บทที่ 61 พวกสมองทึ่มตาบอด
“ศิษย์รับใช้? เ้าเอาความกล้ามาจากไหน” โจวเสวียนรู้สึกว่าตัวเองถูกดูถูก เขาเป็ถึงลูกศิษย์สายในที่ฝีมือโดดเด่นที่สุดในสำนักเตาเสวี่ย แต่ตอนนี้ศิษย์รับใช้จากสำนักชิงหยุนกลับออกมาท้าสู้กับเขา หากนี่ไม่ใช่การดูถูก แล้วจะเรียกว่าอะไร
“เป็ศิษย์รับใช้แล้วมันเป็ยังไง กำจัดเศษขยะอย่างเ้า แค่ศิษย์รับใช้อย่างข้าก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็ต้องเดือดร้อนถึงยอดฝีมือของสำนักชิงหยุนหรอก” ฉินชูแสยะยิ้ม
เป็ศิษย์รับใช้มันน่าอายตรงไหน ฉินชูไม่เคยรู้สึกอายเลยแม้แต่น้อย หลังๆ มาคนในสำนักชิงหยุนหลายคนก็คิดเช่นนั้น แต่สำหรับคนนอกอย่างสำนักเตาเสวี่ย ศิษย์รับใช้ก็ยังคงดูต้อยต่ำอยู่ดี
“ซูซานเหอ สำนักชิงหยุนของพวกเ้าไม่มีคนอื่นแล้วหรือ ทำไมต้องให้ศิษย์รับใช้ออกมาสู้ด้วย” ซูเสวี่ยอีมองไปทางซูซานเหอ
“พวกเ้าไม่กล้าสู้อย่างนั้นหรือ” ซูซานเหอเอ่ยขึ้น เขาอยากให้ฉินชูต่อสู้ หากชนะก็ย่อมส่งผลดีต่อเขา หากแพ้ก็ถือโอกาสจัดการไปในตัว
ซูเสวี่ยอีหันไปหาโจวเสวียน “ฆ่ามัน เอาให้ตายแบบอนาถ เชือดไก่ให้ลิงดู พวกมดปลวกไม่มีสิทธิ์เสนอหน้าทำอะไรเกินตัว”
ได้ยินคำสั่งแบบนี้ของซูเสวี่ยอี ใบหน้าของโจวเสวียนก็ฉายแววอำมหิตยิ่งกว่าเดิม “เป็ศิษย์รับใช้อยู่ดีๆ ไม่ชอบ แต่กลับรนหาที่ตาย ข้าจะตัดขาทั้งสองของเ้าก่อน จากนั้นก็แขนทั้งสองของเ้า แล้วเอามือของเ้ายัดปากของเ้าเอง”
“เ้าต่างหากที่ไม่รู้จักคำว่ารนหาที่ตาย สิ่งที่เ้าอยากทำ ข้าจะเป็คนมอบให้เ้าเอง เริ่มกันเลยดีกว่า แสดงฝีมือของเ้าให้ข้าเห็นหน่อยว่าเก่งเหมือนปากเ้าหรือไม่” ใบหน้าของฉินชูสะท้อนแววสังหารออกมา เขาอยากจะฆ่าโจวเสวียนให้ตายเต็มที ทำตัวอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองเป็ศูนย์กลาง ซ้ำยังเหี้ยมโหดไร้ความปรานี
ฉึบ!
