หลี่อันหรานกับเจียงเฉิงเดินเท้ากลับบ้านด้วยกัน ระหว่างทาง นางไม่หยุดพูดถึงแผนการและเื่ในอนาคตแม้แต่วินาทีเดียว
ครั้นเห็นรถม้าคันหนึ่งแล่นผ่านไป นางอดกล่าวไม่ได้ว่า “หากวันหน้ามีเงิน ข้าเองก็อยากซื้อรถม้าของตัวเองสักคัน เวลานั้นจะได้ไม่ต้องรีบร้อนเดินทางเช่นนี้อีก”
เจียงเฉิงมองตามรถม้าคันนั้นเช่นกัน เขายิ้มบางๆ ก่อนว่า “เ้าต้องทำได้แน่” ความจริงคือ หากเขา้าซื้อสิ่งใดให้นาง เขาเพียงแค่พูดออกมาคำเดียวก็ทำได้แล้ว
เสียก็แต่ตอนนี้เขามาอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลและไร้เงินติดตัว
ในยามที่ทั้งสองกำลังจะเดินถึงบ้าน พวกนางเห็นคนผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าบ้านกับเสิ่นอิ๋นหวน หลี่อันหรานงุนงงเล็กน้อย จากนั้นทั้งคู่จึงเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปทันทีเมื่อเห็นว่าเป็ผู้ใด
“เ้ามาทำอันใดที่นี่อีก?” นางเดินเข้าไปมองหลี่เยวี่ยซือที่กำลังยืนคุยกับเสิ่นอิ๋นหวนด้วยสายตาไม่พอใจ
หลี่เยวี่ยซือหันมามองหลี่อันหรานเพียงแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงเย็นเยียบ “ข้ามาหาท่านป้าสาม เกี่ยวอันใดกับเ้ากัน?”
แต่แล้วน้ำเสียงของนางกลับต้องเปลี่ยนเป็นุ่มนวลทันทีที่เห็นว่าเจียงเฉิงกำลังยืนอยู่ด้านหลังหลี่อันหราน “ท่านพี่ฉาง ท่านก็อยู่ด้วยหรือเ้าคะ ข้ามีเื่อยากคุยกับท่านพอดี”
เจียงเฉิงพลันแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาชำเลืองตามองหลี่อันหราน ตอนนี้สีหน้านางดูไม่สบอารมณ์มาก นางเดินตรงเข้าไปในลานบ้านแต่ไม่ลืมที่จะพาเสิ่นอิ๋นหวนเข้าไปด้วยกัน “ท่านแม่ พวกเราเข้าบ้านกันเถิดเ้าค่ะ”
สิ้นเสียง นางก็จากไปทันที ทิ้งให้หลี่เยวี่ยซือกับเจียงเฉิงยืนอยู่ที่เดิมตามลำพัง
เจียงเฉิงประสานมือ พลางเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าคุณหนูหลี่มีธุระอันใดกับข้าหรือ?”
