”
มือข้างซ้ายของอู่หลิ่งถูกต่อยจนเืสาดกระเซ็น แสง์มากมายที่อยู่ในนั้นพลันลอยออกมาหลอมรวมเข้าไปในภาพประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียน
-----