แสงเย็นสว่างวาบ โจวเสวียนชักดาบออกมาและฟันเข้าไปที่คอฉินชูทันที
ฉินชูพุ่งไปข้างหน้าสองก้าว กระบี่เทพบูรพาถูกชักออกมาฟันปะทะดาบที่พุ่งเข้ามาของโจวเสวียน
เสียงเหล็กกระทบดังกังวาน โจวเสวียนถูกแรงฟันจากกระบี่ของฉินชูกระแทกจนผละถอยหลัง
ถึงแม้ฉินชูจะยังไม่ได้กำหนดจิตเข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง แต่กระบวนท่ากระบี่พื้นฐานของเขากลับไร้ช่องโหว่ สายตาอันเฉียบคมเล็งเห็นกระบวนท่าที่ยังไม่เข้าที่เข้าทาง และก่อนที่โจวเสวียนจะเสริมพลังปราณลงในการโจมตี กระบี่เทพบูรพาก็ฟันเข้าไปที่จุดบอดบนดาบของอีกฝ่ายแล้ว ทำให้กระบวนท่าของอีกฝ่ายเสียสมดุลโดยสมบูรณ์
หนึ่งกระบี่สัมฤทธิ์ผล ครั้นแล้วฉินชูก็เริ่มตวัดวาดฟันกระบี่โจมตีเพื่อสร้างความกดดันให้โจวเสวียน
โจวเสวียนปรับเพลงดาบอย่างรวดเร็ว เขา้าหลุดออกจากการไล่ต้อนของฉินชู แต่พลังอัดที่ควบแน่นมาพร้อมกับกระบี่ของฉินชูแต่ละครั้งทำเอาสะท้านไปถึงกระดูกจนไม่สามารถเค้นแรงออกมาได้ เขายังไม่ทันสำแดงเพลงดาบที่แท้จริงของตัวเองออกมา ก็ถูกการโจมตีของฉินชูเล่นงานเข้าแล้ว
“อยากตัดขาข้าไม่ใช่หรือ มีน้ำยาเพียงเท่านี้ แต่กลับปากดีอวดเก่ง ข้าจะบอกเ้าเอาไว้อย่าง...เ้าเล่นผิดคนแล้ว” หลังจากโจมตีโจวเสวียนจนถอยหลัง ฉินชูก็พูดขึ้นเสียงเย็น
“ไปตายซะ” โจวเสวียนแผดเสียงะโ ก่อนพุ่งเข้าใส่ฉินชูอีกครั้ง แต่ฉินชูกลับยังไม่โจมตีกลับ เขาให้เวลาอีกฝ่ายได้หายใจ จากนั้นก็ะโลอยตัวขึ้นไปในอากาศ
ตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างของฉินชูเป็ประกาย ครั้นกระบี่ยาวตวัดขึ้นอีกครั้ง มันก็มาพร้อมกับพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ ทันใดนั้น กระบวนท่าสังหารบรรพกายสิทธิ์ก็สำแดงออกมา
เคร้ง!
เสียงเหล็กกระทบดังกังวาน กระบี่เทพบูรพาปัดดาบของโจวเสวียนหลุดออกจากวิถีโจมตี แสงกระบี่สว่างวาบ แขนขวาของโจวเสวียนถูกสะบั้นขาดทันที ครั้นตวัดกระบี่เทพบูรพาอีกครั้ง มันก็เลื่อนขึ้นมาจ่ออยู่ที่คอของโจวเสวียนเสียแล้ว “ข้าจะเหลือแขนซ้ายให้เ้า แต่เ้าต้องเอาแขนซ้ายยัดปากตัวเอง แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
บรรยากาศเงียบสนิท สถานการณ์เปลี่ยนไปเร็วยิ่งนัก โจวเสวียนที่ทำตัวอวดเบ่งก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถูกตัดแขนขวาและถูกฉินชูเอากระบี่จี้คอ
“ไม่ทำตามกระนั้นหรือ” พูดจบ ฉินชูก็แทงกระบี่เทพบูรพาเข้าที่ขาของโจวเสวียนจนทะลุ
