“คุณคิลเลียน แม็คไพรด์ คะ...ฉันร้องเพลงให้คุณฟังจบแล้วค่ะ งานของฉันเสร็จสิ้นแล้ว และฉันก็ขอคืนเช็คใบนี้ให้กับคุณ คุณพูดถูกแล้วล่ะค่ะ เพราะฉันไม่ใช่คนฉลาด ฉันถึงไม่ขอรับเช็คใบนี้ไว้ ขอบคุณมากนะคะ...ฉันกลับได้หรือยังคะ?”
“ยังกลับไม่ได้...ผมไม่อนุญาตให้คุณกลับ!”
คิลเลียนคำรามลั่นพร้อมผุดลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นด้วยความแค้นเคียด นาวาอากาศเอกหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เขาถือว่านี่คือการตอบโต้จากนักร้องสาวที่กล้าอวดดีและจองหองเป็ที่สุด
“คิดว่าตัวเองเก่งซักแค่ไหนกัน” ชายหนุ่มว่าพลางหยิบเช็คขึ้นมากุมไว้และเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าร่างเล็กที่ยืนตัวแข็ง
“แค่เงินเดือนนักร้องกระจอกไม่มีวันได้มากถึงขนาดนี้ แต่ท่าทางอย่างคุณสงสัยร้องเพลงอย่างเดียวคงไม่พอ หึ...หรือว่าชินกับการเรียกค่าตัวจากพวกเศรษฐีเวลาไปเสนอตัวให้พอร้องเพลงจบ!”
ฉาด!
ใบหน้าคมคายสะบัดไปตามฝ่ามือเล็กที่ฟาดใส่เต็มแรง คิลเลียนหันกลับมายังหญิงสาวที่ยืนกำหมัดแน่น
“อย่าได้มาดูถูกฉันแบบนี้นะ! คุณเป็ใครกันถึงได้มากล่าวหาฉันไม่มีเหตุผล ฉันเป็นักร้องก็จริงแต่ไม่เคยคิดขายตัว หรือถ้าฉันเป็อย่างว่าจริง ๆ ก็จะไม่มีวันแลกตัวฉันกับเงินของคุณ และนี่เป็การสั่งสอนคนมีเงินแต่ไม่มีหัวคิดอย่างคุณ!”
“คุณกล้าตบผมหรือมุกมาริน! รู้ไว้ด้วยว่าไม่เคยมีใครกล้าทำอย่างนี้ คุณมันอวดดี ผมนี่แหละจะสั่งสอนคุณเอง!”
“อย่านะ...กรี๊ด!”
ร่างเล็กร้องสุดเสียงเมื่ออีกฝ่ายดึงเธอเข้าไปไว้ในอ้อมแขน คิลเลียนกดท้ายทอยหญิงสาวก่อนก้มลงไปหาใบหน้าหวานที่แหงนขึ้นอย่างตื่นตระหนก
เรียวลิ้นหนาฉกเข้าไปในกลีบปากบางและบดขยี้รุนแรงอย่างที่เธอไม่อาจตอบโต้เขาได้ทัน มุกมารินใสุดขีดหากก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วเมื่อปากถูกประกบปิดไว้แน่น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนถูกสูบออกไปจนแทบจะยืนไม่ไหวจนต้องยึดร่างสูใหญ่ไว้แทน
“อื้อ...อื้อ” หญิงสาวส่งเสียงในลำคอและไม่อาจทำอะไรมากไปกว่านั้น คิลเลียนตัวใหญ่กว่าเธอมากซึ่งเมื่ออยู่ในระยะประชิดก็ต้องพ่ายแพ้เขาทุกทาง
“คิลเลียน...คุณ!”