หลี่เยวี่ยซือเก็บสีหน้าเย้ยหยันที่มีก่อนหน้า ก่อนตอบเขาเสียงแ่เบา “เื่ที่คราวก่อนท่านมาถามเกี่ยวกับเื่ที่หลี่อันหรานถูกข่มเหง ข้าผิดเองที่ไม่บอกความจริง ทั้งที่สมควรต้องบอกกับท่าน”
“หากท่านสามารถช่วยแก้แค้นให้นางได้ก็นับเป็เื่ดี ข้าไม่ควรตั้งเงื่อนไขมากมายขนาดนั้น ดังนั้น วันนี้ข้ามาเพื่อคุยเื่นี้กับท่านโดยเฉพาะ ไม่ทราบว่าท่านพี่ฉางยังคงอยากรู้อยู่หรือไม่”
เจียงเฉิงแปลกใจเล็กน้อย เขานึกไม่ถึงว่านางจะเป็ฝ่ายเข้าหาก่อนแบบนี้ ความจริงหลายวันนี้เขาคิดหาวิธีอยู่เช่นกันว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้หลี่เยวี่ยซือยอมบอกข้อมูลได้ “หากคุณหนูหลี่ยินดีบอก ข้าก็ขอขอบคุณยิ่งนัก”
ครั้นได้ยิน หลี่เยวี่ยซือจึงค่อยๆ เผยยิ้มพร้อมเอ่ยต่อ “ดูท่าว่าหลี่อันหรานจะสำคัญสำหรับท่านมาก กระทั่งตอนนี้ท่านก็ยังคงอยากแก้แค้นแทนนางอยู่อีก ไม่รู้ว่าเยวี่ยเอ๋อร์จะสำคัญสำหรับท่านพี่ฉางได้เท่านางบ้างหรือไม่”
สีหน้าเจียงเฉิงราบเรียบมาก เขากล่าวอย่างเฉยชาราวกับอ่านความคิดของหลี่เยวี่ยซือทะลุปรุโปร่ง “หากคุณหนูหลี่ประสบปัญหาอันใดที่ข้าสามารถช่วยได้ ข้าก็จะช่วยแน่นอน”
หลี่เยวี่ยซือยังคงยิ้มหวานหยด ก่อนที่นางจะกล่าวต่อ “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะบอกท่านพี่ฉางให้ว่าผู้ใดข่มเหงหลี่อันหราน”
เจียงเฉิงตั้งใจฟัง เขาอยากรู้มากว่าคนคนนั้นคือผู้ใด
หลี่เยวี่ยซือขยับเข้าไปยืนใกล้เขามาก เสียงของนางเบาหวิวมากเช่นกัน ทว่าภาพนี้กลับถูกหลี่อันหรานที่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นเข้าพอดี ส่งผลให้นางเผลอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆ
เสิ่นอิ๋นหวนเห็นนางไม่เข้าบ้านเสียทีก็ออกมาตาม นางเห็นหลี่อันหรานเอาแต่จ้องสองคนนั้นที่อยู่ด้านนอกก็กล่าวว่า “เ้าอย่าเสียใจไปเลย หากว่ากันตามตรงแล้ว หลี่เยวี่ยซือผู้นั้นน่าจะเหมาะสมกว่า”
หลี่อันหรานหันไปมองนางด้วยความใ “ท่านเอาอันใดมาพูด? ข้าเพียงแต่มองพวกเขาก็เท่านั้น หลี่เยวี่ยซือผู้นั้นคงไม่ได้มาบ้านพวกเราด้วยเจตนาอันดีแน่ๆ ส่วนเื่ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฉางควน เื่นั้นไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า ข้าไม่อยากจะสนใจนักหรอก”
นางกล่าวจบแล้วเดินหนีเข้าบ้านทันที ไม่สนใจสองคนนั้นอีก
เสิ่นอิ๋นหวนหันไปมองสองคนนั้นแล้วนึกถึงเื่ที่พี่สะใภ้รองมาคุยด้วยก่อนหน้านี้ ที่แท้แล้วพี่สะใภ้รองกับหลี่เยวี่ยซือต่างก็อยากได้ฉางควนเป็ลูกเขย ในเมื่อเป็แบบนี้ เช่นนั้นความคิดที่นางอยากให้เขาอยู่กับลูกสาวตัวเองคงเป็ไปไม่ได้อีก
ถึงแม้เสิ่นอิ๋นหวนจะดูจำนนและสงบเสงี่ยมยามอยู่ต่อหน้าพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รอง แต่แท้จริงแล้วในใจกลับชิงชังแม่ลูกคู่นี้มากเช่นกัน แค่กดขี่รังแกนางก็แย่พอแล้ว แต่นี่พวกนางยังไปรังแกอันหรานด้วย นี่เป็สิ่งที่นางไม่อาจยอมรับได้จริงๆ
เสิ่นอิ๋นหวนเข้าบ้านไป และกล่าวกับหลี่อันหราน “แม่ดูแล้วตอนนี้ฉางควนฟื้นตัวจนหายดีแล้วละ หากเขาไม่มีอะไรอีกก็เดินทางกลับบ้านได้แล้ว ไม่ใช่ว่าที่บ้านเขายังมีพ่อแม่กับน้องชายน้องสาวมิใช่หรือ?”