“บังอาจ” เมื่อเห็นสถานการณ์ด้านหน้า ซูเสวี่ยอีก็กระวนกระวายใจ หากโจวเสวียนทำตามขึ้นมา สำนักเตาเสวี่ยต้องเสียหน้าย่อยยับเป็แน่
หลัวเจินพุ่งเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างฉินชูกับซูเสวี่ยอี “อย่าตื่นเต้นไปเลย พวกเ้าสำนักเตาเสวี่ยไม่อยากเล่นสนุกต่อหรือ พวกเ้าสำนักเตาเสวี่ยเข่นฆ่าลูกศิษย์ของสำนักชิงหยุนได้ แล้วพวกเราสำนักชิงหยุนฆ่าลูกศิษย์สำนักเตาเสวี่ยไม่ได้กระนั้นหรือ”
“ไม่ยอม?” ฉินชูแทงกระบี่บูรพาเข้าไปที่ขาซ้ายโจวเสวียนจนทะลุอีกข้าง
เมื่อขาทั้งสองข้างถูกแทงจนทะลุ โจวเสวียนก็ล้มหมอบลงบนพื้น
ฆ่าทิ้งมันง่ายเกินไป ก่อนหน้านี้โจวเสวียนพูดจาอวดเบ่งเอาไว้ยกใหญ่ และฉินชูก็รู้ดีว่าหากตัวเองเป็ฝ่ายแพ้ โจวเสวียนก็ไม่มีทางปล่อยเขาไปเช่นกัน
ภายใต้ความกดดันที่มีกระบี่ของฉินชูจ่อคออยู่แบบนี้ โจวเสวียนได้แต่ยัดมือซ้ายเข้าปากตัวเองอย่างจนปัญญา
“พวกเศษขยะไร้ศักดิ์ศรี” เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินชูก็แทงกระบี่ทะลุคอโจวเสวียนจนตายคาที่ จากนั้นก็เก็บดาบและกำไรมิติเก็บของของโจวเสวียนมาเป็ของกำนัลหลังชนะศึก
ต่อมา ฉินชูก็เดินกลับมาด้านหน้ากลุ่มคนจากยอดเขาชิงจู๋ เขาได้พิสูจน์อีกครั้งว่าศิษย์รับใช้ก็มีศักดิ์ศรี
ลูกศิษย์จากสำนักเตาเสวี่ยลากศพของโจวเสวียนกลับไป พวกเขาพากันจ้องเขม็งมาที่ฉินชู
แม้โจวเสวียนจะไม่ใช่ลูกศิษย์สายในที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเตาเสวี่ย แต่ฝีมือของเขาก็อยู่ในระดับต้นๆ ทว่ากลับถูกฉินชูฆ่าตายอย่างรวดเร็ว
“มองข้าทำไม ข้าบอกไว้ั้แ่แรกแล้ว จัดการเศษขยะอย่างพวกเ้า แค่ศิษย์รับใช้อย่างข้าแค่คนเดียวก็พอแล้ว อะไรกัน ยอมรับไม่ได้หรือ ถ้ายอมรับไม่ได้ จะสู้ต่อก็ได้นะ” เมื่อเห็นสายตาอาฆาตของพวกลูกศิษย์จากสำนักเตาเสวี่ย ฉินชูก็หงุดหงิดขึ้นมา พวกสำนักเตาเสวี่ยฆ่าลูกศิษย์สำนักชิงหยุนไปหลายคน ตอนนี้ถูกฆ่าไปแค่คนเดียวกลับไม่พอใจ ทำตัวเป็เด็กเอาแต่ใจไปได้
“โผล่หัวออกมาน้อมรับความตายซะ” ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่มคนของสำนักเตาเสวี่ย
“ถ้าเ้าไม่กลัวตายก็เข้ามา” ฉินชูก้าวเท้าออกมาด้านหน้าอีกครั้ง เขามองตบะของอีกฝ่ายไม่ออก แต่คิดว่าน่าจะไม่เกินขั้นที่สี่ เพราะถ้าตบะเกินขั้นที่สี่ ผู้าุโของสำนักชิงหยุนจะต้องไม่อยู่เฉยแน่นอน
ลูกศิษย์จากสำนักเตาเสวี่ยคนนี้ถือดาบพุ่งเข้าฟันฉินชู พลังอัดจากดาบรุนแรงยิ่งนัก เป็พลังของขั้นสามระดับสมบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัย
การที่สำนักเตาเสวี่ยมาท้าสู้สำนักชิงหยุนแบบนี้ ซูเสวี่ยอีไม่มีทางพาลูกศิษย์สายในผู้มีฝีมือโดดเด่นมาแค่คนเดียวแน่นอน
ฉินชูเสริมพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ให้กับกระบี่เทพบูรพาเพื่อต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายกับลูกศิษย์จากสำนักเตาเสวี่ย
เมื่อได้เห็นกระบวนท่ากระบี่ของฉินชู พวกผู้าุโระดับสูงของสำนักชิงหยุนก็พากันประทับใจ พวกเขามองออกมาว่าฉินชูเสริมพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ให้กับกระบวนท่าของตัวเอง ก่อนหน้านี้ฉินชูใช้เวลาฆ่าโจวเสวียนเร็วเกินไป ทำให้พวกเขาไม่ทันสังเกตอย่างละเอียด แต่ตอนนี้กลับเห็นมันอย่างชัดเจน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีลูกศิษย์วัยเยาว์ในสำนักเข้าถึงพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ได้อีกคน นี่เป็เื่ที่น่ายินดีเป็ที่สุด
ผู้ฝึกตนที่เข้าถึงพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ในสำนักชิงหยุนมีแค่ไม่กี่คน บางคนใช้เวลาขัดเกลาเนิ่นนาน แต่ซั่งซูอวี๋กับฉินชูกลับทำสำเร็จได้ั้แ่ก่อนอายุยี่สิบปี นับว่าเป็ผู้ฝึกตนวัยเยาว์ที่อนาคตก้าวไกลจนมิอาจประเมินได้
เมื่อเสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานขึ้นอีกครั้ง กระบี่เทพบูรพาของฉินชูก็ปัดดาบของลูกศิษย์จากสำนักเตาเสวี่ยได้ สุดท้ายฉินชูก็ปลิดชีพอีกฝ่ายด้วยการแทงทะลุคอเหมือนเดิม
กระบี่เทพบูรพาพลันตวัด เืบนใบกระบี่กระเซ็นออกเป็ริ้วสาย หลังจากเก็บกระบี่เข้าฝัก ฉินชูก็ริบของกำนัลหลังศึกตามธรรมเนียม
“ไอ้คนชั้นต่ำสมควรตาย กล้าดียังไงมาทำศักดิ์ศรีของพวกเราสำนักเตาเสวี่ยแบบนี้” หลังจากลูกศิษย์ของสำนักเตาเสวี่ยถูกฆ่าตายไปสองคน สีหน้าของซูเสวี่ยอีก็เปลี่ยนไป เพราะว่านางมองออกว่าฉินชูเข้าถึงพลังแห่งเจตจำนงกระบี่
“ไอ้คนชั้นต่ำกระนั้นหรือ... เื่นี้พูดได้อย่างเดียวว่าพวกเ้าเป็ฝ่ายสมองทึบตาบอดเอง ข้าก็บอกไปแล้วว่าตัวข้าเป็ศิษย์รับใช้แห่งยอดเขาชิงจู๋ ซ้ำยังแสดงท่าทีไปแล้วว่าไม่อยากต่อสู้ แต่พวกเ้ากลับพูดจาดูถูกข้าอย่างเย่อหยิ่ง เป็ใครจะทนไหว พอพวกเ้าอยากสู้ ข้าก็สู้เป็เพื่อนแล้วนี่ไง เข้ามา! คนต่อไป” หลังจากต่อสู้ไปสองรอบ ฉินชูก็เริ่มเครื่องติด รังสีทรงอำนาจของเขาแผ่ซ่านออกมาทั่วร่างกาย เขาเริ่มกระหายการต่อสู้ขึ้นมาแล้ว