มุกมารินร้องเสียงสั่นเมื่อริมฝีปากเป็อิสระ นี่เป็จูบแรกในชีวิตที่ไม่คิดว่าจะได้รับจากผู้ชายที่เธอเกลียดเข้ากระดูก
“ปล่อยฉัน!...ฉันจะกลับบ้าน”
“ไม่!...คุณยังไปไหนไม่ได้จนกว่าผมจะรู้เื่บางอย่างสียก่อน”
คิลเลียนลั่นเสียงใส่ขณะกอดรัดร่างเล็กบอบบางไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวพยายามเก็บกลั้นความเ็ปแต่ไม่อาจกักเก็บน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาได้
“คุณยัง้าอะไรจากฉันอีก คิลเลียน แม็คไพรด์...ฉันร้องเพลงให้คุณฟังและคืนเช็คให้คุณแล้วมันยังไม่พออีกหรือไง”
“สิ่งที่ผม้าไม่ใช่เสียงเพลง เช็ค หรืออะไรทั้งนั้น แต่ที่ผม้าคือทุกอย่างที่คุณรู้”
“ทุกอย่างที่ฉันรู้” มุกมารินทวนคำพูด หญิงสาวย่นคิ้วไม่เข้าใจความหมาย
“ฉันรู้อะไร...คุณกำลังพูดเื่อะไร”
“เื่อุบัติเหตุที่บันไดของโรงแรมบนชั้นนี้...เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน!”
คิลเลียนเดือดดาลจนเผลอเหวี่ยงร่างนั้นลงไปนั่งจุกบนเก้าอี้ มุกมารินกลัวจนตัวสั่นเมื่อเขาก้มตามลงมาหาและค้ำแขนกับพนักเพื่อกักตัวเธอไว้
“คุณคงจำผู้หญิงที่คุณขโมยกระเป๋าของเธอในห้องน้ำคืนนั้นได้ เธอชื่อเลทิเธีย อาเวอร์ตัน เป็คู่หมั้นของผมเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพบายาลนิวยอร์คเพราะมีคนมาพบเธอตกบันไดในโรงแรมนี้ บนชั้นที่ยี่สิบนี่แหละ และตอนนี้เธอก็ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล”
ชายหนุ่มหยุดพูดชั่วขณะ เขาเห็นดวงตาคู่สวยฉายประกายราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ในเวลานั้น กระทั่งมุกมารินถามด้วยเสียงอ่อนลง
“แล้วตอนนี้...เธอเป็ยังไงบ้างคะ?”
“เธอกลายเป็เ้าหญิงนิทรา!...ศีรษะของเธอกระแทกพื้นอย่างแรงจนฟื้นกลับมาเป็ปกติไม่ได้”
ความจริงที่เขาพูดเหมือนลูกตุ้มเหล็กกระแทกลงบนความรู้สึกของหญิงสาว มุกมารินขมวดเกร็งในช่องท้อง ใบหน้าหวานออกอาการหวาดหวั่นจนนาวากาอาศเอกหนุ่มคิดว่านักร้องสาวไทยผู้นี้อาจรู้เงื่อนงำในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ตอนแรกพวกเราคิดว่ามันเป็อุบัติเหตุ แต่คืนนั้นในกล้องวงจรปิดของโรงแรมจับภาพได้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งอยู่กับเลทิเธีย”
คราวนี้มุกมารินเลื่อนสายตากับมายังใบหน้าคมคาย เธอจ้องตอบั์ตาที่ส่องประกายวาวโรจน์ คิลเลียนขบกรามจนนูนเป็สันและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักที่เค้นออกมาจากความเจ็บแค้น
“ตำรวจกำลังสืบว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใคร แต่ผมคงรอให้นานมากไปกว่านี้ไม่ได้เลยต้องให้นักสืบเอกชนเข้ามาช่วย และนั่นทำให้ผมรู้ว่าผู้ชายที่เห็นในกล้องวงจรปิดคือ...”
“ฉันไม่รู้เื่!” หญิงสาวบอกปัด “คุณอย่ามาคาดคั้นเพราะฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“อย่าปฏิเสธว่าคุณไม่รู้จักผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อแม็กซิมิลเลียน เอ็ม. เจ.!”