หลี่อันหรานใเล็กน้อย นางหันไปมองแม่ตัวเอง “ก่อนหน้านี้ข้าบอกเขาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีเื่บางอย่างต้องจัดการ รอให้จัดการเรียบร้อยก็คงจากไปเอง ท่านวางใจเถิด เขาไม่อยู่ที่นี่แน่นอน”
นางไม่ได้พูดถึงเื่ที่เจียงเฉิงอยู่ที่นี่เพื่อแก้แค้นให้ตัวเอง นางคิดว่าเสิ่นอิ๋นหวนคงไม่รู้เื่นี้
“เขาไม่ใช่คนท้องที่สักหน่อย มีธุระอันใดให้ต้องจัดการกัน เอาไว้แม่จะหาวันมาเกลี้ยกล่อมให้เขาไปจากที่นี่”
หลี่อันหรานมองแม่ตัวเอง นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น “ท่านแม่ ก่อนหน้านี้ท่านคิดแต่จะอยากให้เขาอยู่ที่นี่มิใช่หรือ? เหตุใดตอนนี้จึงอยากให้เขารีบไปนัก?”
พอถูกถามเช่นนี้ เสิ่นอิ๋นหวนจึงตอบอย่างหลบๆ ซ่อนๆ “ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนที่นี่ ทั้งยังไม่ได้้าจะอยู่ต่อ ให้เขารีบกลับไปน่าจะเป็การดีกว่า”
หลี่อันหรานเห็นเสิ่นอิ๋นหวนทำตัวแปลกๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก นางหันออกไปมองด้านนอกอีกครั้ง และทันเห็นหลี่เยวี่ยซือหันตัวเดินจากไปพอดี นางตระหนักได้ว่าสายตาของหลี่เยวี่ยซือที่มองมายังเจียงเฉิงช่างอาลัยอาวรณ์นัก
มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่ารู้สึกอย่างไรกับเจียงเฉิง ครั้นหลี่เยวี่ยซือจากไปแล้ว เจียงเฉิงก็เดินตรงเข้าบ้าน เขาเห็นหลี่อันหรานกำลังยุ่งอยู่กับวัตถุดิบและผ้าที่ซื้อมาจากในเมือง
เจียงเฉิงเดินมาช่วยนางโดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น หลี่อันหรานปรายตาดูเขาแวบหนึ่ง นางไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างไร นางถามเพียงว่า “หลี่เยวี่ยซือมีธุระอันใดกับท่านหรือ? พวกท่านสองคนมีเื่ให้คุยกันเยอะขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร?”
เจียงเฉิงไม่ได้ตอบอะไรมากนัก เขาตอบเพียงว่า “คุยกันไม่กี่ประโยคก็เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากมาย”
หลี่อันหรานฟังเพียงประโยคเดียวก็รู้ว่าเขากำลังโกหก เขากำลังปิดบังบางอย่างจากนาง แต่นางไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก
นั่นเพราะนางเตรียมใจมานานแล้วว่าสักวันเขาต้องไปจากที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็ต้องคิดมากขนาดนั้น
นับั้แ่ที่หลี่เยวี่ยซือมาหาเมื่อวันนั้น เจียงเฉิงราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน เขามักนำกระบี่เล่มนั้นของตัวเองออกมาเช็ดถู ไม่ได้ช่วยหลี่อันหรานทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเหมือน่ที่ผ่านมาอีก
หลี่อันหรานไม่ได้พูดอะไรเพราะส่วนใหญ่แล้วนางก็ต้องทำด้วยตัวเอง ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ช่วยนางได้แค่่สั้นๆ ไม่ช้าเร็วก็ต้องจากไปอยู่ดี
่นี้หลี่อันหรานงานยุ่งมากเพราะรับรายการสั่งซื้อมาจากเถ้าแก่หลี่ นางไม่มีเวลามาสนใจหรอกว่าเขากำลังคิดหรือทำอะไร
